“ความสงสัยเริ่มก่อตัวในหัวใจของอิงอร... รอยลิปสติกและกลิ่นน้ำหอมแปลกปลอมที่สามีนำติดตัวกลับมา”
*****
ค่ำคืนวันจันทร์ผ่านพ้นไปด้วยความอึดอัดใจระบมอก ท้องฟ้านอกบานหน้าต่างมืดมิดไร้แสงดาว มีเพียงแสงไฟนีออนริมถนนคอนกรีตส่องผ่านแนวต้นไม้เป็ระยะๆ ภายในห้องนอนกว้างขวางของผมและอร บรรยากาศเงียบงันจนได้ยินเสียงจังหวะลมหายใจสม่ำเสมอของอรที่หลับสนิทอยู่ข้างกาย แต่ทว่าตัวผมกลับนอนลืมตาโพลงจ้องมองความมืดของเพดานด้วยความรู้สึกหวาดกลัว ปนเปไปด้วยความตื่นเต้นเสียวสยิวที่ฝังลึกและระแวงวิตกจริตขีดสุด
ก่อนหน้านั้นหลังจากขับรถบึ่งออกจากสตูดิโอแฟชั่นของเจนจิราใน่เย็น ผมต้องจอดรถกระบะแอบข้างทางตรงมุมมืดของถนน ส่องกระจกมองหลังดูใบหน้าที่อิดโรยและแดงก่ำของตัวเอง สองมือหนายกขึ้นลูบหน้าถูตาอย่างเหนื่อยล้าทางิญญา ผมเปิดช่องลมแอร์รถกระบะจนสุดเพื่อหวังจะไล่เป่ากลิ่นน้ำหอมเชอร์รี่สะท้านใจที่อาจติดค้างตามเสื้อผ้าและซอกิัออกให้หมด แต่กลิ่นอายความบาปชั่วช้ามันดูเหมือนจะซึมลึกโชยโอบล้อมตัวผมจนรู้สึกสกปรกอัปยศเหลือกำลัง
ภาพการกอดรัดเสพสมดุดันกับเจนจิราบนโซฟากำมะหยี่สีแดงสดและการทรมานใจแอบมองเื้ัฉากกั้นเมื่อ่บ่ายมันยังคงสลักลึกปั่นป่วนหัวสมองของผมจนนอนไม่หลับ กลิ่นหอมจางๆ ของน้ำหอมเชอร์รี่ยังดูเหมือนฝังแน่นอยู่ในรูขุมขนของร่างกาย แม้ว่าผมจะกลับมาถึงบ้านแล้วรีบเข้าไปอาบน้ำขัดถูสบู่ทำความสะอาดร่างกายอย่างรุนแรงถึงสองรอบแล้วก็ตาม
ผมเหลียวมองใบหน้าด้านข้างที่แสนเรียบง่ายและซื่อสัตย์ของอรยามหลับใหล ความคิดเปรียบเทียบในใจมันฉีกกระชากศีลธรรมความเป็คนดีของผมจนพังยับเยิน... ผู้หญิงคนนี้สละเวลาชีวิตมาคอยปรนนิบัติดูแลสามีด้วยความรักและความสะอาดตา แต่ผมกลับทรยศเธอนำคราบราคะชั่วร้ายจากชู้รักมากลบฝังรังรักของเรา
เช้าวันอังคาร แดดอ่อนๆ สาดส่องผ่านผ้าม่าน อรลุกขึ้นจากเตียงนอนตามปกติเพื่อเตรียมมื้อเช้าและทำงานบ้าน ส่วนผมก้าวลงบันไดมาล้างหน้าด้วยจิตใจที่ลอยล่องกระวนกระวาย ผมแกล้งนั่งอ่านแบบงานพิมพ์เขียวของไซต์งานก่อสร้างที่โต๊ะอาหารเพื่อหลีกเลี่ยงการสบตากับเธอตรงๆ
อรเดินถือตะกร้าผ้าอ้อมผ่านห้องรับแขกตรงไปยังเครื่องซักผ้าหลังบ้าน ทว่าในระหว่างที่เธอกำลังคัดแยกเสื้อผ้าทำงานของผมที่สวมใส่ไปเมื่อวันจันทร์ อรก็หยุดชะงักตัวนิ่งยืนทื่ออยู่หน้าตะกร้าผ้า
หัวใจของผมสะดุดหยุดเต้นทันทีด้วยความตระหนก สายตาของผมแอบจับจ้องสังเกตอาการของเธอผ่านช่องว่างประตูห้องครัว
อรหยิบเสื้อเชิ้ตทำงานสีฟ้าอ่อนของผมขึ้นมาจ่อใกล้ปลายจมูก สูดดมกลิ่นตรงบริเวณสาบคอเสื้อและไหล่ซ้ายช้าๆ สีหน้าเรียบง่ายของเธอแปรเปลี่ยนเป็ความสับสน เคลือบแคลง และปวดร้าวอย่างรวดเร็ว อรยืนดมเสื้อตัวนั้นซ้ำสองสามครั้ง และสายตาของเธอก็สังเกตเห็นรอยเปื้อนคราบจางๆ สีเนื้ออ่อนนวลตรงกระดุมเม็ดบนสุด (คราบครีมรองพื้นที่หลุดติดจากแก้มของเจนจิราตอนกอดจูบ) จนผมรู้สึกว่ามือและเท้าของตัวเองเย็นเฉียบจนชาหนึบ
อรเดินถือเสื้อเชิ้ตตัวนั้นเดินก้าวเข้ามาหาผมในห้องรับแขกช้าๆ ดวงตากลมโตสั่นระริกเจือแววสงสัยระแวดระวังจ้องลึกเข้ามาสบตากับผมที่แสร้งก้มหน้าดูแบบพิมพ์เขียว
"พี่พัฒน์คะ... เสื้อเชิ้ตทำงานตัวนี้ พี่พัฒน์สวมใส่ไปทำงานที่ไซต์งานก่อสร้างเมื่อวานใช่ไหมคะ?" อรถามน้ำเสียงเรียบแบนและสั่นเครือเล็กน้อย
"ใช่จ้ะอร... มีอะไรหรือเปล่าจ๊ะ?" ผมฝืนกลืนน้ำลายก้อนเหนียวหนืดลงคอปรับสีหน้าโกหกคำโตเป็รอบที่เท่าไหร่ไม่รู้
"คือ... อรได้กลิ่นน้ำหอมผู้หญิงที่เสื้อเชิ้ตของพี่พัฒน์ค่ะ... กลิ่นมันหอมแรงมาก เป็กลิ่นผลไม้ตระกูลเชอร์รี่ที่หวานเลี่ยนๆ แถวนี้เราใช้น้ำยาซักผ้าและน้ำหอมกลิ่นลาเวนเดอร์นี่คะ... และตรงบริเวณกระดุมเสื้อคอก็มีคราบครีมรองพื้นสีเนื้อเปื้อนอยู่จางๆ ด้วยค่ะ ปกติพี่พัฒน์ไม่ได้ใช้เครื่องสำอางแต่งหน้านี่คะ... พี่พัฒน์ไปติดกลิ่นน้ำหอมและรอยครีมพวกนี้มาจากไหนเหรอคะ?" อรถามตรงๆ แววตาเต็มไปด้วยคำถามและรอยร้าวของความไว้ใจที่เริ่มปริแตก
หน้าผากของผมเริ่มมีเหงื่อซึมไหลออกมาร้อนรุ่ม สมองรีบขุดแผนคิดหาข้ออ้างปัดสอยเอาตัวรอดทันควัน
"อ๋อ... กลิ่นและคราบรอยนั่นน่ะเหรอจ้ะอร" ผมแสร้งหัวเราะแห้งๆ ในลำคอปิดบังพิรุธ "พอดีเมื่อวาน่บ่ายหัวหน้าฝ่ายการตลาดที่เป็ผู้หญิงเขาเข้ามาประชุมตรวจสอบแผนงานก่อสร้างในตู้ออฟฟิศแคบๆ ด้วยกันน่ะจ้ะ ตอนที่กำลังกางพิมพ์เขียวเธอดันสะดุดขั้นบันไดเหล็กตู้คอนเทนเนอร์ พี่เลยรีบคว้าประคองตัวเอื้อมมือไปรับ ร่างของเธอกับสาบเสื้อเลยชนกระแทกโดนคอเสื้อพี่พอดี กลิ่นน้ำหอมกับคราบรองพื้นมันคงลอยมาติดเสื้อผ้าน่ะจ้ะ ไม่มีอะไรหรอกนะอร อย่าคิดมากเลย"
อรเงียบงันไปครู่ใหญ่ จ้องมองหน้าสามีด้วยสายตาที่เปี่ยมไปด้วยความลังเลใจและค้นหาความจริง คำโกหกของผมมันฟังดูมีเหตุผลแต่มันกลับขัดแย้งกับพฤติกรรมหลบเลี่ยงสายตาและท่าทีประหม่าของผมอย่างเห็นได้ชัด
"งั้นเหรอคะ... ทีหลังบอกหัวหน้าคนนั้นให้ลดน้ำหอมและระมัดระวังหน่อยก็ดีนะคะ อรไม่ค่อยชอบกลิ่นผู้หญิงคนอื่นติดตัวพี่พัฒน์กลับมาบ้านเลยค่ะ" อรเอ่ยประโยคตัดพ้อเบาๆ ก่อนจะหมุนตัวเดินหิ้วเสื้อเชิ้ตตัวนั้นกลับไปโยนลงเครื่องซักผ้าอย่างขัดใจ
ผมถอนหายใจยาวเหยียดพิงพนักเก้าอี้อย่างเหนื่อยล้าทางิญญา ทว่าพายุลูกแรกเพิ่งจะสงบ พายุลูกที่สองก็ก่อตัวขึ้นทันควัน
่ค่ำขณะที่เราสองคนนอนดูโทรทัศน์บนโซฟาในห้องนั่งเล่น โทรศัพท์มือถือของผมที่วางหงายอยู่บนโต๊ะเตี้ยแจ้งเตือนสั่นะเื "ครืด... ครืด..." หน้าจอสว่างวาบแสดงชื่อบัญชีไลน์ของเจนจิราส่งมา
อรขยับตัวจะเอื้อมมือไปหยิบมือถือส่งให้ผมด้วยความหวังดี แต่ผมกลับตื่นตระหนกตระหนักถึงความหวาดระแวงวิตกกังวลขีดสุด รีบตะปบคว้าหยิบโทรศัพท์มือถือตัดหน้าเธออย่างรวดเร็วและกระด้างจนมือหนาปัดโดนนิ้วมือเรียวของภรรยาหลวงอย่างแรง
อรรั้งมือกลับทันที จ้องมองพฤติกรรมการปกป้องโทรศัพท์มือถือที่ดูมีเลิศนัยและลนลานของสามีด้วยสายตาตกตะลึงและเ็ปลึกซึ้ง
"พี่พัฒน์คะ... ทำไมต้องรีบร้อนแย่งโทรศัพท์จากมืออรขนาดนั้นด้วยคะ? มีความลับอะไรที่อรดูไม่ได้หรือเปล่าคะ?" อรถามเสียงสั่นระริกน้ำตาคลอเบ้า แววตาสั่นเคร้งจับผิด
"ไม่มีอะไรหรอกจ้ะอร! พี่แค่กลัวโทรศัพท์จะตกพื้นหน่ะ แอร์มันเย็นมือพี่เลยลนลานไปหน่อย ไม่มีอะไรจริงๆ นะ" ผมรีบแก้ตัวหน้าด้านๆ พลางรีบสไลด์ปิดหน้าจอกดล็อกรหัสผ่านใหม่ที่เพิ่งเปลี่ยนเป็ตัวเลขซับซ้อนและคว่ำหน้าจอโทรศัพท์ลงกับโต๊ะทันทีเพื่อป้องกันไม่ให้เธอเห็นข้อความยั่วยวนชู้รักของเจนจิรา
อรไม่ได้พูดคัดค้านอะไรต่อ เธอลุกขึ้นเดินเลี่ยงหนีขึ้นห้องนอนชั้นบนไปเงียบๆ ปล่อยความเงียบงันและอุณหภูมิเย็นะเืของความหวาดระแวงกัดกินห้องนั่งเล่นจนมืดมิด ผมขยับลุกขึ้นไปเปิดตู้เย็นหยิบน้ำเย็นขึ้นมาดื่มมือไม้สั่นพยายามระงับประสาทหลอน
เมื่อขึ้นมานอนบนเตียง อรนอนหันหลังให้ผมและแกล้งทำเป็หลับสนิทไร้ปฏิกิริยาอบอุ่นกอดก่ายเหมือนเคย ผมนอนมองฝ่าความมืดเปิดมือถือแอบอ่านข้อความไลน์ของเจนจิราที่ส่องแสงวาบภายใต้ผ้าห่มผืนหนา: "คืนนี้เมียแสนดีของคุณจับพิรุธคราบน้ำรักคราบแป้งอะไรได้บ้างหรือยังคะคุณพัฒน์? เจนอยากเห็นเธอหน้าแตกแหกคอกเร็วๆ จังเลยค่ะ... มันคงจะเร้าอารมณ์ตื่นเต้นเสียวสยิวพิลึกจ๊ะผัวชู้"
ข้อความเย้ยหยันของเธอมันมีผลกระทบทางจิติญญาอันแสนสาหัสกัดกินจิตใจผมให้ทรมานร้าวลึก ผมรู้ตัวดีแล้วว่าชีวิตคู่ที่ขาวสะอาดของอรมันเริ่มแตกร้าวพังลงเรื่อยๆ และผมก็ไม่อาจหลุดพ้นจากวังวนปีศาจตัณหานี้ได้เลย
*****
“หลักฐานชิ้นสำคัญในกระเป๋าเสื้อ...
มันจะนำเธอไปสู่ความจริงอันเน่าเฟะเมื่อไหร่?”