เจี้ยนหลิน 剑林 เดินออกจากหอตำรา 书阁 ในยามที่ตะวันเริ่มคล้อยต่ำ แสงสีทองของมันอาบไล้ไปทั่วสำนักกระบี่เมฆาพิสุทธิ์ 云清剑宗 แต่ในใจของเด็กหนุ่มกลับรู้สึกหนักอึ้ง ความรู้ที่เพิ่งได้รับมานั้นเป็นดั่งสมบัติล้ำค่า แต่ในขณะเดียวกันมันก็เป็นดั่งโซ่ตรวนที่มองไม่เห็น
‘เตาหลอม 丹炉 ศิลาจิตวิญญาณ ห้องปรุงยา’
สามสิ่งนี้คืออุปสรรคใหญ่หลวงที่ขวางกั้นเส้นทางสู่การเป็นนักปรุงยาของเขา
เขาเดินกลับไปยังเรือนพักศิษย์นอกอย่างเงียบงัน ระหว่างทางยังคงสัมผัสได้ถึงสายตาที่จับจ้องมาเป็นระยะ แต่บัดนี้เขาไม่มีอารมณ์จะไปใส่ใจมันอีกต่อไปแล้ว
เมื่อกลับถึงห้องพักอันคับแคบ เขาก็นั่งลงบนเตียงไม้แข็งๆ สัมผัสได้ถึงความเย็นเยียบของแผ่นไม้ที่ส่งผ่านอาภรณ์เข้ามา เขาทบทวนถึงทรัพย์สินทั้งหมดที่ตนเองมี ศิลาจิตวิญญาณที่ได้จากการสังหารกลุ่มคนลึกลับและรางวัลภารกิจในอดีตนั้นมีอยู่เพียงไม่กี่สิบก้อน มันอาจจะเพียงพอสำหรับการบ่มเพาะพลังในช่วงเวลาสั้นๆ แต่หากจะนำไปซื้อเตาหลอมระดับต่ำที่สุดสักใบ ยังนับว่าห่างไกลนัก
‘จะให้ไปขอความช่วยเหลือจากอาจารย์ซ่ง 宋长老 งั้นรึ’ ความคิดนั้นผุดขึ้นมาชั่วขณะ แต่เขาก็ส่ายศีรษะปฏิเสธในทันที ‘นั่นคือหนทางของผู้ที่อ่อนแอ การพึ่งพาผู้อื่นตลอดไป ย่อมไม่อาจก้าวเดินบนเส้นทางแห่งเต๋า 道 อันยิ่งใหญ่ได้’
แล้วเยว่ชิงหลิง 月清灵 เล่า นางในตอนนี้ก็คงกำลังวุ่นวายอยู่กับไข่แห่งวายุบรรพกาล 太古风暴之卵 และการฟื้นฟูพลังของตนเอง เขาไม่ต้องการจะนำปัญหาของตนไปรบกวนนาง
‘ในเมื่อหนทางปกติถูกปิดตาย เช่นนั้นข้าก็ต้องสร้างหนทางของตนเองขึ้นมา’
ความคิดนั้นสว่างวาบขึ้นในใจของเขาอีกครั้ง
ตำรา รากฐานแห่งโอสถ กล่าวไว้ว่า หัวใจสำคัญคือ เตาหลอม การควบคุมเปลวไฟ และความเข้าใจในส่วนผสม เขามีความเข้าใจในส่วนผสมแล้วด้วยการหยั่งรู้ถึงพฤกษา 草木之触 ส่วนการควบคุมเปลวไฟนั้น แม้เขาจะไม่ชำนาญธาตุอัคคี แต่พลังธาตุพฤกษาของเขาก็สามารถ ชี้นำ ความร้อนได้ในระดับหนึ่ง
ปัญหาที่เหลืออยู่ก็คือ เตาหลอม และ เปลวไฟ
‘หากข้าไม่มีเตาหลอม ก็แค่หา สถานที่ ที่มีความร้อนคงที่มาทดแทน หากข้าไม่มีเปลวไฟ ก็แค่หา แหล่งกำเนิดไฟ จากธรรมชาติ’
เมื่อคิดได้ดังนั้น ประตูที่เคยปิดตายก็ดูเหมือนจะมีแสงสว่างรำไรเล็ดลอดเข้ามา เจี้ยนหลินลุกขึ้นยืนอีกครั้ง ความมุ่งมั่นกลับคืนสู่ดวงตาของเขาอีกครา เขาก้าวออกจากห้องพัก มุ่งหน้าไปยังสถานที่ที่คึกคักที่สุดในเขตศิษย์นอก
หอภารกิจ 任务殿
เขาจะต้องหาภารกิจที่นำพาเขาไปยังสถานที่ที่มีแหล่งความร้อนตามธรรมชาติ
เมื่อมาถึงหอภารกิจอีกครั้ง บรรยากาศยังคงคึกคักเช่นเคย เสียงพูดคุยจอแจของเหล่าศิษย์ดังระงม อากาศภายในอบอวลไปด้วยกลิ่นเหงื่อไคลจางๆ ปะปนกับกลิ่นดินและคาวเลือดจางๆ จากผู้ที่เพิ่งกลับมาจากภารกิจ แสงจากศิลาจิตวิญญาณที่ประดับไว้บนเพดานส่องสว่างวูบวาบ
เจี้ยนหลินไม่สนใจสายตาเหล่านั้น เขาเดินตรงไปยังป้ายประกาศภารกิจขนาดใหญ่ สัมผัสได้ถึงแรงสั่นสะเทือนเบาๆ จากพื้นไม้ทุกครั้งที่มีคนเดินสวนไปมา สายตาของเขากวาดมองอย่างรวดเร็ว ค้นหาภารกิจที่เกี่ยวข้องกับสถานที่ที่มีพลังธาตุไฟเข้มข้นหรือมีความร้อนผิดปกติ
และแล้วเขาก็พบมัน
ภารกิจหนึ่งที่ถูกติดไว้บริเวณมุมล่างสุด ดูเหมือนจะไม่มีผู้ใดสนใจมาเป็นเวลานานแล้ว
สำรวจแหล่งความร้อนประหลาด ณ หุบเขาเพลิงโลกันตร์ รวบรวม ศิลาอัคคี จำนวนยี่สิบก้อน รางวัล ศิลาจิตวิญญาณระดับต่ำหนึ่งร้อยก้อน
หุบเขาเพลิงโลกันตร์ คือสถานที่อันตรายที่ตั้งอยู่บริเวณชายขอบทิศใต้ของอาณาเขตสำนัก มีชื่อเสียงในด้านพลังงานธาตุไฟที่ปั่นป่วนและอสูรธาตุไฟที่ดุร้าย ศิษย์ทั่วไปย่อมไม่มีผู้ใดอยากจะย่างกรายเข้าไป
แต่สำหรับเจี้ยนหลินแล้ว ที่แห่งนั้นคือ ห้องปรุงยา ชั้นเลิศจากธรรมชาติ แหล่งความร้อนประหลาดที่ภารกิจกล่าวถึง อาจจะเป็น เตาหลอม ที่สวรรค์ประทานให้เขาก็เป็นได้
ขณะที่เขากำลังจะเดินไปยังโต๊ะเพื่อรับภารกิจนั้น เขาก็รู้สึกได้ถึงสายตาคู่หนึ่งที่จับจ้องมายังเขาอย่างไม่เป็นมิตร เมื่อหันไปมองก็พบว่าเป็นศิษย์ในคนหนึ่งจากหออัคคีเมฆา มันมองเขาด้วยแววตาที่เย็นเยียบ ก่อนจะแค่นเสียงแล้วเดินจากไป
‘ดูเหมือนว่า ปัญหาจะตามติดข้าไปทุกที่เสียแล้วสินะ’
เจี้ยนหลินมิได้ใส่ใจ เขาเดินตรงไปยังโต๊ะของผู้อาวุโสผู้ดูแล สัมผัสได้ถึงกลิ่นหมึกจางๆ จากม้วนบันทึกที่กองอยู่บนโต๊ะ
ศิษย์ขอรับภารกิจสำรวจหุบเขาเพลิงโลกันตร์
ผู้อาวุโสที่กำลังนั่งหลับตาอยู่ค่อยๆ ลืมตาขึ้นมองเขาอย่างประหลาดใจ ก่อนจะพยักหน้าช้าๆ หุบเขาแห่งนั้นอันตรายนัก เจ้าแน่ใจแล้วรึ
ข้าแน่ใจแล้วขอรับ
ผู้อาวุโสพยักหน้าอีกครั้ง ก่อนจะมอบม้วนบันทึกภารกิจและแผนที่อย่างง่ายให้แก่เขา
เจี้ยนหลินรับม้วนบันทึกมาด้วยความเคารพ สัมผัสได้ถึงความเรียบเนียนของแผ่นหนังที่อยู่ในมือ ในใจของเขารู้สึกถึงความตื่นเต้นระคนความท้าทาย นี่คือการเดิมพันครั้งสำคัญ หากสำเร็จ เขาก็จะสามารถก้าวเดินบนเส้นทางแห่งโอสถได้อย่างแท้จริง แต่หากล้มเหลว เขาก็อาจจะไม่มีโอกาสได้กลับมาอีกเลย
(จบตอนที่ 189)