D.W.O. 7 การ์ดราชันย์ครองพิภพ

    เวลาที่หมดลง 3

     

            มังกรซากศพขนาดยักษ์ปรากฏตัวออกมาพร้อมอัศวินซากศพทั้งสามและเมื่อมันรับรู้ได้ถึงการคงอยู่ของศัตรูมอนสเตอร์ทั้งสี่ก็ตรงเข้าต่อสู้กับบอสแห่งปราสาทที่ถูกลืมเลือน แทนซึ่งขณะนี้สวมใส่คันศรวิญญาณมังกรดราก้อนเรจ และดราก้อนโซลอยู่เตรียมโจมตีจากระยะไกล และในขณะนั้นคิทก็ยังโจมตีใส่บอสอย่างรุนแรงทั้งดาบทั้งเวทมนตร์ผลึกถูกเรียกใช้ไม่ยั้ง ส่วนเรื่องค่าความเสียหายที่เขาได้รับ ก็ได้ลินเป็นคนคอยช่วยเพิ่มพลังและสนับสนุน

            “เอาไปกินเลย!”แทนตะโกนเสียงดังก่อนจะรัวลูกธนูใส่บอส และด้วยคุณสมบัติของคันศรวิญญาณมังกรที่พลังโจมตีจะเพิ่มขึ้นหากมีการ์ดมังกรอยู่ในสุสานคุณสมบัติของการ์ดดราก้อนเรจและดรากอนโซลที่เมื่อสวมใส่พร้อมกันจะเพิ่มพลังโจมตีอย่างมากทำให้การโจมตีที่เกิดขึ้นทรงพลัง

            และสุดท้าย...สกิลเบลสออฟมิราจที่แทนใช้ทำให้ค่าความเสียหายที่เกิดขึ้นนั้นทวีความรุนแรงมากขึ้นไปอีก

             

            “26,766!”                                “26,771!”

            “13,855!”                               “13,746!”

            “26,860!”                                “26,339!”

            “13,661!”                               “13,901!”

            “26,009!”                                “26,298!”

            “13,992!”                               “13,880!”

             

            “มีประโยชน์เหมือนกันนี่ไอ้ลูกเจี๊ยบ!”คิทกระตุกยิ้มพร้อมกับตะโกนออกมา และในตอนนั้นบอสก็เหวี่ยงดาบเข้าใส่แต่ชายคนนั้นก็เบี่ยงตัวหลบเข้าระยะประชิดแล้วแทงใส่บอสตามด้วยยกเท้าท่สวมใส่เกราะอยู่ยันออกไป

            “นี่เพิ่งจะหนังตัวอย่าง!”แทนพูดขึ้นก่อนจะเรียกใช้สกิล ต่อไปของเขา

            “แมนอิน เดอะ มิลเลอร์!” เป้าหมายของสกิลที่แทนเรียกใช้คือคิทที่กำลังตั้งรับพร้อมกับตอบโต้การโจมตีของบอสและครั้งนี้นับเป็นโชคดีของแทน เขาสุ่มได้สกิลที่ต้องการตั้งแต่ครั้งแรกที่เรียกใช้ทักษะนี้

             

            “แจ่ม!” แทนทำเสียงสะใจก่อนจะเรียกใช้สกิลที่เพิ่งได้มา “คริสตัลเวพอน!”

            “เฮ้ย!”คิทตกใจที่ได้ยินเสียงเรียกใช้สกิลของตนเอง และในขณะนั้นก็เป็นจังหวะที่บอสใช้การโจมตีด้วยท่าฟาดฟันระดับสูงทำให้คิทต้องรับการโจมตีที่ว่าเข้าไปแต่ดูแล้วจากท่าทางของเขาก็โจมตีที่ว่าไม่น่าจะหนักหนาอะไร

            “ลองเอานี่ไปกิน!”แทนตะโกนลั่นแล้วโจมตีใส่กษัตริย์แบกเดอร์มากัสด้วยลูกศรแบบไม่ยั้งค่าความเสียหายที่เกิดขึ้นรุนแรงกว่าที่เคยเป็นเพราะสกิลคริสตัลเวพอนท่แทนใช้ออกไป

             

            “33,789!”                                “33,001!”                                “33,452!”                                “33,766,!”

            “16,781!”                               “16,992!”                               “16,748!”                               “16,881!”

            “33,376!”                                “33,091!”                        “33,542!”                                “33,804!”

            “16,715!”                               “16,843!”                               “16,004!”                               “16,325!”

             

            ค่าความเสียหายจำนวนมากหยุดลงที่ตรงนี้แต่หลังจากการโจมตีอันหนักหน่วงของแทนจบลงบอสที่รับการโจมตีเข้าไปก็เรียกใช้ท่าโจมตีสวนกลับ...

            “เบลดออฟ ดิ ออร์เดอร์! (Blade of the Order)” หลังสิ้นเสียงปรากาศท่าที่บอสใช้แสงสีขาวและแสงสีดำก็ไปรวมกันที่ดาบของราชาผู้ถูกหลงลืม ต่อจากนั้นการโจมตีด้วยท่าพุ่งฟันที่ตามมองไม่เห็นก็ถูกใช้ออกมาเพียงดาบเดียวที่ฟาดฟัน ก็สร้างความเสียหายกับคิทที่อยู่ตรงหน้าอย่างรุนแรง…

             

            “107,372!”

             

            “เวรล่ะ...คอส!”แทนเสียงตื่นเมื่อมองเห็นค่าความเสียหายที่เกิดขึ้น

            “บอกแล้วว่าฉันไม่ใช่ไอ้เจ้ากระจอกคอส!แค้นี้จิ๊บจ้อย...น้องสาวจัดคาถาเพิ่มพลังมาเรื่อยๆ!” คนที่อ้างว่าตัวเองไม่ใช่คอสตะโกนสั่งอย่างไม่สะทกสะท้าน

            “เลเวล120 กว่าเนี่ยนะกระจอก...” แทนพูดถึงคอส“แล้วไอ้เจ้านี่มันเป็นใคร มันเลเวลเท่าไรของมันกัน”

            “ท่านคิทสุดเท่ห์!เลเวล 147 เฟ้ย...!” ชายหนุ่มที่พุ่งเข้าไปฟังบอสตะโกนตอบโดยไม่หันมามองหลังจากนั้นเขาก็เรียกใช้การ์ดโจมตีด้วยการ์ดทรงพลังจนทุกคนที่มองเห็นตกตะลึง...พลังของการ์ดแอเรียกำลังจะสถิต

            “แอเรีย!”

            หลังจากสิ้นเสียงเรียกใช้ร่างของคิทก็ถูกห่อหุ้มด้วยผลึกแก้ว ก้อนผลึกที่รวมตัวกันทำให้ร่างของผู้เรียกใช้กลายเป็นนักรบผลึกขนาดยักษ์ในมือมีดาบผลึกสีแดงส่องสว่าง จากความใหญ่โตของร่างที่ว่า ทำให้เพดานปราสาทถึงกับพังทะลายลงมา

            “ลินหลบเร็ว!”แทนตะโกนขึ้นพร้อมกับพุ่งตัวไปดึงลินออกมาจากบริเวณที่จะเกิดการถล่มและหลังจากนั้น แทนซึ่งยังนอนอยู่กับพื้นหลังช่วยลินไว้ได้ ก็ไม่ได้เห็นว่าเกิดอะไรต่อจากนั้นมันมีเพียงเสียงร้องโหยหวนของวิญญาณกษัตริย์ตรงหน้าและตามมาด้วยเสียงแจ้งของระบบ

                   

            กลุ่มผู้เล่นสามารถจัดการบอสแห่งปราสาทในสายหมอกราชาผู้ถูกหลงลืมแบกเดอมากัส เลเวล 187 ลงได้ ได้รับการ์ดกษัตริย์แบกเดอมากัส ระดับ 15 ดาว 1 ใบได้รับมงกุฎบิ่น 1 ชิ้น ได้รับค่าประสบการณ์ 2,477,844หน่วย ผู้เล่นแทนไทยเลื่อนระดับเลเวลเป็น 89 ผู้เล่นลลินเลื่อนระดับเลเวลเป็น65 ผูเล่นคิท โคซี่ คอสเลื่อนระดับเลเวลเป็น 148 ได้รับเงินจำนวน 2,700,000 กิล

     

           “อะไรฟะ...จบละกำลังมันมือ...ไอ้หนูของพวกแกเอาไปก็แล้วกันฉันไม่อยากได้ของที่ต้องอาศัยคนอื่นสู้ด้วย”คิทบ่นหลังระบบแจ้งผลการต่อสู้เขากำลังพูดถึงของที่ได้มาจากการล้มบอสว่าเขาไม่ต้องการ

     

           ผู้เล่นเคลียร์เงื่อนไข ‘ดวงใจที่หลอมรวม’ ได้รับสร้อยคอแห่งความสามัคคี 1 ชิ้นและจะถูกส่งกลับไปยังสถานที่ซึ่งผู้เล่นถูกวาร์ปมา...

     

           หลังสิ้นเสียงของระบบพวกของแทนก็ถูกวาร์ปกลับมาที่ Npc ที่ให้เควสแก่เขา เมื่อ Npc ผู้นั้นเห็นพวกของแทนกลับมาถึงก็ถามขึ้นทันที

           “พวกเจ้าได้สร้อยคอแห่งความสามัคคีมาแล้วใช่ไหม” เธอว่า

           “อื้อ...” แทนพยักหน้าตอบกลับ

            “ถ้าอย่างนั้นจงนำสร้อยคอนั่นมาให้ข้าแล้วเจ้าจะได้รับไอเทมสำหรับสร้างกิลด์” เธอพูดเสียงเรียบและเมื่อแทนได้ยินดังนั้นก็ยื่นสร้อยคอให้กับ Npc ที่ยืนอยู่ตรงหน้า

            “เดี๋ยว!” แทนที่ยื่นมือไปแล้วชักมือกลับ

             Npc ขมวดคิ้วสงสัยว่าเกิดอะไรขึ้น“มีอะไรรึ”

             “ตัวจริงใช่ไหมนี่” แทนถามขึ้น

             Npc หญิงถอนหายใจยาวก่อนจะส่ายหย้าเพิ่มเข้าไปอีกอย่าง“ทำอย่างกับข้าอยากได้สร้อยคอของเจ้ามากงั้นล่ะ เอ้า...!ดูนี่!” เธอพูดพร้อมกับหยิบลังสร้อยคอจำนวนมากออกมาแล้ววางกระแทกไปตรงหน้าของแทน

            “อ่าว...ก็มีตั้งเยอะจะให้เราไปหามาทำไมตั้งขายสิ คนซื้อเพียบ” แทนว่า

            Npcหรี่ตามองพร้อมกับถอนหายใจอีกครั้งด้วยความเอือมระอา “บังเอิญยังไม่อยากโดนไล่ออกน่ะนะ” แล้วอีกอย่าง…”เธอเอื้อนเสียง “ถ้านายยังไม่เอาสร้อยนั่นมาให้ฉันจะส่งไปทำเควสใหม่ รับรองโหดกว่าเดิมแน่นอน!”

            เมื่อแทนได้ยินดังนั้นก็ทำท่าตกใจ ตามด้วยรีบยื่นสร้อยคอแห่งความสามัคคีให้Npc ที่อยู่ตรงหน้าทันที “แหม...ล้อเล่นนิดหน่อยเอง”เขาว่า

            “อ้าว...” เธอพูดพร้อมกับหรี่ตามองสร้อยที่แทนส่งให้ “นี่มันไม่ใช่สร้อยที่ข้าต้องการนะเจ้าเอามาผิดอันแล้วล่ะผู้เล่นเอ๋ย” คนพูดทำหน้าผิดหวังใส่สร้อยเส้นที่อยู่ในมือ

            “หา!” แทนกับลินประสานเสียง

            “พวกเจ้าไปจัดการเอาอันที่ถูกต้องมาใหม่แล้วข้าจะจัดการไปเทมสำหรับตั้งกิลด์ให้...” เธอพูดพร้อมกับชูมือขึ้น“วาร์ป!”

            “เฮ้ยยยย!” แทนร้องเสียงหลง ขณะที่ลินไปหลบอยู่ด้านหลังของเขา

            แต่เมื่อเวลาผ่านไปก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้นรอบข้างไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง แทนมองรอบตัวแล้วจึงรู้ว่ายังอยู่ที่เดิน และเมื่อเขาคิดทบทวนดูแล้วว่าเหตุการณ์แบบนี้หมายความว่าอย่างไรสุดท้ายเขาก็ได้คำตอบที่ว่า

            แทนหันมองหน้าNpcแล้วหรี่ตาจ้องไปที่หน้าก่อนจะถามสั้นๆ “สนุกมากใช่ไหมนี่...”เขาถาม

            หญิงสาวตรงหน้าหัวเราะร่วนก่อนจะตอบออกมาพร้อมกับยื่นไอเทมให้เขาหนึ่งชิ้น “เลียนแบบเจ้ายังไงล่ะ ล้อเล่นนิดหน่อยเองอ่ะ...อันนี้คือจารึกแห่งกิลด์ เมื่อพวกเจ้าเปิดใช้งานก็จะสร้างกิลด์ได้สำเร็จ”Npc ว่า “จะสร้างเลยไหม” เธอถาม

            แทนส่ายหน้าปฏิเสธทันทีที่ได้ยิน “รอเพื่อนกลับมาก่อนค่อยสร้าง”เขาตอบชัดเจน หลังจากนั้นก้หันไปหาคิทที่ยังกอดอกมองพวกเขาอยู่ “ขอบคุณมาก ไม่ได้นายมีหวังตายยกฝูงแน่นอน” แทนว่า

            คิทมองดูแทนกับลินอย่างพิจารณาแล้วจึงพูดขึ้นด้วยสีหน้าจริงจัง“เกรียนๆ อย่างนี้พี่ชอบว่ะสร้างกิลด์แล้วมาเป็นกิลด์สาขาของคริสตัลอินเฟอร์โนดีกว่าว่ะไอ้น้องชาย” เขาพูดจบก็หัวเราะเสียงดัง ส่วนแทนเลิกคิ้วสูงประหลาดใจที่ได้ยินแต่ยังไม่ทันที่เขาจะตอบอะไรกลับไป เอ็ดเวิร์ดที่ตายในการต่อสู้ก็มาถึงสำนักงานกิลด์

            “อ่าวพี่เอ็ด...แล้วเจ้าบลานซ์ล่ะพี่” แทนถาม

             “เจ้านั่นออกจากเกมไปแล้วล่ะเห็นว่ากำลังพยายามติดต่อนิกกี้ ถ้าได้เรื่องแล้วจะติดต่อพวกเรา ว่าแต่พวกนายรอดใช่ไหม”เอ็ดเวิร์ดมองไปที่ลินและแทน

             “ได้พี่คิทช่วยน่ะสิถึงรอดมาได้”แทนพูดพร้อมกับหันไปที่คิทซึ่งกำลังยื่นหน้ามอง Npc ที่ยืนอยู่แถวนั้นด้วยท่าทียียวนสองมือล้วงกระเป๋าตามด้วยหรี่ตามองแบบหาเรื่อง

            “เจ้าคอสน่ะนะ”เอ็ดเวิร์ดย่นคิ้วเข้าหากัน เขานึกว่าแทนพูดชื่อผิด

            ลินส่ายหน้าไปมาอย่างรวดเร็วแทนการไม่เห็นด้วย“ตอนนี้พี่ที่ยืนอยู่นั่นไม่ใช่พี่คอสหรอกนะคะพี่เอ็ดนั่นพี่คิท...อีกคนหนึ่งที่อยู่ในร่างนั้น” หญิงสาวอธิบาย

            “หะ...?”เอ็ดเวิร์ดทำหน้าประหลาดใจ เขาเอียงคอมองทางซ้ายแล้วตามด้วยมองทางขวาแล้วเดินวนไปรอบๆ ซึ่งคนถูกมองเริ่มรู้สึกไม่ค่อยชอบใจเท่าไรแต่สุดท้ายเอ็ดเวิร์ดก็พูดขึ้นมาเสียก่อน

            “ยังกะการ์ตูน”เขาพูดขณะห่อไหล่สองมือล้วงกระเป๋า แต่สองเท้าไม่ก้าวเข้าใกล้

            “เหอะ...”แทนหัวเราะแกนๆ “พี่ลืมไปรึเปล่าว่านี่มันเกมเรื่องแบบนี้ไม่ใช่เรื่องแปลก แถมตอนฟังเสียงจากระบบแล้วน่าจะไม่ใช่สองร่างด้วยน่าจะเป็นสาม...ใช่ไหมพี่คิท” เขาหันไปถามยิ้มๆ

            คิทละสายตาจากที่มองหน้าเอ็ดเวิร์ดคล้ายหาเรื่อง แล้วหันมาหาแทน

    “หึ...สามว่ะ”คนพูดยิ้มกวนๆ แบบไม่กลัวใคร “อีกคนเป็นพี่คนโตของพวกเราสามพี่น้องพี่โคซี่…คนที่เก่งที่สุดใน

    พวกเราสามคน”

            “ก็ว่าอยู่…แล้วพี่ไปทำอีท่าไหนถึงได้เป็นแบบนี้อย่าบอกนะว่าพี่เป็นแบบนี้มาตั้งแต่โลกข้างนอกแล้วถ้างั้นจริงผมว่าโลกนี้มันชักจะอยู่ยากขึ้นทุกวัน” แทนถามกลั้วหัวเราะ

            “เสียใจว่ะไอ้น้องอันนี้มันความลับระดับชาติ” คิทตอบพร้อมยักไหล่ “บอกได้แค่ว่า...พวกฉันมีสามคน ทุกคนเป็นคนของคริสตัลอินเฟอร์โน”

            “ก็ไม่น่าพลาด”แทนพูดก่อนจะใช้มือจับที่ปลายคาง “เออ...คอสไม่ใช่สิ...พี่คิท แล้วพวกพี่มาทำไมที่คาลิปนี่ล่ะ คงไม่ได้มาล่ามอนแถวนี้หรอกนะเพราะดูแล้วโดนพี่หายใจรดพวกมันก็ตายแล้ว” ชายหนุ่มหันไปถาม

            “มีธุระกับไอ้เจ้าไรอันจอมเก๊กพูดแล้วก็เซ็ง มาถึงก็ถึงคิวฉันต้องไปเจอมันเลย” คิทตอบอย่างเซ็งๆ “เหม็นหน้ามันชิบ”

            “พี่คิท...”แทนพูดด้วยแววตาเป็นประกาย “ได้ยินคำนี้นี่ผมแทบก้มกราบเลยพี่! โคตร...ถูกใจอ่ะ!”พูดไปเขาก็ใช้กำปั้นขวาทุบไปที่อกตัวเองสองสามที

            คิทหัวเราะก่อนจะเดินมาตบไหล่ของแทน “เห็นด้วยกับฉันล่ะสิ…ไอ้นั่นมันขี้เก็ก” ชายหนุ่มหน้ากวนว่า

            เอ็ดเวิร์ดหรี่ตามองหน้าแทนก่อนจะยิ้มออกมา“ยังแค้นเรื่องที่เด็กนายไปอยู่กับกิลด์นั้นล่ะสินะ พ่อหนุ่มนักรัก”เขาหัวเราะร่วน “รู้ว่าเสี่ยง...แต่คงต้องขอลอง”

            “พี่เอ็ด...”แทนเสียงเข้มสายตาข่มขู่

            “อ่าวๆๆๆขวัญใจวัยเกรียนหน้าตาเป็นยังไงอยากรู้จริงๆ ” คิททำตาโต “ไอ้คนแบบนี้มันจะมีแฟนเลยรึ” ชายในชุดเกราะพูดขึ้น

            “มันเจ๋งกว่านั้นนะคิทคิทใช่มั๊ย...ฉันเรียกถูกนะ” เอ็ดเวิร์ดที่ดูแล้วจะรุ่นราวคราวเดียวกับคิทว่าและเมื่ออีกฝ่ายพยักหน้าเขาก็พูดต่อ “มันจะไปง้อคู่หมั้น…คู่หมั้นไม่ใช่แฟนอีแบบนี้ไม่ใช่แฟนก็ทำแทนได้” เอ็ดเวิร์ดพูดพร้อมกับจ้องไปยังคนที่เขากำลังตั้งใจล้อซึ่งเขาคิดว่าคงได้เห็นท่าทางลุกลี้ลุกลนของผู้ชายคนนี้

            “อืมใช่...คนนี้ผมรักจริงหวังแต่ง”แทนพูดหน้านิ่ง

            ทั้งสามคนที่เหลือสีหน้าประหลาดใจทันทีที่ได้ยินคำนั้นและก็เป็นหญิงสาวคนเดียวในกลุ่มที่พูดออกมาก่อนใคร

            “พี่แทนนี่เกรียนมุ่งมั่นจริงๆ”ลินว่า

            “ยอมแพ้แกจริงๆเจ้าแทน ช่างสายเดี่ยว” เอ็ดเวิร์ดส่ายหัวไปมา

            “เด็ดเดี่ยวพี่สายเดี่ยวมันโป๊ ไม่เหมาะกับผม” แทนรับมุกซึ่งเอ็ดเวิร์ดทำหน้าพอใจ แต่ลินแอบเบนหน้าหนีแล้วตีหน้าเอือมไม่ให้ใครเห็น

            “เจ๋งฟัดๆระดับหวังแต่ง โดนว่ะ!” คิททำหน้าถูกใจ “ป่ะ...ไปกัน”เขาพูดพร้อมกับออกเดิน

            “ไปไหนพี่...”แทนถาม

            “กิลด์ขี้เก๊กพาลาดิน”คิทพูดพร้อมแสยะยิ้ม พร้อมกับออกเดินนำหน้า แล้วชูมือขึ้นกวักเรียกคนอื่นให้ตามเขาไป

            แทนหันมองหน้าเอ็ดเวิร์ดกับลินก่อนจะพูดขึ้น“เสร็จจากเรื่องนี้เดี๋ยวพวกเราออกจากเกมกันพี่เอ็ดจะลงมากรุงเทพอยู่แล้ว ถ้างั้นเราไปหายัยนิกกี้ดูสิว่ายัยนั่นเป็นอะไรรึเปล่า”ชายหนุ่มพูด

            “เออ...ตั้งใจอย่างนั้นไว้เหมือนกันว่าแต่น้องลินล่ะครับ ช่วยไปเป็นออกซิเจนให้พี่เอ็ดหายใจหน่อยได้ไหมครับ” เอ็ดเวิร์ดพูดพร้อมกับส่งสายตากระลิ้มกระเรี่ยไปที่หญิงสาวหน้าใส

            “ลินอยากไปด้วยแต่ลินขับรถไม่เป็นค่ะพี่เอ็ดคนขับรถที่บ้านลินกับแม่บ้านที่เป็นภรรยาเขาขอหยุดกลับไปเยี่ยมบ้านค่ะพี่ลินเลยไม่รู้จะไปยังไง” เธอตอบด้วยสีหน้าเสียดาย

            “เดี๋ยวพี่ไปรับบ้านลินอยู่ในกรุงเทพใช่ไหม” แทนถาม

            ลินพยักหน้ารับก่อนจะตอบออกมา“ใช่ค่ะพี่แทน แต่นัดเจอกันที่พี่สะดวกก็ได้ค่ะ ลินอยากไปทะเลสวยๆ อยู่พอดีทะเลไทยสวยดีนะคะ ไม่แพ้ทะเลมัลดีฟเลยจริงๆ” เธอพูดถึงสถานที่ท่องเที่ยวชื่อดังในต่างประเทศซึ่งตั้งอยู่ทางตะวันตกเฉียงใต้ของอินเดียและศรีลังกา

            “จริง...เมืองไทยไม่แพ้ชาติใดในสามโลก” แทนเห็นด้วยแล้วหลังจากนั้นพวกเขาทั้งหมดก็มุ่งหน้าไปยังที่ตั้งของกิลด์ไวท์พาลาดินโดยที่คิทในชุดเกราะเดินอาดอยู่ด้านหน้าไม่หลบให้ใคร นอกจากพวกเด็กๆ

     

            พวกของแทนตามคิทมาถึงกิลด์ไวท์พาลาดินและเมื่อไปถึงคิทก็ทำท่าจะเดินเข้าไปแบบไม่สนใจใคร ซึ่งมันทำให้คนของไวท์พาลาดินกรูกันเข้ามาทันที

            “เฮ้ย! แกคิดว่าที่นี่เป็นที่ไหนกัน!” เสียงชายร่างกายสูงใหญ่ที่เฝ้าอยู่หน้าประตูพูดขึ้นพร้อมกับยกมือขวาง             

            “ไม่รู้รึไงว่านี่เป็นกิลด์ไวท์พาลาดินของคุณไรอันร้อยศาตรา!”ชายอีกคนที่ร่างเล็กกว่าตวาดเสียงดังพร้อมกับจ้องมองหน้าคิทที่กำลังเบ้ปากใส่

            “รู้สิถ้าไม่รู้จะเดินมาทำไมให้เมื่อย” คนถูกถามพูดขึ้น

             “อ่าวไอ้นี่วอน...!”ชายคนสูงกว่าพูดอย่างหงุดหงิด “มาลดสักห้าเลเวลเลยดีกว่าไอ้หนู!”

              “ม๊า! มาเลยดีกว่า กำลังคันมือ บอสตัวที่เจอก็ดันตายง่ายเสียจริงตบเกรียนเด็กเจ้าไรอันขี้เก๊กแก้เซ็งก็ดีเหมือนกัน!” คิทพูดพร้อมกับเตรียมตัวใช้เด็คของเขาแทนและลินมองดูสองคนที่กำลังจะโชคร้าย ว่วนเอ็ดเวิร์ดเข้าสู่โหมดแชตกับสาวในเครือสมโชคโภคภัณฑ์

              “หยุด!” เสียงตะโกนดังมาจากด้านใน ชายผมสั้นทรงทหารในชุดเกราะเบาเป็นเจ้าของเสียงที่ว่าแทนมองเห็นแล้วจำได้ว่าผู้ชายคนนี้น่าจะเป็นคนที่เป็นกรรมการให้เขาตอนสู้กับคีย์ “พวกนายสู้เขาได้ไม่ถึงนาทีก็ตายแล้ว อย่าหาเรื่องจะดีกว่า” ชายคนนั้นว่า

              เมื่อคิทมองเห็นชายตรงหน้าแล้วก็ยิ้มที่มุมปาก“ไอ้กิลด์นี้ก็มีนายอยู่คนเดียวล่ะนะแมทที่ฉันว่าพอจะเป็นผู้เป็นคนกับเขาบ้าง”คิทพูดขึ้น

              ชายที่คิทเรียกชื่อว่าแมทหันมองทางเขาแล้วขยับยิ้มก่อนจะพูดออกมา“ถ้าเป็นไปได้ฉันก็ไม่อยากให้ใครมาว่ากิลด์ของคุณหนูไรอันนะคิท” ชายที่ไว้ผมทรงทหารพูดเสียงเข้มแต่ใบหน้าก็ยังยิ้มอยู่

              คิทซึ่งตั้งแค่พวกแทนได้พบนั้นไม่เคยเกรงใจใครแต่กับแมทเขากลับทำหน้านิ่งคิดไปสองสามวินาที หลังจากนั้นจึงตอบออกไป “โอเค...ขอโทษด้วยที่ฉันไปว่ากิลด์นาย”เขายักไหล่และผายมือทั้งสองข้าง

               แทน เอ็ดเวิร์ดและลินมีสีหน้าเต็มไปด้วยความสงสัยในทันทีทำไมคนอย่างคิทที่พูดถึงหัวหน้ากิลด์นี้อย่างไม่แยแสกลับเกรงใจผู้ชายตรงหน้าทั้งๆที่แมทเป็นเพียงแค่สมาชิกกิลด์ธรรมดา

               “พี่คิทเนี่ยนะ...ขอโทษ...”แทนหันไปพูดกับลิน ซึ่งหญิงสาวเองก็ส่ายหน้าไม่เข้าใจเช่นเดียวกัน แต่ยังไม่ทันที่เธอจะตอบอะไรกลับไปคิทกับแมทก็เริ่มคุยกันต่อ…

               “ครั้งสุดท้ายที่เจอนั่นเป็นคอสถ้านับตอนที่เจอโคซี่ก็น่าจะนานแล้วนะนี่” คนของไวท์พาลาดินพูดขึ้นก่อน

               “นั่นสินะ ตอนนายซัดกับพี่โคซี่นั่นก็นานแล้วนี่นะว่าแต่เจ้าไรอันอยู่รึเปล่า ฉันมีธุระกับเจ้านั่น...พี่โคซี่สั่งมา” คิทถามขึ้น แล้วยกแขนขึ้นมากอดอก หลังจากนั้นก็จ้องไปที่คนเฝ้าประตูสองคนอย่างเสียดายที่ไม่ได้ลงมือจัดการซึ่งดูเหมือนชื่อของคิทน่าจะเป็นที่รู้จักดีเพราะสองคนั้นทำท่ากลืนน้ำลายลงคออย่างหวาดๆ

               “นายก็พูดเกินไปตอนนั้นฉันแค่โดนโคซี่สอนมวยชัดๆ แล้วก็...คุณหนูพาคนออกไปจัดการบอสที่เพิ่งรู้สถานที่น่าจะกลับมาเย็นๆ” แมทตอบออกมาเสียงเรียบ

                “เวร...” คิทบ่นออกมา “งี้ฉันก็ต้องรอเจ้านั่นที่นี่อีกนานเลยสิ”เขาบ่นอุบ

                “นานนี่พอที่โคซี่จะออกมาไหมฉันอยากเจอเจ้านั่น”

                 คิทส่ายหน้า “คงไม่ได้เจอกับพี่โคหรอกตอนนี้เขาไม่อยากเจอใคร เขาออกมาปุ๊บก็เข้าดันเจี้ยนเลยกว่าจะกลับออกมาก็เป็นเวลาที่เจ้าคอสออกมาแทนแล้ว” ชายหนุ่มพูดหน้านิ่ง

                 “น่าเสียดาย...”ชายในชุดเกราะเบาผมทรงทหารพูดสีหน้าเขาบ่งบอกว่าคำพูดที่พูดออกมานั้นจริงจัง

                 “ถ้างั้นฉันว่าคนที่จะกลับมาคุยกับเจ้าไรอันน่าจะเป็นเจ้าคอสดีเลย...ฉันเกลียดเรื่องคุยกันแบบนี้สุดๆ” คิททำหน้าโล่งใจ “แต่ถ้าเรียกมาชกหน้ากันนี่เมื่อไรเรียกได้เสมอ”

                 แมทแตะยิ้มก่อนจะพูดต่อ “นายนี่ก็ไม่เปลี่ยนเลยนะ”เขาว่า “แล้วจะเอายังไงดี นายจะพักที่นี่ไหมฉันจะให้คนจัดเตรียมที่พักให้”

                 “แมท...” คิทเสียงเข้ม “ฉันเชื่อใจนายนะแต่ไม่ไว้ใจนิสัยเจ้าไรอันของนาย”

                 แมทยืนนิ่ง เขาเหมือนกำลังคิดอะไรสักอย่างแล้วหลังจากนั้นเขาก็พูดออกมา “ถ้างั้นฉันว่านายหาที่พักเองน่าจะสะดวกกว่าฉันก็ไม่อยากให้เกิดเรื่องไม่ดีขึ้น ฉันเองก็ขัดคุณหนูไม่ได้เสียด้วย” สีหน้าคนพูดดูมีความกังวลเจืออยู่

                 คิทเดินเข้าไปใกล้ๆชายตรงหน้าก่อนจะเอื้อมมือไปตบไหล่เขาเบาๆ “เอาน่า...เรื่องแค่นี้เองเดี๋ยวฉันว่าจะไปตบมอนเล่นสักร้อยสองร้อยตัวแล้วพรุ่งนี้เจ้าคอสน่าจะเป็นคนมาที่นี่ ช่วยบอกเจ้าไรอันด้วยก็แล้วกัน”

                 “ได้ไม่มีปัญหาฉันรับปาก” แมทตอบ

                 คิทพยักหน้ารับ “ถ้านายรับปากฉันก็เชื่อ”ชายหนุ่มพูด “ถ้าอย่างนั้นเอาไว้เจอกันถ้าฉันมั่นใจเมื่อไรจะมาขอลองซัดกับนาย เอาแบบไม่ใช่ในสนามประลองนะ เอาแบบตายจริงเจ็บจริง ไม่แสตนอิน” เขาพูดสีหน้าจริงจัง

                 “ถ้าโอกาสอำนวยเราคงจะได้ลองดูกัน”แมทพูดยิ้มๆ “เดินทางโชคดีนะคิท” เขาว่า

                 “แล้วไว้เจอกันแมท”คิทยกมือลาพร้อมกับหันหลังกลับ แต่ก่อนที่เขาจะเดินออกจากที่นี่เสียงของแทนก็ดังขึ้น

                 “เนตอยู่ไหม...”เขาถาม

            แมทที่ยืนอยู่ตรงทางเข้ากิลด์มองแทนอย่างคลับคล้ายครับคราและในที่สุดเขาก็จำได้ “เจ้าหนุ่มเลเวลเบรกเกอร์นี่เอง...” คนพูดทำหน้าประหลาดใจ“เนตออกไปกับคีย์ ไปจัดการบอสเลเวล 110กับคนของกิลด์อีกสองสามคน”

            “ไอ้นี่อีกละ...”แทนพูดเสียงไม่พอใจ “สักวันฉันต้องฆ่ามันแล้วส่งกระเทยสงครามมารุมโทรมสักรอบสองรอบเอาให้แต๊วแตกไปเลย...ยุ่งกับเนตจริง” เขาบ่นอุบอิบ

            ทุกคนที่ได้ยินถึงกับหัวเราะแม้แต่แมทเองก็อดขำท่าทางและคำพูดของชายตรงหน้าไม่ได้ ส่วนอีกสองคนที่เฝ้าอยู่หน้าประตูก็เกือบจะหลุดหัวเราะเพระนึกถึงคีย์เมื่อโดนทำอย่างที่เขาพูด

             

             หลังจากจบเรื่องธุระของคิท ทั้งหมดก็เดินออกจากพื้นที่กิลด์ไวท์พาลาดินและเมื่อออกมาถึงเขตเมืองแทนก็ถามขึ้นอย่างสงสัย

            “พี่คิท...”

            “ว่า...?”คิทที่เดินเหล่สาวที่เดินผ่านไปผ่านมาถามโดยไม่ได้หันกลับมามอง

            “ทำไมพี่ดูเกรงใจเจ้าคนชื่อแมทนั่นจัง”แทนถาม “เกรียนเทพแบบพี่ไม่น่าจะกลัวอะไร...”

            พอได้ยินแบบนั้นคิทหันขวับกลับมาทันที“เมื่อกี้ว่าไงนะ...แกว่าพี่เกรียนเหรอไอ้น้อง” เขาตีหน้าเข้มก่อนจะพูดต่อไป “ขอบใจที่ชมว่ะ...”

            แทน ลินและเอ็ดเวิร์ดหันมองหน้ากันพร้อมกับถอนหายใจ ทั้งโล่งอกที่คิทไม่ได้โกรธอะไรและทั้งปลงกับผู้ชายคนนี้ คนที่ความเกรียนล้ำหน้าแทนไปอีกหลายระดับ

            “เจ้าแมทนั่นเก่งกว่าไรอันอีก...”คิทบอกกับทุกคน

            “หา!?”แทนและลินทำเสียงตกใจขณะที่เอ็ดเวิร์ดในตอนนั้นมองเห็นสาวในสเป็คในทิศหกนาฬิกาจึงหันไปมอง ไม่ได้ฟังที่อีกสามคนคุยกัน

            “ไรอันนั้นเป็นหนึ่งในสี่อวตารไม่ใช่เรอะพี่!”แทนถามเสียงดัง

            คิททำหน้านิ่งก่อนจะตอบออกมา“มันก็ใช่...” เขาว่า

            “อ่าวแล้วทำไมพี่ว่าเจ้าแมทอะไรนั่นเก่งกว่าไรอันร้อยสัตว์ล่ะ”แทนถามต่อ

            “นี่มุกใช่ไหม...ไรอันร้อยสัตว์”คิทหันไปมองแทน ขณะที่ลินทำท่าขำกับฉายาที่แทนตั้งให้ไรอันใหม่ “เจ้าไรอันนั่นเก่ง แต่ก็แค่น่าจะพอๆ กับฉันได้มั้งแต่เจ้าแมทนั่นน่ะเก่งพอกับพี่โคซี่เลยล่ะ แต่เรื่องนี้คนที่รู้มีไม่กี่คนหรอกมีแค่พวกสี่อวตารเท่านั้นที่รู้ เพราะเจ้าแมทนั่นไม่อยากให้ใครรู้ เจ้านั่นรู้สึกว่าจะเป็นคนเก่าคนแก่ในบ้านของเจ้าไรอันไอ้เจ้านั่นบ้านมันรวย ใช้เงินรวมพวกเก่งๆ มาตั้งกิลด์ไวท์พาลาดินแล้วการ์ดที่มันใช้ส่วนใหญ่ก็ใช้เงินซื้อมาจากนอกเกม”

            “เวร...เจ้าคนนั้นเก่งขนาดนั้นเชียวดีนะตูไม่ได้เกรียนใส่” แทนถอนหายใจโล่งหลังจากนั้นก็หันไปถามคิท “แล้วพี่จะไปไหนต่อเดี๋ยวพวกผมจะออกจากเกมกันสักพัก” ชายหนุ่มถาม

            คิทแสยะยิ้ม“ไปไล่ฆ่าบอสแถวนี้น่ะ ฉันไปหาข่าวมาหมดแล้วว่ามีตรงไหนบ้างเดี๋ยวจะไประเบิดพลังสักหน่อย” เขาตอบ

            “งั้นพี่จะออกจากปาร์ตี้ไหม”แทนถามอีกครั้ง

            “เอางี้...ถ้าฉันยังอยู่ในร่างนี้จะอยู่ในปาร์ตี้อยู่แต่ฉันว่าถ้าเป็นร่างพี่โคซี่เมื่อไรเขาคงต้องออกจากปาร์ตี้แน่แอดเพื่อนไว้ก็แล้วกัน” คิทพูดพร้อมกับยื่นเสนอการเป็นเพื่อนให้กับแทนเอ็ดเวิร์ด และลิน ซึ่งทั้งสามตอบรับทันที...หลังจากนั้นคิทก็แยกตัวออกไปแต่ก่อนที่เขาจะเดินลับตาไปก็หันกลับมาพูดกับทั้งสามคนอีกครั้ง

            “อย่าลืมเรื่องกิลด์สาขานะเว้ย!”เขาตะโกน “แล้วยัยน้องสาวสุดแจ่มนั่นน่ะเดี๋ยวจะไปขอแต่งงานนะ!”

            แทนยิ้มพร้อมกับโบกมือให้ขณะลินทำหน้าขำ ต่อจากนั้นทั้งสามคนก็เดินทางไปยังวิหารนักเดินทางจัดเตรียมทุกอย่างให้เรียบร้อย สุดท้ายพวกเขาก็เตรียมตัวออกจากเกม โดยที่แทนและเอ็ดเวิร์ดแลกเบอร์โทร.ติดต่อกับลินก่อนจะแยกกันไป...