สองชั่วโมงผ่านไปอย่างรวดเร็ว ภายในรถเก๋งสีทองเต็มไปด้วยเสียงพูดคุยอย่างสนุกสนาน “หลายเดือนแล้ว ผมไม่ได้พาคุณมาเที่ยว เราต้องหาเวลามาเที่ยวกันบ่อยๆซะแล้ว” นิทตี้หยิบกระเป๋าสะพายเปิดกล่องอาหารสีใสเล็กๆ “ฉันทำแซนวิชให้คุณค่ะ ฉันป้อนนะคะ” เสียงกระดิ่งสร้อยข้อเท้าของนิทตี้ดังขึ้น วินนี่จึงเกิดความสงสัยเรื่องสร้อยข้อเท้าในมือของราช เขาเอ่ยขึ้น “นิทตี้ คุณเคยเห็นมาธูรสวมใส่สร้อยข้อเท้าหรือเปล่า” นิทตี้เปิดกระติกน้ำยกขึ้นดื่มแล้วมองหน้าของวินนี่ “เธอใส่ค่ะ รู้สึกเป็นสร้อยทอง น่ารักดี” นิทตี้ถอดเสื้อคลุมออก “อากาศร้อนจังเลย แดดแรงมากๆ “ วินนี่เร่งความเย็นของแอร์ภายในรถให้เธอ “ ถามทำไมค่ะ เรื่องสร้อยข้อเท้าของมาธูร” วินนี่ยิ้มพร้อมสีหน้าหนักใจ "เปล่าครับ ผมจะได้บอกพี่ชายของเขาให้เตรียมเรื่องงานแต่งงานให้เธอเร็วๆนี้" นิทตี้ทำหน้างง " จริงเหรอคะ มาธูร มีแฟนแล้วเหรอค่ะ เรื่องใหญ่แน่นอน"
วินนี่เลี้ยวรถเข้าเส้นทางหมู่บ้านแห่งหนึ่ง “ถนนนี้ปรับปรุงใหม่ คืนนี้เราพักที่นี่ คุณจำเพื่อนของผมชื่อชาลีได้ไหม เขาสร้างบ้านตากอากาศหลังหนึ่ง บ้านทรงยุโรปผสมกรีกโบราณสวยมาก” เสียงโทรศัพท์ของเขาดังขึ้น ผู้กองโทรเข้ามาหาเพื่อนรัก วินนี่รับสายรอฟังอีกฝ่ายเอ่ยขึ้น “ คิดถึงวะ “ วินนี่จ้องหน้าจอโทรศัพท์มือถือ แล้วคุยต่อ “นายคิดถึงฉัน มีอะไรว่ามา” เสียงของผู้กองเงียบไป “เรื่องของอัญญานา พรุ่งนี้นายโทรหาฉันก่อนเที่ยง เจอกัน” เดฟไม่พูดอะไรต่อ
ท่ามกลางความมืดสนิทไร้ซึ่งแสงของดวงจันทร์สาดส่อง ดวงดาวทำหน้าที่นำทางบนท้องฟ้าส่องแสงระยิบระยับ “ ทำไมสวยขนาดนี้ค่ะ ดวงดาวเต็มไปหมด คุณเลือกสถานที่ได้สวยจัง บ้านหลังนั้นใช่ไหม สีฟ้าแทบส้มตัดกัน“ วินนี่เลี้ยวรถเข้าไปในหมู่บ้าน เด็กๆในหมู่บ้านวิ่งเล่นเต็มท้องถนน เสียงแตรรถดังลั่นขอทาง กลุ่มเด็กน้อยวิ่งกรูแอบตามซอกกำแพงและต้นไม้ยืนมองรถเก๋งสีทองของนักบินหนุ่มแล่นผ่านอย่างช้าๆ “ว้าว คุณทำให้ฉันคิดถึงบ้านแม่เลยค่ะ ดูนั่นบ่อน้ำ และลำธารเล็กๆ ว้าว ฝูงแกะด้วย" น้ำเสียงสดใส ทำให้นักบินหนุ่มลดความเร็วของรถเพื่อให้เธอชื่นชมชนบทแห่งนี้อย่างมีความสุข
บ้านตากอากาศทรงยุโรปตั้งตระหง่านงดงามมากกลางหมู่บ้านในชนบทแห่งนี้ บ้านหลังใหญ่นี้มีเนื้อที่ทั้งหมดประมาณ 2 ไร่ ต้นไม้ใหญ่ล้อมรอบ ห่างจากหมู่บ้านประมาณ 2 กิโลเมตร ชาวบ้านเรียกบ้านตากอากาศหลังนี้ว่า คฤหาสน์ของท่านชาลี รถเก๋งจอดเทียบหน้าประตูบ้าน “ คุณนั่งขับรถ ผมจะจอดในที่จอดรถด้านใน” นิทตี้รอคำสั่งของวินนี่ให้เธอลงจากรถเมื่อเขาจอดรถภายในรั้วบ้าน นิทตี้ก้าวลงจากรถ เงยหน้ามองท้องฟ้า บริเวณชั้นบนของบ้าน “ไม่มีคนอยู่หรือค่ะ” ร่างของเธอเดินเข้าไปใกล้ชายหนุ่ม “ไม่มีครับ วันนี้พวกเขาเข้าเมืองกันหมด มีงานหมั้นของญาติชาลี เขายกบ้านหลังนี้ให้พวกเรา” นิทตี้เดินตามหลังนักบินหนุ่มเข้าไปในบ้าน ภายในพื้นทางเดินปูด้วยหินอ่อนสีเทาอ่อนสลับเข้ม ผนังห้องแต่ละตกแต่งด้วยวอลล์เปเปอร์สีโทนสว่าง รูปภาพวิว ดอกไม้สดแขวนตามจุดต่างๆ “ห้องครัวอยู่ด้านซ้ายมือ คุณหิวไหม ผมสั่งอาหารพิเศษไว้แล้ว” หญิงสาวเดินสำรวจห้องครัว และห้องน้ำ “สะอาดมากๆเลยค่ะ เขาจัดข้าวของเป็นระเบียบมากๆ “ วินนี่ยกกระเป๋ารวมทั้งอุปกรณ์ต่างๆวางไว้ในมุมหนึ่งของห้องอาหาร “ ผมขอทานอาหารก่อน หิวมาก คุณอุ่นอาหารตั้งโต๊ะรอผม ผมจะขึ้นไปข้างบนพร้อมกล้องดูดาว” วินนี่เดินขึ้นสำรวจบ้านทั้งหลัง ขึ้นชั้นบนสุดคือหอคอยหลังคารูปโดมกว้างทรงกลม ตรงกลางโดมใหญ่นอนนุ่มวางบนพื้น เขาดึงผ้าม่านสีเทาลายปักทองคลุมลงมารอบโดมนี้ รอบด้านนอกคือกำแพงวงกลม ทำให้สามารถดูดวงดาวได้รอบทิศทั้งคืน สถานที่นี้โรแมนติกที่สุด ดอกไม้นานาพันธ์ปลูกอย่างสวยงามรอบโดมชั้นนอก นอกจากนี้ภายในโดมตกแต่งด้วยผนังหินอ่อนแกะสลัก วินนี่พบเครื่องเสียง ทีวี ห้องน้ำเล็กๆ อยู่ด้านหลังกำแพงซ้อนสองชั้น “ เข้าใจสร้างโดมให้เป็นสวรรค์สำหรับคู่รักจริงๆ“
ร่างชายหนุ่มเดินเข้าในห้องนอนชั้นล่าง นิทตี้กำลังเพลิดเพลินนั่งชมละครซีรีส์โปรด ลูบไล้ครีมทาผิวทั่วร่างกาย “เรานอนห้องนี้ใช่ไหมค่ะ“ นักบินหนุ่มเริ่มประกอบชิ้นส่วนกล้องดูดาว “ คุณนอนเล่นหรือจะดูทีวีก็ได้ ผมขออาบน้ำก่อน เราจะขึ้นไปดูดาวด้วยกัน “
วินนี่อาบน้ำอย่างเร็ว สวมเสื้อยืด กางเกงขาสั้น เริ่มเตรียมเสบียงน้ำ เครื่องดื่มขนมสองสามอย่างลงในกล่องโฟมใหญ่ยกขึ้นไว้บนชั้นดาดฟ้า เขาลงมาตรงเข้าจูงมือของเธอ “มากับผมเร็วๆ” หญิงสาวคว้าเสื้อคลุมเดินตามชายหนุ่มขึ้นไปบนชั้นดาดฟ้า เสียงท้องฟ้าคำราม มือหญิงสาวกระตุกชายเสื้อของคู่รัก ทำให้เขาหยุดเดิน “ผมอยู่กับคุณ ไม่ต้องกลัวครับ รับรองปลอดภัยล้านเปอร์เซ็นต์” นิทตี้หยุดตรงหน้าโดม ความงดงามของโดมเพิ่มรอยยิ้มให้คนทั้งสอง “สวยมากค่ะ” ปลายนิ้วมือร่างสูงชี้ให้เธอดูท้องฟ้าด้วยตาเปล่า “นั่นดาวพระศุกร์” ร่างงามถูกดึงเข้ามาอยู่ในอ้อมแขนกำยำ เขายกหน้ากล้องส่องดูดาวปรับระดับความสูงให้เธอ
“เราจะนอนในโดมนี้เหรอค่ะ”ความสนใจในดวงดาวลดหายไปเมื่อเสียงฟ้าคำรามครั้งที่สอง นิทตี้เกาะท่อนแขนของเขาไว้แน่น ”ใช่ พวกเราจะนอนที่นี่” เขาโอบร่างเธอแน่น เขาเข้าใจในความกลัวที่โล่งแจ้งในยามค่ำคืนของคู่รัก “คุณลองนอนที่นี่สักคืน นอนเป็นเพื่อนผม” วินนี่ดึงผ้าม่านลง แสงจันทร์ส่องผ่านผ้าม่าน ร่างทั้งคู่ยืนภายในโดม แสงสลัวๆส่องดวงหน้าของหญิงคนรัก ความงามของเธอในคืนนี้ทำให้นักบินหนุ่มรู้สึกหัวใจของเขาละลายไปพร้อมๆกับรอยยิ้มหวานของเธอ นิทตี้ก้าวออกมา มองท้องฟ้าที่ดารดาษด้วยดวงดาวน้อยใหญ่ส่องแสงพริบพราย “ฉันไม่เคยมองท้องฟ้าในเวลากลางคืนเลยค่ะ” ริมฝีปากของชายหนุ่มจุมพิตที่หน้าผากของเธอ เขาผละร่างของเธอ แววตาทั้งคู่เริ่มมีความสุข วินนี่รู้สึกโล่งใจ เธอกล้าเดินออกไปยืนนอกโดมหมุนร่างเหมือนสาวน้อยในทุ่งดอกไม้ “ ผู้คนจะไม่เห็นเราเหรอค่ะ “ วินนี่ผสมเครื่องดื่มให้ตัวเอง นิ้วชี้ไปรอบๆ “ เราอยู่บนชั้น 5 ของอาคาร หมู่บ้านที่นี่บ้านพวกเขาสร้างแค่ 2 ชั้น กำแพงสูงบังโดมรอบนอก คงจะมีพวกเทพบนสวรรค์เท่านั้นที่จะเห็นพวกเรา.” วินนี่ถอดเสื้อคลุมของเธอออก ชุดนอนยาวสีน้ำเงินผูกเชือกรัดด้านทรวงอก ไร้แขน ร่างงามผอมลง สายตาของนักบินหนุ่มมองทรวงอกซ่อนในผ้าลูกไม้ ทรวงอกขาวเนียลที่กระเพื้อมขึ้นลงช้าๆ ดวงตาคู่สวยค่อยๆมองไปรอบๆโดม หัวใจของเขาเต้นแรงขึ้น
วินนี่ก้าวถอยห่างออกมา เปลือกตาของวินนี่หลับลงช้าๆ ร่างสูงเอนร่างพิงเสาด้านในของโดม ภาพของนิทตี้ปรากฏขึ้นเหมือนฝัน เปลือกตาของเขาค่อยๆลืมขึ้นความรู้สึกเหมือนร่างนี้เบาลอยขึ้นสูง นี่คือความรัก หรือ เสน่หาของคู่รักกันแน่
เสียงฟ้าคำรามดังขึ้น นิทตี้โผเข้ากอดคอของวินนี่ “ รับรองไม่มีฟ้าผ่าแน่นะคะ ฉันจะลงไปข้างล่างค่ะ ไม่ขอนอนบนนี้“
นักบินหนุ่มดึงร่างเธอเข้าแนบกาย ทั้งคู่ยืนบนที่นอนนุ่ม ปลายเท้าของเธอเยียบชายกระโปรงชุดนอน วินนี่ถอยหลังออกทำให้ทั้งเธอและเขาเสียหลักล้มลงบนที่นอนทั้งคู่ “ฮ่าๆๆ กลัวทำไม ผมไม่ให้คุณโดนฟ้าผ่าแน่ๆ “ นิ้วมือเรียวของชายหนุ่มสอดในกลุ่มผมหนาของเธอ ใบหน้าของเธอแนบแผ่นอก เสียงเต้นของหัวใจของเขาสม่ำเสมอ ฝ่ามืออุ่นๆลูบไล้ต้นขาด้านในของเธอโดยบังเอิญ วินนี่รีบลุกขึ้นฉุดมือของเธอให้ลุกตาม เท้าของเขาเยียบปลายชุดนอนของเธอ เชือกที่รัดหน้าทรวงอกหลุด นิทตี้คว้าชุดนอนไว้ทัน “ผมมัดเชือกให้ดีกว่า” ปลายนิ้วของคู่รักวนเวียนปวนเปี้ยนบริเวณทรวงอกนวล ชายหนุ่มถอนหายใจอย่างช้าๆ ลมพัดโชยมาอ่อนๆสร้างความสดชื่นแต่ไม่สามารถดับความร้อนภายในกายของนักบินหนุ่มได้ ชายหนุ่มกำลังต่อสู้กับแรงปรารถนาภายในอย่างหนักหน่วง หัวคิ้วของนิทตี้ขมวดเข้าหากันในความสงสัยทำไมชายคนรักไม่กอด ไม่จูบ หรือเขายังโกรธเธอ นิทตี้นึกถึงคำพูดของเขาเมื่อคืนที่ผ่านมา
ผมไม่ใช่คนบ้ากาม ผมสัญญาจะไม่ทำอะไรคุณ รอให้คุณหายกลัว เมื่อไรคุณต้องการนอนกับผม บอกผมนะครับ เรานอนกันเถอะที่รัก
วินนี่สวมเสื้อคลุมให้เธอ “คุณเหนื่อยไหม “ เครื่องดื่มแก้วแรกยื่นให้เธอ “ไม่เหนื่อยค่ะ รู้สึกคอแห้งพอดี ขอบคุณมากค่ะ”