ตอนที่88 ผู้ช่วยคอยเก็บกวาด
เสิ่นลี่อิงแฮ็กข้อมูลจากทุกช่องทางที่เกี่ยวข้องกับบริษัทรับซื้อมันฝรั่งของแอดวานซ์กระทั่งพบหลักฐานโอนเงินจากฝ่ายการเงินของบริษัทไปยังเจ้าหน้าที่คนหนึ่งในเมืองต้าเสิ้ง
เมื่อสืบค้นเพิ่มเติมจึงรับรู้ได้ว่าเจ้าหน้าที่คนดังกล่าวรับผิดชอบในการอนุมัติให้จัดตั้งโรงงานได้ทั้งที่พิมพ์เขียวและเอกสารยื่นขอสร้างโรงงานยังไม่ผ่านเกณฑ์มาตรฐาน
“ไม่เลว!เป็นข้อมูลที่ดีในการเปิดโปง พวกคุณทำชั่วมานาน ถึงเวลาต้องชดใช้บ้างแล้วรอชมการแสดงของฉันอีกนะ ยังจะมีมาเรื่อย ๆ และจะมีครั้งใหญ่เมื่อฉันได้รู้ความจริงบางอย่าง”
เสิ่นลี่อิงยิ้มมุมปากอย่างพึงพอใจที่พบเงื่อนงำความลับของบริษัทรับซื้อมันฝรั่งแอดวานซ์เธอรวบรวมข้อมูลเฉพาะที่สำคัญและจำเป็นเพื่อนำไปเผยแพร่และเรียกความสนใจจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้เข้ามาจัดการเอง
อนึ่งเธอจำเป็นต้องอดทนรอคอยให้ศัตรูยังมีลมหายใจอยู่เพื่อให้ได้รับรู้ความจริงบางอย่างที่สำคัญโดยเฉพาะเรื่องแม่และอีกหลายเรื่องที่ยังค้างคาใจอยู่ จึงทำให้เธอต้องยินยอมปล่อยชายหญิงคู่อาฆาตให้มีชีวิตต่อไป
เมื่อรวบรวมข้อมูลได้มากพอแล้วเธอเปิดเผยข้อมูลการติดสินบนเจ้าหน้าที่รัฐเพื่อให้การก่อสร้างโรงงานผ่านฉลุยทั้งที่มีปัญหาเรื่องผังโรงงานไม่ได้มาตรฐาน และปัญหามลพิษที่จะเกิดขึ้น โดยเปิดเผยให้กับสำนักข่าวทุกแห่งรับรู้โดยตรง
การโจมตีของเสิ่นลี่อิงที่มีการส่งภาพและแฟ้มข้อมูลลับของบริษัทแอดวานซ์ไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องรวมทั้งสำนักข่าวทุกแห่งซึ่งไม่ได้มีเฉพาะสำนักข่าวของกลุ่มบริษัทแอดวานซ์เท่านั้นก่อให้เกิดความโกลาหลขึ้นทันที
……….
หลินอี้เฟิงตัดสินใจเดินทางกลับมาที่เมืองต้าเสิ้งอีกครั้งหลังจากลูกน้องมือซ้ายรายงานความคืบหน้าแล้วพบปัญหา ทำให้เขาตัดสินใจที่จะมาบัญชาการแผนลับในการครอบครองฟาร์มและตัวของเด็กสาวแสนสวยเอง
พลันได้รับโทรศัพท์จากผู้จัดการบริษัทรับซื้อมันฝรั่งแอดวานซ์ที่โทรหาเขาอย่างเร่งด่วนทันทีที่เขาเพิ่งลงจากเครื่องบินในสนามบินนานาชาติเมืองฉงชิ่ง
“เจ้านายครับ!แย่แล้ว! คนของเรากลับมาจากฟาร์มครอบครัวเสิ่น ไม่รู้พวกมันหักหลังหรือเปล่า? แต่เช้านี้ก็มีข่าวออกมาว่าโรงงานติดสินบนเจ้าหน้าที่ เจ้านายเอาไงดีครับ?”
“บัดซบ!พวกมันหักหลังแน่ ๆ ไม่งั้นฟาร์มนั่นจะรู้ได้ยังไง? มีแค่คนตายเท่านั้นที่จะพูดไม่ได้จัดการมันซะ! ฉันกำลังจะไปถึงอีกไม่นาน เดี๋ยวฉันจะช่วยเคลียร์กับนายกเทศมนตรีเอง”
หลินอี้เฟิงสบถอย่างหัวเสียเขาไม่คิดว่าลูกน้องจะทำงานพลาดจนต้องเกิดปัญหาร้ายแรงขนาดนี้แต่เขาคิดว่าสามารถที่จะเจรจากับผู้บริหารท้องถิ่นที่มีอำนาจสูงสุดได้แน่นอน
“ใครกันที่ช่วยฟาร์มนั่นไว้?ฉันควรจะได้เด็กนั่นมานอนกกแล้ว และยังตัดคู่แข่งได้อีก แต่นี่อะไรกัน?!”
หลินอี้เฟิงบ่นด้วยความโมโหเพราะไม่คิดว่าแผนการจะพังทลายลงไม่มีชิ้นดีแบบนี้เขารู้สึกแปลกใจที่ปัญหาย้อนกลับมาโรงงานซึ่งเป็นผลงานชิ้นแรกของเขาแบบนี้
อนึ่งเขากังวลเรื่องการต่อต้านจากบรรดาหุ้นส่วนทั้งหลายในแอดวานซ์กรุปเนื่องจากจำนวนหุ้นในภาพรวมของตระกูลหลินเป็นอันดับหนึ่งก็จริง แต่หากมีญาติบางคนขายหุ้นออกไปให้คนอื่นย่อมทำให้ตระกูลหลินกลายเป็นผู้ถือหุ้นอันดับสองทันทีจึงไม่ยินยอมที่จะให้มีคนอื่นเข้ามาชุบมือเปิบในธุรกิจอันยิ่งใหญ่ของตระกูลได้
หลินอี้เฟิงสั่งให้คนขับรถตรงไปยังสำนักงานของนายกเทศมนตรีเขาต้องการไปจัดการปัญหาให้สงบโดยเร็วเพื่อไม่ให้กระทบต่อโรงงานที่ก่อสร้างเกือบเสร็จสมบูรณ์แล้วเนื่องจากเขาทุ่มงบประมาณในผลงานชิ้นแรกไปมาก
เมื่อได้เข้าพบกับนายกเทศมนตรีในห้องทำงานพร้อมกับผู้คุ้มกันอีกสองคนแล้วเขานั่งบนเก้าอี้ตรงข้ามกับนายกเทศมนตรี โดยมีลูกน้องสองคนยืนคุ้มกันอยู่ด้านหลังพลางเอ่ยถึงการเจรจาเมื่อครั้งก่อนด้วยความแปลกใจว่า
“เกิดอะไรขึ้นนายก?พวกเราตกลงกันด้วยดีแล้วไม่ใช่หรือ?”
นายกเทศมนตรีเมืองต้าเสิ้งยิ้มแห้งพลางตอบกลับชายหนุ่มตามจริงด้วยความหนักใจว่า
“ต้องขอโทษด้วยครับคุณชายหลินผมกำชับคนของผมดีแล้ว แต่ไม่รู้เหมือนกันว่าหลักฐานมันไปอยู่กับพวกสำนักข่าวได้ยังไง?เรื่องนี้พวกผมไม่ได้ทำแน่นอน เมื่อตะกี้สำนักงานสิ่งแวดล้อมจากเมืองหลวงเพิ่งโทรมาพวกเขาจะเข้ามาตรวจสอบบ่ายนี้แล้ว ผมไม่สามารถช่วยคุณชายได้เลย ต้องขอโทษอีกครั้งครับ”
นายกเทศมนตรีอธิบายอย่างจริงจังเขารีบลุกขึ้นยืนแล้วโค้งคำนับเป็นการขอโทษชายหนุ่มผู้ทรงอิทธิพลจากเมืองหลวงด้วยความหวาดกลัวแต่เขากลัวว่าจะไม่สามารถรักษาตำแหน่งได้มากกว่า จึงยินยอมให้ความร่วมมือกับหน่วยงานจากส่วนกลางอย่างจำใจ
“บัดซบ!คุณมันปลิ้นปล้อนสิ้นดี” หลินอี้เฟิงสบถใส่หน้านายกเทศมนตรีอย่างไม่พอใจ
เขาไม่คาดคิดว่าอีกฝ่ายจะเอาตัวรอดเพียงคนเดียวโดยไม่สนใจผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับเขา จึงผลุนผลันออกไปจากห้องของนายกเทศมนตรีอย่างโกรธแค้น
ถึงอย่างนั้นเขาไม่สามารถทำร้ายนายกเทศมนตรีให้เกิดเรื่องอื้อฉาวซ้ำเติมกับเรื่องเดิมได้จึงต้องอดกลั้นความโกรธแค้นไว้ก่อน
เขาต้องการกลับไปตรวจสอบที่โรงงานเพื่อช่วยผู้จัดการแก้ไขปัญหาก่อนที่เรื่องราวจะบานปลายจนไม่สามารถควบคุมสถานการณ์ได้
..........
หยางจุ้นได้รับข้อมูลในทางลับเกี่ยวกับข่าวฉาวโฉ่ของตระกูลหลินที่เพิ่งเกิดขึ้นเขารีบตรวจสอบต้นตอของการเผยแพร่ข่าวร้ายในทันที
“ใครกันที่กล้าโจมตีตระกูลหลินแบบนี้? หรือว่าจะเป็นอิงเอ๋อร์?”
หยางจุ้นฉุกคิดขึ้นมาได้ทันทีเพราะการโจมตีมุ่งเน้นเฉพาะบริษัทรับซื้อและแปรรูปมันฝรั่งของตระกูลหลินในเมืองต้าเสิ้งซึ่งเสิ่นลี่อิงเคยเปิดเผยสัญญาไม่เป็นธรรมในการรับซื้อมันฝรั่งมาก่อน
เขาตัดสินใจสอบถามข้อเท็จจริงของแฟนสาวไปทางเอเบอร์ราโดโดยตรงเพราะอีกฝ่ายจะต้องรับรู้ความเคลื่อนไหวแน่นอนเนื่องจากเขารับรู้แล้วว่ามีองครักษ์ติดตามเธอไปด้วยสี่คน
อนึ่งเขาไม่สามารถติดต่อกับเด็กสาวได้เพราะเธอยังไม่ให้อภัยเขาจึงเลือกอาศัยข้อมูลความเคลื่อนไหวของแฟนสาวผ่านทางกลุ่มองครักษ์แทน
“เอเบอร์ราโดเจ้านายของคุณมีปัญหาอะไรเกิดขึ้น?”
หยางจุ้นสื่อสารผ่านวิดีโอคอลกับเอเบอร์ราโดด้วยบัญชีอีเมลส่วนตัวเขาสอบถามอีกฝ่ายโดยไม่เสียเวลาทักทายต่อกันเหมือนดังเช่นที่ผ่านมา
“เอ๋! คุณจมูกไวเหลือเกินนะหยางจุ้น ใช่แล้ว.....คนของผมรายงานมาว่ามีคนร้ายลอบเข้าไปในฟาร์มของนายท่านสองรอบ รอบที่สองถึงได้รู้ว่าพวกมันมีจุดประสงค์อะไรเห็นว่านายท่านสอบสวนพวกมันเอง เพราะคนของเรายังพูดภาษาจีนไม่คล่องได้ความว่าพวกมันตั้งใจจะทำลายโรงงาน คนว่าจ้างเป็นโรงงานคู่แข่งแต่นายท่านปล่อยคนร้ายทั้งหมดไปแล้ว บอกแค่ว่าเดี๋ยวมีคนจัดการพวกมันเอง”
หยางจุ้นพยักหน้าเข้าใจเป็นระยะเขาเข้าใจแล้วว่าทำไมแฟนสาวถึงได้ตอบโต้อีกฝ่ายอย่างรุนแรงเขากล่าวขอบใจเพื่อนทางไกลอย่างรู้สึกดีที่คอยส่งข่าวให้เขารับรู้เป็นระยะ
เมื่อหยางจุ้นรับรู้ความจริงที่เกิดขึ้นแล้วเขายินดีช่วยแฟนสาวจัดการปัญหาอีกคนเพราะไม่ชื่นชอบคนลอบกัดข้างหลังโดยใช้แผนสกปรกแบบนี้
“ในเมื่อกล้าใช้แผนสกปรกกับแฟนฉันถึงจะเป็นตระกูลหลินก็ตาม ฉันจะช่วยลบร่องรอย และเพิ่มความรุนแรงให้ละกัน”
หยางจุ้นยิ้มมุมปากอย่างหมายมั่นเขาต้องการช่วยเหลือแฟนเอาคืนคนกล้าคิดร้ายและใช้แผนสกปรกจึงเร่งมือพิมพ์คำสั่งเพื่อลบร่องรอยของแฟนสาวที่ยังหลงเหลืออยู่เพื่อไม่ให้มีคนตามรอยได้
อีกทั้งยังกระพือข่าวจากที่แฟนสาวเริ่มต้นไว้ให้มีความรุนแรงมากขึ้นโดยไม่สนใจว่าจะส่งผลกระทบต่อตระกูลหลินมากน้อยเพียงใด
ประการสำคัญเขาใช้อำนาจที่ตนมีสื่อสารไปยังหน่วยงานที่จะเข้าไปตรวจสองโรงงานของบริษัทแอดวานซ์เพื่อให้ทำงานอย่างตรงไปตรงมา
“ท่านกัปตันทีมมังกรดำท่านอุตส่าห์โทรหาผม มีอะไรให้ผมรับใช้หรือครับ?”
หัวหน้าหน่วยตรวจสอบสิ่งแวดล้อมในโรงงานเอ่ยสอบถามหยางจุ้นเมื่อรับรู้จากเลขานุการเขาแสดงความนอบน้อมกับ
ชายหนุ่มโดยตรงเนื่องจากเคยได้ยินกิตติศัพท์ของกองกำลังพิเศษที่มีอำนาจล้นมือมากกว่าทหารหรือตำรวจด้วยซ้ำไป
“ไม่มีอะไรมากหรอกแค่อยากจะบอกว่าเรื่องไปตรวจสอบโรงงานที่เมืองต้าเสิ้ง ให้ทำอย่างตรงไปตรงมา อย่าบิดพลิ้วเด็ดขาดหากผมรู้ว่าคุณตัดสินไม่เป็นธรรม คงรู้ดีนะว่าตำแหน่งคุณจะเป็นยังไง?”
หยางจุ้นเลือกที่จะข่มขู่โดยตรงเพราะไม่ต้องการเห็นเจ้าหน้าที่รัฐทุจริตในหน้าที่เขามั่นใจในข้อมูลที่แฟนสาวสืบค้นแล้วส่งไปเผยแพร่ยังสำนักข่าวโดยไม่จำเป็นต้องตรวจสอบอีกครั้ง
หัวหน้าหน่วยตรวจสอบสิ่งแวดล้อมในโรงงานยกแขนขึ้นปาดเหงื่อด้วยความกังวลใจพลางกล่าวขอโทษทางตระกูลหลินในใจที่ไม่สามารถปกป้องหลินอี้เฟิงได้อีกเนื่องจากเจอคำขู่ที่น่ากลัวของหยางจุ้นซึ่งเขาเลือกที่จะเอาตัวรอดให้อยู่ในตำแหน่งต่อไป จึงตอบรับคำสั่งของหยางจุ้นอย่างนอบน้อมว่า
“เข้าใจแล้วครับท่านไม่ต้องเป็นห่วงนะครับ ผมจะตัดสินอย่างตรงไปตรงมา ท่านรอฟังข่าวได้เลยครับ”
“ก็ดี.....ผมจะรอฟัง”หยางจุ้นพยักหน้าพอใจก่อนวางสายโดยไม่รอฟังเสียงตอบรับจากอีกฝ่าย
หัวหน้าหน่วยตรวจสอบสิ่งแวดล้อมในโรงงานวางสายแล้วบ่นพึมพำที่ต้องเข้ามาแก้ไขปัญหาที่ส่งผลกระทบกับตระกูลใหญ่แห่งเมืองหลวงทั้งสองตระกูลอย่างกังวลใจว่า
“ทำไมต้องเป็นฉันด้วย?นั่นก็ตระกูลหลิน นี่ก็ตระกูลหยาง ว่ากันตามข้อเท็จจริงแล้วกัน ใครผิดก็ว่าไปตามนั้นฉันต้องรักษาตำแหน่งไว้ก่อน”