The Lord Of The Battlefield (จบบริบูรณ์)

    III บทที่146 ตัดสินใจ

            บทที่146 ตัดสินใจ


            ภายในวันเดียวกันเทวาจัดการเรื่องต่างๆที่คั่งค้างมานานอย่างภารกิจต่อเนื่องของเขาคือการสร้างสำนักเทพอสูรเขาเหลือแค่ภารกิจสุดท้ายคือการมีศิษย์สำนักมากกว่า1หมื่นคน ตอนนี้เหลือแค่แค่ไม่กี่ร้อยเท่านั้นก็จะครบ1หมื่นคนแล้วนี่คือการลงแรงของคาเรนทั้งสิ้นที่ทำให้เขามาได้มากขนาดนี้

            ความจริงในโลกมิติอันเดอร์เวิลด์นั้นเทวาสามารถสร้างสำนักได้ง่ายดายแต่มันก็มีเรื่องมากมายและกระชั้นชิดไล่ตูดเทวาเสมอจึงทำให้เขาไม่มีเวลาไปแผ่ขยายสำนักของตนเองเลย

            มาตอนนี้เขาจึงต้องเคลียร์ภารกิจนี้ให้จบสิ้นไม่มาคอยกวนใจเขาอีก

            เรื่องที่เขาทำนั้นง่ายดายมากเขามอบหมายให้คุณปู่ทั้งสองรวมถึงแจคสันในการหาสมาชิกมาเข้าสำนักให้ครบสำหรับทั้งสามคนนั้นได้รับตำแหน่งอาวุโสของสำนักเทพอสูรอยู่แล้วดังนั้นการขอร้องเช่นนี้ย่อมไม่มีปัญหาและมันก็ง่ายดายอย่างแท้จริงเพราะเพียงแค่วันเดียวภารกิจของเขาก็ครบถ้วนสมบูรณ์

            เทวาได้รับสารปลดล็อคยีน100หลอด

            กับเทวาสารปลดล็อคยีน100หลอดนี้ไม่มีประสิทธิภาพกับเขามากนักแม้ว่าจะใช้พวกมันทั้งหมดในรวดเดียวก็ไม่ได้ทำให้เขาสามารถเข้าสู่ดินแดนเซียนได้ดังนั้นเขาจึงมอบพวกมันให้กับคาเรนและคนอื่นๆทั้งหมด

            คาเรนนั้นใกล้จะบรรลุดินแดนเทพยุทธ์ขั้นสุดยอดแล้วดังนั้นให้สารปลดล็อคยีนกับเธอจึงเหมือกนับมอบฟืนไฟท่ามกลางพายุอันเหน็บหนาว

            เทวายังเคลียร์เรื่องราวต่างๆอีกหลายประการเขากำลังเตรียมพร้อมที่จะเข้าสู่เกมเพื่อช่วยเหลือทุกคน ความจริงเขาไม่ได้สนใจมนุษยชาติมากนักที่เขาเป็นห่วงก็แค่คนของตนเองเท่านั้นการช่วยพวกพ้องของเขาจะนำมาซึ่งการช่วยเหลือมนุษยชาติ

            มันคือของแถม...

            ในยามนี้เทวากำลังยืนอยู่ที่ดาดฟ้าของตึกหลักในสำนักเทพอสูร

            ข้างเขานั้นคือร่างของบุรุษผู้หนึ่ง

            เขาก็คือซีโร่นั่นเอง

            “ตัดสินใจดีแล้วสินะ?”ซีโร่เอ่ยถาม

            “ครับผมจะเข้าไปและช่วยเหลือพวกเขาออกมา”

            “ฉันไม่ขัดแกหรอกฉันไม่ใช่คนแบบนั้นแต่ว่าก็ระวังตัวหน่อยล่ะ?”

            “...ลุงเป็นห่วงกันขนาดนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่บ่นเป็นยาวแก่เชียว”เทวายกยิ้มเล็กๆหยอกล้อซีโร่

            “หึหึเก่งขึ้นแค่นี้ก็ปากดีแล้วหรือไง?”

            “อะไรหรือลุงอยากจะวัดกันสักหน่อยไหม?”เทวาท้าทายเล็กน้อย

            ในยามนี้นั้นทั้งสองถือว่ามีระดับพลังฝีมือใกล้เคียงกัน

            “ฉันไม่มีอารมณ์ไปเล่นกับแกหรอก”

            “ตัดบทกันแบบนี้ก็เซ็งแย่เลย”

            “พลังของแกนั้นเพิ่มขึ้นจนน่าเหลือเชื่อตอนนี้แกก็เป็นคนหนึ่งที่ถือว่ามีพลังสูงสุดของมนุษย์แล้ว รู้สึกยังไงบ้างล่ะ?”

            “ก็ไม่รู้สึกอะไรหรอกหากเป็นแต่ก่อนผมคงกระดี้กระด้าและอวดบารมีตนเองแต่หลังจากผ่านการเคี่ยวกรำจิตใจมาอย่างหนักผมก็ไม่มีอารมณ์ไปทำแบบนั้นอีกแล้วพลังสูงสุดของมวลมนุษย์เหรอ? ผมไม่พอใจแค่นี้หรอก ผมจะไขว่คว้ามากกว่านี้พลังเพียงเท่านี้ยังไม่พอสำหรับผม”

            “เป้าหมายสูงนะแต่แกคงสามารถทำได้”

            “ก็นะผมอยากจะท่องอวกาศนี่นาผมอยากจะท่องเที่ยวผ่านอวกาศและมิติ ผมอยากรู้เรื่องด้านนอกนั่นจะตายไปดังนั้นผมจึงต้องยิ่งแข็งแกร่งให้มากกว่านี้อีกทั้งเมื่อผมแข็งแกร่งผมสามารถจัดการกับพวกมอนสเตอร์ทั้งหมดได้รวมถึงจะไปถล่มพวกมันที่โลกของพวกมันด้วยถึงผมจะไม่ได้รู้สึกอะไรกับมนุษย์มากนักแต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าผมก็คือมนุษย์คนหนึ่งและยังรู้จักผู้คนมากมายอีกด้วย”

            “...”

            “ว่าแต่ผมสงสัยอย่างหนึ่งเรื่องเลวร้ายขนาดนี้ทำไมพวกกึ่งเทพไม่ปรากฏตัวเลย นี่ทำให้ผมสงสัยหนักมาก”

            “เพราะว่าพวกเขาทั้ง12มีหน้าที่สำคัญอย่างอื่นน่ะสิ”

            “หน้าที่สำคัญ?”

            “เรื่องนี้แกยังไม่ต้องไปสนใจหรอกสนใจเฉพาะเรื่องของแกไปเถอะ”

            “ก็ได้ๆความหมายคือไม่ให้ผมสอดรู้เรื่องอื่นใช่มั้ย?”

            “ฉลาดมากแต่ไม่มีรางวัลให้หรอกนะ”

            “...”

            ทั้งสองเงียบไปสักพักซีโร่ก็เอ่ยกับเทวาอย่างจริงจังว่า

            “เจ้าหนูหลังจากแกเคลียร์เรื่องเกมเรียบร้อยแล้วฉันมีเรื่องบางอย่างที่ต้องบอกแกและ...ขอความช่วยเหลือ”

            ซีโร่กล่าวราวกับว่าเทวาสามารถแก้ปัญหาเรื่องเกมได้แล้วเรียบร้อยมันเป็นความเชื่อใจและมั่นใจในตัวเทวาจากเขา หากมีสักคนที่ซีโร่สามารถเชื่อใจได้ในโลกนี้นั้นเทวาก็คือหนึ่งในนั้น

            “หืม?ไม่ง่ายเลยนะที่จะเห็นลุงขอความช่วยเหลือน่ะ ผมขอเดานะ คงเกี่ยวกับสิ่งที่ลุงเป็นอยู่สินะผมเองก็สนใจเรื่องนี้เหมือนกัน วางใจเถอะ ผมจะช่วยเหลือลุงแน่นอนไม่ว่ามันจะยากแค่ไหนก็ตาม”

            “...”

             

            ซีโร่ยืนพิงกำแพงจ้องมองเบื้องหน้าอย่างไร้จุดหมายเขากำลังครุ่นคิดถึงบางอย่างอยู่สร้อยคอที่มีมังกรน้อยอาศัยอยู่ก็เปล่งแสงวูบวาบถี่ยิบราวกับกำลังจะถึงคราวสำคัญ

            ซีโร่อดนึกถึงเรื่องราวที่ผ่านมาในชีวิตของตนเองไม่ได้

            ในช่วงเวลานั้นเขาเพิ่งแยกกับเทวามา เทวาเพิ่งจะเข้าโรงเรียนทหารที่2 เขากลับมาที่บ้านของตนเองแต่ก็มีเรื่องกวนใจเขานั่นก็คือคริสตัลสีดำที่เขาได้รับมาจากออคที่เทวาสังหารไปนั้นกลับหลอมรวมเข้าที่ฝ่ามือของเขา(ตอนที่15บทที่13) เขาพบว่ามีปัญหาแล้วในตอนที่มันหลอมรวมเข้าที่ฝ่ามือแต่เขาก็ทำอะไรไม่ได้

            เขาจึงอยากจะไปตรวจสอบให้แน่ชัดว่ามันคืออะไรแต่ก่อนที่เขาจะทันได้ทำเช่นนั้นเขาก็ถูกคริสตัลสีดำนั้นดูดกลืนและหายตัวไป

            สถานที่ที่เขาปรากฏตัวเรียกว่าโลกมิติโลหิตคลั่ง

            เป็นโลกมิติระดับ5ดาวขนาดเล็ก

            ที่แห่งนั้นประดุจขุมนรก ท้องฟ้า ผืนดินสายน้ำล้วนแต่เป็นสีแดงประดุจโลหิตที่แห่งนั้นเขาพบเจอสัตว์ร้ายจำนวนมาก เขายังพบเจอกับกองทัพออคอีกมากมายในโลกมิติแห่งนั้นจึงทำให้เขาเข้าใจว่าเหตุใกออคที่บุกทำลายหมู่บ้านหลายแห่งในช่วงหลายปีมานี้ถึงได้หายไปหลังจากทำลายหมู่บ้านไปแล้ว

            ที่แท้พวกมันก็เข้ามาในโลกมิตินี้นั่นเอง

            เขาต่อสู้ไม่หยุดหย่อนเพราะจำนวนที่มากมายมหาศาลของสัตว์ร้ายและมอนสเตอร์สู้ไม่ไหวเขาก็ต้องหนี ร่างกายของเขาอาบเลือดและสิ้นหวังมาก จนกระทั่งในที่สุดแล้วเขาก็หลุดเข้าไปในมิติทับซ้อนของโลกมิติแห่งนั้นโดยบังเอิญจากการหลบนี้จากการไล่ล่า

            เขาเข้าสู่สถานที่ประหลาด มันมีบททดสอบที่โหดร้ายรอเขาอยู่และเขาก็ไม่ใช่คนเดียวที่ทำบททดสอบ ยังมีอีกนับล้านที่กำลังทำบททดสอบอยู่ เขาต้องต่อสู้อาบเลือดไม่เว้นวันและฝ่าฟันอย่างยาวนานในบททดสอบนั้นยาวนานเป็นสิบๆปีจนในที่สุดก็เหลือเขาแค่คนเดียว

            และสิ่งที่เขาได้พบเจอก็คือ...ร่างของไททัน!

            ทันใดนั้นเองระหว่างที่ซีโร่กำลังครุ่นคิดในใจเงียบๆอยู่นั้นเองก็มีคนมาสะกิดเขา

            “หืม?”เขาหันกลับไปและเห็นสตรีงดงามผู้หนึ่ง

            “นี่คุณมายืนทำอะไรตรงนี้?”หญิงสาวถาม

            “ก็...ไม่มีอะไรแล้วคุณ...”ซีโร่ตอบและถามกลับ

            “ก็ตรงนี้มันห้องนอนของฉันฉันเห็นคุณยืนอยู่ตรงนี้เป็นธรรมดาที่ต้องถาม”หญิงสาวยิ้มบาง

            “อ้อเช่นนั้นก็ขอโทษด้วย”ซีโร่ก้มศีรษะเล็กน้อยให้กับหญิงสาว

            “ไม่เป็นไรค่ะ”

            “ถ้าอย่างนั้นผมไปก่อนล่ะ?”ซีโร่กล่าวเบาๆแล้วเดินจากไป

            หญิงสาวจ้องมองตามหลังของเขาด้วยรอยยิ้มบางตามปกติเธอทรงเสน่ห์และสง่างามอย่างมากและกิริยาเรียบร้อยนักสมกับเป็นกุลสตรี

            ทันใดซีโร่ก็ชะงักแล้วหันมาถามกับหญิงสาว

            “ว่าแต่...คุณชื่ออะไร?”

            “ฉันโซเฟียร์เป็นอาจารย์สอนหนังสือค่ะ”

            “อ้อส่วนผม...”

            “คุณคือซีโร่พลเอกที่อายุน้อยที่สุดในประวัติศาสตร์ ฉันทราบดีค่ะ”

            “อืม...”ซีโร่เงียบไปอีกก่อนจะส่ายศีรษะเล็กน้อยแล้วเดินหายลับไป

            ทิ้งไว้เพียงโซเฟียร์ที่ยิ้มน้อยๆแล้วเดินเข้าห้องของตนเอง

             

            “เป็นอย่างไรบ้างเซบาสเตียน?”เทวากอดอกถามเซบาสเตียนที่กำลังตรวจสอบแว่นVRเกม

            “มันเป็นเทคโนโลยีที่ล้ำหน้ามากครับหลักการทำงานคือมันจะดึงวิญญาณออกจากร่างผ่านแว่นตาและดึงเข้าสู่โลกเสมือน หากมันเป็นโลกเสมือนจริงธรรมดากระผมคงสามารถทำอะไรได้มากกว่านี้กระผมสามารถแทรกแซงสกายเน็ตได้บางส่วนอยู่แล้วแต่กับเกมเสมือนเกมนี้แตกต่าง...”เซบาสเตียนตอบและกล่าวต่อไปว่า

            “โลกเสมือนนี้ราวกับมันเป็นโลกมิติแห่งหนึ่งไม่ใช่แค่โลกที่ถูกสร้างขึ้นนี่ทำให้กระผมไม่สามารถยุ่งวุ่นวายได้มากนัก แต่กระผมสามารถเจาะช่องทางเล็กๆเข้าไปได้จนทำให้กระผมสามารถที่จะเชื่อมต่อกับผู้คนด้านในและสนทนากันสั้นๆได้ครับแน่นอนว่ากระผมไม่สามารถเจาะผ่านผู้อื่นได้ยกเว้นนายท่านโดยการเตรียมการพิเศษก่อนการเข้าสู่เกม”

            “หมายความว่าแกสามารถติดต่อฉันได้ในเกมสินะ?”

            “ครับ”

            “แล้วเรื่องระเบิดล่ะ?”

            “กระผมแกะรอยตามสัญญาณของสกายเน็ตและพบจุดน่าสงสัยที่น่าจะเป็นที่ซุกซ่อนระเบิดแล้วเหลือก็แต่ไปสำรวจดูเท่านั้น”

            “ถ้าอย่างนั้นก็ฝากด้วยล่ะ”

            “ครับ”

            ในยามนั้นคาเรนเดินมาหาเทวา

            “เทวานายต้องกลับมานะ”คาเรนเอ่ยเสียงเบา

            เทวาจึงกอดปลอบเธอเพียงแค่พบกันสั้นๆเขาก็ถึงกับจะจากเธอไปอีกแล้ว เรื่องนี้ทำให้เขาเสียใจกับเธออย่างมากแต่เขาไม่มีทางเลือกยังมีเพื่อนพ้องและแผนสาวทั้งสองของเขาที่รอให้เขาไปช่วยเหลืออยู่หากทอดเวลานานกว่านี้เกรงว่ามันจะบานปลายและยากที่แก้ไขหากเกิดเรื่องไม่ดีขึ้น

            ดังนั้นเขาจำเป็นต้องรีบและไม่อาจไม่ทำเรื่องนี้ไม่ได้

            “ฉันจะจัดการเรื่องนี้ให้เร็วที่สุดเกมกระจอกแบบนี้ทำอะไรฉันไม่ได้หรอก ไม่เชื่อฝีมือสามีของเธอแล้วหรือไง?”เทวากล่าว

            ความจริงแล้วแม้ว่าเทวาจึงระวังการตายในเกมแต่เขาก็เชื่อว่าระบบของเขานั้นเหนือกว่าแค่สิ่งประดิษฐ์ของมนุษย์เช่นนี้เขาไม่เชื่อด้วยซ้ำว่ามันจะทำให้เขาที่ร่างกายแข็งแกร่งขนาดนี้ตายได้ ต่อให้ตายจริงแต่เขาก็ยังมีชีวิตสำรองและยังมีสภาวะอันเดตอีกด้วยนี่จึงทำให้เขาไม่กลัวเท่าไหร่

            ดังนั้นเทวาจึงได้ไม่หนักใจมากนัก

            สิ่งที่เขากังวลคงเป็นเรื่องเกี่ยวกับสหายและแฟนสาวทั้งสองในเกมมากกว่า

            เขากลัวว่าพกวเขาจะได้รับอันตรายและตายไป

            หากพวกเขาหรือเธอตายแม้แต่เทวาก็ไม่มีพลังที่สามารถฟื้นคืนชีพพวกเขาได้และเขาก็คงจะเสียใจมาก

            ปลอบกันอยู่สักพักทุกคนก็มารวมตัวกันเทวาก็นอนลงบนเตียง

            “ไม่ต้องป้อนอาหารผมเพราะร่างกายของผมไม่ต้องการรวมถึงบรรดาอุปกรณ์แพทย์เหล่านี้ด้วยมันเกะกะ”

            “แน่ใจเหรอ?”แจคสันเอ่ยถาม

            “ครับไม่ต้องทำอะไรทั้งนั้น ผมเข้าไปในเกมก่อนล่ะ”กล่าวจบเขาก็ไม่พูดกล่าวอะไรอีกแต่สวมแว่นVRแล้วนอนลง

            “เข้าเกม...”เทวากล่าว

            สติของเขาดับไปท่ามกลางสายตาเป็นห่วงของทุกคนรวมถึงคาเรนด้วย

            “นายต้องรอดกลับมานะเทวาฉันจะรอนายอยู่ตรงนี้ไม่ไปไหน”

             


    ...........................................


    คล้ายกับเรื่องThe Lord Of The Battlefield (จบบริบูรณ์) ที่คุณอ่าน