บทที่ 29 รักษาไม่หาย (100%)
ร่างผู้บาดเจ็บทั้งห้าคนนอนหายใจรวยรินอยู่บนลานยกพื้นในกระโจมหนังสัตว์ หมอหลวงรีบป้อนยารักษาชีพใส่ปากทุกคน เมื่อบาดแผลฉกรรจ์บนร่างค่อย ๆ ประสานตัว ผู้ช่วยหมอก็เริ่มทำความสะอาดเนื้อตัวให้ผู้บาดเจ็บ“ท่านหมอใหญ่!! หญิงผู้นี้หน้าคล้ายองค์หญิงเจ็ดมากเจ้าค่ะ” ผู้ช่วยหญิงร้องตะโกนอย่างตกใจหมอหลวงรีบเดินมาดูร่างหญิงบาดเจ็บทันที ใบหน้าที่เต็มไปด้วยบาดแผลดูคล้ายองค์หญิงเจ็ดจริง ๆ“รีบทำความสะอาดใบหน้าผู้บาดเจ็บทุกคนเดี๋ยวนี้!”ผมที่ยุ่งเหยิงกับใบหน้าที่เต็มไปด้วยบาดแผล ทำให้หมอหลวงไม่แน่ใจว่าหญิงผู้นี้เป็นองค์หญิงเจ็ดหรือไม่ ถ้าเป็นองค์หญิงจริง ก็ถือว่าเป็นเรื่องใหญ่และต้องรีบกราบทูลฮ่องเต้ให้ทรงทราบ ฉะนั้นเขาต้องตรวจสอบให้แน่ชัดก่อนจะแจ้งเบื้องบน“ท่านหมอใหญ่! ชายบาดเจ็บสี่คนนี้ก็หน้าคล้ายกลุ่มลูกขุนนางใหญ่เช่นกันขอรับ” ผู้ช่วยชายรีบตอบ“งั้นไม่ผิดแน่ หญิงผู้นี้คือองค์หญิงเฟิ่งหรู พวกเจ้าดูแลพวกเขาให้ดี ข้าจะรีบไปกราบทูลองค์ฮ่องเต้”หมอหลวงรีบเร่งฝีเท้าออกจากกระโจมตรงไปเข้าเฝ้าฮ่องเต้ ที่พักอยู่ในตำหนักไผ่หยกซึ่งอยู่ห่างออกไปไม่ไกล เมื่อทราบข่าวว่าธิดาคนเล็กบาดเจ็บหนัก ฮ่องเต้และฮองเฮาก็รีบมาที่กระโจมคนป่วยทันทีฮองเฮาถึงกับกรีดร้องเสียงหลง เมื่อเห็นสภาพของธิดาคนโปรด ตั้งแต่หัวจรดเท้าไม่มีส่วนไหนเลยที่ไม่บาดเจ็บ แม้เลือดจะหยุดไหลออกจากบาดแผลแล้ว แต่เนื้อหนังก็ยังประสานตัวไม่สนิท ฮองเฮารีบเอายาปราณทองขั้นสูงป้อนใส่ปากบุตรสาวทันทีฮ่องเต้จินเลี่ยงหรงมองดูบาดแผลบนตัวบุตรสาวและบนตัวลูกขุนนางทั้งสี่อย่างละเอียด บาดแผลเกือบทั้งหมดเป็นรอยกรงเล็บและคมเขี้ยวของสัตว์อสูรหลายชนิด“ปกติพวกสัตว์อสูรมักจะมีอาณาเขตการล่าเหยื่อของมันเอง พวกสัตว์เล็กจะไม่กล้าล่าข้ามเขตสัตว์ใหญ่ แต่ดูจากรอยบาดแผลเหล่านี้แล้ว..พวกเฟิ่งหรูต้องโดนฝูงสัตว์หลายชนิดเข้ารุมทำร้ายพร้อมกัน..มีบางอย่างผิดปกติ”หมอหลวงเข้าใจคำพูดของฮ่องเต้ทันที เขารีบเข้าไปตรวจสอบร่างกายลูกขุนนางทั้งสี่อย่างละเอียด และสั่งให้ผู้ช่วยหญิงตรวจร่างกายเฟิ่งหรูอย่างละเอียดเช่นกัน“ทูลฝ่าบาท ไม่พบผงกำยานปลุกอสูรเลยแม้แต่น้อยพ่ะย่ะค่ะ” หมอหลวงรายงานฮ่องเต้ในขณะที่ฮ่องเต้กับหมอหลวงกำลังหาสาเหตุการโดนสัตว์อสูรรุมทำร้ายอย่างผิดปกติ ฮองเฮาก็โวยวายเสียงดัง“หมอหลวง เฟิ่งหรูกินยาปราณทองขั้นสูงเข้าไปแล้ว ทำไมรอยแผลถึงยังไม่หาย”หมอหลวงใหญ่มองร่างเฟิ่งหรูที่มีรอยแผลน่าเกลียดน่ากลัวเต็มหน้าเต็มตัวแล้วรีบคุกเข่าลงกับพื้นอย่างจนปัญญา ยาปราณทองขั้นสูงเป็นยาที่ดีที่สุดในแคว้นซิงมีสรรพคุณรักษาอาการบาดเจ็บทั้งภายในและภายนอกที่ล้ำเลิศ ผู้ที่กินยาเข้าไป บาดแผลจะหายสนิทจนไม่เหลือรอยใด ๆ ภายในระยะเวลาไม่เกินหนึ่งก้านธูป แต่องค์หญิงเจ็ดกินยาไปเกินหนึ่งก้านธูปแล้ว แต่รอยแผลยังไม่หาย นั่นหมายความว่าไม่มียาใดในแคว้นซิงที่สามารถรักษารอยแผลให้หายได้“ฝ่าบาท ช่วยลูกของเราด้วยเพคะ ถ้ารอยแผลพวกนี้รักษาไม่หาย ลูกจะกลายเป็นหญิงอัปลักษณ์ หญิงที่เสียโฉมตั้งแต่วัยเยาว์ จะมีชีวิตอยู่ต่อไปได้อย่างไรเพคะ” ฮองเฮาพูดขอร้องฮ่องเต้ทั้งน้ำตา“เฟิงหรูเป็นลูกเรา เราต้องหาทางรักษานางอย่างเต็มที่แน่นอน ถ้ายาปราณทองขั้นสูงยังรักษาไม่ได้แสดงว่าบาดแผลพวกนี้ต้องไม่ใช่บาดแผลธรรมดา”ฮ่องเต้จินเลี่ยงหรงยืนมองบุตรสาวด้วยความสงสาร ก่อนจะสั่งให้แม่ทัพคนสนิทที่ยืนเฝ้าอยู่หน้ากระโจมไปตามโม่ฟ่านมาพบ“พระองค์ทรงคิดว่า เฟิ่งหรูโดนเวทคำสาปหรือเพคะ” ฮองเฮาเอ่ยถามเสียงสะอื้น“ทั้งเรื่องโดนสัตว์อสูรรุมทำร้ายและเรื่องบาดแผลรักษาไม่หายล้วนเป็นเรื่องผิดปกติ คงต้องให้จอมเวทตรวจดูว่าร่างเฟิ่งหรูโดนเวทคำสาปหรือไม่” ฮ่องเต้เอ่ยตอบเสียงเบา“ใครกล้าทำร้ายลูกข้า ข้าจะฆ่าพวกมันทิ้งทั้งโคตรไม่ให้เหลือรอดเลยแม้แต่คนเดียว” ฮองเฮาคิดในใจอย่างอาฆาตแค้น โม่ฟ่านมาถึงกระโจมรักษาผู้ป่วยอย่างรวดเร็วเมื่อแม่ทัพใหญ่ไปตามตัว ระหว่างทางแม่ทัพได้เล่าเหตุการณ์คร่าว ๆ ให้เขาฟังแล้ว ในใจเจ้าสำนักชรารู้สึกเป็นกังวลเกี่ยวกับเรื่องที่ฮ่องเต้สงสัย“ถวายบังคมพ่ะย่ะค่ะฝ่าบาท ฮองเฮา” โม่ฟ่านทำความเคารพผู้เป็นใหญ่ทั้งสอง“ไม่ต้องมากพิธีอาจารย์โม่ฟ่าน รีบมาดูเฟิ่งหรู ว่านางโดนเวทคำสาปหรือไม่”ฮ่องเต้รู้ดีว่าแม่ทัพคนสนิท ต้องเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นให้โม่ฟ่านฟังแล้ว จึงไม่พูดอธิบายอะไรอีกโม่ฟ่านเดินไปมองเฟิ่งหรูที่ยังนอนไม่ได้สติอย่างพิจารณา เขามองไม่เห็นเวทคำสาปบนตัวนาง แต่รอยบาดแผลนูนแดงตั้งแต่หัวจรดเท้า เป็นสิ่งที่ยืนยันความผิดปกติได้อย่างแน่ชัด“กระหม่อมมองไม่เห็นเวทคำสาปบนกายองค์หญิง อาจจะเป็นเพราะกระหม่อมเป็นเพียงจอมเวทมหาเทวะช่วงต้นเท่านั้นพ่ะย่ะค่ะ” โม่ฟ่านเอ่ยตอบตามตรง“อาจารย์หมายความว่าเฟิ่งหรูอาจจะโดนเวทคำสาป แต่ผู้สาปเป็นจอมเวทขั้นสูงกว่าท่านรึ!?”ฮ่องเต้เอ่ยถามด้วยความตกใจ โม่ฟ่านเป็นจอมเวทที่แข็งแกร่งเทียบเท่ากับจอมเวทอันดับหนึ่งของสี่แคว้นเล็ก ถ้าผู้ร่ายเวทคำสาปมีระดับสูงกว่าโม่ฟ่าน นั่นก็หมายความว่าจอมเวทผู้นั้น ต้องมาจากแคว้นระดับกลางหรือระดับสูงโม่ฟ่านพยักหน้าแทนคำตอบ เขามั่นใจว่าในแคว้นซิงตอนนี้ต้องมีจอมเวทระดับสูงกว่าเขาอยู่แน่นอน และจอมเวทผู้นั้นต้องมีความเกี่ยวข้องกับซู่มิน เพราะเจียงปินที่คิดร้ายต่อซู่มิน ก็โดนเวทคำสาปที่เขามองไม่เห็นเล่นงานจนหมดอนาคต ในภูผาสมุนไพรพวกเฟิ่งหรูต้องไปทำสิ่งไม่ดีต่อพวกซู่มินแน่ถึงได้มีสภาพปางตายกันเช่นนี้“ฝ่าบาท ในเมื่อจอมเวทของแคว้นเราไร้ความสามารถพึ่งพาไม่ได้ เราก็พาลูกไปขอความช่วยเหลือจากจอมเวทแคว้นอื่นกันเถอะเพคะ” ฮองเฮาเอ่ยถ้อยคำตำหนิโม่ฟ่านอย่างไม่ไว้หน้า“ฮองเฮาอย่าเสียมารยาทกับอาจารย์โม่ฟ่าน แล้วที่สำคัญจอมเวทจากแคว้นระดับสูงกว่า ไม่มีทางยื่นมือมาช่วยพวกเรา เจ้าเองก็รู้ว่าคนเหล่านั้นรังเกียจคนแคว้นเล็ก” ฮ่องเต้เอ่ยตำหนิฮองเฮาฮองเฮากัดฟันแน่นด้วยความแค้น หน้าอกเจ็บปวดจนแทบกระอักเลือดออกมา ดวงตาหงส์จ้องมองโม่ฟ่านอย่างดูถูก“เพราะมีแม่แบบนี้ ลูกถึงได้นิสัยเสียจนนำภัยมาสู่ตัวเอง” โม่ฟ่านต่อว่าฮองเฮาในใจ