แสงจากโคมไฟระย้าในห้องทานอาหารส่องสว่างไปทั่วทุกโต๊ะถูกจัดเตรียมอย่างประณีตด้วยเครื่องเงินและอาหารเลิศรสที่รอการเสิร์ฟขุนนางและแขกผู้มีเกียรตินั่งเรียงรายตามโต๊ะยาวท่ามกลางบรรยากาศที่อบอวลไปด้วยเสียงพูดคุยและเสียงหัวเราะบางเบาเ้าชายราธันนั่งอยู่ที่หัวโต๊ะ รอคอยการมาของอรัญญาอย่างสงบ
ขณะที่ทุกคนในห้องยังคงสนทนาบรรยากาศกลับเงียบลงทันทีเมื่อเสียงฝีเท้าของทหารดังขึ้นและประตูห้องอาหารถูกเปิดออกอย่างอ่อนโยน
ทุกสายตาหันไปมอง และในวินาทีนั้นทุกคนก็หยุดนิ่งไปด้วยความประหลาดใจ เมื่ออรัญญาก้าวเข้ามาในห้องทานอาหารเธอสวมชุดสีเงินที่ดูเหมือนทำจากแสงจันทร์ สวมผ้าคลุมยาวล่องลอยตามลมทุกก้าวของเธอดูเบาและสง่างาม ดวงตาของเธอส่องประกายราวกับดวงดาวในท้องฟ้าและเส้นผมยาวสีขาวเงินสะบัดไปตามการเคลื่อนไหวราวกับแสงจันทร์ที่ลอยอยู่ในอากาศ
การปรากฏตัวของเธอทำให้ทุกคนในห้องเงียบเสียงความงดงามของอรัญญากลายเป็สิ่งที่ยากจะละสายตาจาก ทุกคนมองดูเธอด้วยความตะลึงโดยเฉพาะสองหญิงสาวที่นั่งอยู่ใกล้กันที่ปลายโต๊ะ
เ้าชายราธันคลายจากอาการตะลึงในความงามของอรัญญาและปรับท่าทางให้เป็ทางการเขาหันมาด้วยท่าทีที่เรียบเฉย อย่างกับไม่ได้รู้สึกอะไร ทั้งๆที่ตรงกันข้ามกับเสียงจังหวะการเต้นของหัวใจที่สั่นระรัวยิ่งในขณะที่ได้ใกล้ชิดอรัญญา และเอ่ยเชิญอรัญญาให้นั่ง “ท่านหญิงอรัญญาเชิญนั่งใกล้ๆ ข้า” เขาพูดด้วยน้ำเสียงสุภาพและเป็มิตร ก่อนจะโบกมือไปยังเ้าหญิงเอวิน่าและเ้าหญิงเซรีสที่นั่งอยู่ไม่ไกลจากกัน
“นี่คือเ้าหญิงเอวิน่า น้องสาวของข้าและเ้าหญิงเซรีส” เ้าชายกล่าวด้วยน้ำเสียงที่สุภาพ“ทั้งสองท่านจะได้เป็มิตรแก่ท่าน ในขณะที่ท่านหญิงพำนักอยู่ในอาณาจักรแห่งนี้ข้าหวังว่าเ้าหญิงอรัญญาจะได้ทำความรู้จักกับพวกท่านให้มากขึ้น”
เ้าหญิงเอวิน่ายิ้มให้กับอรัญญาอย่างเป็มิตร“ยินดีที่ได้พบกันค่ะ ท่านหญิงอรัญญา” เธอกล่าวพร้อมท่าทางอบอุ่น
เ้าหญิงเซรีสก็เงียบไปสักครู่ก่อนจะมองอรัญญาด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยคำถาม “ยินดีที่ได้พบกันค่ะ”เสียงของเ้าหญิงเซรีสเ็า แต่ก็ยังคงรักษามารยาทในการต้อนรับ
อรัญญาพยักหน้าให้กับทั้งสองเ้าหญิงและนั่งลงข้างเ้าชายราธัน“ขอบคุณท่านทั้งสองค่ะ ฉันรู้สึกเป็เกียรติอย่างยิ่งที่ได้พบกับเ้าหญิงเอวิน่าและเ้าหญิงเซรีส”
ทันใดนั้นสายตาของเ้าชายราธันก็เผลอจับจ้องไปที่อรัญญาอีกครั้งดวงตาของเขาประสานกับดวงตาของเธอในชั่วขณะที่เงียบไปทุกสิ่ง ทุกคำพูดหายไปจากหูเขารู้สึกถึงความรู้สึกที่ไม่อาจอธิบายได้ที่เกิดขึ้นในใจ ทั้งความสง่างามและความลึกลับในดวงตาของอรัญญาที่ดูเหมือนจะสะท้อนอะไรบางอย่างที่เขายังไม่เข้าใจ
การสบตานั้นแค่่เวลาสั้นๆแต่ทำให้ห้องทั้งห้องดูเงียบสงัดทั้งเ้าชายและอรัญญาต่างรับรู้ถึงความรู้สึกที่เชื่อมโยงกันใน่เวลานั้นแม้จะไม่มีคำพูดใดๆ แต่ภายในใจของทั้งคู่ก็รู้สึกเหมือนมีบางสิ่งกำลังเกิดขึ้น
เ้าชายราธันจึงหันไปหาท่านที่ปรึกษาอาเรสเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจก่อนจะกลับมาที่การสนทนาอย่างมืออาชีพพยายามรักษาความสงบในขณะที่ยังคงรู้สึกถึงการเชื่อมโยงกับอรัญญาในใจ
“เชิญทานได้เลย ทุกท่าน” เ้าชายราธันเอ่ยขึ้นอย่างเป็ทางการทำให้บรรยากาศกลับมาสู่การสนทนาเบาๆ อีกครั้ง
ท่านที่ปรึกษาอาเรสยืนอยู่ไม่ไกลและในขณะที่ทุกคนเริ่มรับประทานอาหารกันอย่างเงียบๆเขาก็จับตามองอรัญญาอย่างละเอียดถี่ถ้วน ความสงบและความชาญฉลาดที่แฝงอยู่ในดวงตาของเขากลับทำให้การปรากฏตัวของอรัญญากลายเป็จุดสนใจมากขึ้นกว่าที่เคย
ในขณะที่ทุกคนทานอาหารไปบรรยากาศก็ยังคงเงียบสงบก่อนที่เ้าหญิงเอวิน่าจะเป็ฝ่ายพูดขึ้นด้วยรอยยิ้มอ่อนโยน “ท่านหญิงอรัญญาค่ะข้าได้ยินมาว่าท่านชื่นชอบประวัติศาสตร์ของอาณาจักร เรามีโอกาสที่จะพูดคุยกันเกี่ยวกับเื่นี้บ้างไหมค่ะ?”เธอถามด้วยท่าทางที่สนใจอย่างจริงจัง
อรัญญาเงียบไปเล็กน้อย ก่อนจะยิ้มตอบ“แน่นอนค่ะ ฉันชื่นชอบการศึกษาเื่ราวของอาณาจักรต่างๆและประวัติศาสตร์ของที่นี่ก็เป็สิ่งที่น่าสนใจมากเช่นกัน”
เ้าหญิงเอวิน่ามองไปที่อรัญญาด้วยแววตาที่เป็มิตร“ข้าคิดว่าเราจะได้พูดคุยกันได้มากขึ้นในภายหลังค่ะคงจะมีเื่ราวน่าสนใจที่ข้า้าฟังจากท่านไม่น้อย”
ขณะที่เสียงสนทนาค่อยๆ ผ่อนคลายลงเ้าหญิงเอวิน่าก็หันไปมองออกไปนอกหน้าต่างที่มองเห็นทัศนียภาพของอาณาจักรยามค่ำคืนที่ประดับไปด้วยแสงไฟจากคฤหาสน์และพระราชวังที่ส่องสว่างท่ามกลางท้องฟ้าที่เต็มไปด้วยดาว
“ท่านหญิงอรัญญาคะ”เ้าหญิงเอวิน่าพูดขึ้นใหม่ด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน “หลังจากมื้ออาหารนี้ข้าอยากชวนท่านออกไปเดินชมความงดงามของอาณาจักรในยามค่ำคืนข้ามีสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่ท่านคง้าไปเคารพด้วยค่ะ”
อรัญญามองเ้าหญิงเอวิน่าด้วยแววตาที่สนใจ“สถานที่ศักดิ์สิทธิ์ของอาณาจักร... ฉันคงจะต้องไปคำนับจริงๆ ค่ะเป็เกียรติอย่างยิ่งที่จะได้เห็นสถานที่เ่าั้”
เ้าหญิงเอวิน่ายิ้มเล็กน้อย“มันเป็สถานที่ที่มีความสำคัญมากสำหรับอาณาจักรและผู้คนที่นี่ข้าหวังว่าท่านจะรู้สึกถึงพลังและความสงบที่มีอยู่ในที่แห่งนั้น”
การชวนไปเยือนสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ทำให้การสนทนาเต็มไปด้วยความน่าสนใจอรัญญาคิดในใจว่าการได้เรียนรู้เกี่ยวกับสถานที่เหล่านี้จะเป็โอกาสดีในการทำความเข้าใจในประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมของอาณาจักรที่เธอมาเยือน
ขณะที่ทั้งสองกำลังเตรียมตัวเดินออกจากห้องอาหารเ้าหญิงเซรีสก็มองไปที่อรัญญาอีกครั้ง ขณะที่ริมฝีปากของเธอยังคงยิ้มเย็นๆโดยไม่ได้แสดงท่าทางเป็มิตรใดๆ เธอคิดในใจว่า “ท่านหญิงอรัญญา...มันดูเหมือนว่าจะมีบางอย่างที่ไม่ชัดเจนเกี่ยวกับตัวท่าน ความจริงที่แท้จริงของท่าน...ข้าคงต้องหาคำตอบให้ได้”
หลังจากมื้ออาหารเสร็จสิ้นทุกคนลุกขึ้นจากโต๊ะ เ้าหญิงเอวิน่าเดินนำทางออกไปจากห้องทานอาหารโดยมีอรัญญาเดินตามไปอย่างสงบทั้งสองเดินผ่านทางเดินที่ประดับด้วยโคมไฟระย้าหรูหราเสียงฝีเท้าดังขึ้นตามทางเดินที่มีความเงียบสงัด
เ้าหญิงเอวิน่ายิ้มให้กับอรัญญาในขณะที่เดินไป“ข้าเชื่อว่าเย็นนี้จะเป็โอกาสที่ดีสำหรับท่านที่จะได้ััความงามและความสำคัญของสถานที่ในอาณาจักรแห่งนี้”
อรัญญาเงยหน้ามองไปที่ท้องฟ้ายามค่ำคืนที่เต็มไปด้วยดวงดาว"ฉันรู้สึกถึงความสงบที่นี่ ราวกับว่าโลกนี้มีอะไรบางอย่างที่รอให้ข้าค้นพบ"
ทั้งสองเดินไปยังสวนในพระราชวังและมุ่งไปยังสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ซึ่งตั้งอยู่ท่ามกลางธรรมชาติที่เงียบสงบบรรยากาศรอบๆทำให้ทุกย่างก้าวของอรัญญารู้สึกถึงความศักดิ์สิทธิ์และความเคารพในสถานที่นั้นขณะที่เ้าหญิงเอวิน่าพูดถึงความสำคัญของสถานที่นี้ต่ออาณาจักรและประชาชนที่พึ่งพาแรงศรัทธาในสถานที่ศักดิ์สิทธิ์เหล่านี้
“ที่นี่เป็สถานที่ที่เราทุกคนมารวมตัวกันเพื่อสวดมนต์และขอพรให้กับความเจริญรุ่งเรืองของอาณาจักรจันทราสว่าง”เ้าหญิงเอวิน่ากล่าวด้วยความภาคภูมิใจ
อรัญญาพยักหน้าด้วยความเคารพ เมื่อถึงสถานที่นั้นเธอก้มลงคำนับอย่างสงบพร้อมความรู้สึกที่มีต่อสิ่งที่ยิ่งใหญ่และศักดิ์สิทธิ์ในดินแดนนี้
การเดินทางพาอรัญญากับเ้าหญิงเอวิน่าผ่านถนนที่สงบเงียบและโรยด้วยดอกไม้สีขาวสะอาดที่ร่วงหล่นจากต้นไม้ที่ปลูกเรียงรายริมทางขณะที่อากาศเย็นสบายยามค่ำคืนช่วยให้บรรยากาศแห่งความเงียบสงบยิ่งดูงดงามขึ้นไปอีกเสียงฝีเท้าของพวกเธอดังอยู่บนทางเดินหินที่เรียงรายอย่างมีระเบียบ
ในที่สุดทั้งสองก็มาถึงสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ของอาณาจักรสถานที่ที่เต็มไปด้วยความเคารพและความนับถือจากผู้คนทั้งหลายในอาณาจักรจันทราสว่างที่นี่ตั้งอยู่บนยอดเขาสูงล้อมรอบด้วยกำแพงหินสลักลวดลายอ่อนช้อยที่บ่งบอกถึงความรุ่งเรืองและอำนาจของบรรพบุรุษรูปแบบของวิหารเป็อาคารที่ทำจากหินที่ดูแข็งแกร่งแต่ร่มเย็นหลังคาทรงสูงเหมือนกรงนกที่ปกคลุมแสงจันทร์อย่างงดงามสร้างความรู้สึกของความลึกลับและความศักดิ์สิทธิ์อย่างไร้คำบรรยาย
ภายในวิหารประดับด้วยรูปบั้นทองสัมฤทธิ์สูงใหญ่รูปหนึ่งซึ่งเป็สัญลักษณ์ของพระเ้าจันทรา เทพเ้าผู้ปกครองความมืดและแสงจันทร์รูปบั้นนี้มีพระพักตร์ที่สง่างามราวกับการผสมผสานระหว่างมนุษย์และสิ่งศักดิ์สิทธิ์ดวงตาของพระพักตร์นั้นดูเหมือนจะสะท้อนแสงจันทร์ในยามค่ำคืนมีความสงบและปริศนาในท่าทางและท่าทีของพระองค์มือของพระองค์ยกขึ้นเหมือนกำลังคุ้มครองและอวยพรให้กับผู้ที่มาเคารพกราบไหว้
เมื่ออรัญญามาถึงหน้ารูปบั้นเธอหยุดลงและก้มคำนับอย่างสงบลมหายใจของเธอดูจะเข้ากับบรรยากาศของสถานที่ที่มีพลังแห่งความศักดิ์สิทธิ์ััได้ถึงความยิ่งใหญ่ของสถานที่และความหมายที่แฝงอยู่ในท่าทางของรูปบั้นนั้นเธอรู้สึกถึงความเคารพและความสงบในจิตใจของตัวเองขณะที่ดวงตาของเธอมองไปที่รูปบั้นที่มีความงดงามและแสงส่องสว่างราวกับกำลังให้พรแก่ผู้ที่แสวงหาความรู้และความสุข
เ้าหญิงเอวิน่ามองการเคารพนั้นอย่างสงบและพึงพอใจก่อนจะกล่าวขึ้นเบาๆ“สถานที่นี้คือศูนย์กลางแห่งการบูชาที่สำคัญที่สุดในอาณาจักรจันทราสว่างทุกคนที่มาที่นี่จะรู้สึกถึงพลังของพระเ้าจันทราที่ปกป้องและให้พรแก่พวกเขา”
อรัญญาหลับตาลงอย่างเคารพขณะความรู้สึกแห่งความยิ่งใหญ่และศักดิ์สิทธิ์ลึกซึ้งภายในจิตใจของเธอ