ลวงสวรรค์สู่วิถียุทธคลั่ง [จบ]

บทที่745 เก็บซ่อนผู้ยิ่งใหญ่

           เมื่อจักรพรรดิทั้งสามลงมือ หมายมั่นจะจับตัวของอี้เฉินเอาไว้ ภาพที่อี้เฉินเห็นเขาดูตัวเล็กจ้อย เมื่อยืนอยู่ต่อหน้า จักรพรรดิผู้ยิ่งใหญ่ทั้งสาม ราวกับบัดนี้อี้เฉินเป็นสิ่งมีชีวิตตัวเล็กๆ ที่เต้นบนฝ่ามือ ของเหล่าจักรพรรดิผู้ยิ่งใหญ่ ที่ฉายร่างเงาทอดยาวออกไปไกล

 

           ก่อนที่ทันใดเสียงปังงง!! ของระฆังสีทอง จะดังออกมากึกก้อง เมื่อจักรพรรดิมนุษย์ เกอซูหยาง ขับเคลื่อนระฆังคุ้มกันกาย ขึ้นมาลอยเด่นเหนือฝ่ามือ เข้าช่วยเหลือตัวของอี้เฉิน กับแม่นางอี้ฟางหรงเอาไว้



 

           ใบหน้าของจักรพรรดิทั้งสาม ประกายตา ฉายวาบความไม่พอใจขึ้นมาทันที “จักรพรรดิมนุษย์ เกอซูหยาง ท่านคิดจะช่วยเหลือพวกเขาจริงๆ หรือ ท่านรู้หรือไม่ ผลที่ตามมาต่อจากนี้กับดินแดนท่าน จะเป็นเช่นไร”


 

           จักรพรรดิมนุษย์เกอซูหยาง ครั้นเขาหันปรายตาไปมอง ฮูหยินอวิ๋นฉินอิน อยู่แวบหนึ่งเขาจึงพยักหน้าออกมาให้ จักรพรรดิ ฟู่เฉิงอย่างไม่ลังเลอีกต่อไป “ข้าได้ตัดสินใจแล้ว ข้าจะส่งพวกเขากลับไปยังดินแดนเทพ”

 


จักรพรรดิ ฟู่เฉิง ใบหน้าเขาเหี้ยมเกรียมขึ้นมาทันใด “เช่นนั้นหากเจ้าทำได้ก็ลองดู จัดการพวกเขาเร็วเข้า”


 

           อี้เฉินที่ได้ยินเขา ถึงกับบีบรัดฝ่ามือเข้าหากันจนแน่น ด้วยความเจ็บแค้น แม้แต่ริมฝีปากยังกัดกรามกรอดออกมา ครั้นเห็นการโจมตีที่บ้าคลั่งของผู้ยิ่งใหญ่ ส่งให้ภูเขาแม่น้ำเกิดการสั่นไหว ระเบิดพังทลาย ระเหยเป็นไอ ในเสี้ยวพริบตา รอบด้านเกิดความโกลาหลครั้งใหญ่ไปทั่วหล้า แม้แต่หมู่ดาวยังสั่นไหวโยกคลอน ระฆังสีทองเกิดการสั่นไหว ดังก้องออกมาไม่มีขาดสาย


 

           หากอี้เฉินไม่ได้ท่านพี่อี้ฟางหรง กับจักรพรรดิมนุษย์เกอซูหยาง ปกป้องอยู่ตรงกลางเกรงว่า แค่เศษปราณพลัง ที่แตกกระจัดกระจายของผู้ยิ่งใหญ่ คงจะฆ่าสังหารเขาได้หลายชีวิตแล้วเป็นแน่


 

           จักรพรรดิมนุษย์ เกอซูหยาง บอกกล่าวพวกอี้เฉินในทันใด ครั้นเขาพาอี้เฉิน อี้ฟางหรง สืบฝีเท้าหลบหนี ไปยังทิศทางสะพานสายรุ้ง ที่มีหมู่ดาวนับแสนดวง พร่างพราวเต็มท้องฟ้า “ข้าจะพาพวกเจ้าออกไปจากสถานที่แห่งนี้เอง อย่าได้เป็นกังวลไป” ครั้นเห็นสายตาของอี้เฉิน ฉายความกังวลขึ้นมาอย่างเด่นชัด

 


           จักรพรรดิ ฟู่เฉิงเขาใบหน้ามืดทะมึนไม่น้อย ก่อนจะเอ่ยพูดออกมาด้วยอายโทสะ “เจ้าถึงกับใช้เส้นทางสะพานสายรุ้งเชียวหรือ จักรพรรดิมนุษย์ เกอซูหยาง” ก่อนเขาจะกลอกตา หันปรายตาไปมอง จักรพรรดิผู้ยิ่งใหญ่คนอื่นๆ ที่ยังไม่ลงมือ แล้วกล่าวพูดออกมาอีกครา “พวกเจ้ายังไม่ลงมืออีกเช่นนั้นหรือ?”

 


           ครั้นสิ้นเสียงของจักรพรรดิ ฟู่เฉิง ปีกทั้ง3คู่ด้านหลัง ของเขากลางออกมากว้าง เพียงแค่กระพือปีก มันก็ส่งคลื่นลมพายุออกมาอย่างบ้าคลั่ง ก่อนเขาจะพุ่งปราด เข้าไปภายในมิติที่ถูกเปิดออก ราวกับสายแสงสีขาว ของศรที่ถูกยิงออกไปเป็นทางยาว

 


           เหล่าจักรพรรดิที่เหลือ พวกเขาต่างก็พยักหน้าให้กัน ไม่ว่าจะเป็นจักรพรรดิสิงโตทอง ซือจือ จักรพรรดิมังกรฟ้า จ้าวหานเฟิง จักรพรรดิอัสนีเพลิง หยางมี่ ภาพที่หมู่ชนเห็น สายแสงอัสนีเพลิง ฉาบผืนฟ้าออกไปเป็นทางยาว มังกรฟ้าคำรามโฮก!! พุ่งทะยานเข้าไปภายในมิติ ด้วยความปราดเปรียว แม้แต่สิงโตสีทอง ที่ห้อตะบึงเหยียบผืนฟ้า ไปด้วยความเร็วปานสายฟ้าฟาด หมู่ชนพวกเขา บัดนี้ต่างก็ขาสั่นเทา ด้วยความหวาดกลัว จวนเท้าทั้งสองข้าง จะยันกับพื้นไม่อยู่อีกต่อไป ครั้นรับรู้โทสะของผู้ยิ่งใหญ่ พวกเขามีกี่ร้อยชีวิตเกรงว่า ก็คงไม่พอลดโทสะ ของผู้ยิ่งใหญ่เหล่านั้นลงได้

 


           เยว่ชิงเซียนที่มีน้ำตาไหลริน เปรอะเปื้อนใบหน้างาม พร้อมคลื่นอารมณ์ ภายในใจที่แปรปรวนของนาง นางพุ่งปราด คิดจะตามอี้เฉิน หลงลืมความยึดมั่น ของนางไปจนหมดสิ้น เมื่อรับรู้สิ่งที่นางต้องการจริงๆ คือสิ่งใด แม้จะรับรู้ว่านาง ไม่อาจช่วยอะไรอี้เฉินได้ก็ตาม แต่นางก็หวังภายในใจลึกๆ ว่า อี้เฉินจะกลับไปยังดินแดนเทพ ได้อย่างปลอดภัย

 


           เซียงอวี่เขารีบมาห้ามปราม เยว่ชิงเซียนที่จะเข้าไป ภายในสะพานสายรุ้ง รีบเอื้อมฝ่ามือ จับคว้าแขนเร็วเล็ก นางเอาไว้ อย่างรุนแรง “เจ้าอยากตายหรือเยว่ชิงเซียน ภายในสถานที่แห่งนั้น มีการปะทะกันของเหล่าผู้ยิ่งใหญ่ แม้แต่บัดนี้ ยังมองเห็นคลื่นพลัง ที่รุนแรงซัดสาด แผ่ริ้วคลื่นความตาย ออกมาได้อย่างชัดเจน”

 


          “ท่านปล่อยมือข้าเสีย สิ่งที่ข้าต้องการจริงๆ อยู่ที่นั่น” สายตาคู่งามเยว่ชิงเซียน ที่ทอประกายวูบไหว ยังคงมองแผ่นหลัง ของอี้เฉินที่จากไปอย่างไม่วางตา แม้จะรับรู้บัดนี้ มันอาจจะสายเกินไปแล้วก็ตาม แต่นางก็ไม่อาจ ย้อนเวลากลับไปแก้ไขอะไรมันได้

 


           ‘ข้าไม่เคยอยู่ในสายตา เจ้าเลยซินะเยว่ชิงเซียน’ ก่อนเซียงอวี่จะบีบรัดฝ่ามือนางไว้แน่นกว่าเก่า จนทำให้เยว่ชิงเซียน รับรู้ถึงความเจ็บปวด จากแรงบีบรัดของฝ่ามือ

 


           เซียงอวี่เอ่ยพูดออกมา ตามความคิดของเขาทันใด “ไอ้เวรอี้เฉินนั้นมันสร้างเรื่องขึ้นมาเองทั้งนั้น หากมันจะตายตกก็สมควรแล้ว ไม่ใช่หรอกหรือ? เจ้าควรสงบสติ อารมณ์ ของเจ้าเสียเยว่ชิงเซียน หากเจ้าเข้าไปจะมีเพียงความตายเท่านั้นที่รอเจ้าอยู่”

 


          “ข้าเจ็บ!! ปล่อยมือข้าเดี๋ยวนี้ต่อให้ข้าจะตายแล้วมันเยี่ยงไร คนที่ได้สมบัติล้ำค่า กลับถูกผู้ยิ่งใหญ่รังแก หากเป็นเจ้าที่โดนไล่ล่า เจ้าจะกล้าพูดเช่นนี้หรือไม่!” ก่อนประกายตาเยว่ชิงเซียน นางจะเผยความเหี้ยมโหด ฉายวาบออกมา บ่งบอกถึงความดื้อรั้นของนางไม่น้อย

 


          เสียงฝ่ามือ เซียงอวี่ ตบเข้าใส่ใบหน้า เยว่ชิงเซียน ดังเพี๊ยะ!! ออกมาก้อง จนแก้มขาวเนียนละเอียด นางแดงแจ๋ เลือดกบปากออกมาน้อยๆ “พวกเจ้ายังไม่รากตัวนางไปอีก จับนางไปขัง สำนึกผิดภายในนิกายเสีย”


“ขอรับศิษย์พี่”


 

“รับคำสั่งศิษย์พี่เซียงอวี่”


 

          ภาพที่หมู่ชน เห็นเซียงอวี่ลงมือกับสตรีหญิงภายในนิกาย พวกเขาต่างก็ไม่อยากเชื่อสายตา สตรีนามว่าเยว่ชิงเซียนผู้นี้ นางเองก็ดื้อรั้น ดึงดันไม่น้อย แม้จะอ้อนวอนศิษย์พี่นางแทบขาดใจก็ตาม เซียงอวี่ เขาไม่ยอมใจอ่อนกับนางอีกต่อไป

 


           ทว่าเมื่อหมู่ชนเห็น ลูกบาศก์มิติในฝ่ามือของอี้เฉิน แอบซ่อนจักรพรรดิชราผู้หนึ่งเอาไว้ หลายคนต่างก็ไม่อยากเชื่อสายตา แม้แต่เหล่าจักรพรรดิผู้ยิ่งใหญ่เองก็ตาม

 


          “จักรพรรดิหนุ่มผู้ปกครองดินแดนเทพผู้นั้น เขาถึงกับ แอบซ่อนจักรพรรดิผู้ยิ่งใหญ่ ไว้ภายในทะเลปราณจิตของเขามาตลอด เลยงั้นหรือ?” ผู้อาวุโสผู้หนึ่งภายในนิกายสูงสุด กล่าวพูดออกมา พร้อมเสียงถอนลมหายใจออกมายาว

 


          ผู้อาวุโสอีกท่าน ที่ยกฝ่ามือลูบหนวดเคราขาว เขายังกล่าวพูดออกมา “เกรงว่าอี้เฉินผู้นี้เขาเองก็เตรียมการมาเป็นอย่างดีเช่นกัน แต่เกรงว่า จะรอดจากปากคมเขี้ยวของอสรพิษเฒ่า พวกนั้นยากเสียแล้วกระมัง”
 


         จักรพรรดิที่ตามมาสมทบทีหลัง พวกเขาต่างก็หยุดฝีเท้า ครั้นรับรู้ว่า บางทีพวกเขาอาจคิดผิด ที่ลงมือกับอี้เฉิน พวกเขาจึงถอยฝีเท้าไป ไม่อยากจะเข้าไปข้องเกี่ยวผูกชะตาแค้น ในศึกการต่อสู้ครานี้อีกต่อไป

 


        “พวกเจ้ากล้าทำร้ายศิษย์ ของข้าเช่นนั้นหรือ” จักรพรรดิที่เกิดจากหยดเลือด เขาแค่นเสียงออกมา ด้วยความเดือดดาล ก่อนจะกลางม้วนภาพ สะท้อนการโจมตี ของเหล่าจักรพรรดิผู้ยิ่งใหญ่ออกไป

 


         เสียงตู้ม!!ที่ดังก้องออกมา สั่นสวรรค์เก้าชั้นฟ้า ส่งให้หมู่ดาวแตกระเบิดเป็นจุณ กระทบชิ่งกันเป็นลูกโซ่ออกไปเป็นทางยาว ปัง!! ปัง!! งง!! ดังก้องออกมาไม่มีขาด



         จักรพรรดิแห่งความตาย เขาสบถด่าขึ้นมา ด้วยอายความโหดเหี้ยม “ไอ้แก่ เจ้าถึงกลับกล้าขึ้นมายังดินแดนจักรพรรดิเชียวหรือ เหมือนว่า เจ้าจะพบเจอโชค วาสนาโลหิต ของจักรพรรดิโบราณ ที่ตายตกสินะ”

 


        “จักรพรรดิแห่งความตาย เหมือนว่าเจ้าจะดูดีขึ้นมากนะ ข้าน่าจะฆ่าสังหารเจ้าเสียตั้งแต่ที่เจ้า อยู่ดินแดนเบื้องล่าง ..พวกเจ้าไปเสียข้าจะถ่วงเวลาให้” ปู่ดวงเฮง ที่เอ่ยพูดเสร็จสิ้น ภาพวาดที่กลางออกกว้าง ถูกขับเคลื่อน กลายเป็นภาพหมื่นอสูรในทันใด ริ้วคลื่นรัศมีภาพฉาย ส่งความเกรี้ยวกราด ซัดสาดออกมาทะลักทลาย

 


          จักรพรรดิมนุษย์เกอซูหยาง ส่งเสียงปราณจิต ออกไปบอกกล่าวชายแก่ ที่เกิดจากหยดเลือดของจักรพรรดิทันที “ท่านผู้อาวุโส คนที่น่าหวาดกลัวที่สุดเกรงว่าจะไม่ใช่ จักรพรรดิแห่งความตาย แต่เป็นจักรพรรดิเทพมาร ฟู่เฉิง ที่น่าหวาดกลัว โปรดท่านระวังตัวด้วย แม้แต่พวกเราที่ร่วมมือกัน อาจจะไม่ใช่คู่มือ ของเขาเสียด้วยซ้ำ”
 


         ชายแก่พยักหน้าให้ จักรพรรดิมนุษย์เกอซูหยาง ทว่าสายตาของ อี้ฟางหรง กับอี้เฉินไม่จำยอม ที่จะปล่อยให้ชายแก่ ต่อสู้เพียงลำพังเช่นนี้ อี้เฉินเอ่ยพูดขึ้นมาทันที “ท่านไปพร้อมกับพวกเราเถอะ ปู่ดวงเฮง”

 


         จักรพรรดิมนุษย์เกอซูหยาง ครั้นเห็นความตั้งใจของชายแก่ เขาโบกสะบัดฝ่ามือ ห่อหุ้มปราณพลัง คุมร่างของพวกอี้เฉินได้ เขาพา อี้เฉิน กับอี้ฟางหรง หายจากไปราวกับสายแสงในทันที

 


         แม้จะเห็นสายตา ของอี้เฉินไม่จำยอมก็ตามแต่เมื่อ อยู่ต่อหน้าผู้ยิ่งใหญ่เหล่านั้น อี้เฉินเขาก็ไม่อาจทำอะไรได้อีกต่อไป ข้อนี้คนที่รู้ดีที่สุด เกรงว่าจะเป็นตัวของอี้เฉินเอง

คล้ายกับเรื่องลวงสวรรค์สู่วิถียุทธคลั่ง [จบ] ที่คุณอ่าน