ตอนที่24 : รอยร้าวแห่งพี่น้อง
ยามรุ่งสางเมฆหนาเหนือเมืองหลวงดูเหมือนจะต่ำกว่าปกติ
ข่าวเื่ “สำนักปัญญา” ขององค์ชายใหญ่ถูกลือไปทั่วทั้งราชสำนัก
“ได้ยินหรือไม่?สำนักนั้นมีบัณฑิตมากกว่าหนึ่งพันคน!”
“ว่ากันว่ามีการประดิษฐ์อุปกรณ์กลั่นสุรา น้ำสะอาด และเกลือขาว!”
“ข้าคิดว่าไม่ช้า แคว้นหานอาจรุ่งเรืองเพราะเขาแน่แท้!”
เสียงเหล่านี้แพร่ไปถึงตำหนักตะวันออก— ที่ประทับขององค์ชายรอง หานอวี้หลง
หานอวี้หลงปาแจกันแตกกระจาย
“สำนักปัญญา!? สำนักข้างนอกที่ตั้งขึ้นโดยมิได้ขอพระบรมาานุญาต!”
พระสนมหลิน มารดาของเขานั่งจิบชาอย่างสงบ
นางหัวเราะแ่เบา
“ลูกข้า เ้าจะโมโหไปไย
บางทีสิ่งที่เราควรทำ... คือใช้สำนักนั้นเล่นงานเขาเอง”
“มารดาหมายความว่าอย่างไร?”
นางวางถ้วยชาเบา ๆ
“หากประชารักเขาเพราะสำนักนั้น ก็จงทำให้ประชาเชื่อว่าสำนักนั้น...คือภัย”
“ภัย?”
“ใช่...บอกว่าพวกบัณฑิตในนั้นคิดก่อการเปลี่ยนแปลง ใช้ปัญญาหลอกลวงประชา
และองค์ชายใหญ่กำลังสร้างกองกำลังลับ”
แววตาหานอวี้หลงแปรเปลี่ยนจากโกรธเป็ยิ้ม
“งั้นข้าจะทำให้เขากลายเป็คนทรยศต่อฟ้าเอง”
ในที่ประชุมขุนนางวันถัดมา
มีรายงานจากสายข่าวว่า “สำนักปัญญา” ได้สร้าง “อุปกรณ์โลหะรูปกล่อง”ที่ใช้ยิงลูกเหล็กออกด้วยแรงดันไฟ
ขุนนางฝ่ายจางเหว่ยฉวยโอกาสลุกขึ้นทันที
“ฝ่าา!สิ่งนี้มิใช่สิ่งประดิษฐ์ธรรมดา หากแต่เป็อาวุธ!”
“หากองค์ชายใหญ่ตั้งใจผลิตอาวุธโดยมิได้รับอนุญาต นั่นเท่ากับสร้างกองทัพในเงา!”
เสียงวิจารณ์ดังขึ้นทั้งสองฝ่าย
บางคนเชื่อในคุณงามขององค์ชายใหญ่
อีกฝ่ายเริ่มหวาดกลัวว่าเขาอาจเป็ภัยต่อราชบัลลังก์
ฮ่องเต้นิ่งฟังสีพระพักตร์นิ่งเยือกเย็น
ขณะเดียวกัน พระสนมหลินแอบส่งคนไป “กระซิบ” กับขันทีหลวงให้แพร่ข่าวเื่นี้ไปทั่ววังหลัง
ข่าวลือแพร่ไปถึงหูของ ฮองเฮา มารดาขององค์ชายใหญ่
ข้าหลวงฝ่ายในรีบเข้ามารายงาน
“ฝ่าพระบาทหญิง!มีข่าวว่าองค์ชายใหญ่สร้างสำนักลับเพื่อฝึกบัณฑิตก่อฏ!”
ฮองเฮานิ่งเงียบครู่หนึ่งก่อนวางพู่กันลง
“ใครเป็คนเริ่มข่าว?”
“หม่อมฉันไม่กล้ากล่าว...แต่ดูเหมือนจะมาจากฝ่ายพระสนมหลินพ่ะย่ะค่ะ”
ฮองเฮาหรี่พระเนตร
“งั้นก็ได้เวลา...ให้สตรีในวังได้รู้เสียบ้างว่าความสงบ ไม่ได้แปลว่าอ่อนแอ”
นางหันไปสั่งข้าหลวง
“เตรียมรถพระที่นั่งข้าจะไปเฝ้าฝ่าาด้วยตนเอง”
บรรยากาศในท้องพระโรงวันนั้นหนาแน่นกว่าครั้งไหน
องค์ชายใหญ่ หานอวี้จิน ก้าวเข้ามาด้วยสีหน้าเยือกเย็น
ในขณะที่องค์ชายรอง หานอวี้หลง ยิ้มบางแฝงเยาะเย้ย
จางเหว่ยกล่าวเสียงดัง
“ฝ่าา!ขอทรงโปรดตรวจสอบสำนักปัญญา หากไม่บริสุทธิ์ ขอให้ยุบเสีย!”
องค์ชายรองเสริมเสียงเรียบ
“ข้าเพียงหวังดีมิอยากให้พี่ใหญ่ตกเป็เป้าของคำครหา”
หานอวี้จินยกคิ้ว
“คำครหาหรือ? หรือเ้าหมายถึงคำที่เ้าสั่งให้คนพูด?”
เสียงในท้องพระโรงเงียบลงทันที
องค์ชายรองหัวเราะแห้ง ๆ
“พี่ใหญ่ ข้าเพียงห่วงแผ่นดินเท่านั้น
คนพูดมากไปก็ย่อมทำให้ฟ้าวุ่นวาย”
“แต่คนที่พูดโกหก...จะทำให้ฟ้าสั่นะเืยิ่งกว่า”
เสียงของหานอวี้จินหนักแน่น
เขาหยิบเอกสารจากแขนเสื้อออกมา —
เป็สำเนารายงานที่ไป๋อวี้จิงนำกลับมาจากวังหลวง
มีตราประทับของจางเหว่ย และลายมือองค์ชายรองอย่างชัดเจน
ทั้งท้องพระโรงถึงกับะเิเสียงอื้ออึง!
ฮ่องเต้ทอดพระเนตรทั้งสองบุตรชายอย่างเงียบงัน
แล้วตรัสด้วยน้ำเสียงเรียบเยือก
“อวี้หลง...เ้าใช้ข่าวลือและคนของเ้า ใส่ร้ายพี่ชายเช่นนั้นจริงหรือ?”
องค์ชายรองคุกเข่าทันที
“ฝ่าา! ข้าเพียง...”
“พอเถอะ”
เสียงฮ่องเต้ดังขาดคำ
“การแย่งชิงตำแหน่งรัชทายาทไม่ใช่เื่ผิด
แต่การเหยียบความจริงเพื่อได้มันมา... ข้าจะไม่ยอม”
ฮ่องเต้หันมาทางองค์ชายใหญ่
“อวี้จิน เ้าทำสำนักนั้นต่อไปได้ แต่ข้าขอสั่ง —ห้ามแตะต้องเื่ทหาร และห้ามผลิตอาวุธอีก”
หานอวี้จินคำนับ
“พ่ะย่ะค่ะ —ปัญญาของข้ามีไว้เพื่อรักษาแผ่นดิน มิใช่ทำลายมัน”
ภายหลังการประชุม
องค์ชายใหญ่เดินออกมาจากท้องพระโรง
ไป๋อวี้จิงรออยู่ที่หน้ากำแพงด้านนอก เงาของนางทอดยาวบนพื้นหิน
“ท่านชนะอีกครั้ง...”
“ไม่ใช่ชัยชนะหรอก”เขาตอบเบา ๆ
“มันแค่ทำให้ข้ารู้ว่า... ความรักของพี่น้องบางทีก็เปราะบางกว่ากระจก”
“แล้วท่านจะทำอย่างไรต่อ?”
“สำนักปัญญาจะต้องเติบโตเร็วกว่านี้”
เขามองไปยังทิศเหนือ
“ก่อนที่แผ่นดินจะมีคนคิดแทนเรา — เราต้องคิดแทนแผ่นดินก่อน”
ไป๋อวี้จิงยิ้มเศร้า
“ข้ากลัว... ว่าวันหนึ่งปัญญาของท่านจะทำให้คนทั้งวังกลัวจนอยากทำลาย”
หานอวี้จินเงียบไปครู่หนึ่งก่อนตอบด้วยรอยยิ้มบาง
“ถ้าแสงของข้าแผดเผาตาคนอื่น...ก็ให้มันเป็เช่นนั้น
เพราะดีกว่าปล่อยให้แผ่นดินจมอยู่ในความมืด”
คืนนั้น ลมหนาวพัดผ่านพระราชวัง
บนหอสูง องค์ชายรองยืนมองแสงโคมจากสำนักปัญญาไกลลิบ
มือกำพัดแน่นจนเืซึม
“เ้ามีแสงก็จริง...แต่ข้าจะสร้างเงาที่กลืนมันจนหมด”
และใต้เงาแห่งจันทร์นั้น
พี่น้องสองคน — หนึ่งเป็แสง หนึ่งเป็เงา —
ต่างเดินเข้าสู่หนทางที่ไม่มีวันหวนกลับ