“ดอกปทุมปรโลก!!” อูหลินเฟิงกล่าวออกมาหลังจากที่เห็นสิ่งที่อยู่ตรงหน้า เนื่องจากใต้หุบเหวนี้เป็นพื้นที่ราบไม่มีสิ่งใดขว้าง ทำให้เห็นดอกปทุมปรโลกตั้งแต่หนึ่งกิโลเมตรก่อนที่จะถึงตัวของดอกปทุมปรโลก ดอกปทุมปรโลกเบ่งบานอยู่บนภูเขาขนาดย่อม แต่ว่าเมื่อสังเกตแสงที่ออกมาจากดอกปทุมปรโลก จะพบว่าตัวมันเบ่งบานอยู่บนภูเขาโครงกระดูกจำนวนมหาศาล
“ดอกปทุมปรโลก?? คือสิ่งใด” กู่ซือเอินถามนี่คือครั้งแรกที่นางได้เห็นสิ่งนี้
“ดอกปทุมปรโลก เป็นหนึ่งในดอกไม้ที่หายากที่สุดบนโลกนี้ เป็นดอกไม้ที่มีพลังแห่งวิญญาณและจิตอยู่ภายใน ตัวของมันจะกำเนิดจากกองซากศพ อาศัยจิตด้านลบสุดท้ายก่อนตายของสิ่งมีชีวิตรวมตัวกลายเป็นดอกปทุมปรโลก ท่านเห็นนั้นหรือไม่ แสงสีขาวที่เดี๋ยวจางหายเดี๋ยวปรากฏตัว นั้นคือการรวมตัวของวิญญาณที่ตายไปแล้ว” อูหลินเฟิงชี้ให้ดูดวงวิญญาณมากมายที่รายล้อมดอกปทุมปรโลก
“วิญญาณที่ตาย? รูปร่างแบบนี้งั้นหรือ” กู่ซือเอินที่ไม่เคยเห็นดวงวิญญาณถาม
“ไม่ใช่ ข้าเคยเห็นวิญญาณของผู้ที่ตายหรือสัตว์อสูรที่ตายมาก่อน มันจะมีรูปร่างเป็นดวงไฟเท่านั้น แต่นี่กลับมีรูปร่างชัดเจนทั้งรูปร่างมนุษย์และสัตว์อสูร คงจะเป็นการรวมตัวของทั้งจิตและวิญญาณที่ไม่ยินยอมตายเป็นแน่” การที่สามารถมองเห็นดวงวิญญาณได้อย่างชัดเจนโดยที่ไม่ได้มีพลังวิญญาณ หมายความว่าดวงวิญญาณพวกนั้นแต่ละดวงมีพลังวิญญาณที่มหาศาลภายในตัวเอง
“หมายความว่ายังไง” กู่ซือเอินนั้นแม้นางจะมีปู่เป็นถึงปราชญ์พิษแต่ว่าปราชญ์พิษสอนการใช้จิตให้นางเพียงเพื่อควบคุมพิษในร่างเท่านั้นไม่ได้บอกถึงพลังรูปแบบอื่น
"สิ่งมีชีวิตจะประกอบไว้ด้วยสามส่วนคือ กาย จิต และ วิญญาณ กายคือตัวแทนของร่างที่เป็นรูปธรรม วิญญาณคือกายที่เป็นนามธรรม ส่วนจิตคือสตินึกคิดเป็นสิ่งที่ประสานระหว่างกายและวิญญาณ สิ่งมีชีวิตไม่อาจขาดสิ่งใดไปได้ หากสิ่งมีชีวิตตายลงไป วิญญาณจะหลุดออกไปจากร่างในรูปแบบของดวงไฟ ไม่นานดวงวิญญาณที่ไร้กายและจิตจะสลายไปตามกาลเวลา ส่วนจิตใจจะอยู่กับร่างกายไม่ได้หลุดออกมาพร้อมดวงวิญญาณ มีแต่ชนชั้นราชันขึ้นไปที่สามารถฝึกระดับชั้นจิตและวิญญาณให้อยู่ระดับเดียวกัน ก่อนที่ร่างกายจะตายจะสามารถนำจิตใจและวิญญาณออกจากกายได้พร้อมกัน
หากเป็นวิญญาณที่หลุดออกมาพร้อมจิตใจ จะสามารถคงรูปลักษณ์ของกายที่เป็นนามธรรมได้ ไม่ได้สลายไปตามกาลเวลาสามารถหาร่างเพื่อกำเนิดใหม่ได้ ดูจากที่รอบๆ ดอกปทุมปรโลก มีวิญญาณที่สามารถคงรูปกายตอนมีชีวิตได้คงเป็นวิญญาณที่มีดวงจิตประสานอยู่"อูหลินเฟิงอธิบายสิ่งที่ตนรับรู้
“แต่ว่านี่คงไม่ใช่วิญญาณของชนชั้นราชัน” กู่ซือเอินมองไป วิญญาณรอบดอกปทุมปรโลกนั้นไม่เหมือนวิญญาณของชนชั้นราชัน แต่ราวกับวิญญาณของนักสู้และสัตว์อสูรระดับต่ำเท่านั้น
“มีอีกวิธีหนึ่งที่จะสามารถคงรูปวิญญาณได้นอกจากการบรรลุชนชั้นราชันคือ การเป็นวิญญาณแค้น วิญญาณแค้นจะมีจิตสุดท้ายก่อนตายปะปนอยู่ จะวนเวียนอยู่ภายใต้ความแค้นความชิงชัง จิตด้านลบจะสามารถติดออกมากับดวงวิญญาณ ทำให้สามารถคงรูปของจิตวิญญาณได้เช่นกัน แต่ว่าดวงวิญญาณประเภทนี้จะไร้สตินึกคิด เพราะก่อนตายมีแต่ความแค้น สตินึกคิดหลังเป็นวิญญาณจึงมีแต่ความคิดด้านลบเท่านั้นไม่สามารถแยกแยะสิ่งใดได้อีก
สถานที่แห่งนี้คือหุบเหวหมื่นศพ ไม่ว่าจะเป็นศพของคนหรือสัตว์อสูรที่ตายภายใต้เทือกเขาหมื่นอสูรเขตสองและสาม เหมือนจะตกลงมายังใต้เหวนี้ ซากศพและกระดูกคงถูกกระแสน้ำนำพามาจนเกิดการทับถม กลายเป็นภูเขาโครงกระดูกตรงหน้า เศษเสี้ยวของจิตและวิญญาณที่หลุดออกจากร่างไม่หมด เมื่อมารวมตัวกันจึงเกิดเป็นวิญญาณแค้นจำนวนมาก ดอกปทุมปรโลกที่อาศัยซากศพและวิญญาณแค้นพวกนี้จึงสามารถกำเนิดขึ้นมาได้ ดูจากขนาดแล้วต้องอาศัยเวลานับหมื่นปีหรือแสนปี ถึงจะมีขนาดใหญ่แบบนี้ได้"อูหลินเฟิงอธิบายต่อ การอธิบายของอูหลินเฟิงทำให้กู่ซือเอินเริ่มเข้าใจพลังวิญญาณมากขึ้น
“เจ้ามีพลังวิญญาณ??” กู่ซือเอินถามนางสังเกตจากการต่อสู้ก่อนหน้านี้และรวมถึงการที่รู้เรื่องพลังวิญญาณมากเป็นพิเศษ
“ใช่ ข้ามีพลังวิญญาณ” อูหลินเฟิงไม่ปิดบัง เพราะหลังจากนี้เขาคิดจะเก็บเกี่ยวดอกปทุมปรโลก เขาจำเป็นต้องใช้พลังวิญญาณเพื่อเก็บเกี่ยวมัน อาศัยความทรงจำของเรนที่ครั้งหนึ่งเคยเห็นดอกปทุมปรโลก แต่ว่าดอกปทุมปรโลกที่เรนเคยเห็นนั้นมีขนาดเพียงฝ่ามือไม่ได้ใหญ่โตถึงขนาดที่คนจะสามารถเข้าไปนั่งได้แบบนี้
“เจ้าคิดจะเก็บมัน” กู่ซือเอินถาม
“ใช่ มันมีประโยชน์ต่อพลังของข้าอย่างมหาศาล ข้าต้องการมัน” อูหลินเฟิงตอบจากนั้นเขาได้หยิบป้ายเหล็กของตนออกมาฝากไว้กับกู่ซือเอิน “บริเวณใกล้ดอกปทุมปรโลก มีแสงสว่างข้าไม่ต้องการให้คนอื่นรู้ ขอฝากป้ายเหล็กไว้กับท่านก่อน”
“ระวังด้วย”
“ข้าจะระวัง” จากนั้นอูหลินเฟิงเร่งพลังจิตและวิญญาณจนถึงระดับสูงสุดที่ตนจะสามารถทำได้ สร้างยันต์ป้องกันทางจิตและวิญญาณขึ้นมาหลายใบ จากนั้นก็ได้เดินไปยังที่อยู่ของดอกปทุมปรโลก วิญญาณแค้นหลายดวงพยายามเข้ามาโจมตีอูหลินเฟิงแต่ว่าก็ไม่อาจทำอะไรอูหลินเฟิงได้
‘ตาย ตาย ตาย ฆ่า ฆ่า แค้น ตาย ฆ่า’
เสียงอาฆาตจากวิญญาณแค้นดังออกมาอย่างต่อเนื่อง เพียงไม่นานอูหลินเฟิงสามารถมาหยุดที่หน้าของดอกปทุมปรโลก แต่ว่าเพียงแต่เดินมาเหงื่อของเขาก็ท่วมตั้งตัวแล้ว การโจมตีของวิญญาณแค้นแม้ยังไม่อาจทำอะไรเขาได้แต่ว่าก็ผลาญพลังจิตและพลังวิญญาณอย่างมหาศาล
“ก่อนอื่นต้องสร้างเขตผนึกจิตสำนึก” อูหลินเฟิงอาศัยความจำของเรน ตอนเรนอาศัยในตระกูลแวนแจนซ์ มีคนในตระกูลพยายามเก็บเกี่ยวดอกปทุมปรโลก ทำให้เรนมีความทรงจำวิธีการเก็บเกี่ยวดอกปทุมปรโลก อูหลินเฟิงค่อยๆ สร้างยันต์อาคมรอบๆ ดอกปทุมปรโลก แต่เหมือนกับว่าดอกปทุมปรโลกจะรับรู้ว่ามีคนมายุ่งกับมัน วิญญาณแค้นจำนวนมหาศาลไหลทะลักออกมาจากดอกปทุมปรโลก ยันต์อาคมที่อูหลินเฟิงพยายามสร้างล้อมรอบดอกปทุมปรโลกถูกวิญญาณแค้นที่พุ่งออกมาทำลายลงทันที รวมถึงยันต์อาคมรอบๆ ตัวก็ถูกทำลายลงเช่นกัน
“อ๊ากกกกกกก” เมื่อการป้องกันหายไป วิญญาณแค้นจำนวนมากพุ่งโจมตีไปยังพลังชีวิต จิตและวิญญาณของอูหลินเฟิงทันที แม้อูหลินเฟิงจะมีพลังจิตและวิญญาณระดับสูง แต่ว่าดอกปทุมปรโลกเป็นการรวมตัวของวิญญาณแค้นจำนวนมากที่ตายอย่างไม่ยินยอมภายใต้เทือกเขาหมื่นอสูรนี้ ดวงวิญญาณแค้นหนึ่งดวงถูกสร้างโดยการหลอมรวมจากเศษเสี้ยววิญญาณที่ตายลงไปกว่าหลายพันชีวิต ดวงวิญญาณของอูหลินเฟิงเพียงคนเดียวไม่อาจต้านทานได้เลย
ดวงวิญญาณภายในร่างกายของอูหลินเฟิงเจ็บปวดราวกับโดนฉีกกระชากซ้ำไปมา ความโกรธแค้น ความเศร้าเสียใจ ความกลัวต่อความตาย ความรู้สึกก่อนตายของวิญญาณทั้งหมดตรงเข้าสู่ความรู้สึกของอูหลินเฟิงทันที ความทรมานอย่างมหาศาลและอารมณ์ด้านลบทั้งหลาย เกิดขึ้นภายในดวงจิตและวิญญาณของอูหลินเฟิง ดวงวิญญาณของอูหลินเฟิงเกิดรอยร้าวจากการบาดเจ็บจำนวนมาก
“อ๊ากกกกกกกกกก” เสียงร้องอย่างเจ็บปวดของอูหลินเฟิงดังออกมาอย่างต่อเนื่อง
“อูหลินเฟิง!!” กู่ซือเอินที่เห็นดังนั้นต้องการออกไปช่วยแต่ว่าตัวของนางไม่อาจเข้าไปใกล้ได้มากกว่านี้ ระดับชั้นจิตและวิญญาณของนางไม่สูง ไม่อาจเข้าไปใกล้ได้เลย
“อ๊ากกกกกกกกกก” ในขณะที่อูหลินเฟิงกำลังร้องอย่างทรมาน สร้อยคอของอูหลินเฟิงสั่นอย่างรุนแรง จากนั้นเสี่ยวหยุนที่อูหลินเฟิงเก็บไว้ก่อนหน้านี้ ได้พุ่งออกมาจากสร้อยคอด้วยตนเอง จากนั้นส่งปราณมรณะของตนไปรอบๆ อูหลินเฟิง วิญญาณแค้นที่โดนปราณมรณะเข้าไปต่างถอยหนีทันที บางตนที่โดนปราณมรณะเข้าไปจังๆ ก็สลายจากการโดนปราณมรณะกัดกิน
ปราณมรณะ คือ ปราณแห่งความตายที่กัดกินพลังวิญญาณแล้วเปลี่ยนเป็นพลังให้กับวิหคมรณะ ปราณมรณะจึงเป็นปฏิปักษ์ต่อวิญญาณแค้นอย่างชัดเจน วิญญาณแค้นหลายตนไม่กล้าเข้ามาสัมผัสปราณมรณะ เพราะว่าหากสัมผัสปราณมรณะแล้ว วิญญาณแค้นตนนั้นจะโดนปราณมรณะกัดกินจนสลายไป
อูหลินเฟิงที่สามารถหลุดออกจากการทรมานของวิญญาณแค้นได้นั้นถึงกับสลบไปทันที
"กรีซ!!" วิหคมรณะที่เห็นอูหลินเฟิงสลบไปได้เอาตัวเอาไปบังไว้ ปกป้องเจ้านายของตนเอง มองไปยังดวงวิญญาณแค้นที่บินไปมารอบๆ ราวกับกำลังหาโอกาสที่ในโจมตีอูหลินเฟิง อูหลินเฟิงที่สลบไปภายในดวงวิญญาณที่ถูกทำร้ายเกิดรอยแตกร้าวอย่างน่ากลัว แต่ว่ารอยแตกร้าวนั้นราวกับรอยแตกของเปลือกไข่ เมื่อเปลือกไข่ได้รับความเสียหาย สิ่งที่อยู่ภายในดวงวิญญาณ ราวกับรออิสระมานาน กะเทาะรอยร้าวของดวงจิตออกมา
อูหลินเฟิงที่สลบอยู่นั้น จู่ๆ ทั่วร่างมีแสงสีขาวสว่างไสว ไหลทะลักออกมา ร่างกายที่ร่วงลงพื้นกลับลอยขึ้นมาบนอากาศ ระหว่างคิ้วของอูหลินเฟิงปรากฏตราวิญญาณรูปเคียวยมทูตไขว้กัน พลังวิญญาณสีขาวบริสุทธิ์ไหลออกมาจากร่างกายของอูหลินเฟิงราวกับน้ำป่าไหลหลาก ดันวิญญาณแค้นทั้งหลายออกไป เสี่ยวหยุนเองก็โดนดันออกไปเช่นกัน อาการบาดเจ็บทางดวงจิตและวิญญาณหายไปราวกับความเจ็บปวดเมื่อครู่คือภาพลวงตา
อูหลินเฟิงลืมตาขึ้นมา ดวงตาที่เดิมเป็นสีม่วงเข้มอันเป็นดั่งสัญลักษณ์ของตระกูลอู ตอนนี้กลับกลายเป็นสีเทาที่สวยงาม ภายในดวงตาราวกับกำลังมีเปลวไฟสีขาวเคลื่อนไหวอยู่ พลังวิญญาณแม้ยังอยู่ที่ระดับห้าขั้นต้น แต่ว่าความหนาแน่นและความบริสุทธิ์ไม่อาจเทียนก่อนหน้านี้ได้เลย
“อะไรกัน!! พลังวิญญาณระดับนี้” อูหลินเฟิงที่ฟื้นขึ้นมาเริ่มสำรวจร่างกายของตน พบว่าแม้พลังวิญญาณและพลังจิตจะยังมีระดับเท่าเดิมไม่เปลี่ยน แต่ว่าขนาดของดวงวิญญาณกลับขยายใหญ่มากกว่าเดิมถึงห้าเท่า แถมความบริสุทธิ์ของพลังวิญญาณยังมากมายนัก จากพลังวิญญาณสีฟ้า กลายเป็นพลังวิญญาณสีขาวบริสุทธิ์ ที่บริสุทธิ์จนเหมือนกับจะสามารถชำระล้างพลังวิญญาณได้แปดเปื้อนได้ทั้งหมด
“ขอบใจที่ช่วยข้า” อูหลินเฟิงบอกกับเสี่ยวหยุนที่ออกมาช่วยชีวิตเขา รู้สึกดีใจเป็นอย่างมากที่มีเสี่ยวหยุนไม่อย่างนั้นละก็เขาได้ตายไปแล้วแน่นอน
“กรีซซ” เสี่ยวหยุนตอบรับ
อูหลินเฟิงค่อยๆ เก็บพลังวิญญาณที่รั่วไหลของตนออกมา วิญญาณแค้นที่เห็นว่าพลังวิญญาณสีขาวที่ดันพวกมันออกมาหายไป จึงพุ่งเข้าไปหาอูหลินเฟิงอีกครั้ง เพราะเป็นวิญญาณแค้นที่มีแค่อารมณ์ด้านลบจึงไม่สามารถวิเคราะห์หรือคิดได้ พุ่งตัวโจมตีอูหลินเฟิงตามสัญชาตญาณ แต่ทันทีที่วิญญาณแค้นสัมผัสกับตัวของอูหลินเฟิงแสงสีขาวปรากฏเพียงชั่วครู่วิญญาณแค้นที่สัมผัสร่างกายของอูหลินเฟิงสลายไปทันที ไม่ได้สลายไปเหมือนกับที่โดนปราณมรณะกัดกิน แต่ว่าสลายไปเพราะโดนพลังวิญญาณที่บริสุทธิ์ชำระล้าง
ยันต์อาคม ค่ายกลปิดผนึกวิญญาณ
อูหลินเฟิงสร้างยันต์อาคมขึ้นมาอีกครั้ง แต่ว่าความเร็วในการสร้างเร็วกว่าเดิมหลายเท่า อยู่ในระดับที่เพียงโบกมือหนึ่งครั้งก็สามารถสร้างยันต์ได้มากกว่าสามสิบใบ จากนั้นยันต์ทั้งหลายก็ปรากฏขึ้นอีกหลายร้อยใบ อูหลินเฟิงร้อยเรียงยันต์ทั้งหมดเข้าด้วยกัน จนสร้างเป็นค่ายกลยันต์วิญญาณที่ครอบคลุมดอกปทุมปรโลกเอาไว้ วิญญาณแค้นหลายร้อยหลายพันตนที่พุ่งออกมาจากดอกปทุมปรโลก ก็โดนยันต์ผนึกกลับเข้าไปจนหมด
"ปิดผนึก"
ดอกปทุมโลกาที่บานอยู่ค่อยๆ หุบลง พลังวิญญาณที่ส่งออกมาค่อยๆ โดนผนึกจนหายไป กู่ซือเอินที่เห็นว่าทุกอย่างจบลงแล้วได้เดินเข้ามาหาอูหลินเฟิง
“เจ้า….เป็นใครกันแน่” กู่ซือเอินถาม แม้ว่าพลังวิญญาณจะหาได้ยาก แต่ว่านางก็เคยเห็นผู้มีพลังวิญญาณมาก่อน มันไม่ได้แข็งแกร่งขนาดนี้ พลังวิญญาณของอูหลินเฟิงแข็งแกร่งเกินไป
“ข้าเองก็อยากรู้เช่นกัน” อูหลินเฟิงตอบ สิ่งที่เกิดขึ้นยิ่งทำให้เขาสงสัยในตัวของมารดาแท้ๆ พลังวิญญาณของเขาตอนนี้ไม่ใช้ระดับที่ธรรมดาเลย เขาสามารถรับรู้ได้เลยว่า ระดับของดวงวิญญาณของเขาคือ พรสวรรค์ทางพลังวิญญาณที่ไม่เคยปรากฏบนทวีปปราณฟ้ามาก่อน แหล่งกำเนิดพลังวิญญาณในระดับที่เป็นราชันแห่งวิญญาณทั้งมวล
ดวงจิตวิญญาณราชันเหนือสวรรค์