ผ่านไปไม่นานนักหมอที่รักษาวาเลนติน่าก็เดินออกมาจากห้องฉุกเฉิน
“คุณคงเป็นญาติของเธอสินะครับ ยินดีด้วยครับการรักษาเป็นไปได้ด้วยดีเธอปลอดภัยแล้ว แต่ว่าก็ต้องพักฟื้นอีกสักระยะไว้หมอจะกลับมาดูอาการและผลข้างเคียงจากพลังที่ตกค้างในร่างกายอีกรอบ คุณสบายใจได้แล้วครับ”
“อืม ขอบคุณมาก ตอนนี้สามารถเข้าไปเพื่อดูอาการของนางได้เดี๋ยวนี้เลยไหม”
“สามารถเยี่ยมได้ปกติแล้วครับ”
หลังจากนั้นก็พูดคุยเกี่ยวกับอาการของวาเลนติน่าผ่านไปกว่าสิบนาทีถึงจะแยกย้าย วินเทอร์เดินเข้าไปภายในห้องที่มีวาเลนติน่าอยู่ข้างในจนเห็นสภาพของร่างกายรวมไปถึงพลังชีวิตที่อยู่ในสภาวะคงที่แล้ว
หรือว่าเขาควรไปตอนนี้เลยดีกว่า
ไม่สิรอนางฟื้นขึ้นมาก่อนดีกว่าเขาค่อยจะไปอย่างน้อยก็บอกกล่าวอะไรเล็กน้อยก่อน
ผ่านไปอีกหลายวัน
การเฝ้าดูอาการของหญิงสาวที่อยู่ตรงหน้าฟื้นขึ้นมาจากอาการบาดเจ็บที่เริ่มหายไปได้ส่วนใหญ่แล้วบอกตามตรงว่า วินเทอร์เองก็ไม่เคยได้ทำอะไรแบบนี้ให้ใครมานานมากแล้วหลังจากที่คนสำคัญของเขาจากไป
แต่พอดูใบหน้าตอนหลับที่ไม่คิดมากอะไรของเวาเลนติน่าแล้วมันก็ทำให้วินเทอร์นึกย้อนไปถึงคนสำคัญของเขาในอดีตที่มีหลากหลายความรู้สึกปะปนกันอยู่
เฮ้อ มันผ่านมาก็นานแล้วยังจะไปจำมันอีกทำไมนะ การยึดติดเกินไปกับสิ่งที่สูญเสียไปแล้วมันก็ไม่มีอะไรดีขึ้นถ้าเอาเวลาไปทำแบบนั้นแล้วมาพัฒนาความสามารถของตนเอง เดี๋ยวเถอะ นี่เขายังต้องพัฒนาอะไรอีก บางทีก็เผลอพูดอะไรแล้วนึกถึงอดีตที่ฝึกฝนแทบเป็นแทบตายจนกลายเป็นคนที่มีความสามารถที่สุดแห่งยุคไปแล้ว
ส่วนเหตุผลหลักๆที่เขาสนใจวาเลนติน่า นั่นก็เพราะเธอคือลูกศิษย์ของเผ่ามังกรแต่อีกเหตุผลก็เพราะความสามารถของเธอที่เหนือล้ำอย่างการหลอมและการประดิษฐ์ ในอดีตเองอาชีพที่มีลักษณะคล้ายกันนี้นับเป็นอาชีพที่ถูกยกย่องว่าเป็นอาชีพที่มีคุณค่ามากที่สุด
เพราะนอกเหนือจากการการใช้พลังยุทธ์เข้าห้ำหั่นกันแล้วก็ยังต้องมีการใช้อาวุธหรือสมบัติที่เป็นตัวแปรสำคัญในการต่อสู้แต่ละครั้งไป
“คุณเป็นใครกันค่ะ แล้วที่นี่มันที่ไหน หรือว่า.....”
เขามองไปยังตัวของวาเลนติน่าที่กำลังมองเขาด้วยท่าทางสงสัย
“มันไม่ใช่โลกหลังความตายแบบที่เจ้าคิดหรอก เจ้าโชคดีมากรู้ไหมที่ข้ากำลังออกเดินทางระหว่างการท่องเที่ยวไปพบเจ้าที่กำลังถูกพวกตั๊กแตนพวกนั้นทำร้ายอยู่”
“ขอบคุณ คุณ...”
“ข้ามีนามว่า ริเวอร์ แมทเทโอ เจ้าจะเรียก ริเวอร์ก็ได้ข้าไม่ถือหรอก”
“ขอบคุณมากนะคะ คุณริเวอร์ ที่ช่วยฉัน...โอ๊ย!”
“เรื่องนั้นไม่เป็นอะไรหรอก อย่าคิดมากเลย ตอนนี้อย่าพึ่งขยับตัวจะดีกว่าบาดแผลของเจ้าพึ่งจะสมานเมื่อไม่กี่วันมานี้เองหลังจากที่ข้าได้พาเจ้ามายังเมืองนี้”
“อย่าบอกนะว่าคุณที่ช่วยฉันเอาไว้แล้วก็ยังเฝ้าฉันอีก”
“อย่าได้กังวลไปเลยข้าทำไปเพราะความสบายใจของข้าเอง ในเมื่อเจ้าฟื้นแล้วก็ถึงเวลาที่ข้าต้องไปตามทางของข้าแล้ว”
มันเป็นเรื่องจริงที่วินเทอร์อยากเฝ้าดูจนกว่าวาเลนติน่าจะฟื้นขึ้นมาจริงๆเพราะเขาตัดสินใจว่าจะช่วยก็ต้องช่วยให้ถึงที่สุดในเมื่อวาเลนติน่าไม่ได้เป็นอะไรแล้วเขาก็เลยเลือกที่จะไปตามทางของตนเอง
“อย่าพึ่งไปสิค่ะ อย่างน้อยก็ให้ฉันทำอะไรเพื่อตอบแทนคุณก่อน จริงสิฉันมีความสามารถด้านการหลอมและการประดิษฐ์ด้วยถ้าไม่รังเกียจได้โปรดให้ฉันได้ทำอาวุธบางอย่างให้คุณเป็นการตอบแทนก็ยังดีถ้าขืนคุณจากไปแบบนั้นมันก็จะยิ่งทำให้ฉันเองไม่สบายใจนะคะ”
เขามองไปยังวาเลนติน่าที่ตอนนี้กำลังเฝ้ารอคำตอบจากเขา
“เฮ้อ เอาแบบนั้นก็ได้ข้าเองก็ไม่มีอาวุธติดตัวเลย อย่างน้อยมีไว้ติดตัวสักนิดก็ดี”
“ดีมาก ถ้าอย่างนั้นก็รอสักครู่”
วาเลนติน่าดึงวัตถุสี่เหลี่ยมที่มีขนาดเท่าเล็บมือออกมาจากหลังหูของเธอจากนั้นก็บีบมันแน่นแล้วโยนออกไปตรงหน้าบริเวณตักของตนเอง
ห้องเล็กๆห้องหนึ่งที่มีขนาดเท่าบ้านสุนัขก็ถูกสร้างขึ้น ไม่สิต้องเรียกว่าจากสิ่งเล็กๆเท่าเล็บมือมันสามารถเปลี่ยนสภาพกลายเป็นบ้านหลังหนึ่งได้ ทำให้วินเทอร์ถึงกับตกตะลึง
จากนั้นวาเลนติน่าก็ขยับกลไกไปเรื่อยๆอย่างชำนาญโดยใช้วิธีการหลอมและการประดิษฐ์มาช่วยก่อนที่จะก่อรูปเป็นดาบเล่มหนึ่งที่มีรูปร่างเหมือนดาบปกติทั่วไปแต่ตัวดาบนั้นเรืองแสงสีแดงอยู่ตลอดเวลาพร้อมกับสลักชื่อของวาเลนติน่าลงไปในดาบ
เมื่อตีดาบขึ้นมาเสร็จแล้วก็ขยับกลไกเล็กน้อยก่อนที่ห้องเล็กๆจะเปลี่ยนกลับเป็นวัตถุสี่เหลี่ยมที่วินเทอร์เห็นในตอนแรก
บอกตามตรงว่าเขาทึ้งในสิ่งประดิษฐ์ของมนุษย์มากขนาดว่าสามารถประดิษฐ์ดาบที่แปลกประหลาดออกมาได้ภายในเวลาไม่ถึงสิบวินาที
“ดาบเล่มนี้เป็นดาบที่ถูกตีขึ้นมาโดยวิเคราะห์จากลักษณะของคุณมันมีสองกลไกการทำงาน กลไกแรกคือดาบ กลไกที่สองคือปืน”
“ปืน? ขอโทษด้วยแต่ว่าปืนที่ว่ามันคืออะไร?”
วาเลนติน่ามองไปยังวินเทอร์เพื่ออ่านเจตนาของเขารวมถึงพยายามดูว่าเขาได้โกหกเธอหรือไม่ เมื่อรู้ว่าวินเทอร์ไม่รู้จักจริงเธอก็เลยต้องอธิบาย “ปืน” ให้เขาได้ฟังและทำความเข้าใจ ตั้งแต่การกำเนิดไปจนถึงประสิทธิภาพของปืนจนกระทั่งเขาเองก็ยังนึกชื่นชมในความสามารถของมนุษย์ที่พัฒนาจนคิดค้น “ปืน” ขึ้นมาได้แบบนี้
วินเทอร์เรียนรู้กลไกการเปลี่ยนรูปแบบของอาวุธทั้งหมดให้ขึ้นใจแล้วก็พูดอะไรบางอย่างขึ้นมา
“ขอบคุณมากสำหรับเรื่องอาวุธ การได้ทำความเข้าใจกับมันถือว่าเป็นเรื่องที่แปลกใหม่สำหรับข้าพอสมควร”
“พวกเราจะได้เจอกันอีกไหมค่ะ”
วินเทอร์ไม่ได้ตอบอะไรกลับไปเพียงแต่ใช้นิ้วชี้จิ้มไปยังหน้าผากของวาเลนติน่าเพื่อมอบบางอย่างให้กับเธอ
“นี่มัน.....”
วาเลนติน่าที่ดูเหมือนจะได้รับอะไรบางอย่างมาเบิกตากว้างแต่วินเทอร์กับส่ายหน้าส่งสายตาประมาณว่า “รับมันไปเถอะ”
วินเทอร์จากลากับวาเลนติน่าเลือกที่จะเดินทางต่อไปด้วยตนเอง
หลังจากที่ได้รับของบางอย่างไปก็มีภาพความทรงจำบางอย่างปรากฏขึ้นมาในหัว จากนั้นหยาดน้ำตาของวาเลนติน่าก็ไหลออกมาไม่หยุดมันไม่ใช่อาการเสียใจหรือโศกเศร้า
“ขอบคุณมากค่ะ ขอบคุณมากฉันคงติดหนี้คุณอีกแล้ว”
สิ่งที่วินเทอร์มอบให้วาเลนติน่าก็คือพลังอะไรบางอย่างที่มันได้หายสาปสูญไปในยุคนี้แล้วรวมถึงกรรมวิธีการหลอมและการประดิษฐ์ระดับสูงสุดที่ในโลกจักรวาลปัจจุบันนี้ไม่มีอีกแล้ว
แต่ที่ทำให้วาเลนติน่าต้องร้องไห้ออกมานั้นนั่นก็คือเรื่องต่อจากนั้นมันเป็นภาพของลิเดียที่กำลังจะหมดลมหายใจ วินเทอร์เองที่ผ่านไปแถวนั้นจึงพบเข้าพอดีก็เลยช่วยเอาไว้ได้ทัน
หลังจากนั้นดวงตาของวาเลนติน่าก็เปลี่ยนเป็นมุ่งมั่นขึ้น
“ฉันจะต้องตอบแทนบุญคุณของคุณอย่างแน่นอน เมื่อวันนั้นมาถึงฉันจะมอบผลงานที่ฉันจะทำขึ้นมาด้วยตนเองจากการหลอมและการประดิษฐ์ชิ้นนั้นให้กับคุณอย่างแน่นอน”
วินเทอร์ที่ยังไม่ได้ไปไหนไกลนั้นก็ได้ยินคำพูดนี้ เขาก็เผยรอยยิ้มออกมาโดยไม่ได้ตั้งใจ
เขาไม่ได้หวังที่จะสร้างบุญคุณกับใครถึงจะไม่ตอบแทนเขาก็ไม่เป็นไร เพราะสิ่งที่เขาทำนั้นเป็นความตั้งใจของเขาเองโดยไม่ได้หวังผลตอบแทนอยู่แล้ว วินเทอร์ขึ้นไปยืนบนหอคอยที่สูงที่สุดของเมืองโคทีเรียมองลงมายังสภาพแวดล้อมเมืองที่เปลี่ยนไปแบบชนิดที่ไม่เหลือความเป็นอดีตอย่างเช่นในยุคสมัยของเขา มันมีแต่สิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆมากมายหลากหลาย นี่ก็แสดงให้เห็นแล้วว่ามนุษย์ก้าวหน้าไปได้ไกลถึงขนาดไหน
หรือว่าเผ่าพันธุ์ที่มีพลังอันยิ่งใหญ่มากมายจะต้องจบลงแล้วเปลี่ยนมือให้เผ่าที่มีปัญญาอย่างมนุษย์ก้าวนำขึ้นมากันนะ ถึงจะคิดไปตอนนี้ก็ไม่ได้อะไรขึ้นมา
เอาเป็นว่าลองใช้ชีวิตในโลกจักรวาลปัจจุบันแห่งนี้ให้พอใจก่อนก็แล้วกันเรื่องอื่นค่อยว่ากันอีกที...
. . .