33 | ผู้ต้องสงสัยว่าเป็สปาย
แสงสว่างจากเสาไฟส่องมาทางเื้ัของชายหนุ่มเกิดเป็เงาพาดทับลงมา ร่างสูงใหญ่ก็ยิ่งดูมืดทะมึนขึ้น เขาสืบเท้าก้าวมาเชื่องช้า ั์ตาวาววับดุจดวงตาพยัคฆ์ร้าย เพลงพนัสได้กลิ่นความอันตราย อยากจะหันซ้ายขวาเผื่อใครผ่านมาแถวนี้จะได้ร้องขอความช่วยเหลือ แต่ก็ไม่กล้าแม้จะขยับคอ
“คะ...คุณแสนย์ จะทำอะไรคะ”
“ผมต่างหากที่ต้องถามว่าคุณจะทำอะไรกันแน่” เขาสวนเสียงเครียด “คุณจบถึงปริญญาโท แต่กลับเขียนในใบสมัครแค่ ม. 6 คุณระบุว่าที่ทำงานเก่าคือบริษัทเอกชนที่ต่างจังหวัด แล้วมีเหตุผลอะไรต้องเปลี่ยนมาทำงานไกลถึงกรุงเทพฯ หน้าตาท่าทางของคุณก็ไม่เหมือนคนทำงานทำความสะอาด แล้วจะให้ผมเชื่ออย่างงั้นเหรอว่าคุณมาที่นี่เพื่อเป็แม่บ้านจริง ๆ”
ไม่นึกว่าเ้าของโรงเรียนอย่างเขาจะตรวจสอบประวัติพนักงานตำแหน่งเล็ก ๆ อย่างแม่บ้านด้วย หญิงสาวพยายามตั้งสติ พอจะจับความได้ว่าเขาคงไม่พ้นสงสัยในความลับ ๆ ล่อ ๆ ของเธออีกเช่นเคย จึงเอ่ยตอบไปว่า
“ก็ในประกาศบอกไว้ว่าคุณสมบัติของแม่บ้าน้าวุฒิการศึกษา ม. 6 ขึ้นไปนี่คะ ฉันเลยใส่ไปแค่ ม. 6 ส่วนที่ต้องย้ายมากรุงเทพฯ ก็เพราะฉันมีน้องสาวเรียนอยู่ที่นี่ จะได้พักกับน้องสาว ไม่ต้องหาที่พักใหม่” หญิงสาวชี้ไปข้างในคอนโด ยืนยันว่าลูกศรอยู่ที่นี่จริง ๆ “ส่วนหน้าตาท่าทางของฉัน...อันนี้ก็ไม่ทราบสิคะ”
“ในเมื่อคุณยอมรับแล้วว่าการศึกษาสูงถึงขั้นนั้น แล้วมีเหตุผลอะไรต้องมาเป็แม่บ้านด้วย เงินเดือนก็น้อย ทำงานใช้แรงแบบนี้ ผมไม่คิดว่ามันสมองระดับปริญญาโทของคุณจะใช้หางานได้แค่นี้หรอกนะ”
หญิงสาวกลั้นใจ อยากจะได้ความพลิ้วไหวจากทอรุ้งไว้ใช้บ้างในยามคับขัน แต่ดูท่าจะไม่ได้จากเพื่อนมาสักเสี้ยว
“คุณคิดว่าผมไม่รู้เหรอว่าคอนโดน้องรุ้งอยู่พระรามเก้า” เขาเอ่ยต่อน้ำเสียงเรียบเย็น “คุณให้น้องรุ้งโกหกว่าบ้านอยู่ทางเดียวกัน โกหกว่าพี่ที่ทำงานป่วยแล้วก็รีบปลีกตัวไป เพื่อให้ผมมาอยู่กับคุณตามลำพังอย่างนี้ไม่ใช่เหรอ เพื่ออะไรล่ะครับ ผมก็อยากรู้เหมือนกัน”
“ฉัน...ฉันไม่ได้ใช้ให้รุ้งโกหกคุณนะคะ”
“แต่ผมก็มาอยู่นี่ตามที่คุณ้าแล้วไง” เขาพูดทันที เพลงพนัสไม่แน่ใจว่าเขากำลังโกรธหรือเปล่า “เอาเป็ว่าเรามาพูดกันตรง ๆ ดีกว่า ไหน ๆ ผมก็มาอยู่ตรงหน้าคุณนี่แล้ว คุณมีอะไรจะต่อรองกับผมครับ คุณเพลง”
“ต่อรอง? ฉันไม่เข้าใจค่ะว่าคุณหมายถึงอะไร ฉันมาเพื่อทำงานจริง ๆ เพราะมาที่นี่ฉันมีเพื่อน มีน้องสาว ฉันอยากทำงานที่นี่จริง ๆ ไม่มีอะไรอย่างอื่นเลยนะคะ”
ั์ตาวาววับของชายหนุ่มบ่งบอกว่าเขาไม่เชื่อเธอสักนิด เขาเอ่ยขึ้นว่า “คุณเป็ใครครับ”
หญิงสาวอยากจะกลายร่างเป็หนูเสียให้รู้แล้วรู้รอด จะได้มุดท่อหนีไปให้พ้นจากสายตาคาดคั้นอันน่าอึดอัดคู่นี้เสียที
“ฉันก็ไม่รู้ว่าต้องตอบยังไงคุณถึงจะพอใจ แต่ถ้าให้ตอบละก็...ฉันชื่อเพลงพนัส ชื่อเล่นชื่อเพลง เป็ผู้หญิงธรรมดาที่ไม่เคยคิดร้ายกับคุณหรือว่าใคร จะไม่เชื่อก็ไม่เป็ไร จะพิสูจน์กันก็ได้ เพราะถึงยังไงฉันก็เป็แค่แม่บ้านคนหนึ่ง ไม่มีทางเป็อื่นอยู่แล้วค่ะ”
ใบหน้าขรึมพยักช้า ๆ “ได้ ผมจะจำคำตอบของคุณไว้”
เพลงพนัสวางสีหน้าไม่ถูก เขาพูดแบบนี้แสดงว่าไม่เชื่ออีกนั่นแหละ
“ผมแค่คิดว่าเราน่าจะคุยกันได้ ไม่ว่าคุณจะเป็ใคร หรือใครส่งคุณมาก็ตาม เราน่าจะยังต่อรองกันได้อยู่ แต่ถ้ามันเกิดอะไรมากกว่านี้แล้วผมจับได้ว่าเป็ฝีมือคุณละก็...”
เขาหยุดไว้เพียงแค่นั้นราวกับกลัวว่า คำต่อมาที่จะพูดอาจเบาเกินไปเมื่อเทียบกับสิ่งที่จะกระทำจริง ทิ้งไว้เพียงสายตาคมกริบดุจพญาเหยี่ยวที่คงติดตาเธอไปอีกนาน
วันรุ่งขึ้นเพลงพนัสมาเปิดโรงเรียนยูโดซันตามปกติ กะว่าทอรุ้งมาเมื่อไรจะต้องปรึกษาเื่ที่เกิดขึ้นเมื่อคืนให้ได้ แต่ไม่ทันจะได้พูดคุยกัน ก็เกิดเหตุการณ์แปลกประหลาดขึ้นเสียก่อน
จู่ ๆ ชัชแสนย์ซึ่งนั่งทำงานด้วยโน้ตบุ๊กอยู่ที่เคาน์เตอร์ยาวก็ลุกพรวดขึ้น ส่งสัญญาณเรียกโคชโอห์มซึ่งกำลังสอนอยู่ที่เบาะให้ปลีกตัวมาชั่วคราว ทั้งสองดูจอโน้ตบุ๊กแล้วต่างก็มองตากันอย่างตกตะลึง
ไม่เพียงเท่านั้น ชัชแสนย์คว้าโน้ตบุ๊กเดินลิ่วไปนั่งบนโซฟาตัวยาว ขณะที่โคชโอห์มผลักประตูห้องฟิตเนสไปตามโคชคนอื่น ๆ ซึ่งกำลังเวตเทรนนิงกันอยู่ให้ตามออกมาประชุมที่มุมโซฟา
เพลงพนัสอยากจะเข้าประชุมด้วยจะแย่ แต่รู้ตัวว่าไม่อาจทำได้ จึงทำทีเป็นั่งจัดตู้อยู่แถวโซฟานั้น เปิดประตูตู้ออกมากำบังตัว แอบมองแอบฟัง ซึ่งเื่ราวที่รับรู้และปะติดปะต่อมาได้ ก็ทำให้ต้องตกตะลึงไม่แพ้โคชทั้งกลุ่ม
จู่ ๆ โอโนะซังก็ส่งอีเมลมาแคนเซิลเวิร์กช็อปซึ่งกำลังจะจัดในวันเสาร์อาทิตย์หน้า พร้อมกันนั้นในหน้าเพจของสถาบันเดอะไฟเตอร์ยังยิงโปสเตอร์ประชาสัมพันธ์เวิร์กช็อปสุดสัปดาห์เสียยิ่งใหญ่ และที่น่าใคือ วิทยากรพิเศษก็คือโอโนะซัง
“นี่มันอะไรกัน” โคชโยฮันน์ถามขึ้นเป็ภาษาอังกฤษซึ่งแน่นอนว่าไม่มีใครตอบได้ เพราะเป็คำถามเดียวกับที่ก้องอยู่ในใจทุกคน
“แกล้งกันชัด ๆ” โคชหนุ่มอีกคนพูด “ถึงจะอยากเชิญโอโนะซังมาเป็วิทยากรเหมือนกัน ก็ไม่มีเหตุผลที่จะต้องจัดวันเดียวกันและชิงตัวไปแบบนี้”
“พวกมันต้องเอาเงินฟาดแน่ ๆ” โคชร่างใหญ่เสนอความคิด “มันอาจจะสืบจนรู้ว่าเราให้ค่าตอบแทนโอโนะซังเท่าไหร่ แล้วก็ฟาดกลับไปสองเท่า สามเท่า”
“ผมว่าไม่” โคชโอห์มตอบขรึม “โอโนะซังไม่น่าจะเอาชื่อเสียงตัวเองมาแลกกับเงินค่าสอนเวิร์กช็อปก้อนเล็ก ๆ ผมว่ามันจะต้องมีเบื้องลึกเื้ั โทร. ถามโอโนะซังเลยดีกว่าว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่”
สิ้นคำแนะนำของโคชโอห์ม ชัชแสนย์ก็ลุกออกไปโทรศัพท์ทันที ครู่ใหญ่ที่ทุกคนต่างรอคอยด้วยความอดทนกระวนกระวาย ในที่สุดผู้เป็เ้าของสถาบันก็กลับมา
เขานั่งลงบนโซฟาท่าทางอ่อนล้า แต่ดวงตานั้นวาวโรจน์
“โอโนะซังบอกว่า เป็ฝั่งเราต่างหากที่ส่งอีเมลไปแคนเซิลเขาก่อน”
ทุกคนต่างตะลึงพรึงเพริด มองตากันไปมาอย่างหาคำตอบไม่ได้
“ผมเชื่อว่าพวกเราทุกคนไม่มีใครทำอย่างนั้นหรอก” ชัชแสนย์เอ่ยขรึม ๆ “เราทุกคนร่วมแรงกายแรงใจสร้างยูโดซันมาด้วยกันอย่างเต็มที่ ผมไม่คิดว่าจะมีใครคิดหักหลังยูโดซันอยู่ในกลุ่มพวกเรา”
ชัชแสนย์คลิกกล่องจดหมายส่งออกหรือ sent box ก็ไม่พบอีเมลที่โอโนะซังอ้างว่าเป็อีเมลขอยกเลิกจากยูโดซันแต่อย่างใด ราวกับว่ามีการเคลื่อนไหวในเงามืดของใครบางคนที่อ้างว่าเป็ยูโดซัน คอยกระทำเื่ร้ายอย่างที่คนทางนี้ไม่อาจคาดเดาได้
ชายหนุ่มเ้าของสถาบันกล่าวต่อไปว่า “ตอนที่คุยโทรศัพท์เมื่อกี้ ผมยืนยันว่าทางเราไม่ได้มีเจตนาขอแคนเซิล อาจเป็ความผิดพลาดอะไรบางอย่าง โอโนะซังก็บอกว่าเขาจะฟอร์เวิร์ดอีเมลที่ว่านั่นมาให้ดู น้ำเสียงเขาดูใมากและฝากขอโทษพวกเราทุกคนด้วย แต่เขาเปลี่ยนกลับมาสอนไม่ได้แล้วจริง ๆ เพราะรับเงินจากเดอะไฟเตอร์แล้ว”
“เดอะไฟเตอร์ ไอ้หมาลอบกัด” โคชคนหนึ่งคำรามลอดไรฟัน
ทันใดนั้น อีเมลฉบับใหม่จากโอโนะซังก็ส่งมาถึง พวกกลุ่มโคชมุงดูกันใหญ่ เพลงพนัสชะเง้อดูด้วยไม่ได้ ได้แต่สังเกตปฏิกิริยาของแต่ละคนแทน
พวกเขาดูจะงุนงงยิ่งขึ้นไปอีก และท่าทางเช่นนั้นบ่งบอกว่าอีเมลที่โอโนะซังอ้างถึงนั้น เป็อีเมลจากยูโดซันจริงแท้อย่างหาพิรุธไม่ได้
“พวกมันทำได้ยังไงกัน” โคชโอห์มเอ่ยเสียงต่ำ “มันจงใจแฮ็กอีเมลเข้ามา หรือไม่ก็คงจะจ้างแฮกเกอร์”
“หรือไม่...” เสียงเย็นเยือกของชัชแสนย์เสริมต่อ “มันอาจจะส่งสปายมาที่นี่”
สิ้นคำนั้นเพลงพนัสซึ่งทำทีเป็จัดข้าวของจุกจิกในตู้ก็เผลอทำไฟฉายหลุดมือตกพื้น เสียงดังเคล้งสนั่นท่ามกลางความเงียบเสียดแทงจนขนลุกซู่ หญิงสาวค่อย ๆ หันไปทางโซฟาก็พบสีหน้าเคร่งเครียดของโคชร่างใหญ่ทั้งกลุ่มหันขวับมาทางนี้เป็ตาเดียว
โดยเฉพาะอย่างยิ่งชัชแสนย์ผู้นำหลักของยูโดซัน บัดนี้เขามองเธอราวกับเสือเจ็บจับจ้องพรานป่าผู้ล่าตนก็ไม่ปาน!
ทั้งที่เพลงพนัสเคยดีใจว่าจะได้เจอคุณแสนย์แทบทุกวัน แต่ยามนี้กลับคิดว่าเป็โชคร้ายเสียมากกว่า เพราะเธอต้องอดทนต่อสายตาจับผิดและท่าทีเ็าของเขาถึงหกวันต่อสัปดาห์ แต่อย่างน้อยก็ยังพอมี่ได้พักหายใจหายคอบ้างนั่นคือค่ำวันพฤหัสบดีอย่างตอนนี้ มันเป็่เวลาเดียวที่สามารถรวมตัวกันได้ระหว่างเพลงพนัส ทอรุ้ง และธัชชัย
“โคตรซวย”
ไอ้ธัชหัวเราะงอหาย จนคนถูกเยาะเย้ยต้องกวาดคีบเบคอนย่างทั้งจานยัดใส่ปากให้มันหุบ ธัชชัยเบี่ยงหลบ ยกตะเกียบชี้หน้า
“มันก็สมควรที่เขาจะไม่ไว้ใจแก และแกต้องยอมรับว่า แกก็ทำตัวให้เขาไม่ไว้ใจด้วย”
“ทำไมวะ แกดูหน้าฉันสิไอ้ธัช หน้าอย่างฉันเนี่ยนะจะคิดร้ายกับใครได้ แล้วฉันไปทำอะไรเขาตอนไหน หา” คนถูกกล่าวหาโวยวายทันที
“แล้วแกคิดว่ามีเด็กจบ ป. โทที่ไหนไปสมัครงานเป็แม่บ้านบ้าง ถามใจตัวแกเองก็ได้ลูกไม้ ว่าถ้าไม่มีผู้ชายคนนั้น แกเคยคิดจะไปเป็แม่บ้านหรือคนรับใช้จริง ๆ ไหม แล้วไหน ๆ จะถามใจแล้วนะ ถามไปด้วยอีกข้อว่า แกไปที่โรงเรียนนั่นเพราะอะไรกันแน่”
“เพราะอะไรล่ะ ก็แกเป็คนบอกให้ไปเจอตัวจริงเขาให้ได้ ไม่ใช่หรือไง”
“นั่นไง นั่นคือวัตถุประสงค์แท้จริงของแกซึ่งไม่ใช่ไปทำงาน คุณแสนย์ของแกเขาไม่ได้โง่นะเว้ย ถึงจะดูไม่ออกว่าแกไม่บริสุทธิ์ใจ แต่ที่เขารับแกเข้าทำงานเนี่ยก็เพราะเขาแมนพอที่จะเจอกับแกตัวต่อตัว”
เพลงพนัสทำหน้ามุ่ย ถอยมากลับชิ้นหมูในเตาย่าง “แล้วฉันจะทำยังไงดีวะแก”
เหมือนทอรุ้งคอยจังหวะอยู่แล้ว รีบตอบเสียงดังฟังชัด “สารภาพไปเลย! ว่ามาที่นี่ก็เพราะชอบพี่แสนย์”
“ถูก! ฉันเห็นด้วย” ธัชชัยพูด แล้วสองคนก็หันไปแปะมือกัน
“บ้าสิ ฉันจะทำอย่างนั้นได้ยังไง”
ทอรุ้งวางตะเกียบแล้วเท้าแขนกับโต๊ะ
“มันก็ดีกว่าตกเป็ผู้ต้องสงสัยให้พี่แสนย์เขาเพ่งเล็งอย่างนี้นะเว้ย นอกจากจะจีบไม่ติดแล้ว แกยังดูแย่ในสายตาเขาอีก ฉันว่าพูดความจริงไปเถอะ ถ้าแกกลัวถูกปฏิเสธก็บอกเขาไปสิว่า แกมาบอกชอบเฉย ๆ ไม่ได้้าคำตอบ ทีนี้ไม่ว่าเขาจะชอบแกหรือไม่ อย่างน้อยมุมมองของเขาก็เปลี่ยนไปว่าแกคือคนที่มาจีบ ไม่ใช่สปาย”
“ใช่” ธัชชัยสำทับอีกแรง “นอกจากแกจะหลุดจากข้อหาสปายแล้ว แกยังได้เริ่มแสดงตัวจีบเขาอย่างเป็ทางการด้วยนะเว้ย ถึงมันจะดูแปลก ๆ หน่อยก็เถอะ”
“แปลกยังไงวะไอ้ธัช” ทอรุ้งหันไปถาม กองเชียร์เริ่มเสียงแตกกันเอง
“ผู้ชายไม่ชอบให้ผู้หญิงมาจีบตรง ๆ หรอก ชอบให้จีบเนียน ๆ อ้อนบ้าง ชวนคุยชวนเล่นบ้าง ผูกพันกันไปมากกว่า”
“ฉันก็ว่างั้นแหละไอ้ธัช” เพลงพนัสพูดบ้าง “ฉันอยากให้เป็แบบนั้นเลยไม่อยากเปิดเผยตัวตอนนี้ ยังไงก็ทำตามที่พวกแกพูดไม่ได้ว่ะ”
เหมือนทุกอย่างจะวนกลับมาจุดเดิมไม่ต่างกับหลงทางอยู่ในเขาวงกต ทั้งสามกินอาหารต่อเงียบ ๆ เหมือนต่างคนต่างใช้ความคิด สุดท้ายก็เป็ฝ่ายธัชชัยที่โพล่งขึ้นก่อน
“งั้นก็มีอีกทาง” เขายกตะเกียบชี้ไปทางเพลงพนัส หรี่ตามองอย่างหมายมั่น “แกต้องรีบหาตัวสปายให้เจอ ยิ่งเจอเร็วเท่าไหร่แกก็จะยิ่งหลุดจากข้อกล่าวหาเร็วเท่านั้น และยังเป็การทำคะแนน สร้างความประทับใจต่อคุณแสนย์ของแกและทุกคนที่ยูโดซันด้วย”
เพลงพนัสถึงกับงับตะเกียบค้าง ต่างกับทอรุ้งที่ตื่นเต้นจนเขย่าแขนเพื่อนชายยิก ๆ ให้ช่วยกันวางแผน
ชายหนุ่มค้อมตัวพูดเสียงเบาราวกับกลัวใครในร้านจะได้ยิน
“เอางี้นะ แกสองคนไปดูอีเมลระหว่างโอโนะซังกับคุณแสนย์ว่ามีอะไรผิดปกติหรือเปล่า ถ่ายรูปมาให้ฉันช่วยดูก็ได้ แต่ถ้าให้ดีฟอร์เวิร์ดอีเมลมาเลย เดี๋ยวฉันช่วยวิเคราะห์ให้ แล้วก็อย่าลืมลบออกจากsent box ด้วยล่ะ”
เพลงพนัสจ้องหน้าเพื่อนชายอย่างสุดทึ่ง “เ้าหน้าที่ไอทีอย่างแกทำอะไรแบบนี้ก็ได้เหรอวะ”
“ก็ต้องลองดู แต่ถึงทำไม่ได้ ฉันก็มีเพื่อนที่ทำได้แหละน่า” ธัชชัยยิ้มกริ่ม
***ลง 60% ของเื่ หลังจากนั้นจะเปิดพรีออเดอร์เล่ม+อีบุ๊กค่ะ ขอให้อ่านอย่างมีความสุขนะคะ***
นึกว่าเข้ายูโดซันมาได้แล้ว อะไร ๆ จะง่ายขึ้น ที่ไหนได้ ลูกไม้เอ๋ย...โดนเพ่งเล็งเต็มเปา
ฝากกดไลค์ คอมเมนต์ เชียร์ลูกไม้กันหน่อยนะค้าาา โถ... 555