โคตรมวยไทยถล่มโลกเซียน

    ตอนที่ 78 รักษาอาการซึมเศร้า

    พอขจรกลับมาถึงตำหนักริมน้ำ ก็เล่าเรื่องทั้งหมดให้ท่านชายฟัง ไม่มีปิดบังแม้แต่เรื่องของ หมอเทียน

    “ ฉันต้องขอบใจเธอ ที่ได้ช่วยเสด็จอาของฉันในวันนี้ แต่ฉันไม่อยากให้เธอใช้หน้าที่ของการเป็นหมอ มาช่วยเรื่องของฉัน การที่เสด็จอาจะยกที่ดินให้ใครบริหารนั้นเป็นสิทธิ์ของท่านอยู่แล้ว เธอไปรักษาท่านตามหน้าที่ของหมอก็พอ”

    “ ครับ” ขจรก็คิดแบบเดียวกับท่านชาย

    “ แล้วเรื่องที่ดิน ที่จะปลูกสร้างบ้านพักคนชรานั้น ได้มาแล้ว 300 ไร่ ราคาไร่ละ 4 แสนบาท ไม่ห่างจากตัวเมืองเท่าไร เธอจะไปดูก่อนไหม”

    “ ไม่ครับ ท่านชายว่าดีก็เอาเลยครับ”

    “ นี่คือแบบโครงการที่ชายรองเขาเคยตั้งใจที่จะทำเหมือนกัน เธอลองดูซิ  ว่าชอบไหม ถ้าชอบก็สามารถดำเนินการได้เลย”

    ขจรเปิดแบบโครงการบ้านพักคนชราของ ท่านชายคชาธร ก็รู้สึกออกแบบได้สวยงามน่าอยู่ ร่มรื่นมาก มีทั้งบ้านเดียว บ้านแฝด รวมทั้ง ทาวน์โฮม 2 ชั้น มีโรงพยาบาล

    และห้างสรรพสินค้า เน้นให้บริการแต่ผู้สูงอายุ บ้านแต่ละหลังนั้นสามารถนำรถเข็นผู้ป่วยเข้าไปได้ ยิ่งในห้องน้ำออกเป็นมาเพื่อสูงอายุโดยเฉพาะ ไม่มีเหลี่ยมมุม พื้นยางพิเศษ และที่สำคัญห้องทุกห้องมีคอมพิวเตอร์ ที่สามารถพูดคุยกันได้ เหมือนกับ สิริ ในมือถือ ไม่ต้องกดปุ่มสัญญาณ แค่ส่งเสียงร้อง หรือ โบกมือขอความช่วยเหลือ คอมพิวเตอร์จะเรียกพยาบาล เข้ามาดูแลทันที

    “ โครงการของท่านชายรองนี่ ทันสมัยมากเลยนะครับ”

    “ ใช่ ตอนนั้นฉันอ่านดู ไม่คิดว่าจะเป็นไปได้  พอมาวันนี้ จะกลายเป็นเรื่องปกติไปแล้ว”

    “ ช่วยสร้างตามแบบนี้เลย นะครับ ผมว่า เดี๋ยวนี้ กล้องวงจรปิด หรือหุ่นยนต์ จะสามารถช่วยทำสิ่งที่ท่านชายรองคิดเอาไว้ได้อย่างแน่นอน”

    “  โครงการนี้สามารถสร้างที่พักให้กับ คนชราได้ประมาณ สามพันคน นับว่ามากที่สุดในประเทศไทยก็ว่าได้ งบประมาณลงทุนในครั้งนี้ โครงการ 1 จะใช้เงินประมาณ 3 พันล้าน ไม่เกิน 1 ปี น่าจะแล้วเสร็จ”

    “ ทำไปเลยครับ สร้างสัก 4 โครงการไปเลย หากเงินไม่พอ ผมจะได้หามาให้อีก”

    “ เธอนี่พูดเหมือนกับว่า เงินมาหาได้ง่ายๆ อย่างนั้น  แต่ก็เอาล่ะ ทำโครงการแรกเราจะแบ่งขาย70 % ที่เหลือเราจะให้คนที่ได้รับการเลือก มาอยู่ฟรีอีก 30 %

    พอหลังจากโครงการแรกเสร็จ ฉันคิดว่า โครงการ 2 เราจะใช้เงินไม่มาก หรืออาจไม่ต้องควักเลยก็ได้”

    “ เรื่องนี้ต้องรบกวนท่านชายด้วยครับ”

    “ ไม่ต้องพูดคำนี้กับฉันอีก เราสองคนไม่ใช่คนอื่นไกล ขนาดนั้น”

    ขจรคิดดูว่า หากว่าตนไม่มีท่านชายคอยช่วยเหลือ ไม่รู้ว่าชีวิตนี้จะเป็นอย่างไร  คงไม่มีความราบรื่นแบบนี้แน่ ขจรกลับเข้าห้องนอน แล้วเริ่มกลับเข้าไปแผ่นหนังมิติ เพราะท่านหินเจ้าปัญญา เรียกให้เข้าไปข้างใน เพื่อดูดซับพลัง เขากิเลนไฟ ได้แล้ว

    “ เขากิเลนไฟ ชิ้นนี้เป็นจุดรวมพลังของเจ้า สัตว์ต่างดาวตัวนี้ มันสะสมพลังล้านปีเอาไว้โดยที่ยังไม่เคยมีใครนำออกมาใช้ได้เลย ดังนั้น เวลาเจ้าดูดซับพลังของมัน อย่าหักโหม ค่อยๆ ดึงพลังของมันออกมา อย่างช้าๆ  เพื่อให้พลังของมันเข้ามาในร่างของเจ้า พลังจากกิเลนไฟ จะแปรเปลี่ยนเป็นพลังยุทธ์ของเจ้าส่วนหนึ่ง และ  จะมีพลังวิเศษของมันติดมาสู่เจ้าด้วย ซึ่งพลังนั้นคือ พลังเพลิงกิเลน  หากใครดูดซับเข้าไปแล้ว โดยไม่เตรียมตัวก่อน ร่างกายของคนผู้นั้น ก็จะถูกเผาไหม้กลายเป็นจุนไปในทันที”

    “ โอ้ แล้วจะทำยังไงดี”

    “ ร่างกายของคนเรานั้น จะมีพลังธาตุอยู่ในตัวเองอยู่แล้ว นั่นคือ พลังธาตุดิน ธาตุน้ำ ธาตุลม ธาตุไฟ นี่คือธาตุหลักๆ ดังนั้น หากเจ้าจะรับพลังจาก เจ้ากิเลนไฟ เจ้าต้องมี พลังธาตุไฟ เพื่อจะได้รับมือกับเปลวไฟของมันได้”

    “ แล้วจะฝึกพลังธาตุไฟ ได้อย่างไรครับ"

    “ เจ้านี่มีของดีกับตัว แต่ใช้ไม่เป็นจริงๆ ดวงตราราชลัญจกรนั่นไง มีพลังมากกว่าสิบธาตุอยูในนั้น  บัดนี้ถึงเวลาแล้ว เจ้าไปดึงเฉาะพลังธาตุไฟออกมาเข้ามาในตัวของเจ้า โดยใช้วิธีดูดซับพลังที่ข้าสอนเอาไว้”

    ขจรนำหินหยกตราราชลัญจกรออกมา แล้วทำการดูดซับพลังธาตุไฟออกมา ดวงตราหยก ที่ปกติไม่มีแสงอะไรอยู่แล้ว พอถูกขจรปล่อยพลังเข้าไปกระตุ้นจนต้องคายพลังธาตุไฟออกมา พลังธาตุไฟจำนวนมหาศาล พุ่งเข้ามาในเส้นเลือดของขจรอย่างรวดเร็ว พลังธาตุไฟไหลเวียนอยู่ในเส้นปราณของเขา จนต้องขยายเพิ่มขึ้กว่าแต่ก่อนถึงสองเท่า แล้วมันก็ทำให้เส้นเลือดของเขาหนากว่าปกติ ขจรเริ่มมีเหงื่อผุดออกมาจากผิวหนัง เป็นจำนวนมาก ประมาณ 2 ชั่วโมงขจรก็ลืมตาตื่นขึ้น มองผิวพรรณของตนที่บัดนี้แดงยังกับถูกเผาไฟมา แต่เขาหาได้รู้สึกเจ็บปวดไม่

    “ เรียบร้อย ต่อไปก็เริ่มดูดซับ พลังจากเขากิเลนไฟได้แล้ว เจ้าดูดซับไปตามปกติ พลังส่วนหนึ่ง จะผลักดันให้เจ้ามีพลังยุทธ์มากขึ้น แล้ว พลังวิเศษที่ได้มา เจ้าจะรู้สึกพลังนั้นด้วยตัวของเจ้าเอง”

    ขจร ใช้มือจับเข้าทีาโคนเขากิเลนไฟทั้งสองมือ แล้วทำการดูดซับทันที ไม่นานพลังล้านปี ของเจ้ากิเลนไฟ ก็ไหลบ่า เข้ามาในร่างของเขา พลังยุทธ์ของเขาพุ่งขึ้นอย่างกระทันหัน ขึ้นไปที่ ขั้นวิญญาณเทพยุทธ์ ระดับกลาง กระดับสูง และพุ่งเข้าไปสู่ขั้นวิญญาณเทพยุทธ์ ระดับสูงจนได้  ขจรลืมตาขึ้น รู้สึกถึงพลังที่ไหลเวียนในร่างของเขามากมาย เขายกมือขึ้นมาดู แล้วปล่อยพลังออกมาเล็กน้อย มีเปลวไฟสีขาว ผุดขึ้นบนฝ่ามือของเขา 

    “ นี่หรือ พลังเพลิงกิเลน ไม่เห็นจะร้อนเลย”

    “ เจ้าลองปล่อยไปที่ต้นไม้ต้นนั้นซิ”

    ขจรปล่อยพลังเพลิงพุ่งออกไป ต้นไม้ขนาดใหญ่ด้านหน้า  พอต้นไม้ถูกเพลิงกิเลนสีขาวเข้าไป ไฟก็ลุกท่วมต้นไม้ใหญ่ต้นนั้นทันที

    “ โอ้ เป็นไปได้ยังไงกันนี่”

    ขจรฝึกฝนอยู่หลายรอบ เจ้างูน้อยก็เฝ้าคลอเคลียอยู่รอบๆ ไม่ห่างไปไหน แม้ว่าร่างกายของขจรนั้นจะร้อนกว่าปกติ เจ้างูน้อยกับชอบซุกเข้าไปในอกเสื้อของเขาแล้วเข้าไปนอนนิ่งๆ จนกระทั่งมันหลับคาอก ขจรถึงได้ออกไปจากมิติแผ่นหนังแห่งนี้

    ตอนเช้าท่านชายภาสกร ได้พาขจรไปพบกับท่านหญิงรัตนาวดี  เพราะนางกำนัลคนสนิทโทรมาแจ้งว่า ท่านหญิงรัตนาวดี มีอาการซึมเศร้า ผิดปกติเส้นผมปกติจะมีทั้งดำและขาวสลับกัน แค่คืนเดียวกลับกลายเป็นผมขาว ไปหมดหัวเลย ดังนั้นนางกำนัลกลัวจะเกิดเรื่อง จึงโทรมาแจ้งท่านชายภาสกร ให้รับทราบ

    “ แจ้งหมอแล้วหรือยัง”

    “ แจ้งไปแล้วค่ะ ตอนนี้หมอกำลังมาเจ้าค่ะ”

    “ ผมจะรีบไปเดี๋ยวนี้” 

    ท่านชายพอทราบเรื่องก็ไม่รอช้า รีบไปพาขจรไปดูอาการท่านหญิงรัตนาวดีทันที  พอไปถึงที่วังมโนรมย์ก็พบกับ น้องสาว น้องเขย ทั้ง 4  และหลานอีก 6 คน รวมทั้ง คนของตระกูลเดโชชัย ต่างเข้ามาเยี่ยมท่านหญิงกันเต็มวังไปหมด

    พอท่านชายเข้าไป ทุกคนต่างก็มองท่านชายด้วยสายตาแปลกๆ เพราะคิดว่าท่านชายเลี้ยงเด็กขจรเอาไว้เป็นคู่ขา ท่านหญิงตอนนี้ กำลังให้หมอธารินทร์ตรวจดูอาการ  อยู่ชั้นสอง ไม่ให้ใครเข้ามารบกวน ยิ่งตอนนี้ท่านหญิง รู้สึกผิด ท้อแท้หมดอาลัย บ่นกับนางกำนัลใกล้ชิด ว่าอยากจะไปอยู่กับ เจ้าพระยาอัครเดช เดโชชัย แล้วพอรู้ว่าพวกลูกหลานมาเยี่ยมกันหมด ก็ประกาศไม่ให้ใครเข้าพบแม้แต่คนเดียว

    “ ไปเรียนท่านหญิง ว่า ท่านชายภาสกรกับคุณชายขจรมาขอเข้าเยี่ยม” หัวหน้าแม่บ้าน รีบบอกเด็กขึ้นไป แจ้งท่านหญิงทันที

    “ พี่ชายใหญ่ มาแบบนี้เกรงว่า เสด็จอาอาจจะมีอาการหนักขึ้นกว่าเดิมนะคะ” ท่านหญิงสามเอ่ยออกมา ทุกคนได้ยินกันหมด

    “ นั่นซิคะ หญิงว่า พี่ชายกลับไปก่อนดีกว่า รอให้เสด็จอา หายดีก่อนค่อยเข้ามาเยี่ยมนะคะ” ท่านหญิงสี่เข้ามาเสริมด้วย

    “ จริงครับ ท่านชายกลับไปก่อนเถอะนะครับ  ตอนนี้ท่านป้าหญิงกำลังเสียใจ มีคนตายหลายสิบคนเมื่อวาน  ท่านป้าหญิงตอนนี้กำลังเสียขวัญเป็นอย่างมาก ถึงกับผมขาวภายในคืนเดียว”   อิทธิเดช หัวหน้าตระกูลคนใหม่ของ ตระกูลเดโชชัย วัย 40 ปี เป็นลูกชายคนเล็กของน้องคนที่ สามของ ท่านเจ้าพระยาอัครเดโชชัย เอ่ยอย่างนอบน้อม

    “ ฉันมาด้วยความบริสุทธิ์ใจ หากเสด็จอาไม่ให้ฉันเข้าไปพบ ฉันก็จะกลับเอง”

    แล้วทันใดนั้น เด็กรับใช้ ก็เข้ามาบอกว่า

    “ ท่านหญิงบอกว่า ให้ท่านชายกลับไปก่อน ตอนนี้ท่านไม่อยากพบใครทั้งนั้น”

    ทุกคนต่างมีสีหน้ากระหยิ่มยินดี  ที่เห็นท่านชายถูก ไล่กลับไปในลักษณะนี้

    ขจรได้แต่ถอนหายใจ แล้ว กระซิบบอกกับ หัวหน้าแม่บ้านว่าเขาคือศิษย์ของหมอเทียน หากจะให้เขาขึ้นไปก็ต้องให้ท่านชายขึ้นไปด้วย โดยที่ไม่มีใครได้ยิน

    หัวหน้าแม่บ้าน ไม่ต้องขึ้นไปถามท่านหญิง ก็รีบเชิญขจรกับท่านชายภาสกรขึ้นไปบนชั้นสองทันที โดยที่ทุกคนต่างมองหน้ากันอย่างตกตะลึง ไม่รู้ว่าขจรพูดอะไรกับหัวหน้าแม่บ้านคนนี้

    ท่านชายภาสกรกับ ขจรเลยเดินขึ้นไปชั้น 2 ท่ามกลางความอิจฉาและสงสัยของทุกๆ คน

    ทั้งสองหยุดรอที่หน้าห้อง พอหัวหน้าแม่บ้านเข้าไปแจ้ง ก็รีบให้ขจรกับ ท่านชายเข้าไปในห้องทันที

    “ มาแล้วหรือ หมอเทียนสั่งเธอให้มาใช่ไหม?”  หมอธารินทร์เอ่ยทักขจรทันที

    “ ครับ อาจารย์สั่งให้มา”

    “ ที่ฉันให้พวกเธอเข้ามาได้ เพราะว่าเธอเป็นศิษย์คุณหมอเทียน อย่าคิดว่า ช่วยรักษาฉันได้แล้ว สิ่งที่ฉันพูดไปแล้วนั้น ฉันจะเปลี่ยนใจนะ”

    “ เสด็จอา สบายใจเถอะครับ ขอให้เสด็จอาแข็งแรง ผมก็พอใจแล้ว ไม่เคยคิดถึงเรื่องอื่นเลย”

    “ ดี ไหนดูซิ เธอจะทำได้ เหมือนกับ อาจารย์ของเธอหรือเปล่า”

    ขจรดูดซับพลังของกล้วยไม้วิญญาณเข้ามาในมือแล้ว จากนั้น ก็ใช้มือ ไปวางที่หน้าผากของ ท่านหญิงเบาๆ แล้วก็ปล่อยพลังการรักษาและฟื้นฟูของกล้วยไม้วิญญาณออกไป เส้นเลือดที่ฝ่อ แห้งเหี่ยว ก็ค่อยๆ ฟื้นฟูกลับมาเหมือนคนปกติ เส้นเลือดที่ใกล้จะแตกร้าวก็สมานกลับมาเป็นเหมือนเดิม เลือดลมที่หมุนเวียนก็ไหลผ่านไปทั่วร่างกาย จุดชีพจรก็เปิดขึ้นไป ถึง 200 จุด ผมที่ขาวโพลน ก็ค่อยๆกลายเป็นดกดำ ใบหน้าที่เหี่ยวย่นกลับเต่งตึงขึ้นมาแม้ไม่มากเหมือนวัยสาว แต่ก็ลดอายุลงไปเป็นสิบปีเลยทีเดียว

    “ โอ้ เป็นไปได้ยังไงกันเนี่ย ท่านหญิงกลับมาเป็นสาวอีกครั้ง แถมยังมีเส้นผมดำขลับเหมือนสาวๆ เลยครับ”  หมอธารินทร์เอ่ยอย่างตื่นเต้น  ส่วนนางกำนัลคนสนิทดีใจ จนตัวสั่นรีบไปหยิบกระจกมาให้ท่านหญิงดู

    “ นี่เป็นไปได้ยังไงกันเนี่ย นี่ฉันตาฝาดไปแล้วใช่ไหม”

    ตอนนี้ท่านหญิงรัตนาวดี กำลังตื่นเต้นดีใจ กับ ใบหน้าเส้นผม ที่ดูเหมือนวัยสาว จนลืมอาการซึมเศร้า ลืมเรื่องที่คิดอยากจะไปอยู่กับ ท่านเจ้าพระยาไปเลย

    ท่านชายภาสกร ก็ยิ้มอย่างภูมิใจ ที่เห็นขจรทำได้ดีเช่นนี้

    “ เรียบร้อยแล้วครับ ต่อไปขอให้ท่านหญิง ดูแลร่างกายตามปกติ ทำจิตใจให้สบาย อาการที่ผ่านมา ก็จะไม่เกิดขึ้นอีกอย่างแน่นอนครับ”

    “ ขอบใจ ไม่น่าเชื่อ ศิษย์กับอาจารย์ ช่างเก่งเหลือเกิน หมอธารินทร์ คุณก็เป็นอาจารย์เขาด้วยไม่ใช่เหรอ”

    “ ครับ ผมสอนเขามาสองปีแล้วครับ” อาจารย์หมอ ธารินทร์พูดอย่างภูมิใจ

    “ เฮ้อ..ตอนนี้ฉันคิดได้แล้ว ชีวิตมันต้องเดินต่อไป ฉันจะหมั่นทำบุญ ทำกุศลอุทิศให้คุณพี่ กับ เจนภพ ทั้งสองจะได้อยู่ภพภูมิที่ดี เธออยากได้อะไรก็บอกมา ฉันจะให้เธอเอง”

    “ ไม่ครับ ผมแค่รักษาไปตามหน้าที่เท่านั้น”

    “ ไม่ได้  เธอช่วยฉันขนาดนี้ ต้องได้รับสิ่งตอบแทน ฉันจะโอนที่ดินให้เธอแปลงหนึ่งก็แล้วกัน เธอเลือกเอาเลย ที่ดินของโรงแรมนาคบดินทร์ ที่เป็นสาขาใหญ่ราคาแพงที่สุด เอาแปลงนี้ก็แล้วกัน”

    “ นี่เป็นคำสั่งของท่านอาจารย์เทียน ผมไม่สามารถรับได้จริงๆ ขอให้ท่านหญิงเข้าใจผมด้วยนะครับ”

    “ ทำไมล่ะ เธอไม่ต้องไปบอกกับอาจารย์ของเธอก็ได้นี่ ชายใหญ่ก็ไม่ว่าเธอหรอก” ขจรเองก็ได้ยังยืนยันไม่รับท่าเดียว  ส่วนท่านชายใหญ่แสดงสีหน้านิ่งเงียบ ไม่เอ่ยอะไรออกมาเช่นกัน

    “ หรือเธอจะกลัวคนอื่นจะมองว่าเธอมาหลอกลวงฉันอีกคน?”

    ทุกคนถึงกับนิ่งอึ้ง ไม่คิดว่า ท่านหญิงจะเอ่ยคำนี้ออกมา

    “ อาจารย์บอกว่า การทำดีนั้นมันอยู่ที่ตัวของเรา ไม่ใช่อยู่ที่คนอื่นมองครับ”

    ท่านชายภาสกรได้ฟังก็ถึงกับโล่งอก กลัวว่าขจรจะตอบออกมาแล้ว สเด็จอาเกิดไม่พอพระทัยขึ้นจะแย่กันไปใหญ่

    “ อย่าบังคับเขาเลยครับ อาจารย์กับลูกศิษย์ช่างเหมือนกันจริงๆ  คนไข้ที่เขารักษาไม่ว่าจะมีหรือจน เขาก็รักษาเหมือนกัน ไม่ได้ต่างกันเลยสักนิดครับ”   อาจารย์หมอธารินทร์ช่วยพูดแทนอย่าง

    “ ขอบใจ ฉันต้องขอบใจเธอจริงๆ”

    ขจรมองหน้าท่านชายคล้ายจะบอกว่า ตอนนี้เรากลับกันก่อนดีกว่า

    “ ในเมื่อเสด็จอาหายดีแล้ว ผมขอตัวกลับกันก่อน หากว่าเสด็จอามีเรื่องอะไร โทรบอกผมได้ตลอดเวลานะครับ”

    ท่านชายพยักหน้ากับขจร ทั้งสองคนก็พากันเดินออกไป ญาติพี่น้องที่รอข้างล่าง ก็ถูก ท่านหญิงให้หัวหน้าแม่บ้านกลับไปให้หมดเช่นกัน

    “ หรือว่าฉันจะดูคนผิดไป เด็กขจรนี่เป็นคนยังไง?”

    “ เขาเป็นเด็กดีมาก กตัญญูต่อพ่อแม่ อยู่วัดก็ช่วยงานหลวงตาไม่ขาด ตั้งใจเรียนมาก จนสอบเป็นนักเรียนแพทย์ได้  แต่หลังจากที่ท่านชายรับอุปการะแล้ว เขาก็ยังไปนอนวัดอยู่บ่อยๆ ผมว่าเขาไม่ได้เป็นอย่างที่คนลือกันหรอกครับ เขามีแฟนเป็นนักเรียนแพทย์ชั้นเดียวกันด้วย”

     “ ฉันต้องตอบแทนที่เด็กนี่ช่วยฉันให้ได้ ฉันไม่อยากติดหนี้บุญคุณใครเหมือนกัน”

    ท่านหญิงมองใบหน้าของตนเองในกระจก แล้วยิ้มอย่างมีความสุข หายจากอาการซึมเศร้าไปในทันที.

    คล้ายกับเรื่องโคตรมวยไทยถล่มโลกเซียน ที่คุณอ่าน