พอขจรกลับมาถึงตำหนักริมน้ำ ก็เล่าเรื่องทั้งหมดให้ท่านชายฟัง ไม่มีปิดบังแม้แต่เรื่องของ หมอเทียน
“ ฉันต้องขอบใจเธอ ที่ได้ช่วยเสด็จอาของฉันในวันนี้ แต่ฉันไม่อยากให้เธอใช้หน้าที่ของการเป็นหมอ มาช่วยเรื่องของฉัน การที่เสด็จอาจะยกที่ดินให้ใครบริหารนั้นเป็นสิทธิ์ของท่านอยู่แล้ว เธอไปรักษาท่านตามหน้าที่ของหมอก็พอ”
“ ครับ” ขจรก็คิดแบบเดียวกับท่านชาย
“ แล้วเรื่องที่ดิน ที่จะปลูกสร้างบ้านพักคนชรานั้น ได้มาแล้ว 300 ไร่ ราคาไร่ละ 4 แสนบาท ไม่ห่างจากตัวเมืองเท่าไร เธอจะไปดูก่อนไหม”
“ ไม่ครับ ท่านชายว่าดีก็เอาเลยครับ”
“ นี่คือแบบโครงการที่ชายรองเขาเคยตั้งใจที่จะทำเหมือนกัน เธอลองดูซิ ว่าชอบไหม ถ้าชอบก็สามารถดำเนินการได้เลย”
ขจรเปิดแบบโครงการบ้านพักคนชราของ ท่านชายคชาธร ก็รู้สึกออกแบบได้สวยงามน่าอยู่ ร่มรื่นมาก มีทั้งบ้านเดียว บ้านแฝด รวมทั้ง ทาวน์โฮม 2 ชั้น มีโรงพยาบาล
และห้างสรรพสินค้า เน้นให้บริการแต่ผู้สูงอายุ บ้านแต่ละหลังนั้นสามารถนำรถเข็นผู้ป่วยเข้าไปได้ ยิ่งในห้องน้ำออกเป็นมาเพื่อสูงอายุโดยเฉพาะ ไม่มีเหลี่ยมมุม พื้นยางพิเศษ และที่สำคัญห้องทุกห้องมีคอมพิวเตอร์ ที่สามารถพูดคุยกันได้ เหมือนกับ สิริ ในมือถือ ไม่ต้องกดปุ่มสัญญาณ แค่ส่งเสียงร้อง หรือ โบกมือขอความช่วยเหลือ คอมพิวเตอร์จะเรียกพยาบาล เข้ามาดูแลทันที
“ โครงการของท่านชายรองนี่ ทันสมัยมากเลยนะครับ”
“ ใช่ ตอนนั้นฉันอ่านดู ไม่คิดว่าจะเป็นไปได้ พอมาวันนี้ จะกลายเป็นเรื่องปกติไปแล้ว”
“ ช่วยสร้างตามแบบนี้เลย นะครับ ผมว่า เดี๋ยวนี้ กล้องวงจรปิด หรือหุ่นยนต์ จะสามารถช่วยทำสิ่งที่ท่านชายรองคิดเอาไว้ได้อย่างแน่นอน”
“ โครงการนี้สามารถสร้างที่พักให้กับ คนชราได้ประมาณ สามพันคน นับว่ามากที่สุดในประเทศไทยก็ว่าได้ งบประมาณลงทุนในครั้งนี้ โครงการ 1 จะใช้เงินประมาณ 3 พันล้าน ไม่เกิน 1 ปี น่าจะแล้วเสร็จ”
“ ทำไปเลยครับ สร้างสัก 4 โครงการไปเลย หากเงินไม่พอ ผมจะได้หามาให้อีก”
“ เธอนี่พูดเหมือนกับว่า เงินมาหาได้ง่ายๆ อย่างนั้น แต่ก็เอาล่ะ ทำโครงการแรกเราจะแบ่งขาย70 % ที่เหลือเราจะให้คนที่ได้รับการเลือก มาอยู่ฟรีอีก 30 %
พอหลังจากโครงการแรกเสร็จ ฉันคิดว่า โครงการ 2 เราจะใช้เงินไม่มาก หรืออาจไม่ต้องควักเลยก็ได้”
“ เรื่องนี้ต้องรบกวนท่านชายด้วยครับ”
“ ไม่ต้องพูดคำนี้กับฉันอีก เราสองคนไม่ใช่คนอื่นไกล ขนาดนั้น”
ขจรคิดดูว่า หากว่าตนไม่มีท่านชายคอยช่วยเหลือ ไม่รู้ว่าชีวิตนี้จะเป็นอย่างไร คงไม่มีความราบรื่นแบบนี้แน่ ขจรกลับเข้าห้องนอน แล้วเริ่มกลับเข้าไปแผ่นหนังมิติ เพราะท่านหินเจ้าปัญญา เรียกให้เข้าไปข้างใน เพื่อดูดซับพลัง เขากิเลนไฟ ได้แล้ว
“ เขากิเลนไฟ ชิ้นนี้เป็นจุดรวมพลังของเจ้า สัตว์ต่างดาวตัวนี้ มันสะสมพลังล้านปีเอาไว้โดยที่ยังไม่เคยมีใครนำออกมาใช้ได้เลย ดังนั้น เวลาเจ้าดูดซับพลังของมัน อย่าหักโหม ค่อยๆ ดึงพลังของมันออกมา อย่างช้าๆ เพื่อให้พลังของมันเข้ามาในร่างของเจ้า พลังจากกิเลนไฟ จะแปรเปลี่ยนเป็นพลังยุทธ์ของเจ้าส่วนหนึ่ง และ จะมีพลังวิเศษของมันติดมาสู่เจ้าด้วย ซึ่งพลังนั้นคือ พลังเพลิงกิเลน หากใครดูดซับเข้าไปแล้ว โดยไม่เตรียมตัวก่อน ร่างกายของคนผู้นั้น ก็จะถูกเผาไหม้กลายเป็นจุนไปในทันที”
“ โอ้ แล้วจะทำยังไงดี”
“ ร่างกายของคนเรานั้น จะมีพลังธาตุอยู่ในตัวเองอยู่แล้ว นั่นคือ พลังธาตุดิน ธาตุน้ำ ธาตุลม ธาตุไฟ นี่คือธาตุหลักๆ ดังนั้น หากเจ้าจะรับพลังจาก เจ้ากิเลนไฟ เจ้าต้องมี พลังธาตุไฟ เพื่อจะได้รับมือกับเปลวไฟของมันได้”
“ แล้วจะฝึกพลังธาตุไฟ ได้อย่างไรครับ"
“ เจ้านี่มีของดีกับตัว แต่ใช้ไม่เป็นจริงๆ ดวงตราราชลัญจกรนั่นไง มีพลังมากกว่าสิบธาตุอยูในนั้น บัดนี้ถึงเวลาแล้ว เจ้าไปดึงเฉาะพลังธาตุไฟออกมาเข้ามาในตัวของเจ้า โดยใช้วิธีดูดซับพลังที่ข้าสอนเอาไว้”
ขจรนำหินหยกตราราชลัญจกรออกมา แล้วทำการดูดซับพลังธาตุไฟออกมา ดวงตราหยก ที่ปกติไม่มีแสงอะไรอยู่แล้ว พอถูกขจรปล่อยพลังเข้าไปกระตุ้นจนต้องคายพลังธาตุไฟออกมา พลังธาตุไฟจำนวนมหาศาล พุ่งเข้ามาในเส้นเลือดของขจรอย่างรวดเร็ว พลังธาตุไฟไหลเวียนอยู่ในเส้นปราณของเขา จนต้องขยายเพิ่มขึ้กว่าแต่ก่อนถึงสองเท่า แล้วมันก็ทำให้เส้นเลือดของเขาหนากว่าปกติ ขจรเริ่มมีเหงื่อผุดออกมาจากผิวหนัง เป็นจำนวนมาก ประมาณ 2 ชั่วโมงขจรก็ลืมตาตื่นขึ้น มองผิวพรรณของตนที่บัดนี้แดงยังกับถูกเผาไฟมา แต่เขาหาได้รู้สึกเจ็บปวดไม่
“ เรียบร้อย ต่อไปก็เริ่มดูดซับ พลังจากเขากิเลนไฟได้แล้ว เจ้าดูดซับไปตามปกติ พลังส่วนหนึ่ง จะผลักดันให้เจ้ามีพลังยุทธ์มากขึ้น แล้ว พลังวิเศษที่ได้มา เจ้าจะรู้สึกพลังนั้นด้วยตัวของเจ้าเอง”
ขจร ใช้มือจับเข้าทีาโคนเขากิเลนไฟทั้งสองมือ แล้วทำการดูดซับทันที ไม่นานพลังล้านปี ของเจ้ากิเลนไฟ ก็ไหลบ่า เข้ามาในร่างของเขา พลังยุทธ์ของเขาพุ่งขึ้นอย่างกระทันหัน ขึ้นไปที่ ขั้นวิญญาณเทพยุทธ์ ระดับกลาง กระดับสูง และพุ่งเข้าไปสู่ขั้นวิญญาณเทพยุทธ์ ระดับสูงจนได้ ขจรลืมตาขึ้น รู้สึกถึงพลังที่ไหลเวียนในร่างของเขามากมาย เขายกมือขึ้นมาดู แล้วปล่อยพลังออกมาเล็กน้อย มีเปลวไฟสีขาว ผุดขึ้นบนฝ่ามือของเขา
“ นี่หรือ พลังเพลิงกิเลน ไม่เห็นจะร้อนเลย”
“ เจ้าลองปล่อยไปที่ต้นไม้ต้นนั้นซิ”
ขจรปล่อยพลังเพลิงพุ่งออกไป ต้นไม้ขนาดใหญ่ด้านหน้า พอต้นไม้ถูกเพลิงกิเลนสีขาวเข้าไป ไฟก็ลุกท่วมต้นไม้ใหญ่ต้นนั้นทันที
“ โอ้ เป็นไปได้ยังไงกันนี่”
ขจรฝึกฝนอยู่หลายรอบ เจ้างูน้อยก็เฝ้าคลอเคลียอยู่รอบๆ ไม่ห่างไปไหน แม้ว่าร่างกายของขจรนั้นจะร้อนกว่าปกติ เจ้างูน้อยกับชอบซุกเข้าไปในอกเสื้อของเขาแล้วเข้าไปนอนนิ่งๆ จนกระทั่งมันหลับคาอก ขจรถึงได้ออกไปจากมิติแผ่นหนังแห่งนี้
ตอนเช้าท่านชายภาสกร ได้พาขจรไปพบกับท่านหญิงรัตนาวดี เพราะนางกำนัลคนสนิทโทรมาแจ้งว่า ท่านหญิงรัตนาวดี มีอาการซึมเศร้า ผิดปกติเส้นผมปกติจะมีทั้งดำและขาวสลับกัน แค่คืนเดียวกลับกลายเป็นผมขาว ไปหมดหัวเลย ดังนั้นนางกำนัลกลัวจะเกิดเรื่อง จึงโทรมาแจ้งท่านชายภาสกร ให้รับทราบ
“ แจ้งหมอแล้วหรือยัง”
“ แจ้งไปแล้วค่ะ ตอนนี้หมอกำลังมาเจ้าค่ะ”
“ ผมจะรีบไปเดี๋ยวนี้”
ท่านชายพอทราบเรื่องก็ไม่รอช้า รีบไปพาขจรไปดูอาการท่านหญิงรัตนาวดีทันที พอไปถึงที่วังมโนรมย์ก็พบกับ น้องสาว น้องเขย ทั้ง 4 และหลานอีก 6 คน รวมทั้ง คนของตระกูลเดโชชัย ต่างเข้ามาเยี่ยมท่านหญิงกันเต็มวังไปหมด
พอท่านชายเข้าไป ทุกคนต่างก็มองท่านชายด้วยสายตาแปลกๆ เพราะคิดว่าท่านชายเลี้ยงเด็กขจรเอาไว้เป็นคู่ขา ท่านหญิงตอนนี้ กำลังให้หมอธารินทร์ตรวจดูอาการ อยู่ชั้นสอง ไม่ให้ใครเข้ามารบกวน ยิ่งตอนนี้ท่านหญิง รู้สึกผิด ท้อแท้หมดอาลัย บ่นกับนางกำนัลใกล้ชิด ว่าอยากจะไปอยู่กับ เจ้าพระยาอัครเดช เดโชชัย แล้วพอรู้ว่าพวกลูกหลานมาเยี่ยมกันหมด ก็ประกาศไม่ให้ใครเข้าพบแม้แต่คนเดียว
“ ไปเรียนท่านหญิง ว่า ท่านชายภาสกรกับคุณชายขจรมาขอเข้าเยี่ยม” หัวหน้าแม่บ้าน รีบบอกเด็กขึ้นไป แจ้งท่านหญิงทันที
“ พี่ชายใหญ่ มาแบบนี้เกรงว่า เสด็จอาอาจจะมีอาการหนักขึ้นกว่าเดิมนะคะ” ท่านหญิงสามเอ่ยออกมา ทุกคนได้ยินกันหมด
“ นั่นซิคะ หญิงว่า พี่ชายกลับไปก่อนดีกว่า รอให้เสด็จอา หายดีก่อนค่อยเข้ามาเยี่ยมนะคะ” ท่านหญิงสี่เข้ามาเสริมด้วย
“ จริงครับ ท่านชายกลับไปก่อนเถอะนะครับ ตอนนี้ท่านป้าหญิงกำลังเสียใจ มีคนตายหลายสิบคนเมื่อวาน ท่านป้าหญิงตอนนี้กำลังเสียขวัญเป็นอย่างมาก ถึงกับผมขาวภายในคืนเดียว” อิทธิเดช หัวหน้าตระกูลคนใหม่ของ ตระกูลเดโชชัย วัย 40 ปี เป็นลูกชายคนเล็กของน้องคนที่ สามของ ท่านเจ้าพระยาอัครเดโชชัย เอ่ยอย่างนอบน้อม
“ ฉันมาด้วยความบริสุทธิ์ใจ หากเสด็จอาไม่ให้ฉันเข้าไปพบ ฉันก็จะกลับเอง”
แล้วทันใดนั้น เด็กรับใช้ ก็เข้ามาบอกว่า
“ ท่านหญิงบอกว่า ให้ท่านชายกลับไปก่อน ตอนนี้ท่านไม่อยากพบใครทั้งนั้น”
ทุกคนต่างมีสีหน้ากระหยิ่มยินดี ที่เห็นท่านชายถูก ไล่กลับไปในลักษณะนี้
ขจรได้แต่ถอนหายใจ แล้ว กระซิบบอกกับ หัวหน้าแม่บ้านว่าเขาคือศิษย์ของหมอเทียน หากจะให้เขาขึ้นไปก็ต้องให้ท่านชายขึ้นไปด้วย โดยที่ไม่มีใครได้ยิน
หัวหน้าแม่บ้าน ไม่ต้องขึ้นไปถามท่านหญิง ก็รีบเชิญขจรกับท่านชายภาสกรขึ้นไปบนชั้นสองทันที โดยที่ทุกคนต่างมองหน้ากันอย่างตกตะลึง ไม่รู้ว่าขจรพูดอะไรกับหัวหน้าแม่บ้านคนนี้
ท่านชายภาสกรกับ ขจรเลยเดินขึ้นไปชั้น 2 ท่ามกลางความอิจฉาและสงสัยของทุกๆ คน
ทั้งสองหยุดรอที่หน้าห้อง พอหัวหน้าแม่บ้านเข้าไปแจ้ง ก็รีบให้ขจรกับ ท่านชายเข้าไปในห้องทันที
“ มาแล้วหรือ หมอเทียนสั่งเธอให้มาใช่ไหม?” หมอธารินทร์เอ่ยทักขจรทันที
“ ครับ อาจารย์สั่งให้มา”
“ ที่ฉันให้พวกเธอเข้ามาได้ เพราะว่าเธอเป็นศิษย์คุณหมอเทียน อย่าคิดว่า ช่วยรักษาฉันได้แล้ว สิ่งที่ฉันพูดไปแล้วนั้น ฉันจะเปลี่ยนใจนะ”
“ เสด็จอา สบายใจเถอะครับ ขอให้เสด็จอาแข็งแรง ผมก็พอใจแล้ว ไม่เคยคิดถึงเรื่องอื่นเลย”
“ ดี ไหนดูซิ เธอจะทำได้ เหมือนกับ อาจารย์ของเธอหรือเปล่า”
ขจรดูดซับพลังของกล้วยไม้วิญญาณเข้ามาในมือแล้ว จากนั้น ก็ใช้มือ ไปวางที่หน้าผากของ ท่านหญิงเบาๆ แล้วก็ปล่อยพลังการรักษาและฟื้นฟูของกล้วยไม้วิญญาณออกไป เส้นเลือดที่ฝ่อ แห้งเหี่ยว ก็ค่อยๆ ฟื้นฟูกลับมาเหมือนคนปกติ เส้นเลือดที่ใกล้จะแตกร้าวก็สมานกลับมาเป็นเหมือนเดิม เลือดลมที่หมุนเวียนก็ไหลผ่านไปทั่วร่างกาย จุดชีพจรก็เปิดขึ้นไป ถึง 200 จุด ผมที่ขาวโพลน ก็ค่อยๆกลายเป็นดกดำ ใบหน้าที่เหี่ยวย่นกลับเต่งตึงขึ้นมาแม้ไม่มากเหมือนวัยสาว แต่ก็ลดอายุลงไปเป็นสิบปีเลยทีเดียว
“ โอ้ เป็นไปได้ยังไงกันเนี่ย ท่านหญิงกลับมาเป็นสาวอีกครั้ง แถมยังมีเส้นผมดำขลับเหมือนสาวๆ เลยครับ” หมอธารินทร์เอ่ยอย่างตื่นเต้น ส่วนนางกำนัลคนสนิทดีใจ จนตัวสั่นรีบไปหยิบกระจกมาให้ท่านหญิงดู
“ นี่เป็นไปได้ยังไงกันเนี่ย นี่ฉันตาฝาดไปแล้วใช่ไหม”
ตอนนี้ท่านหญิงรัตนาวดี กำลังตื่นเต้นดีใจ กับ ใบหน้าเส้นผม ที่ดูเหมือนวัยสาว จนลืมอาการซึมเศร้า ลืมเรื่องที่คิดอยากจะไปอยู่กับ ท่านเจ้าพระยาไปเลย
ท่านชายภาสกร ก็ยิ้มอย่างภูมิใจ ที่เห็นขจรทำได้ดีเช่นนี้
“ เรียบร้อยแล้วครับ ต่อไปขอให้ท่านหญิง ดูแลร่างกายตามปกติ ทำจิตใจให้สบาย อาการที่ผ่านมา ก็จะไม่เกิดขึ้นอีกอย่างแน่นอนครับ”
“ ขอบใจ ไม่น่าเชื่อ ศิษย์กับอาจารย์ ช่างเก่งเหลือเกิน หมอธารินทร์ คุณก็เป็นอาจารย์เขาด้วยไม่ใช่เหรอ”
“ ครับ ผมสอนเขามาสองปีแล้วครับ” อาจารย์หมอ ธารินทร์พูดอย่างภูมิใจ
“ เฮ้อ..ตอนนี้ฉันคิดได้แล้ว ชีวิตมันต้องเดินต่อไป ฉันจะหมั่นทำบุญ ทำกุศลอุทิศให้คุณพี่ กับ เจนภพ ทั้งสองจะได้อยู่ภพภูมิที่ดี เธออยากได้อะไรก็บอกมา ฉันจะให้เธอเอง”
“ ไม่ครับ ผมแค่รักษาไปตามหน้าที่เท่านั้น”
“ ไม่ได้ เธอช่วยฉันขนาดนี้ ต้องได้รับสิ่งตอบแทน ฉันจะโอนที่ดินให้เธอแปลงหนึ่งก็แล้วกัน เธอเลือกเอาเลย ที่ดินของโรงแรมนาคบดินทร์ ที่เป็นสาขาใหญ่ราคาแพงที่สุด เอาแปลงนี้ก็แล้วกัน”
“ นี่เป็นคำสั่งของท่านอาจารย์เทียน ผมไม่สามารถรับได้จริงๆ ขอให้ท่านหญิงเข้าใจผมด้วยนะครับ”
“ ทำไมล่ะ เธอไม่ต้องไปบอกกับอาจารย์ของเธอก็ได้นี่ ชายใหญ่ก็ไม่ว่าเธอหรอก” ขจรเองก็ได้ยังยืนยันไม่รับท่าเดียว ส่วนท่านชายใหญ่แสดงสีหน้านิ่งเงียบ ไม่เอ่ยอะไรออกมาเช่นกัน
“ หรือเธอจะกลัวคนอื่นจะมองว่าเธอมาหลอกลวงฉันอีกคน?”
ทุกคนถึงกับนิ่งอึ้ง ไม่คิดว่า ท่านหญิงจะเอ่ยคำนี้ออกมา
“ อาจารย์บอกว่า การทำดีนั้นมันอยู่ที่ตัวของเรา ไม่ใช่อยู่ที่คนอื่นมองครับ”
ท่านชายภาสกรได้ฟังก็ถึงกับโล่งอก กลัวว่าขจรจะตอบออกมาแล้ว สเด็จอาเกิดไม่พอพระทัยขึ้นจะแย่กันไปใหญ่
“ อย่าบังคับเขาเลยครับ อาจารย์กับลูกศิษย์ช่างเหมือนกันจริงๆ คนไข้ที่เขารักษาไม่ว่าจะมีหรือจน เขาก็รักษาเหมือนกัน ไม่ได้ต่างกันเลยสักนิดครับ” อาจารย์หมอธารินทร์ช่วยพูดแทนอย่าง
“ ขอบใจ ฉันต้องขอบใจเธอจริงๆ”
ขจรมองหน้าท่านชายคล้ายจะบอกว่า ตอนนี้เรากลับกันก่อนดีกว่า
“ ในเมื่อเสด็จอาหายดีแล้ว ผมขอตัวกลับกันก่อน หากว่าเสด็จอามีเรื่องอะไร โทรบอกผมได้ตลอดเวลานะครับ”
ท่านชายพยักหน้ากับขจร ทั้งสองคนก็พากันเดินออกไป ญาติพี่น้องที่รอข้างล่าง ก็ถูก ท่านหญิงให้หัวหน้าแม่บ้านกลับไปให้หมดเช่นกัน
“ หรือว่าฉันจะดูคนผิดไป เด็กขจรนี่เป็นคนยังไง?”
“ เขาเป็นเด็กดีมาก กตัญญูต่อพ่อแม่ อยู่วัดก็ช่วยงานหลวงตาไม่ขาด ตั้งใจเรียนมาก จนสอบเป็นนักเรียนแพทย์ได้ แต่หลังจากที่ท่านชายรับอุปการะแล้ว เขาก็ยังไปนอนวัดอยู่บ่อยๆ ผมว่าเขาไม่ได้เป็นอย่างที่คนลือกันหรอกครับ เขามีแฟนเป็นนักเรียนแพทย์ชั้นเดียวกันด้วย”
“ ฉันต้องตอบแทนที่เด็กนี่ช่วยฉันให้ได้ ฉันไม่อยากติดหนี้บุญคุณใครเหมือนกัน”
ท่านหญิงมองใบหน้าของตนเองในกระจก แล้วยิ้มอย่างมีความสุข หายจากอาการซึมเศร้าไปในทันที.