เส้นทางเทพยุทธ์​ (Trail of God)

    ตอนที่ 58 เดินทางบนฟากฟ้า

        พระราชวังราชวงจินฟู่


         จางเฉินเดินเข้าสู่ห้องโถงพระราชวังหลังจากที่ทหารยามได้มาส่งถึงที่แล้วการเดินทางเป็นไปอย่างง่ายดายเพราะทหารยามคุ้นเคยกับเส้นทาง และคนในวังมากในห้องโถงมีคนอยู่ 17 คนแต่ละคนอายุมากกว่าจางเฉินยี่สิบถึงสามสิบปี


        “จางเฉินเจ้าหายดีแล้วเหรอ”    


         หลี่ชิงฟงเห็นจางเฉินแล้วประหลาดใจมากและรู้สึกแย่เพราะว่ามันคืออันดับหก ที่จะเข้าสระวิญญาณแทนจางเฉินแต่จางเฉินกลับปรากฏตัวนั่นหมายความว่ามันหมดสิทธิ์


         “องค์ราชาเสด็จ”


       วันนี้ราชาจินหวังแต่งชุดคลุมสีทองลายมังกรไม่เหมือนกับตอนการแข่งที่แต่งชุดเหมือนบัณฑิตเท่านั้น ร่างกายนั้นดูเปร่งประกายเดินจากด้านนอกห้องโถงเข้ามา


        ราชาจินหวังเดินมาพร้อมกับหญิงสาวชาววังสองคนอายุเท่าๆ กับจางเฉินและชายหนึ่งคน จางเฉินคาดว่าน่าจะเป็นเจ้าชายเจ้าหญิงของอาณาจักรเจ้าหญิงมีความอดงามดั่งเทพธิดาทั้งสององค์ ปากนิด จมูกหน่อยรูปร่างสมส่วนคนที่รออยู่ในห้องโถงต่างจ้องกันตาไม่กระพริบ


        “เอาละสระจะเปิดในเช้าวันพรุ่งนี้ พวกเจ้า 20 คนพร้อมเดินทางแล้วนะ”ราชาจินหวังมองฝูงชนและกวาดสายตาไปรอบๆ


        “มีคนเกินมา 1 คน”ชายคนหนึ่งพูดขึ้นมาเพราะนับจากเจ้าชายและเจ้าหญิงด้วยแล้วมี 21 คน


       ราชาจินหวังมองไปที่จางเฉินแล้วจึงมองไปที่หลี่ชิงฟง


        “หลี่ชิงฟงเจ้ากลับไปได้แล้ว”


        ความหวังของหลี่ชิงฟงสลายเขาโกรธจางเฉินมากถ้าไม่ใช่เพราะจางเฉินทั้งอันดับการแข่งขันทั้งการเข้าสระวิญญาณก็ไม่ถูกแย่งชิง ได้แต่กำหมัดแน่นแล้วเดินออกจากห้องโถงไป


        “เอาละพวกเจ้าคือกลุ่มอัจริยะของอาณาจักรที่จะเดินทางไปสระวิญญาณวันนี้ข้าขอแนะนำนี่คือ องค์หญิงหก องค์หญิงเก้า และองค์ชายสิบอีกหนึ่งเดือนอาณาจักรลับจะเปิดขึ้น พวกเจ้าจะได้รับหน้าที่เข้าไปสำรวจหวังว่าพวกเจ้าจะสามารถพัฒนาตัวเองในโอกาสของการเปิดสระวิญญาณซึ่งเปิดทุก 5ปีนี้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด”


        “ดินแดนลับ”


       ทั้งหมดต่างตื่นเต้นยกเว้นจางเฉินที่ไม่ค่อยรู้สึกอะไรกับต้วนเฉินซึ่งยืนข้างๆ จางเฉิน


        “ดินแดนลับคืออะไรเหรอ”ต้วนเฉินสะกิดจางเฉินหวังจะได้รับคำตอบ ต้วนเฉินนั้นเกิดในฐานะยากจนไม่ค่อยได้รับการศึกษามากนัก หลังจากเข้าเรียนก็หมกมุ่นอยู่กับการฝึกมีดที่ไม่ตื่นเต้นเหมือนคนอื่นเพราะไม่รู้ส่วนจางเฉินรู้แต่ก็เหมือนไม่รู้เพราะเขาไม่คุ้นเคยกับมันมากนัก


        “ดินแดนลับบางครั้งเรียกว่าดินแดนร่วงหล่นหรือสุสานจักรพรรดิ เป็นที่เก็บสมบัติของจักรพรรดิในสมัยโบราณ ปกติจะมีข้อห้ามหรือการบิดเบือนอวกาศทำให้ไม่สามารถเข้าไปได้ แต่มันจะมีการปรากฏแล้วสามารถเข้าได้เป็นเวลาอย่างเช่นร้อยปีครั้ง สิบปีครั้ง แล้วแต่ระดับของดินแดนลับ พูดง่ายๆคือมีสมบัติมากมายหรืออาจได้รับมรดกของจักรพรรดิ”


        “ขอบคุณ”


        บูมมมม เจี๊ยบบ


       เสียงดังสนั่น ดังขึ้นมาจากเสียงดูเหมือนจะไม่ไกลจากห้องโถงมากนักทั้งห้องโถงสั่นสะเทือนเหมือนมีลมพายุพัดแรง หลายคนต่างตั้งท่าป้องกันตัวบางคนก็เรียกอาวุธออกมาเพื่อรอโจมตี


       “พวกเจ้าไม่ต้องเป็นห่วงนั่นคือการมาถึงของสัตว์อสูร ที่จะพาพวกเจ้าไปสระวิญญาณ เอาละเดินทางกันได้แล้วข้าฝากพวกเจ้าดูแลองค์ชาย องค์หญิงด้วย” ราชาจินหวังพูดแล้วก็ชี้ทางออกที่จะไปขี่สัตว์อสูร


      จางเฉินรู้สึกถึงจิตสังหารจึงหันไปดูในกลุ่มคนจึงสบสายตากับมู่หยงเลี่ยน


        “เจ้าต้องระวัง นอกจากมู่หยงเลี่ยนแล้วยังมีมู่หยงต๋าและมู่หยงอ้าย ข้าไม่รู้ว่าพวกเขาจะทำอะไรกับเจ้าบ้างแต่พวกตระกูลมู่ประกาศต่อสู้เป็นตายกับเจ้าแล้วเจ้าทำให้พวกมันเสียศักดิ์ศรีในการประลอง”


        ต้วนเฉินพูดด้วยความเป็นห่วงจางเฉินเขาไม่ชอบพวกตระกูลใหญ่เพราะหยิ่งและชอบรังแกคนอ่อนแอกว่า


        “ขอบคุณ”


       เดินมาไม่ไกลก็เจอนกตัวใหญ่มาก ปีกของมันกว้างหลายสิบเมตรปกคลุมไปด้วยขนเหล็กสีน้ำเงินมันวาวดูเหมือนโลหะ กงเล็บมันมีสีแดงเลือด แหลมคม ดูเหมือนแข็งแรงมาก คล้ายจะทะลุเหล็กได้เหมือนเต้าหู้มันมีความคล้ายกับหงเอ๋ออยู่เพียงแต่ว่าหงเอ๋อดูตัวอ้วนใหญ่กว่าเล็กน้อยแต่อินทรีย์ตัวนี้ดูผอมบางและปีกยาวกว่า


        บนหลังของนกอินทรีขนเงินมีชายชราหนวดเครายาว แต่งชุดคลุมสีขาวยืนอยู่


        “เอาละพวกเจ้าขึ้นมาได้แล้ว มานั่งแล้วจับร่างอินทรีขนเงินให้มั่นคง”


       ทุกคนต่างกระโดดขึ้นหลังนกอินทรีย์ขนเงินกันอย่างรวดเร็ว  หาที่นั่งแล้วจับขนบริเวณหลังจุดที่ตัวเองนั่งอย่างแน่นหนาปีกของนกอินทรีย์ขนเงินกระแทกอย่างแรงทำให้เกิดพายุหมุนรอบๆ ตัวทันทีแล้วดีตัวขึ้นสู่ท้องฟ้า หลายคนต่างหน้าซีดเผือกแทบหยุดหายใจ


        อาคารต่างๆ พระราชวังเมือง ดูเล็กลงอย่างรวดเร็วจนกลายเป็นเพียงจุดสีดำไกลๆ นกอินทรีย์ขนเงินยกระดับความสูงอย่างต่อเนื่องและอากาศรอบๆ เริ่มเบาบางลง


      ต้วนเฉินมองจางเฉินซึ่งดูสงบอย่างหน้าประหลาดส่วนตัวมันเองมันรู้สึกแทบจะขาดใจตาย ทั้งตื่นเต้นทั้งกลัวเหงื่อไหลจนหลังของมันเปียก มือก็กำขนของอินทรย์ขนเงินแน่นไม่กล้ามองลงไปด้านล่างมองดูคนอื่นก็เหมือนๆกับตัวเองยกเว้นเจ้าของอินทรีย์ขนเงินและจางเฉิน  


       “เพื่อนคนนี้ผิดปกติเกินไป”


      จางเฉินนั่งอย่างมั่นคงโดยไม่ได้จับขนนกอินทรีย์เหมือนกับคนอื่นเขาลองโคจรลมปราณดูเพื่อฝึกฝนกลับผิดหวังบนที่สูงมีพลังสวรรค์และโลกเบาบางมากจึงนอนลงพักผ่อน      


      ชายชราที่ดูแลอินทรีย์ขนเงินหันหลังมาเพื่อดูเจ้าชายและเจ้าหญิง


       “องค์ชาย องค์หญิงหากมีปัญหาใดๆ กรุณาแจ้ง”


      หลังจากที่ชายชราดูสมาชิกคนอื่นๆ ก็ไปสะดุดตากับจางเฉินที่นอนอยู่ แม้แต่ตัวมันเองเวลาอยู่บนหลังอินทรีย์ยังต้องระวังตัวนี่คือความสูงหลายกิโลเมตรจากด้านล่างเขาเองต้องใช้พลังปราณอย่างมากเพื่อให้ตัวเองมั่นคงบนหลังอินทรีย์มันมากเกินไปที่เห็นนกอินทรีย์ขนเงินของเขาเป็นเตียง


      “นั่นใคร”


      ทุกคนต่างหันไปมองจางเฉินที่กำลังนอนสบายๆ ไม่รู้ร้อนรู้หนาว คนอื่นๆนั้นทั้งที่เคยมาบ้างแล้วหรือไม่เคยขี่สัตว์อสูรมาก่อนยังเป็นเต้นและมีความกลัวเป็นอย่างมาก แต่ผู้ชายคนนี้ผิดปกติเกินไปเจ้าหญิงทั้งสองก็แสดงความสนใจเป็นอย่างมาก

    คล้ายกับเรื่องเส้นทางเทพยุทธ์​ (Trail of God) ที่คุณอ่าน