เมื่อเข้ามาอยู่ภายในห้องทำงานแล้วภานุก็เริ่มต้นต่อว่าสั่งสอนพฤติกรรมของน้องชายเป็การใหญ่แต่ดูเหมือนอีกฝ่ายจะไม่ได้สนใจหรือรับรู้ใดๆ ทั้งสิ้น
นาวินทำเพียงนั่งเอนกายไปกับโซฟาตัวยาวแล้วยกขาทั้งสองข้างขึ้นมาพาดไว้ที่โต๊ะตรงหน้าในท่าผ่อนคลายจนคนเป็พี่รู้สึกเอือมระอาและหยุดพูดไปเอง
“แกจะนั่งให้มันดีๆ หน่อยได้ไหมนายวิน เกรงใจคุณลุงบ้างสิ” ภานุเอ่ยเตือนคนเป็น้องเมื่อทนายสมภพเดินเข้ามาในห้องแล้วนั่งลงที่เก้าอี้ตรงหน้าโต๊ะทำงานของเขา
“ไม่เป็ไรครับคุณนุ... เราก็คนกันเองทั้งนั้นไม่ต้องมากพิธีหรอก” ผู้าุโบอกยิ้มๆ
“ไร้มารยาทขึ้นทุกวัน” เ้าของห้องเปรยออกมาเบาๆแต่ก็ทำให้คนถูกว่าหันขวับมามองแล้วเปลี่ยนอิริยาบถเป็ลุกขึ้นนั่งให้เรียบร้อยทันทีอย่างนึกขัดใจ
“ไม่เหนื่อยบ้างหรือไงครับพี่นุั้แ่เจอหน้ากันเนี่ยบ่นผมจนตัวจะเปื่อยอยู่แล้วนะ” นาวินย้อนพี่ชายด้วยความเบื่อหน่ายเขาไม่เคยต้องนั่งฟังใครพูดได้นานขนาดนี้มาก่อนเลย แม้จะแค่ไม่ถึงสิบนาทีก็เถอะ
“แล้วมันเข้าหัวแกบ้างไหมล่ะ” คนเป็พี่สวนกลับอย่างไม่ค่อยสบอารมณ์นักนึกโมโหขึ้นมาตงิดๆ ที่อีกฝ่ายกล้าต่อปากต่อคำกับเขา
“ก็...”
ยังไม่ทันที่นาวินจะฟาดฝีปากกับพี่ชายของตัวเองคนที่ถูกเรียกมาเพื่อให้คำปรึกษากับสองพี่น้องก็เอ่ยขัดขึ้นมาก่อน
“เอาล่ะๆ อย่าเพิ่งทะเลาะกันเลยครับ เรายังมีเื่ต้องคุยกันอีกเยอะนะครับคุณภานุคุณนาวิน”
สองหนุ่มจ้องตาแข็งๆ ใส่กันอยู่ครู่หนึ่งแล้วก็ผละออกเพราะเห็นกับคนเก่าคนแก่ของผู้เป็พ่อซึ่งทั้งสองต่างให้ความเคารพและค่อนข้างเกรงใจ
“งั้นผมขอเริ่มเลยก็แล้วกัน... นายวินแกต้องย้ายกลับมาอยู่เมืองไทยั้แ่วันนี้เป็ต้นไปและแกต้องอยู่ที่บ้านหลังนี้ด้วย”ภานุพูดด้วยน้ำเสียงจริงจังชัดเจนเป็เชิงออกคำสั่งกลายๆเพราะก่อนหน้านี้เขากับทนายสมภพได้ปรึกษาหารือกันและได้จัดการกับเื่งานของอีกฝ่ายไปแล้วด้วยโดยที่เ้าตัวยังไม่รู้
“ผม ไม่ กลับ” นาวินกดเสียงต่ำย้ำคำตอบชัดๆ ทีละคำด้วยความไม่พอใจเขาไม่เคยคิดเลยสักนิดว่าจะต้องกลับมาอยู่ที่นี่ ที่ๆ ทำให้เขาเ็ป
คำตอบของนาวินทำให้ภานุถอนหายใจออกมาหนักๆ เป็การตัดสินใจก่อนจะหันมองสบตากับผู้าุโแล้วพูดออกไปด้วยน้ำเสียงตึงๆ
“เลิกทำตัวเป็เด็กๆ ได้แล้วนะนายวิน และก็กลับมาทำหน้าที่ของแกซะเพราะฉันเหนื่อยแล้วกับการที่ต้องรับภาระตรงนี้คนเดียว”
คนเป็พี่บอกความรู้สึกจากใจจริงให้คนเป็น้องได้รับรู้เผื่อว่าอีกฝ่ายจะคิดอะไรได้บ้าง... แต่ก็เปล่าเลย
“พี่ก็ทำได้ดีอยู่แล้วนี่ครับ... โดยไม่ต้องมีผม” นาวินเน้นเสียงในตอนท้ายเพื่อให้อีกฝ่ายตัดใจที่คิดจะรั้งเขาให้กลับมาเสียที
“แกไม่คิดจะช่วยงานฉันเลยใช่ไหมนายวิน” ภานุต่อว่าน้องชายด้วยน้ำเสียงเคร่งเครียดแกมตัดพ้อ
“ผมก็ทำอยู่นี่ไง อย่าลืมสิครับคุณพี่...ผมเป็กัปตันให้สายการบินของเราอยู่นะครับ”
มันเป็เื่จริงที่เขาทำงานในตำแหน่งพนักงานขับเครื่องบินให้กับสายการบินของครอบครัวซึ่งเขาก็พอใจที่จะเป็แค่นี้และไม่เคยคิดจะเป็อื่นใดที่มากไปกว่านี้เลยแม้แต่นิดเดียว
“แล้วทำไมไม่เลือกอยู่สำนักงานใหญ่ที่ประเทศไทยล่ะ แกจะไปอยู่ทำไมที่กาตาร์”คนเป็พี่ย้อนถามพร้อมทั้งมองหน้าอีกฝ่ายอย่างคาดคั้น
นาวินเหลือบมองสองหนุ่มต่างวัยภายในห้องก่อนจะตอบออกไปเรียบๆเหมือนเป็เื่ปกติที่เขาคิดไว้เพียงเท่านั้น
“เงินดี ค่าครองชีพสูง ชีวิตอิสระ”
ซึ่งคำตอบนั้นทำให้คนฟังหมดสิ้นความอดทนในทันทีมือแกร่งของภานุที่บีบกำเข้าหากันจนเห็นเส้นเืปูดโปนนั้นฟาดลงไปบนโต๊ะทำงานของตัวเองจนเกิดเสียงดังสนั่นด้วยแรงโทสะพร้อมทั้งพูดคำสั่งออกมาอีกครั้งอย่างชัดเจน
“แกอิสระมามากพอแล้วนายวินต่อไปนี้ฉันขอสั่งให้แกกลับมาอยู่ที่บ้านของเราและเข้ามาช่วยฉันบริหารงานที่บริษัทซะ”
“ไม่มีทาง! พี่บังคับผมไม่ได้หรอก ผมน่ะ 25แล้วนะครับ ไม่ใช่เด็กๆ เหมือนเมื่อก่อน” นาวินลุกพรวดขึ้นมาทันควันด้วยความโกรธจัดที่จู่ๆคนเป็พี่เกิดจะรักน้องขึ้นมาตอนนี้ ทั้งๆ ที่ปล่อยปละละเลยเขามาตั้งหลายปี
“ก็เพราะว่าแกไม่ใช่เด็กน่ะสิ ฉันถึงต้องคอยตามจิกแกแบบนี้ไงล่ะ...”ภานุบอกเสียงกร้าวพร้อมกับลุกขึ้นยืนเต็มความสูงเมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายทำท่าจะเดินหนี
“ฮึ! นานแค่ไหนแล้วล่ะที่พี่ให้คนตามเฝ้าดูผมน่ะ”
“เอ่อ... ลุงว่าใจเย็นๆ กันก่อนนะทั้งสองคน เื่สะกดรอยตามน่ะเป็ความผิดของลุงเองครับคุณนาวิน ลุงเป็คนจัดการเื่นี้เอง” ทนายสมภพที่นั่งฟังอยู่นานรีบเอ่ยขัดขึ้นมาด้วยนึกเป็กังวลและไม่สบายใจที่สองพี่น้องทำท่าจะทะเลาะกันอีกแล้ว
“แต่เขาเป็คนสั่งใช่ไหมครับคุณลุง” นาวินชี้มือไปที่เ้าของห้องแล้วหันมาถามผู้าุโที่เขาเคารพไม่ต่างจากบิดาและนั่นทำให้คนถูกชี้หน้าว่าเป็คนสั่ง ก้าวขาออกมาจากโต๊ะทำงานพร้อมด้วยเอกสารบางอย่างในมือส่วนทนายสมภพนั้นได้แต่นั่งทำหน้ากลืนไม่เข้าคายไม่ออกเพราะไม่รู้ว่านาวินจะโกรธแค่ไหนหากรู้ว่าพี่ชายของตัวเองติดตามสืบเสาะดูความประพฤติขนาดนี้
“เอ้า!... แกดูซะ ว่าที่ผ่านมาแกทำตัวแย่ขนาดไหน ทั้งเที่ยวเตร่ กินเหล้ามั่วผู้หญิง” ภานุโยนกระดาษปึกใหญ่ที่มีทั้งรูปภาพและข้อมูลต่างๆมากมายให้คนเป็น้องด้วยแรงโมโหที่พยายามสะกดกลั้นจนถึงขีดสุด
นาวินหยิบเอกสารขึ้นมาดูก็พบว่าเป็รูปของตัวเองกับกลุ่มเพื่อนสนิททั้งชายหญิงขณะที่ใช้ชีวิตอยู่ในต่างประเทศ
“พี่นุ! นี่มันจะมากไปแล้วนะ” มือใหญ่บีบกำขยำกระดาษในมือจนยับยู่ยี่แล้วเขวี้ยงทิ้งลงไปบนพื้นด้วยความโกรธจัด
“ฉันจำเป็ต้องควบคุมดูแลความประพฤติของแกเพื่อไม่ให้แกทำตัวเสื่อมเสียมาถึงวงศ์ตระกูลยังไงล่ะ” คนเป็พี่ชี้หน้าต่อว่าน้องชายอย่างไม่ลดละ
“ใคร!?... ในตระกูลนี้ก็มีแค่พี่กับผมเท่านั้น... ฮึ!กลัวตัวเองจะเสื่อมเสียล่ะสิไม่ว่า”
นาวินยิ้มเยาะลอยหน้าลอยตายียวนใส่พี่ชายของตัวเองจนอีกฝ่ายถึงกับฉุนขาด
“นาวิน!”
ภานุตรงเข้ากระชากคอเสื้อของนาวินแล้วเตรียมจะส่งกำปั้นลงไปที่ใบหน้าหล่อๆนั้นด้วยความโกรธจัดจนถึงขีดสุด ส่วนนาวินก็ตั้งท่าเตรียมจะสวนกลับไปเช่นกันทำให้เหตุการณ์ดูเลวร้ายลงไปทุกทีจนคนที่ถูกเชิญมาให้คำปรึกษาต้องรีบเข้ามาห้ามทัพ
“อย่าครับคุณภานุ... คุณนาวิน ใจเย็นๆ ก่อนนะครับ... พวกคุณก็โตๆกันแล้วแถมยังมีกันอยู่แค่สองคนพี่น้อง จะมาทะเลาะกันให้เกิดความบาดหมางทำไมครับ”
ทนายสมภพพาตัวเองมายืนตรงกลางระหว่างสองหนุ่มเืร้อนพร้อมทั้งแกะมือของภานุให้หลุดออกจากคอเสื้อของนาวินแล้วจับทั้งสองคนให้แยกย้ายกันไปนั่งยังที่ของตัวเองซึ่งทั้งคู่ก็ยอมทำตามแต่โดยดีแม้จะได้ยินเสียงฮึดฮัดออกมาบ้างแต่ก็ถือว่าสถานการณ์เริ่มดูดีขึ้นมาอีกนิด
“คุณนาวินครับ ลุงขอเถอะนะครับถ้ายังเห็นว่าลุงเป็คนหนึ่งที่เคยให้คำปรึกษาและคอยช่วยเหลือในทุกๆสิ่งที่คุณ้าใน่ที่ผ่านมาลุงอยากขอร้องให้คุณนาวินกลับมาอยู่บ้านของเราเถอะนะครับ”
ผู้าุโพยายามหว่านล้อมเอาน้ำเย็นเข้าลูบหวังจะให้สองพี่น้องได้กลับมาร่วมสานต่อธุรกิจสายการบินของวงศ์ตระกูลให้ก้าวหน้าและยิ่งใหญ่มากขึ้นในอนาคต...ไม่ว่าอย่างไรสองแรงก็ยังดีกว่าแรงเดียวเหมือนที่เป็อยู่ทุกวันนี้เพราะคู่แข่งก็มีเพิ่มมากขึ้นทุกวัน
“แต่คุณลุงครับ ผมขอเวลาอีกหน่อยนะครับ คือ ผม... ผมยังไม่พร้อม” นาวินที่ตอนนี้เริ่มสงบสติอารมณ์ได้บ้างแล้วออกปากอ้อนวอนคนตรงหน้าที่ตัวเองเคารพดั่งบิดาด้วยน้ำเสียงอึกอักไม่ค่อยมั่นคงนัก
ใจหนึ่งก็แสนเ็ปที่ต้องมาอยู่ใกล้ชิดกับหญิงสาวที่ตัวเองรักแต่ไม่มีสิทธิ์อีกใจก็คิดถึงความกตัญญูที่ควรมีต่อบิดามารดาผู้ล่วงลับซึ่งตัวเขาเองถือเป็หนึ่งในสายเืที่มีหน้าที่สานต่อธุรกิจของท่านให้คงอยู่และก้าวหน้าต่อไป
“แล้วแกคิดว่าฉันพร้อมหรือไงหะนายวิน... แกคิดว่าจู่ๆ นักศึกษาปี 3อย่างฉันต้องขึ้นมาเป็ผู้บริหารสายการบินั์ใหญ่ของเอเชียอย่างกะทันหันแบบนี้...แกคิดว่าฉันพร้อมงั้นเหรอ!” ภานุโพล่งความในใจออกมาด้วยความรู้สึกอัดอั้นและเ็ปไม่แพ้กัน
เมื่อได้ยินประโยคนั้นของคนเป็พี่ ทำให้นาวินถึงกับนิ่งงันไปชั่วขณะจริงสินะ!เขามัวแต่ห่วงความรู้สึกของตัวเองจนลืมคิดถึงคนรอบข้างและที่สำคัญเขายังละทิ้งหน้าที่ของตัวเองแล้วโยนภาระทั้งหมดให้กับพี่ชายเพียงคนเดียวอีกด้วย... ‘มันถึงเวลาของเขาแล้วจริงๆนั่นแหละ... หัวใจและหน้าที่ต่อจากนี้ไปมันคือความจริงที่เขาต้องเผชิญ’
“ก็ได้ครับ... ผมตกลงจะกลับมาช่วยพี่นุบริหารงานที่สำนักงานใหญ่”
นาวินตัดสินใจบอกความ้าของตัวเองให้คนในห้องได้รับรู้อย่างชัดเจนด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่นและมั่นคงทำให้คนฟังหันมองสบตากันด้วยความรู้สึกโล่งใจ
“ดี... งั้นแกก็ควรย้ายกลับมาอยู่ที่บ้านหลังนี้ด้วยและอีกสามวันฉันจะพาแกเข้าบริษัท”
ภานุที่รู้สึกพอใจกับคำตอบของคนเป็น้องแต่ยังไม่วายออกคำสั่งในตอนท้ายซึ่งแน่นอนว่ามันขัดกับความ้าของนาวินอยู่แล้ว
“ผมจะไปอยู่ที่คอนโดของผม และเราจะเจอกันที่บริษัทในอีกสามวันข้างหน้า...เท่านั้น”
“เอ๊ะ! นายวิน...”
เ้าของห้องฮึดฮัดขึ้นมาทันทีเมื่อคนที่เขาสั่งไม่ยอมทำตามในสิ่งที่เขา้าจนเกือบจะมีปากเสียงกันอีกครั้ง โชคดีที่ทนายสมภพแย้งขึ้นมาก่อน
“คุณภานุครับ ลุงว่าอย่าเพิ่งบีบบังคับกันนักเลยอย่างน้อยตอนนี้คุณนาวินก็ยอมกลับมาช่วยงานที่บริษัทแล้วนะครับ”
คำบอกของผู้าุโทำให้ภานุปล่อยลมหายใจออกมาหนักๆแล้วใช้ความคิดเพียงครู่ ก่อนจะยอมเป็ฝ่ายยุติคำสั่งนั้นเอง
“ครับคุณลุง... งั้นก็ตามใจแกเถอะนายวิน”
“เอาเป็ว่าลุงจะทำหนังสือเชิญประชุมคณะกรรมการเื่ของคุณนาวินพรุ่งนี้เลยก็แล้วกัน”ผู้าุโรีบสรุปความเพราะกลัวว่าสองพี่น้องจะทะเลาะกันขึ้นมาอีก
“ขอบคุณครับ... อ่อ แล้วนี่เอกสารขอเข้ารับการฝึกงานของน้องป่านกับเพื่อนๆของเธอครับ คุณลุงช่วยจัดการต่อที... ให้น้องป่านมาเป็ผู้ช่วยเลขาของผมส่วนเพื่อนของเธอก็จัดสรรไปตามแผนกอื่นๆ ได้เลย ผมไม่ซีเรียส” ภานุพูดพร้อมทั้งหยิบซองเอกสารบนโต๊ะยื่นให้ทนายสมภพตรวจสอบความถูกต้องเพื่อจะได้นำไปประสานงานต่อได้ทันที
สิ่งที่ภานุพูดทำให้นาวินที่นั่งฟังอยู่เงียบๆรู้สึกหวั่นไหวขึ้นมาอย่างประหลาดเมื่อคิดว่าผู้หญิงที่เขารักจะมาฝึกงานกับพี่ชายของเขา...นั่นแสดงว่าเขาจะต้องได้พบกับเธอทุกวัน แล้วเขาจะทำใจให้เกลียดเธอได้อย่างไรกัน...สายป่าน เธอจะตามหลอกหลอนฉันไปถึงไหนกันนะนาวินคิดในใจอย่างว้าวุ่นก่อนจะลุกขึ้นยืนเต็มความสูงแล้วตรงดิ่งไปที่ประตูห้องทันทีอย่างไม่เกรงใจใคร
“ถ้าไม่มีอะไรแล้วงั้นผมขอตัวก่อนก็แล้วกัน”
“เชิญ...”
เ้าของห้องเอ่ยอนุญาตพร้อมทั้งส่ายหน้าไปมาอย่างนึกเอือมระอาในความไร้มารยาทและดื้อรั้นของน้องชาย
นาวินก้าวเท้าออกมาจากห้องทำงานของพี่ชายด้วยอารมณ์ที่กำลังสับสนวุ่นวายใจแล้วสาวเท้าต่อไปยังห้องครัวเพื่อจะบอกลานมอิ่มก่อนกลับคอนโด
แต่ยังไม่ทันจะถึงจุดหมายหญิงสาวที่อยู่ในห้วงความคิดและรบกวนจิตใจของเขาอยู่ตลอดเวลาก็โผล่พรวดเข้ามาอย่างไม่ทันตั้งตัว
“อุ๊ย!... พี่วิน” สายป่านสะดุ้งเล็กน้อยเพราะเธอเกือบจะชนกับร่างสูงใหญ่ของชายหนุ่มที่เดินสวนออกมาพอดีทั้งสองจึงชะงักแล้วยืนประจันหน้ากันด้วยความห่างเพียงก้าวเดียวจนน่าหวาดเสียว
“เป็อะไร?” นาวินถามเสียงเข้มแล้วจ้องเธอตาเขม็งแกล้งทำเป็ไม่รู้ไม่ชี้แม้ตัวเองจะใอยู่ไม่น้อยเหมือนกันที่เกือบจะชนกับเธอ
“ป่านใน่ะค่ะ” หญิงสาวตอบเสียงสั่นๆแล้วก้มหน้าลงเพื่อหลบแววตาคมดุของเขาที่จ้องเธอราวกับจะแผดเผาให้เป็จุณ
“รู้แล้วว่าใ... กำลังจะไปไหนล่ะ” นาวินยังคงน้ำเสียงให้เข้มจัดและมีท่าทีหงุดหงิดเล็กน้อยเพื่อซ่อนความหวั่นไหวที่จู่ๆ ก็ตีตื้นขึ้นมาอย่างประหลาด ยิ่งได้มองใกล้ๆเธอยิ่งสวยสะกดทุกลมหายใจของเขาจริงๆ สายป่าน...ตอนนี้เขาเริ่มไม่แน่ใจแล้วว่าจะทำใจร้ายกับเธอได้นานแค่ไหน
“ป่านกำลังจะไปถามพี่นุน่ะค่ะว่าให้ตั้งโต๊ะอาหารเลยหรือเปล่า”
“อีกสักพักก็ได้ เขายังคุยกันอยู่” ชายหนุ่มเอ่ยออกมาเรียบๆพยายามทำตัวให้เป็ปกติ แม้จะรู้สึกไม่พอใจขึ้นมานิดๆที่ได้ยินว่าหญิงสาวจะไปหาพี่ชายของเขาก่อนจะรีบสะบัดความคิดนั้นออกไปโดยเร็วพร้อมทั้งขยับตัวเตรียมจะเดินหนีไปจากตรงนี้แต่คนตัวเล็กที่รู้ทันก็เรียกเขาเอาไว้เสียก่อน
“แล้วพี่วินกำลังจะไปไหนคะ”
“เื่ของฉัน...” นาวินสวนกลับทันควันแล้วตัดสินใจพูดในสิ่งที่เป็การทำร้ายความรู้สึกของเธอมากที่สุดออกไปอย่างน้อยเธอจะได้ไม่ต้องมาทำดีกับเขาอีก และเขาก็ไม่อยากรักเธอมากไปกว่านี้อีกแล้วด้วยเพราะสุดท้ายคนที่ถูกทอดทิ้งให้เ็ปก็คือเขา
“อ่อ แล้วต่อไปห้ามเธอเรียกฉันว่าพี่อีก เพราะฉันไม่เคยมีน้องโดยเฉพาะกับเธอ... ฉันไม่เคยคิด!”
มันเป็แบบนั้นจริงๆสายป่าน เพราะเธอคือคนที่ฉันคิดในแบบ ‘คนรัก’ไม่ใช่น้องสาว ชายหนุ่มพร่ำบอกคำสารภาพในใจอย่างเ็ป
ร่างบางของสายป่านแทบล้มทั้งยืนเมื่อได้ยินคำพูดของชายหนุ่มที่เธอแอบรักหัวใจดวงน้อยรู้สึกเจ็บแปลบเหมือนมีใครเอามีดมากรีดจนยับเยินเป็าแฉกรรจ์
“ค่ะ... คุณวิน” สายป่านรับคำเบาๆด้วยเสียงที่สั่นเครือ พยายามสกัดกั้นน้ำตาที่จวนเจียนจะไหลออกมานั้นอย่างสุดกำลัง
อาการเหมือนคนกำลังจะร้องไห้ของหญิงสาวทำให้หัวใจดวงแกร่งของนาวินอ่อนยวบจนเกือบจะเผลอดึงเธอเข้ามากอดปลอบแต่ก็ต้องตัดใจแล้วรีบหันหลังให้เธอ
“ดี... งั้นฝากบอกนมอิ่มด้วยก็แล้วกันว่าฉันจะกลับไปค้างที่คอนโดส่วนเื่อื่นๆ ที่เกี่ยวกับฉัน เดี๋ยวพี่นุก็คงรายงานให้รู้เอง” พูดจบ ร่างสูงก็ขยับเท้าเตรียมจะก้าวออกไปข้างหน้าแต่ก็ต้องชะงักอีกครั้งเมื่อมีมือเล็กๆ ของใครบางคนมาฉุดรั้งเอาไว้
“เอ่อ พี่... อะ คุณวินคะ”
“มีอะไร”
ร่างสูงแค่เพียงปรายตามองแล้วสะบัดแขนเบาๆเพื่อให้หลุดจากการเกาะกุมของเธอ แม้ภายในใจจะแสนเสียดายัันุ่มๆจากอุ้งมือเล็กๆ ที่เขาแสนคิดถึงและโหยหานั้นเหลือเกิน
“ยังโกรธป่านอยู่เหรอคะ?” สายป่านตัดสินใจเอ่ยถามในสิ่งที่ค้างคาใจเธอมานานเพราะั้แ่เขาจากไป เธอก็เหมือนจมอยู่กับคำถามนี้มาตลอด และไม่มีใครตอบเธอได้นอกจากเขา
“เปล่า ฉันไม่ได้โกรธเธอ” เสียงเรียบพูดออกมาทั้งที่ยังหันหลังให้กับเธอทำให้หญิงสาวไม่ได้เห็นดวงตาคมที่ฉายแววหม่นหมองและเ็ปของเขาเธอไม่มีวันรู้หรอกว่าเขาทรมานใจมากแค่ไหนเมื่อต้องนึกถึงภาพเหตุการณ์ในวันนั้น
“แล้วทำไม...” คนถามเอ่ยปากได้เพียงเท่านั้นคนฟังก็ขัดขึ้นมาทันทีเหมือนไม่้าให้เธอพูดต่อ
“เธอเป็ผู้หญิงที่ฉันไม่ควรเข้าไปยุ่งเกี่ยวด้วย...เธอเองก็น่าจะรู้นะว่าเพราะอะไร” นาวินบอกพร้อมทั้งขยับเท้าออกมาอีกก้าวเพื่อยืนยันคำพูดและนั่นทำให้คนตัวเล็กตัดสินใจพุ่งพรวดเข้าไปยืนตรงหน้าเขาด้วยความมึนงง
“ป่านไม่รู้ค่ะ คุณวินกำลังพูดถึงเื่อะไรคะป่านไม่เข้าใจ”
ดวงตาหวานเจิ่งนองไปด้วยน้ำตาที่จวนเจียนจะไหลหากเ้าตัวก็ยังทำใจกล้าที่จะเผชิญหน้ากับเขาเพื่อรอฟังคำอธิบายอย่างตั้งใจ
“ช่างเถอะ เอาเป็ว่า... สำหรับเื่วันนั้น ฉันขอโทษด้วยก็แล้วกันที่ทำให้เธอเจ็บตัว”นาวินถอนหายใจแรงๆ ด้วยความหนักใจเพราะไม่รู้ว่าหญิงสาวไม่รู้เื่นี้จริงๆ หรือแกล้งไม่รู้กันแน่ก่อนจะพูดในสิ่งที่เขาควรพูดกับเธอั้แ่วันนั้นออกมาเพื่อจะได้ไม่ต้องค้างคาใจกันอีกกับคำสั่งของบิดาที่ล่วงลับไปแล้ว พร้อมกับทิ้งท้ายด้วยประโยคที่มีความหมายลึกซึ้งอย่างแ่เบา
“อภัยให้ฉันด้วยนะ”
จากนั้นร่างสูงก็สาวเท้าออกไปทันทีโดยไม่ได้หันหลังกลับมามองหญิงสาวที่ยืนนิ่งไม่ไหวติงพร้อมกับหยาดน้ำตาที่ไหลรินอาบสองแก้มนวลไม่ขาดสาย‘แสดงว่าเขาไม่ได้ลืมเธอ และก็ไม่ได้ลืมเื่วันนั้นด้วยแต่ทำไมเขาต้องทำตัวห่างเหินกับเธอขนาดนี้ล่ะ... มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่’
“เดี๋ยวค่ะคุณวิน ป่านไม่เข้าใจค่ะ พี่วิน ฮือ... ฮือ... พี่วิน...”คนตัวเล็กร่ำไห้ร้องเรียกหาเขาอย่างเ็ปและสับสนก่อนจะออกวิ่งตามชายหนุ่มที่เพิ่งเดินจากเธอไปเมื่อครู่ แต่ก็ไม่ทัน...
สายป่านยืนมองรถมอเตอร์ไซค์คันใหญ่ที่เคลื่อนตัวออกไปจากคฤหาสน์ด้วยความเร็วสูงอย่างนึกใจหายและอดเป็ห่วงในความปลอดภัยของเขาไม่ได้ ก่อนที่ร่างบางจะค่อยๆทรุดลงกับพื้นแล้วนั่งลงอย่างหมดสิ้นเรี่ยวแรง พร้อมกับคำพูดทุกๆประโยคของเขาที่ยังดังก้องอยู่ในหัวของเธอจนอื้ออึงไปหมด ‘พี่วิน... ป่านไม่เข้าใจ ไม่เข้าใจเลยสักนิด ทำไมต้องทำแบบนี้กับป่านด้วย’
นาวินเหลือบมองที่กระจกด้านข้างเมื่อเห็นว่าหญิงสาวร่างบางทรุดนั่งลงกับพื้นพร้อมกับยกมือทั้งสองข้างขึ้นมาปิดหน้าเหมือนว่าเธอกำลังร้องไห้อย่างหนักทำให้หัวใจดวงแกร่งที่ฝืนทนเข้มแข็งนั้นอ่อนยวบโดยฉับพลันก่อนจะก่อเกิดเป็ความรู้สึกที่แสนเ็ปทรมานเหมือนมีใครเอามีดมากรีดหัวใจของเขาออกเป็เสี่ยงๆ‘น้องป่าน... พี่ขอโทษ พี่ขอโทษจริงๆ... อภัยให้พี่ด้วยนะ’
โดยทั้งสองหารู้ไม่ว่าการกระทำและคำพูดทั้งหมดที่เพิ่งผ่านไปนั้นมีใครอีกคนได้ยินและยืนมองอยู่ด้วยความรู้สึกที่ร้าวรานไม่แพ้กัน ‘สองคนนี้มีความรู้สึกพิเศษให้แก่กันจริงๆ สินะ นายวิน... น้องป่าน...แต่อย่าหวังเลยว่าจะเอาวันดีๆ เ่าั้กลับคืนมาได้ เพราะเธอต้องเป็ของฉัน...สายป่าน เป็ของฉันคนเดียวเท่านั้น’
ภานุประกาศก้องอยู่ในใจก่อนจะขยับตัวออกมาจากที่ซ่อนซึ่งเขาหลบเข้าไปอย่างไม่ตั้งใจซึ่งหลังจากที่เขาปรึกษาเื่งานต่างๆ กับทนายสมภพแล้วเขาก็ขอตัวออกมาจากห้องทำงานเพื่อจะไปบอกเด็กๆ สาวใช้ให้ตั้งโต๊ะอาหารเย็นแต่ไม่คิดเลยว่าเขาจะได้มารับฟังบทสนทนาของคนทั้งคู่ที่กำลังปรับความเข้าใจกันและดูเหมือนว่าคนที่ผิดหวังจะเป็หญิงสาวที่เขารักซึ่งถือได้ว่าเป็เื่น่ายินดีสำหรับเขาไม่น้อยทีเดียว...‘ขอบใจนะไอ้น้องชายที่หลีกทางให้ ยังไงก็ช่วยอยู่ห่างๆแบบนี้ให้ตลอดก็แล้วกัน’
นาวินกลับมาที่คอนโดของตัวเองในเวลาใกล้ค่ำร่างสูงซวนเซทิ้งตัวลงนอนบนเตียงกว้างอย่างไร้ซึ่งความรู้สึกใดๆภายในใจนั้นมีแต่เื่ราวมากมายให้คิดจนสับสนวุ่นวายไปหมดเขาอยากพักผ่อนและให้เวลากับตัวเองมากกว่านี้เพื่อเติมพลังความเข้มแข็งที่สูญเสียไปไม่น้อยเมื่อต้องเผชิญหน้ากับหญิงสาวในดวงใจ
จู่ๆเสียงโทรศัพท์เครื่องจิ๋วที่วางอยู่บนโต๊ะข้างหัวเตียงก็กรีดร้องขึ้นมาทำให้เ้าของเพิ่งรู้ตัวว่าได้ลืมมันเอาไว้ในห้องั้แ่เมื่อตอนเย็นที่เขาออกไปจากนั้นมือแกร่งก็เอื้อมคว้ามันขึ้นมาดูอย่างรวดเร็วเมื่อพบว่าเป็เบอร์ของเพื่อนรักที่เขากำลังคิดถึงอยู่จึงรีบกดรับทันที
‘ว่าไงคริส’ เสียงเข้มกรอกลงไปเรียบๆ เหมือนเคย...คริสโตเฟอร์กัปตันหนุ่มหล่ออารมณ์ดีชาวอังกฤษที่เขาสนิทด้วยเพียงคนเดียวั้แ่เข้าเรียนจนกระทั่งประสบความสำเร็จมาด้วยกันทั้งสองจะขึ้นบินคู่กันเสมอจนเรียกได้ว่าเป็คู่หูที่เข้าใจและรู้ใจกันมากที่สุดในทุกๆเื่ด้วย
[จะว่ายังไงล่ะครับท่านรองประธาน แหม่ๆ พอได้เลื่อนตำแหน่งเนี่ยโทรศัพท์ไม่ว่างมารับเลยนะ] ปลายสายยอกย้อนแกมประชดประชันเล็กน้อยตามประสาของคนอารมณ์ดี
‘เออขอโทษด้วย พอดีฉันออกไปข้างนอกแล้วลืมหยิบโทรศัพท์ไปน่ะ แต่เอ๊ะ!เมื่อกี้แกเรียกฉันว่าอะไรนะ’ นาวินเอ่ยปากยิ้มๆก่อนจะเปลี่ยนเป็มึนงงเล็กน้อยเมื่อนึกถึงประโยคที่เพื่อนรักพูดกับเขาในตอนแรก
[ก็ท่านรองประธานไง... อย่าทำเป็ปกปิดเลยน่าตอนนี้เขารู้กันทั้งประเทศแล้วมั้ง] คริสโตเฟอร์พูดกลั้วหัวเราะเมื่อคิดว่าอีกฝ่ายกำลังคิดจะปิดบังความจริงกับเขา
‘เห้ย!? อะไรนะคริส แกว่าไงนะ’ คนถูกยัดเยียดตำแหน่งให้อย่างไม่ค่อยเต็มใจนักรีบถามกลับทันควันพร้อมทั้งขยับตัวลุกขึ้นนั่งเพื่อรอฟังอย่างตั้งใจ
[อ้าว? นี่แกยังไม่รู้ตัวเหรอ] คนปลายสายเริ่มมีน้ำเสียงงุนงงขึ้นมานิดๆ
‘ฉันเพิ่งรู้เมื่อเย็น แล้วแกล่ะรู้ได้ยังไง’ นาวินย้อนถามด้วยความไม่เข้าใจ...นี่เขาพลาดอะไรไปหรือเปล่า
[จะไม่รู้ได้ไงล่ะ... พอแกบินลัดฟ้าไปปุ๊บ เช้ามาก็มีหนังสือประกาศมาแปะที่หน้าสำนักงานปั๊บ]คนบอกพูดเสียงดังชัดเจนแต่แฝงไปด้วยอารมณ์ยียวนเล็กน้อยตามความเคยชิน
‘นี่แสดงว่าพี่นุต้องวางแผนเอาไว้ก่อนแล้วแน่ๆ’ นาวินเปรยกับตัวเองเบาๆแต่คนฟังก็ได้ยิน
[เห้ย... วิน มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่วะ แกช่วยเล่าให้ฉันฟังหน่อยได้ไหม]คริสโตเฟอร์ถอนหายใจออกมาหนักๆ แล้วเปลี่ยนน้ำเสียงเป็จริงจังขึ้นเพราะความที่เป็เพื่อนรักกันมานานทำให้เขาพอจะรู้มาบ้างว่าอีกฝ่ายเป็ใครและต้องเผชิญกับอะไรบ้าง
นาวินตัดสินใจเล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทั้งหมดั้แ่เขากลับมาที่นี่จนกระทั่งตอนนี้ที่จู่ๆมนุษย์เงินเดือนอย่างเขาก็ถูกเลื่อนตำแหน่งให้เป็รองประธานบริหารของสายการบินั์ใหญ่อย่างไม่ได้ตั้งใจแถมยังถูกมัดมือชกอย่างไม่ทันตั้งตัวอีกด้วย แม้จะเป็ธุรกิจของวงศ์ตระกูลก็เถอะแต่เขาไม่เคยคิดเลยสักนิดว่ามันจะมีวันนี้ ไหนจะเื่ของหัวใจที่ยังไม่เข้มแข็งพอนั่นอีกทุกอย่างมันพุ่งเข้ามาหาเขาด้วยความรวดเร็วจนตั้งตัวแทบไม่ทัน
[คุณภานุนี่ก็เด็ดขาดเอาเื่เหมือนกันนะ... แต่เอาน่า วินมันก็เป็สิ่งที่ถูกต้องแล้วไม่ใช่เหรอ แกน่ะควรกลับไปทำหน้าที่ของแกได้แล้ว]คริสโตเฟอร์เอ่ยให้กำลังใจกับเพื่อนรักหลังจากที่ได้ฟังเื่ราวทุกอย่างจนหมดแล้วและเขาก็เข้าใจความรู้สึกของอีกฝ่ายดี โดยเฉพาะเื่ของหัวใจ
นาวินไม่ได้พูดอะไรออกมาอีก เขาทำเพียงถอนหายใจออกมาแรงๆอย่างคนคิดหนักทำให้คนฟังรู้สึกเป็กังวลไปด้วย
[วิน... แล้วแกจะเอายังไงต่อไปวะ]
‘ฉันจะเอาแกมาอยู่ที่นี่ด้วย’ เสียงเข้มจัดพูดออกไปเรียบๆบ่งบอกว่าเขาคิดจริงจังและไม่ได้ล้อเล่นทำให้คนปลายสายถึงกับนิ่งงันไปนานเหมือนกำลังตัดสินใจแต่ก็ไม่วายประชดประชันเล็กน้อยตามแบบฉบับของตัวเอง
[เอางั้นก็ได้ ตอนนี้แกมีสิทธิ์จะโยกย้ายใครไปไหนก็ได้แล้วนี่หว่าฉันจะขัดอะไรได้ล่ะ]
‘นี่แกประชดฉันเหรอ’ นาวินย้อนถามเสียงเขียวนึกอยากจะฟาดหมัดหนักๆ ให้อีกฝ่ายลงไปนอนเล่นกับพื้นเสียจริง ประชดประชันเก่งนัก
[แหม่ นิดๆ หน่อยๆ ทำเป็เข้มไปได้ ฮึฮึ... เออนี่แต่ฉันว่านะต้องมีใครบางคนแจ้นตามแกไปอีกคนแน่ๆ]
คำพูดของเพื่อนรักทำให้เขานึกถึงแอร์โฮสเตสสาวลูกครึ่งไทยเกาหลีที่เป็คู่ควงคนล่าสุดขึ้นมาทันทีจริงสิ... เขาเกือบลืมเธอไปเสียสนิท
‘นีล่า’
[ใช่... วันนี้หล่อนวีนแตกแทบจะแหกอกฉันั้แ่เช้าแล้วพอรู้ว่าแกจะไม่กลับมาอีกเท่านั้นแหละ ทุกอย่างตรงหน้านี่แทบจะราบเป็หน้ากลองเชียวหละแกเอ๊ย]คนประสบเหตุรีบฟ้องอย่างนึกหวาดกลัวและสยดสยองจนได้ยินเสียงหัวเราะขบขันของคนฟัง
‘ฮึ แกก็พูดเกินไป’ นาวินบอกอย่างไม่ได้คิดอะไรมากคู่ควงก็คือคู่ควงคบกันที่ความพอใจไม่ใช่คู่รักสักหน่อยและเขาก็ไม่เคยคิดจะจริงจังกับใครอยู่แล้ว
[เออ ทำเป็หัวเราะดีไปเหอะ ฉันเตือนแกไว้ก่อนนะยัยนีล่าอะไรเนี่ยทั้งรักแรงเกลียดแรงขี้หึงสุดๆ ด้วย แกเตรียมดูแลเด็กของแกให้ดีๆเหอะ] คริสโตเฟอร์เอ่ยเตือนด้วยความหวังดีคราวนี้เพื่อนรักของเขาต้องเจอศึกหนักแน่ๆเพราะดูท่าคู่ควงคนนี้จะจับไม่ปล่อยเสียด้วย
‘คงไม่ขนาดนั้นมั้ง’ คนถูกเตือนพูดปลอบใจตัวเองด้วยน้ำเสียงที่เริ่มเป็กังวลนิดๆเมื่อนึกตามคำพูดของเพื่อนรัก นี่แสดงว่าเธอคงติดเวรขึ้นบินแน่ๆไม่อย่างนั้นคงโทรจิกเขาจนสายไหม้ไปแล้ว
[แล้วนี่จะให้ฉันไปเมืองไทยเมื่อไรล่ะจะได้เตรียมตัว]
‘ตอนนี้เลย’ นาวินออกคำสั่งทันทีอย่างไม่ต้องคิดนานจนคนฟังร้องลั่นด้วยความใ
[ห๊า! ไอ้บ้า แกจะไม่ให้ฉันเคลียร์งานสะสางกับสาวๆ ที่นี่เลยหรือไงวะ]
‘แกเป็กัปตัน มีงานอะไรให้ต้องเคลียร์ไม่ทราบ ส่วนเื่สาวๆ น่ะแกหาเอาใหม่ได้ฉันมั่นใจ’ คนออกคำสั่งยอกย้อนเอ่ยประชดประชันในความเ้าชู้ของอีกฝ่ายกลับไปบ้าง
[เออ ทีอย่างนี้ล่ะรู้ดีจังนะ ก็ได้ๆฉันจะหาเที่ยวบินที่เร็วที่สุดไปก็แล้วกัน] น้ำเสียงของคนรับคำสั่งฟังดูแข็งๆเหมือนไม่ค่อยเต็มใจนัก
‘ได้... แล้วเจอกัน’ พูดจบนาวินก็กดวางสายไปทันทีด้วยรอยยิ้มขำๆเขารู้นิสัยของเพื่อนรักดีแม้จะปากจัดมากคารมไปหน่อยแต่อีกฝ่ายก็ไม่ได้คิดมากหรือโกรธเคืองอะไรเขาจริงๆ หรอกเพราะต่างฝ่ายต่างก็รู้ใจกันดีอยู่แล้ว
จากนั้นนิ้วเรียวก็กดเลื่อนหน้าจอไปมาเพื่อดูข้อความและสายที่ไม่ได้รับปรากฏว่าเป็สายของนิลณีย์หรือนีล่า คู่ควงคนล่าสุดของเขาที่โทรเข้ามากว่าสิบสายป่านนี้เธอคงกระวนกระวายใจน่าดูแต่เขายังไม่พร้อมที่จะอธิบายหรือพูดคุยกับใครตอนนี้เขาจึงกดปิดเครื่องก่อนจะล้มตัวลงนอนบนเตียงกว้างแล้วปล่อยความคิดให้ล่องลอยเข้าสู่ห้วงนิทราที่แสนอ่อนล้าทั้งกายใจไปโดยไม่รู้ตัว
............................
สนใจนิยายเล่มนี้ในรูปแบบ E-Book สามารถดูเพิ่มเติมได้ที่
mebmarket ...และ... ธัญวลัย ...และ... ookbee
หรือ้าลิ้งค์ซื้อ E-Book สามารถติดต่อผู้แต่งได้โดยตรงทาง
E-mail : oilza24@hotmail.com
ไลน์ : oilza_writer
(ในเว็บไม่สามารถวางลิ้งค์ได้ค่ะ)
ขอบคุณค่ะ
^_^