แพรร้องไห้โฮจนตัวสั่น หอบจนแทบหายใจไม่ออก
เสียงสะอื้นดังก้องในห้องนั่งเล่นที่มืดสนิท มีแค่แสงจากโทรศัพท์ส่องใบหน้าที่เปียกน้ำตา
“ทำไม... ทำไมพี่ต้องทำแบบนี้...”
คำพูดหลุดออกมาพร้อมน้ำตาที่ไหลไม่หยุด แพรยกแขนเสื้อปาดแก้มแรง ๆ แต่ยิ่งปาดยิ่งไหล
แพรยกโทรศัพท์ขึ้นดูหน้าจออีกครั้ง
(สายยังค้างอยู่.... แต่พี่กรเงียบ)
แพรกดตัดสายทันที แล้วกดปิดเครื่องโทรศัพท์ทันทีโดยไม่รออะไร
มือสั่นจนกดผิดสองสามครั้ง ก่อนจะโยนโทรศัพท์ลงพื้นดังตุ้บ
แพรล้มตัวลงนอนกับพื้น ร้องไห้ต่อจนเสียงแหบพร่า หอบจนหายใจไม่ทัน
เช้าตี 4 นั้น แพรหลับไปแบบหมดแรงบนพื้นห้องนั่งเล่น ตัวเปียกน้ำตา ผมยุ่งเหยิง ไม่มีใครกอด ไม่มีใครปลอบ
คืนที่ฝันร้าย.. ฝันเห็นพี่กรยิ้มให้อ.วิภา ฝันเห็นทั้งคู่กอดกันใต้แสงจันทร์เหมือนที่เคยกอดแพร
แพรตื่นขึ้นมาอีกทีก็เช้าแล้ว ตาแดงก่ำ บวมช้ำจนแทบเปิดไม่ขึ้น
**เช้าวันนั้น — ที่ทำงาน 08.35 น.**
แพรแต่งหน้าปกปิดรอยบวมเท่าที่จะทำได้ แต่ตายังแดงอยู่ชัดเจน
ก้าวแรกที่เหยียบลงบนพื้นตึกคณะ แพรต้องรวบรวมความกล้าทั้งหมดที่มี เพียงเพื่อจะพบกับภาพบาดตาที่เลวร้ายกว่าที่จินตนาการไว้
เมื่อถึงชั้นทำงาน แพรเห็นภาพที่ทำให้หัวใจหล่นวูบอีกครั้ง
อ.วิภาเดินเคียงข้างพี่กรเข้ามาในตึกพอดี
อ.วิภาเกาะแขนพี่กรแน่น (แบบไม่ใช่เกาะธรรมดา แต่เป็นการเกาะติดแบบสนิทสนมมาก) เธอไม่เพียงแค่เกาะแขน แต่เธอแสดงท่าทีราวกับเป็นเจ้าของพี่กรอย่างเต็มภาคภูมิ
รอยยิ้มที่ "ได้ใจ" ของผู้หญิงคนนั้นส่งมาถึงแพรโดยไม่ต้องใช้คำพูด
มันคือการประกาศชัยชนะบนซากความเชื่อใจของแพร
เธอยิ้มหวาน หัวเราะคิกคักกับอะไรบางอย่างที่พี่กรพูด
พี่กรยิ้มตอบ แต่สีหน้าดูอึดอัดและเหนื่อยล้า (ตาคล้ำเหมือนคนนอนไม่พอ)
แม้แววตาจะล้า แต่เขาก็ไม่ได้ผลักไสคนที่เพิ่ง มีอะไรกันมาเมื่อคืน
ภาพนั้นทำให้ความสปอร์ตที่เขาสารภาพเมื่อคืน กลายเป็นความสะอิดสะเอียนสำหรับแพรในทันที
อ.วิภาเดินเกาะแขนพี่กรไปจนถึงหน้าห้องพี่กร แล้วหันมากระซิบอะไรบางอย่างใกล้ ๆ หูพี่กร ก่อนจะปล่อยแขนแล้วเดินจากไปด้วยรอยยิ้มที่ดู “ได้ใจ” ชัดเจน
แพรยืนนิ่งอยู่ตรงนั้น เห็นทุกอย่างชัดเจน
เพื่อนร่วมงานบางคนแอบกระซิบกันเบา ๆ
“นี่ๆพวกแกฉันได้ข่าว... เมื่อคืนอ.วิภาเมาหนัก อ.กรต้องไปส่งถึงหอ แล้วเช้านี้ยังเกาะกันขนาดนี้เลย”
“ดูท่าจะมีอะไรกันแล้วมั้ง 555 อ.วิภาเปรี้ยว แซ่บซะขนาดนั้น”
แพรรู้สึกเหมือนโลกหยุดหมุน
หัวใจเจ็บแปลบจนแทบหายใจไม่ออก
แพรรีบหันหลัง เดินกลับไปโต๊ะตัวเอง แล้วนั่งลงเงียบ ๆ
น้ำตาเอ่อขึ้นมาอีกครั้ง แต่แพรกลั้นไว้สุดแรง ไม่ให้ใครเห็น
แพรเปิดคอมพิวเตอร์ แต่ไม่ได้ทำงานจริง ๆ แค่จ้องหน้าจอว่างเปล่า
ในใจแพรมีแต่คำถามวนเวียน
*ทำไม... ทำไมพี่กรถึงปล่อยให้มันเกิดขึ้นได้*
*พี่เคยบอกว่ารักหนูคนเดียว... แล้วทำไมตอนนี้ถึงปล่อยให้ อ.วิภา เกาะแขนขนาดนี้*
ยิ่งคิด ภาพในหัวยิ่งตีกันรุนแรง จนน้ำตาแพรเอ่อล้นออกมาโดยไม่รู้ตัว
แพรทนภาพที่เห็นต่อไปไม่ไหวจริง ๆ
หัวใจเหมือนถูกบีบจนหายใจไม่ออก ภาพอ.วิภาเกาะแขนพี่กรแน่น ยิ้มหวานกระซิบข้างหูพี่กร มันวนเวียนในหัวไม่หยุด
แพรรีบหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา พิมพ์ข้อความลางานสั้น ๆ ส่งหาพี่แอนทันที
**แพร:**
พี่แอนคะ วันนี้หนูไม่ค่อยสบายเลยค่ะ ขอลาก่อนนะคะ เจอกันพรุ่งนี้ค่ะ
ไม่รอคำตอบ แพรเก็บของใส่กระเป๋าแบบลวก ๆ แล้วลุกขึ้นเดินออกจากห้องทำงานทันที หน้าตายังคงฝืนยิ้มให้เพื่อนร่วมงานที่เหลืออยู่ แต่ขาแทบจะสั่น
- เดินลงบันไดไปลานจอดรถหลังตึก -
แพรก้มหน้า พยายามกลั้นน้ำตาที่เอ่อขึ้นมาอีกครั้ง
แต่พอเลี้ยวโค้งมาถึงแถวรถตัวเอง... แพรชะงักกึก
พี่เอกยืนพิงรถตัวเองอยู่ตรงนั้น
เสื้อเชิ้ตสีอ่อน กางเกงสแล็คเรียบร้อย แต่สีหน้าดูอิดโรยกว่าปกติ ตาคล้ำเหมือนคนนอนไม่พอ
พี่เอกเห็นแพรเดินมา ก็ยืดตัวตรงทันที แล้วยกมือทักเบา ๆ
“แพร...”
เสียงเขาต่ำลงกว่าปกติ ไม่มีรอยยิ้มหวานแบบเมื่อก่อนอีกแล้ว
“พี่รอแพรอยู่ตรงนี้... พี่รู้ว่าหนูคงไม่อยากเห็นหน้าพี่ แต่พี่ขอคุยด้วยสัก 5 นาทีได้ไหมครับ พี่มีเรื่องอยากบอกหนูจริง ๆ”
แพรยืนนิ่ง หัวใจเต้นแรงจนเจ็บหน้าอก
ภาพพี่เอกที่เคยผลักแพรแรงๆคืนก่อนยังติดตา แต่ตอนนี้เขาดู... แตกต่างไปมาก
พี่เอกยกมือขึ้นเกาหัว แล้วพูดต่อเสียงสั่นนิด ๆ
“พี่รู้ว่าพี่ทำผิดกับหนูมาก... พี่เหมือนคนเสียสติไปแล้วจริง ๆ คืนนั้น พี่เมาแล้วคิดว่า ถ้าหนูเลือกคนอื่น พี่ก็จะเสียหนูไป พี่เลยทำอะไรโง่ ๆ ออกไป
แต่พี่ไม่ได้อยากทำร้ายหนูเลยครับ พี่แค่... เสียใจมากที่หนูไม่เลือกพี่ พี่เลยทำตัวไม่ถูก
ตอนนี้พี่พักราชการชั่วคราว แล้วพี่ก็ยอมรับผิดทุกอย่าง พี่แค่มาบอกหนูตรง ๆ ว่าพี่ขอโทษจากใจจริงกับทุกอย่างที่เคยทำ
พี่จะไม่มาหาหนูอีกแล้วครับ... พี่แค่อยากขอโทษเป็นครั้งสุดท้าย แล้วพี่จะหายไปจากชีวิตหนูจริง ๆ”
พี่เอกหยุดชั่วครู่ แล้วมองหน้าแพรตรง ๆ ตาแดงก่ำ
“หนู... ยังไหวไหมครับ ถ้าหนูอยากตบหน้าพี่ หรือด่าพี่ตรงนี้เลย พี่ยอมครับ พี่สมควรได้รับแบบนั้นจริง ๆ
แต่ถ้าหนูไม่อยากเห็นหน้าพี่อีก พี่จะเดินจากไปเดี๋ยวนี้เลย พี่แค่... อยากให้หนูรู้ว่า พี่เสียใจจริงๆ กับสิ่งที่ตัวเองทำไป”
แพรกลั่นน้ำเสียงพูดให้ดูปกติที่สุด
"ไม่เปนไรค่ะ ถ้าพี่คิดได้แล้ว หนูก็ไม่ถือสา"
แพรกำลังจะเปิดประตูรถ พี่เอกพูดขึ้นมาว่า
"ไอ้กรทำให้แพรเสียใจใช่ไหม..?"
แพรชะงักมือที่กำลังจับลูกบิดประตูรถ หันมามองพี่เอกช้า ๆ น้ำตาที่เพิ่งแห้งไป เอ่อขึ้นใหม่
คำพูดนั้นทำให้แพรจุกในอก จนกลั้นน้ำตาไม่อยู่
การได้เจอพี่เอกในสภาพที่สำนึกผิด คือจุดที่ทำให้แพรเริ่มสติหลุด
พี่เอก..ที่เคยทำร้ายแพร กลับเป็นคนเดียวที่เดินเข้ามาถามว่า 'ไอ้กรทำให้แพรเสียใจใช่ไหม?'
คำพูดของเขาไม่ได้ทำให้แพรรู้สึกดีขึ้น แต่มันทำให้กำแพงที่แพรเคยสร้างไว้พังทลายลง เพราะแม้แต่คนที่ร้ายกับแพรที่สุด ยังดูออกว่าแพรกำลังจะตายทั้งเป็น
“......พี่เอกรู้ได้ยังไงคะ”
เสียงแพรเบาแทบเป็นกระซิบ แต่ชัดเจนพอที่พี่เอกจะได้ยิน
พี่เอกถอนหายใจยาว มองหน้าแพรด้วยสายตาที่ดูเจ็บปวดผสมสำนึกผิด
“พี่เห็นแพรเดินออกมาจากตึกแบบนั้น... หน้าซีด ตาบวม พี่เลยเดาได้ไม่ยากว่ามันต้องเกี่ยวกับอาจารย์ธนากรแน่ ๆ
แล้วพี่ก็เห็น อ.วิภา เกาะแขนเขาเมื่อเช้าแบบนั้น... เขาเห็นกันทั่วหมด พี่เลยรู้ว่า แพรต้องเจ็บมากแน่ ๆ ”
พี่เอกก้าวเข้ามาใกล้แพร แต่ยังรักษาระยะห่าง ไม่กล้าแตะตัวแพรแม้แต่นิ้วเดียว
“พี่ไม่กล้าพูดแทนใคร แต่พี่เคยเห็นสายตาแบบนั้นในกระจกของตัวเอง... ตอนที่หนูปฏิเสธพี่ พี่ก็รู้สึกแบบเดียวกันเลยค่ะ เจ็บจนอยากตาย แต่สุดท้ายก็ต้องยอมรับว่ามันเป็นความจริง
แพร... ถ้าไอ้กรทำร้ายใจหนูจริงๆ บอกพี่ได้นะครับ พี่รู้ว่าพี่ไม่มีสิทธิ์ แต่พี่ไม่อยากเห็นหนูต้องเจ็บแบบนี้คนเดียว”
...พี่เอกหยุดชั่วครู่ แล้วพูดต่อเสียงต่ำลง
“พี่ไม่ขอให้หนูกลับมาคุยกับพี่นะครับ พี่รู้ว่าพี่ทำผิดหนักมาก แต่ถ้าหนูอยากระบาย อยากด่า อยากตบหน้าพี่ตรงนี้เลย พี่รับได้หมด
หรือถ้าหนูอยากกลับบ้านเงียบ ๆ พี่จะไม่ตามไปอีกแล้วจริง ๆ พี่สัญญา
แพร... ดูแลตัวเองดี ๆ นะครับ พี่หวังว่าหนูจะเจอคนที่ทำให้หนูมีความสุขจริง ๆ ได้สักวัน”
พี่เอกยกมือลาแพรเบา ๆ แล้วถอยหลังช้า ๆ เปิดประตูรถตัวเอง แล้วขับออกไปเงียบ ๆ โดยไม่หันกลับมามองอีก
แพรไม่ได้ให้อภัยด้วยความรัก แต่ให้อภัยเพราะตอนนี้..แผลจากพี่กร มันใหญ่กว่า จนไม่มีที่ว่างให้เจ็บเพราะพี่เอกอีกแล้ว
แพรยืนนิ่งอยู่ตรงนั้นอีกครู่ใหญ่
น้ำตาไหลลงมาอีกครั้ง แต่คราวนี้ไม่ใช่เพราะโกรธหรือเสียใจอย่างเดียว
มันเป็นน้ำตาที่ผสมกันระหว่างความเจ็บปวด ความเหนื่อยล้า และความโล่งใจเล็กๆ ที่พี่เอกสำนึกได้
แพรเปิดประตูรถขึ้นไป นั่งลง แล้วก้มหน้ากอดพวงมาลัยแน่น ร้องไห้เงียบ ๆ คนเดียวในรถอีกพักใหญ่
สุดท้ายแพรเช็ดน้ำตา สตาร์ทรถ แล้วขับกลับบ้านช้า ๆ
คืนนี้แพรไม่ได้โทรหาใคร ไม่ส่งข้อความ ไม่เปิดไลน์
แพรแค่นอนลงบนเตียง ตัวเปียกน้ำตา แล้วหลับไปแบบหมดแรง
**วันถัดมา ตี 05.59 น.**
แพรตื่นขึ้นมาด้วยตาบวมหนัก แต่ใจเริ่มสงบลงบ้าง
แพรเปิดโทรศัพท์ดู มีข้อความจากพี่กรส่งมา (หลังจากที่แพรปิดเครื่องแล้ว พี่กรคงส่งมาแต่ไม่ถึง)
เธอเลื่อนอ่านคร่าวๆ อ.ธนากร ส่งมาหาเธอหลายข้อความ ทั้งโทร ทั้งไลน์ เธอเลื่อนนิ้วลงมาเรื่อยๆจนมาอ่านข้อความที่ยาวที่สุด
**ธนากร (ล่าสุด):**
แพร... พี่เมาแล้วเผลอจริง ๆ พี่จำได้ไม่ค่อยชัด แต่พี่รู้ว่าพี่ทำผิดมหันต์
พี่ไม่กล้าขอให้หนูให้อภัย แต่พี่อยากบอกว่าพี่รักหนูคนเดียวจริง ๆ
พี่จะไปหาหนูเช้านี้เลยนะครับ พี่จะเลิกทุกอย่างที่ทำให้หนูเจ็บ พี่จะเลิกดื่ม เลิกไปไหนกับใครที่ทำให้หนูไม่สบายใจ
รอพี่หน่อยนะครับ... พี่ขอคุยกับหนูตรง ๆ พี่ไม่อยากเสียหนูไปจริง ๆ
แพรอ่านแล้วน้ำตาไหลอีกครั้ง
แต่คราวนี้แพรไม่ได้ตอบกลับทันที
แพรวางโทรศัพท์ลง แล้วลุกไปอาบน้ำแต่งตัว
วันนี้แพรจะไปทำงานตามปกติ
แต่แพรตัดสินใจแล้วว่าจะคุยกับพี่กรให้ชัดเจน
ไม่ว่าจะจบยังไง แพรจะไม่ยอมให้ตัวเองเจ็บแบบนี้อีก