ณ หมู่บ้านตระกูลจ้าว
ยอดฝีมือของราชวงค์ตะวันลับจำนวน 10 กว่าคน ยืนจับกลุ่มพูดคุยแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารกันอยู่
จูจง กำลังเดินมากับ ชายชราสวมชุดแดง ผู้หนึ่ง
“จูจงเ้าแน่ใจว่า องค์กรมือสังหารยื่นมือเข้ามาแล้ว”
“ข้าแน่ใจข้ารู้สึกว่าการตายของ จ้าวหวัง มีความเกี่ยวข้องกับองค์กรมือสังหารแน่นอน”
ชายชราสวมชุดแดง หยุดเดินขมวดคิ้วแล้วหันหน้ามาถาม
“จ้าวหวังผู้นี้เป็ใครอีก แล้วเกี่ยวข้องกับองค์กรมือสังหารอย่างไร”
“อืม...ก่อนหน้านี้บุตรชายของจ้าวหวัง เป็เพียงเด็กไร้ค่าผู้หนึ่ง”
ชายชราสวมชุดแดง ยิ่งฟังยิ่งสับสนตกลงข้าจะเข้าใจหรือไม่
“จูจงเ้ายิ่งพูด ยิ่งลากไปไกลแล้ว ตอนนี้ยังจะมีบุตรชายของจ้าวหวังอีกเ้าควรจะอธิบายให้ข้าฟังก่อนหรือไม่”
จูจง คล้ายเพิ่งนึกได้ ว่าเื่นี้ตนยังไม่ได้รายงานขึ้นไป
“อ้อ...ขออภัยข้ายังไม่ได้รายงานท่าน”
จูจง ที่เรียบเรียงความคิดใหม่จึงกล่าวออกมา
“เื่นี้เริ่มต้นจาก บุตรของจ้าวหวัง ที่เป็เด็กพิการไร้ค่าผู้หนึ่งที่ไม่สามารถฝึกพลังปราณได้”
“มีอยู่วันหนึ่งข้าได้พบกับ จ้าวหวัง จึงรู้เื่บุตรชายผู้พิการ ข้าจึงได้เสนอ เม็ดยาโอสถเปลี่ยนวิถี ที่พอจะแก้ปัญหาเื่นี้ได้”
“และข้ายังบอกอีกว่าทางราชวงค์ตะวันลับมีเพียงเม็ดเดียวเท่านั้นถ้า้าได้รับ จะต้องเสนอผลงานที่โดดเด่นและมีค่าเพียงพอ จึงจะเป็ไปได้”
“ข้าเสนอเม็ดยาโอสถเปลี่ยนวิถี เพื่อคิดสร้างแรงผลักดันเท่านั้นเพราะคิดว่าเป็ไปไม่ได้ที่ ราชวงค์ตะวันลับ จะยินยอมมอบให้”
จูจง สูดหายใจ และพูดด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น
“แต่ไหนเลยจะคาดจ้าวหวัง เพื่อบุตรชายจึงยอมเปิดเผยข้อมูลบางอย่าง”
ชายชราสวมชุดแดง ฟังอยู่นาน ถึงตรงนี้ จึงเริ่มตื่นเต้นบ้างแล้ว อดที่จะขัดขึ้นมามิได้
“มันคือสิ่งใดหรือ”
จูจง รู้สึกว่าการเล่าเื่ประสบผลสำเร็จเมื่อเห็นการตอบสนองของชายชราสวมชุดแดง
“นั้นคือแหล่งแร่พลังปราณจำนวนมหาศาล”
“จูจง...ท่านจะบอกว่าจ้าวหวัง ค้นพบแหล่งแร่จำนวนมากอย่างนั้นหรือ”
“ใช่แล้ว”
จูจง พยักหน้า แล้วกล่าวต่อ
“จ้าวหวังยินดีที่จะแลกเปลี่ยนแหล่งแร่จำนวนมาก กับ เม็ดยาโอสถเปลี่ยนวิถี”
“ยามนั้นข้าไม่เชื่อคำกล่าวของ จ้าวหวังแม้แต่น้อย แต่เพื่อให้การขุดเหมืองรวดเร็วเป็ไปตามเป้าหมายของราชวงค์ตะวันลับ ข้าจึงให้ความหวังไป”
“จากรายงานของสายลับจ้าวหวัง ออกจากหมู่บ้าน ไปสำรวจที่เหมืองหลายวันก่อน
“ในถ้ำที่ลึกล้ำเส้นทางคดเคี้ยวดั่งเข้าวงกต จ้าวหวัง คุ้นเคยเป็อย่างมาก”
“จ้าวหวังเป็คนที่มีพร์ สามารถจดจำเส้นทางภายในได้อย่างน่าเหลือเชื่อเสียดายที่ไม่ใช่ผู้ฝึกยุทธ มิเช่นนั้นต้องเป็ยอดฝีมือแน่นอน”
จูจง กล่าวอย่างชื่นชม
“แม้แต่ข้าก็ยังไม่กล้าบุ่มบ่ามเข้าไป ผู้อื่นยังต้องสังเกตุเครื่องหมายนำทางหาไม่ต้องหลงทางอยู่ด้านใน ไม่มีวันได้กลับออกมาอีก”
กล่าวถึงตรงนี้ จูจง รู้สึกเสียดายจึงส่ายหน้า
“แต่น่าเสียดายหลังจากนั้นไม่กี่วัน จ้าวหวัง ก็เสียชีวิต ข้อมูลแหล่งแร่พลังปราณจึงขาดหายไปเช่นนี้”
“แต่ข้าเชื่อมั่นว่าจ้าวหวัง ต้องค้นพบแหล่งแร่พลังปราณจำนวนมากแล้วแน่นอน ดังนั้นจึงโดนองค์กรมือสังหารฆ่าปิดปากเสีย”
จูจง กล่าวอย่างมั่นใจ มันรู้ว่า จ้าวหวัง ด้วยความเป็ห่วงลูกและภรรยา ยามเสียชีวิต ยังไม่กล้าเอ่ยปากบอกความจริงออกมา
แต่คาดว่า จ้าวหวัง คงไม่ทราบว่า ภรรยา ของมันทนรับความเศร้าโศกเสียใจไม่ไหวจึงเสียชีวิตตามไปในที่สุด ทิ้งเด็กกำพร้าเดียวดาย เอาไว้เผชิญโลกซึ่งตอนนี้ไม่ทราบว่า เด็กน้อยนั่นจากไปที่ใดแล้ว
จูจง ถอนหายใจ ชายชราสวมชุดแดง ที่ฟังอยู่ด้านข้างจึงกล่าว
“ฟังจากที่เ้าพูดสรรเสริญเยินยอ จ้าวหวังผู้นี้ นับว่าเป็ผู้มีความสามารถผู้หนึ่ง”
“แต่ด้วยแหล่งแร่พลังปราณต้องจำนวนมากมายปานใด จึงทำให้องค์กรมือสังหาร ตามฆ่าปิดปากได้มันจะคุ้มค่าที่จะเปิดเผยตัวตนหรือ”
ชายชราสวมชุดแดง ส่ายหน้าไม่เข้าใจในการกระทำขององค์กรมือสังหารเท่าใดเพราะหากเป็มัน มันจะไม่ทำเช่นนั้น
การเปิดเผยตัวตนขององค์กรมือสังหารเท่ากับเป็การบ่งบอกให้ทางราชวงค์ตะวันลับ รู้ตัวทันที เหมือนดั่งที่ จูงจงยังคาดเดาได้เลยใช่หรือไม่
เว้นแต่ว่ามีบางอย่างคุ้มค่าน่ากระทำเช่นนั่น ชายชราสวมชุดแดง พลันตากระจ่าง อุทานออกมา
“หรือว่ายังมีสิ่งใดมีค่ามากยิ่งกว่าแร่พลังปราณอยู่ในเหมืองถ้ำนั้นด้วย”
จูจง ที่ฟังการคาดเดาของ ชายชราสวมชุดแดงจึงอดนับถือเลื่อมใสมิได้ ด้วยข้อมูลเพียงเล็กน้อยกลับครุ่นคิดถึงสถาณการณ์ใหญ่ได้ จึงน้อบกายกล่าว
“นับถือๆ สมแล้วที่เป็ถึงที่ปรึกษาของราชวงค์ตะวันลับความสามารถในการคิดคำนวณ ข้าไม่อาจจะทัดเทียมจริงๆ”
ชายชราสวมชุดแดง มีนามว่า ต้วนยี่หยวน มีอายุ 10000ปี มีพลังปราณขั้นเหนืุ์ ระดับ 8เป็ที่ปรึษาของราชวงค์ตะวันลับ
“ความจริงยังมีอีกเบาะแสหนึ่งที่สำคัญมากถ้าเป็เื่จริงคงทำให้ผู้คนถึงกับตื่นเต้นจนขาดใจตายทีเดียว”
ต้วนยี่หยวน นึกรู้จนแผดด่าทันที
“จูจงท่านเจตนาเล่าไม่หมด เพื่อรอให้ข้าคาดเดาต่างๆ นาๆ ที่แท้้าถูกตบตีหรือไร”
“นี่ท่านกล่าวโทษข้ามิได้เพราะท่านกล่าวขัดข้าขึ้นมาเสียก่อน ที่ข้าจะเล่าจบเองน่ะ”
จูจง แบมือทั้ง 2 ข้าง ข้าช่วยไม่ได้ข้ายังพูดไม่จบ แต่ท่านก็สอดแทรกขึ้นมาก่อนทำไมกัน แต่ความจริงเป็เช่นไร มีแต่จูจง เท่านั้นที่รู้ดี
ต้วนยี่หยวน ไม่เชื่อคำพูดแม้แต่น้อยมันรู้ว่าเป็เจตนาของ จูจง แน่นอน แต่ไม่อยากจะหาความต่อไป
“เอาล่ะๆรีบๆ เล่าออกมาให้หมด อย่าโยกโย้เสียเวลาอีก”
“ย่อมได้ๆเบาะแสที่ข้ากล่าวถึงคือ เมื่อครั้งก่อนที่ จ้าวหวัง จะสิ้นใจตายข้าก็ดูอยู่ใกล้เคียงด้วย และหันหน้าตรงกับจ้าวหวังพอดี”
“ข้ามั่นใจว่าองค์กรมือสังหาร ต้องลอบดูอยู่แถวนั้นด้วยแน่ เพราะเ้าหวังกลับหนีรอดออกมาได้อย่างน่าเหลือเชื่อมาก เพื่อป้องกันคนอื่นทราบข่าว จึงต้องติดตามมาสังหารให้ได้”
“ระหว่างนั้นข้ามองเห็น จ้าวหวังกระซิบ จึงรีบอ่านริมฝีปากดู จึงได้ทราบความลับอันยิ่งใหญ่เข้าโดยบังเอิญ”
จูจง สูดหายใจระงับความตื่นเต้น เหลือบมอง ต้วนยี่หยวน
‘อ้าวท่านไม่กล่าวขัดคำข้าหรือ ไม่สงสัยว่าความลับคืออะไรหรือ ว้า...ไม่สนุกเสียแล้ว’
ต้วนยี่หยวน เห็นสีหน้า จูจง ที่มองมาจึงยิ้มคิดในใจ
‘ข้ารู้ทันเ้าอย่างแน่นอนอย่าได้คิดแม้แต่จะฝัน ข้าจะฟังอย่างเงียบๆ เรียบๆ ร้อยๆ นี่แหละ’
จูจง ได้แต่เบ้ปาก เบื่อคนรู้ทันจริงๆ
“ท่านก็รู้ว่าข้าจูจง มีความสามารถอ่านริมฝีปากคนได้ คำที่ จ้าวหวัง พูดออกมาก่อนจะตายคือ คำว่าเจ็ดยอด”
ต้วนยี่หยวน มีสีหน้าสงสัยคำพูดนี้ต้องไม่ธรรมดาอย่างแน่นอน
“หืม...เจ็ดยอดนั่นหมายความเยี่ยงไรหรือ”
“ถ้าจะพูดให้เข้าใจคงต้องย้อนกลับไปเมื่อ 8000ปี ก่อน วันที่หายนะมาเยือน”
ต้วนยี่หยวน รู้ว่า จูจง กำลังกล่าวเื่ราวสำคัญจึงกางม่านพลังกั้นเสียงทันที
จูจง นึกถึงวันโลกาวินาศในอดีตอดที่จะสยิวกายอย่างหนาวเหน็บมิได้ คนตายนับพันล้านคน โลหิตไหลนองเป็ท้องธารน่าหวาดกลัวอย่างแท้จริง
ต้วนยี่หยวน กับ จูจงก็คือผู้อยู่ในเหตุการณ์ในวันนั้นและเป็หนึ่งในผู้รอดชีวิตมาได้อย่างหวุดหวิดหวาดเสียว
“ยามนั้นท่านคงยังจำได้ วันที่กลุ่มของท่านมาพบกับข้าที่ธารน้ำตก”
ต้วนยี่หยวน ก็นึกย้อนกลับไปในอดีตเช่นกัน
“ก่อนหน้านั้นข้าหลบหนีออกมาจากหมู่บ้านตระกูลจ้าวตอนที่มีการต่อสู่กัน ข้ายอมรับว่าข้าหวาดกลัวจนขนหัวลุก ภาพเหตุการณ์ในวันนั้นแม้แต่ยามหลับข้ายังฝันถึง”
“พวกมารเ่าั้ตามหาบันทึกหนังสัตว์ม้วนหนึ่ง ด้วยเหตุที่หัวหน้าพวกมันถูกฆ่าตายทำให้บันทึกหนังสัตว์ม้วนนั้นสูญหาย”
“ภายหลังจึงทราบว่า เป็กลุ่มคนของพวกท่านที่ลงมือลอบสังสารหัวหน้าพวกมันจนสำเร็จ”
จูจงสูดหายใจอย่างหนักหน่วง
“แต่ไม่ทราบว่าเพราะเหตุใดบันทึกหนังสัตว์ม้วนนั้น จึงมาอยู่ในมือของผู้นำตระกูลจ้าวซึ่งก็คือบิดาของ จ้าวจือตง ผู้นำตระกูลจ้าว คนปัจจุบัน”
“ข้าจูจงซึ่งเป็ผู้ติดตาม ผู้นำตระกูลจ้าว ในขณะนั้นจึงได้เห็นข้อความที่บันทึกอยู่ในหนังสัตว์ม้วนนั้น”
“ข้อความมีเพียงหน้าเดียวแต่กลับรวบรวมความลับสำคัญที่ไม่เคยมีผู้ใดล่วงรู้มาก่อน”
จูจงเป็นักเล่าเื่อย่างแท้จริง เนื้อหาน่าตื่นเต้น และชวนติดตาม ต้วนยี่หยวน รับฟังอย่างเคลิบเคลิ้มลืมตัว เผลอกลืนน้ำลายดัง เฮือก
จูจง พบว่าตนประสบความสำเร็จอีกครา แต่ว่าครั้งนี้มันไม่กล้าถ่วงเวลาไว้จึงรีบเล่าต่อไป
ในบันทึกหนังสัตว์กล่าวถึง ยอดสมบัติวิเศษทั้ง 7 ชนิด ซึ่งก็คือ
1. ต้นไม้ปราณา
2. เข็มทิศดาราจักร
3. เรือปราณไผ่ะ
4. หยกอายุวัฒนะ
5. โลกสมบัติ
6. หินกำเนิดพลัง
7.คัมถีร์มหาวิถี