Part’ s เขมชาติ ทันทีที่ผมถึงบ้าน ผมก็รีบเดินเข้าไปในบ้านเพื่อหวังจะได้กอดคุณแม่รดาให้ชื่นใจ ผู้หญิงคนนี้ที่รักผมด้วยความจริงใจ เป็ผู้หญิงคนเดียวที่รักผมโดยไม่เคยหวังสิ่งตอบแทนใดๆกลับไป และจะเป็ผู้หญิงคนเดียวที่ผมรักมากที่สุด ผมยืนสูดกลิ่นหอมๆ ที่ลอยมาจากในห้องครัว รู้ได้ทันทีว่า แกงส้มไข่ชะอมทอดของโปรดของผม นี่ขนาดว่าผมบอกกับแม่รดาแล้วนะว่า ผมกับณัฐกานต์จะมากันพรุ่งนี้นะ ผมค่อยๆ เดินย่องๆ เข้าไปด้านในผมเห็นแม่ยืนคุยโทรศัพท์มือถือต้องเป็พี่ต้นแน่ๆ เลย
“ได้ลูกถ้าอย่างนั้นแม่จัดโต๊ะรอเลยแล้วกันนะต้น ขับรถดีดีนะลูก แม่รักลูกนะ อ้อเหรอ! ย่ารักหนูลูกเอิร์ธ " แม่ผมกดวางสายมือถือ พอแม่เงยหน้าขึ้นมาก็ต้องใยกมือขึ้นทาบอกก็ผมเล่นย่องเข้ามาเงียบๆ แบบนี้
"เขม!! " แม่เรียกผม
“หมับ!!!! ผมตรงเข้าไปกอดแม่ของผมทันที อ้อมกอดที่อบอุ่นที่สุด อ้อมกอดที่ต้องไปเรียกร้องหรือร้องขอจากใครเพราะว่าคนคนนี้พร้อมที่จะให้ผมได้เสมอและตลอดไป
“อะไรกันเนี๊ยะเขมไหนบอกว่าจะมาพรุ่งนี้ไงลูก และนี่เป็ยังไงมาถึงได้มากอดแม่ซะแน่นเชียว" แม่ถามผมเอามือลูบหัวผมไปด้วยเหมือนผมเป็เด็กๆ ผมเงยหน้าขึ้นมองแม่รดา
"กานต์ละลูก" แม่ถามหาณัฐกานต์ทันที โดยปกติแล้วก็จะเข้ามาพร้อมกัน ข้อดีของณัฐกานต์ก็คือการเข้าหาผู้ใหญ่ได้เก่งเขาจะตรงเข้ามากอดแม่ผมเหมือนที่ผมทำนี้แหละและนี้ก็คือสาเหตุที่ทำให้ผมเลือกเขามาเป็แฟน ผมอยากให้คนที่ผมรัก รักแม่ของผมด้วยเช่นกัน ผมไม่ค่อยอยากคบเด็กเพราะผมรู้ว่าเด็กๆ จะเข้ากับผู้ใหญ่ได้ยากกว่า
"เขาไปธุระกับเพื่อนนะครับแม่และพรุ่งนี้กานต์ก็ต้องไปทำงานครับ" ผมโกหกเพื่อให้แม่ไม่ต้องมาคิดมากเื่ผมกับณัฐกานต์ แม่จะกังวลเพราะว่าแม่ไม่อยากให้ผมทะเลาะกัน แม่อยากให้คบใครก็คบกันไปนานๆ เหมือนเช่นพ่อกับแม่
"ตายจริง! งานธนาคารก็ยุ่งและน่าปวดหัวทุกวันอยู่แล้ว นี้ก็ยังทำงานวันเสาร์อีกเหรอวันหยุดไม่ใช่หรือลูก "แม่รดาถามด้วยความห่วงใย แต่ที่ณัฐกานต์พูดวันนี้ซิบอกว่าเบื่อที่แม่ชอบชวนเข้าวัดทำบุญโดยเฉพาะวัดที่หลวงลุงพี่ชายของพ่อผมบวชจนเป็เ้าอาวาสและวัดนี้ค่อนข้างสงบเงียบมากด้วย ผมก็ได้แต่มองแม่รดา
"ถ้าเจอกันอีกทีลูกสะใภ้แม่ไม่ผอมเหลือแต่กระดูกหรือไง...เขม" แม่ผมพูดด้วยน้ำเสียงที่ห่วงใยณัฐกานต์ และแม่ผมก็ถือคติลูกรักแม่ก็รักด้วย แม้กระทั่งพี่สะใภ้ผม ไม่ว่าจะร้ายกับผมแค่ไหนแม่ก็ยังรัก แม่ผมนี้เรียกได้ว่าประเสริฐที่สุด ถ้าใครได้เป็ลูกสะใภ้นะผมคิดว่า โชคดีที่สุด
"แค่ครึ่งวันนะครับแม่ไม่หนักมากขนาดนั้นและกานต์เขาก็ไม่ได้ผอมลงไปยังเหมือนเดิมครับแม่"ผมตอบแม่ แม่พยักหน้า ผมมองหน้าแม่ผม
ผมขอโทษนะครับแม่ที่ผมเลือกที่จะโกหกทั้งที่จริงณัฐกานต์เลือกที่จะไปเที่ยวงานวันเกิดเพื่อนมากกว่ามาทานอาหารกับครอบครัวของผมและเหตุผลของเขามันก็สมควรอยู่แล้วที่จะไม่มาเพราะว่าณัฐกานต์ไม่สามารถอดพี่เกศรินทร์ได้เหมือนผม และมันก็จะดีกว่าถ้ามาแล้วทะเลาะกันคนที่หนักใจคือผมกับพี่ต้น เนื่องจากาน้ำลายระหว่างณัฐกานต์ผู้ไม่ยอมใครและพี่เกศรินทร์ที่้าเอาชนะอีกคน ก็จะได้ไม่เกิดขึ้น ก็คงจะมีแค่ผมที่จะต้องอดทนฟังพี่เกศรินทร์เหน็บแนมบ้างอะไรบ้าง แต่ผมอดทนได้เพื่อพี่ต้นและหลานชายผมและก็แม่รดาอีกคน
"เมื่อไหร่จะแต่งงานกันละคบมาสี่ปีแล้วนะ...เรียนจบแล้ว...หรือว่า..ไม่ได้คิดถึงขั้นอยู่กันจริงๆ ละเขม" แม่รดาถามผม ผมก้มหน้าลง ผมก็เคยคิดนะผมคิดว่าณัฐกานต์เขาอาจจะไม่อยากอยู่กับผมไปตลอดชีวิตเขาก็ได้แต่ผมก็ฝืนที่จะยิ้มให้แม่
"เขมอยากซื้อบ้านก่อนแม่และเขมก็เพิ่งจะไปเป็ครูได้ไม่กี่วันเองรอสักปีก่อนและเขมจะย้ายกลับมาอยู่กับแม่และ...กานต์" ผมพูดแม่ แม่ก็ยิ้มด้วยความดีใจ
"ถ้าอย่างนั้นพรุ่งนี้ก็เอาแกงส้มไข่ชะอมไปฝากกานต์ด้วยนะเขม ตอนเช้าแม่จะทำให้ใหม่อีกชุดและนี้พี่ต้นเราเขาก็เปลี่ยนใจเดินทางมากันวันนี้เหมือนกัน และคงใกล้จะถึงแล้วด้วย" แม่บอกผม วันนี้เรียกได้ว่าพร้อมหน้าพร้อมตากันสามคนพี่น้อง
"ฟ๊อด!! " ผมหอมแก้มคุณแม่รดาคนสวยของผม
"ที่อย่างนี้น่ะทำมาเป็หอมแก้มแม่ พอแฟนมาก็ไปหอมแก้มแฟน"แม่ผมพูด
"แม่หึงผมเหรอ"ผมภามแม่ ขำขำ
"ดูพูดเข้าซิลูกคนนี้นิ " แม่รดาหันมาใช้นิ้วบี๋ปลายจมูกผมเหมือนผมเป็เด็กๆ
"พี่ก้องละครับแม่" ผมถามแม่ถึงพี่ชายคนที่สอง
"คงอยู่ในห้องเขานะ พี่ก้องเราเขาพาเพื่อนมาเที่ยวบ้านด้วยนะ แหละคงจะไปดูหนังกันเห็นเขาซื้อหนังใหม่ด้วย " แม่ผมพูด ผมพยักหน้า ผมห่างจากพี่ก้อง สามปี ห่างจากพี่ต้น หกปี ผมจึงสนิทกับพี่ก้องมากกว่าเรียกว่ามีเื่อะไรมักจะปรึกษาพี่ก้องก่อนเสมอ
ผมเดินขึ้นไปชั้นบนของตัวบ้าน ไปหยุดที่หน้าห้องนอนของพี่ก้อง ความทรงจำเก่าๆ ผมเป็คนที่กลัวผีมากผมมักจะนอนห้องเดียวกับพี่ก้องั้แ่เด็กจนกระทั่งพี่ก้องสอบติดโรงเรียนนายร้อย ผมก็ต้องหัดที่จะนอนคนเดียวอยู่ดี ผมก็นึกถึงวันเก่าๆ ขึ้นมาซะอย่างนั้นแหละ จะเคาะดีไหมนะ เซอร์ไพรส์ดีกว่าเพราะแม่คงบอกพี่ก้องว่าผมต้องไปหาณัฐกานต์ก่อนและจะมาพรุ่งนี้ค่อยมา ผมเลยถือโอกาสนี้
"พี่ก้อง!! " ผมรีบหมุดลูกบิดอย่างเร็วและรีบเปิดประตูเข้าไปด้านใน ผมก็ต้องใสิ่งที่อยู่ตรงหน้าผม ผู้ชายสองคนอยู่บนเตียงเดียวกัน และคงไม่ต้องบอกนะว่าทำอะไร อีกคนนั่งทับร่างคนที่นอนอยู่เบื่องล่างอยู่แบบนั้น
ปึก!!! เสียงประตูถูกปิดลงอย่างรวดเร็ว ที่จริงมันไม่ใช่เื่แปลกอะไรของผมหรอกนะเพราะว่าผมกับณัฐกานต์เราก็ทำกันแบบนี้บ่อย แต่ไม่น่าจะใช้กับพี่ก้อง ผมไม่เคยรู้มาก่อนว่าพี่ก้องชอบรสนิยมแบบนี้ด้วยเหมือนกัน เรียกได้ว่าผมช๊อกก็ว่าได้เพราะว่าที่ผ่านมาพี่ก้องเขาก็มีแฟนเป็ผู้หญิงมาตลอดและแฟนคนล่าสุดก่อนจะเรียนจบเขาคบกันั้แ่สอบติดโรงเรียนนายร้อยใหม่ๆ
พี่ก้องพามาเที่ยวบ้านคบกันอยู่สี่ปี มีแผนการว่าจะแต่งงานกันทันที หลังจากพี่ก้องรับกระบี่ แต่พี่ก้องก็ถูกคัดเลือกให้ไปฝึกรีคอนต่อ และพอพี่ก้องกลับมาพี่ก้องก็บอกกับทุกคนในบ้านว่าพี่ก้องกับพี่โบว์เลิกกันแล้ว ทุกคนใมากแม้กระทั่งครอบครัวของพี่โบว์เพราะว่าเขาชอบพี่ก้อง พี่ก้องเองก็กำลังจะได้รับราชการเป็ทหารติดยศ แต่มันก็เป็ไปแล้ว พี่ก้องเสียใจอย่างหนักกินเหล้านี้ต่างน้ำอยู่พักหนึ่ง นั้นหรือเปล่าคือสาเหตุให้พี่ก้องขอไปประจำที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ ผมคิดเอานะแต่ไม่เคยกล้าถามพี่ชายผมตรง
"เขม! " พี่ก้องเปิดประตูออกมาแต่ผมไม่กล้าหันไปมองเขาหรอก ผมยืนหลังข้างหนีต้องโป้ออกมาแน่ๆ เลย จนพี่ก้องสะกิดที่ไหล่ผม
"เขม...พี่เองหันหน้าหนีพี่ทำไม"
"พี่โป้หรือเปล่าละ...เขมไม่อยากดูพี่ก้องโป้นะ..ถึงตอนเด็กๆ จะเห็นบ่อยก็เถอะแต่ตอนนี้ไม่อยากเห็น"ผมยืนหันหลังพูด
"โป้บ้าอะไรล่ะ พี่ใส่กางเกงอยู่ แกจะให้พี่ออกมาโย้นโทงเทงเหมือนตอนอายุ 3ขวบ สี่ขวบหรือไง " พี่ก้องยืนกอดอกอยู่ ผมหันกลับมามองจริงด้วย พี่ก้องยืนกอดอกพิงข้างฝาหน้าห้องนอนพี่ก้องพร้อมกับมองมาที่ผม พี่ก้องสวมแค่กางเกงแต่ไม่ได้สวมเสื้อ โชว์กล้ามใหญ่ๆ หุ่นพี่ก้องนี้ไม่ต่างกับทหารอเมริกันกล้ามแขนใหญ่มาก
"เขมขอโทษพี่ก้องคือเขมไม่คิดว่าพี่จะ...เออ..จะ.” ผมพูดและก็เขินที่จู่ๆ ก็เปิดประตูพล้วดพล้าดเข้าไปแบบนั้น คิดว่าจะเซอร์ไพรส์ พี่ชายแต่ดันได้เซอร์ไพรส์กลับมาแทน
“ทำแบบนายเหรอ...เห้ย! ..พี่มีน้ำยานะและไม่ได้ตายด้านเื่อย่างว่าซะหน่อยเผลอๆ จะแซงหน้าเราด้วย” พี่ก้องพูดและมาหยักคิ้วให้ผมด้วยน่ะ
"เข้าไปคุยกันในห้องซิเขม" พี่ก้องพูดพร้อมกับหยักไหล่ พอผมเข้าไปในห้องก็เจอเพื่อนของพี่ก้องสวมเสื้อผ้าเรียบร้อยแล้วเช่นกัน
"นี่ผู้กองนครินทร์ เขาเพิ่งจะมาประจำการที่ฐานที่พี่ไปอยู่นะ เป็ผู้กองคนใหม่ไฟแรง " พี่ก้องแนะนำพี่เขาให้ผมได้รู้จักก่อนที่ผมจะยกมือไหว้
“สวัสดีครับพี่นครินทร์”
"เรียกพี่ว่าพี่รินทร์ก็ได้ครับ" พี่เขาหันมาบอกผมและยิ้มให้แบบกันเอง
"น้องชายเหรอครับก้อง" พี่นครินทร์หันไปถามพี่ก้องที่นั่งขึ้นไปกึ่งนั่งกึ่งนอนอยู่บนเตียง และพี่รินทร์เขานั่งอยู่ใกล้ๆ กัน ผมก็นั่งลงที่ปลายเตียงพี่ก้องแทน
"ครับน้องชายที่ก้องเล่าให้ฟัง เขาเพิ่งจะไปรับหน้าที่เป็คุณครูอยู่ต่างจังหวัด"พี่ก้องพูดพี่นครินทร์พยักหน้าตาม
"อ้อ..รินทร์จำได้แล้วครับ..ดูหน้าเขาหวานกว่าคุณก้องนะครับ" พี่นครินทร์ชมผมแบบนี้ควรจะดีใจใช่ไหมครับ เล่นชมว่าผมหน้าหวานกว่าหน้าโหดๆ ของพี่ก้องอีก ผมเหลือบไปมองจริงด้วย เพราะเหตุนี้ไง พี่ชายผมพี่ก้องถึงได้ฉายา ผู้กองบ้าระห่ำมาแล้ว
"ตอนแรกนึกว่าจะได้น้องสาวไง" พี่ก้องหันมาพูดแซวผม
"พี่ก้อง...ขนาดนี้พี่ยังแซวผมเป็น้องสาวอีกเหรอหุ่นก็ใหญ่โตขนาดนี้” ผมพูดกับพี่ก้อง น้องแอบงอลน่ะ
"เออๆ มันมีเมียแล้วนะคุณรินทร์ ผมลืมบอกคุณไป เห็นแบบนี้มันรุกนะ” พี่ก้องเงยหน้าบอกพี่นครินทร์
"หึ? " พี่รินทร์ทำหน้าสงสัยขึ้นมาทันที ทำไมเหรอครับหุ่นผมแค่ไม่ล่ำแบบพี่ก้องหรือมีซีกแพค หุ่นผมแค่ สูงโปร่งก็มาตรฐานชายไทยเท่านั้นเอง
"มีเมียเป็ผู้ชาย" พี่ก้องหันไปบอกนครินทร์
"เหรอครับ ..."พี่นคิรนทร์ทำน้ำเสียงแปลกใจและหันกลับมามองผมใหม่อีกครั้งนี้พี่เขาไม่เชื่อผมจริงๆ เหรอ ผมก็อดที่จะขำสายตาที่ดูจะแปลกใจอยู่มิใช่น้อย
"เหมือนพี่มันแหละก็กำลังจะมีเมียเป็ผู้ชาย" พี่ก้องพูดหันไปกัดปากใส่พี่นครินทร์ พี่รินทร์หันทำท่าจะตี พี่นครินทร์นะเขาดูเรียบร้อยมาก ดูนิ่มนวล ดูสุขุมด้วยและดูอบอุ่น ส่วนพี่ก้องคนละขั้วกันเลยดูแข็งกร้าว ไม่ใช่ผู้ชายนิ่มนวลชวนฝันแน่นอน
"คุณก้อง" พี่รินทร์เขาหันมาตีแขนพี่ก้อง ดูท่าทางเขาจะสนิดกันมากเลย ผมมองพี่ก้องผมดีใจนะที่พี่ก้องจะมีความรักอีกครั้งเพราะั้แ่พี่ก้องเลิกกับพี่โบว์พี่ก้องไม่คบใครมีแต่เพื่อนและเพื่อนรุ่นพี่ก้องก็แต่งงานกันไปหลายคนแล้วด้วย
"ไหนแม่บอกว่าเขมไปอยู่กับกานต์ไง ทำไมกลับมาบ้านละทะเลาะกันมาอีกหรือไง" พี่ก้องหันถามผม พี่ก้องนะรู้เื่ของผมกับณัฐกานต์ดีที่สุด ผมต้องลมออกมาก่อนจะหันไปพยักหน้าตอบว่าใช่
"เดี๋ยวผมอาบน้ำก่อนนะคุณก้องและพอทานข้าวเสร็จผมจะได้กลับบ้าน" พี่นครินทร์พูดก่อนละลุกไปเข้าห้องน้ำในห้องนอนของพี่ก้อง ผมคิดว่าเขาคงอยากให้พี่น้องคุยกัน พี่ก้องก็ขยับเข้ามาหาผมพร้อมกับโอบไหล่ผม บ้านผมนะพี่น้องกอดกันเป็เื่ปกติ
"ไหวไหมวะเขม...ความรักไม่ได้มีแค่ครั้งเดียวเขม..ถ้าไม่ไหวไม่ต้องยื้อ..เ็ปเปล่าๆ ..พี่ไม่ได้ว่าเพราะพี่ไม่อยากซ้ำเติมน้องชายพี่" นี้ขนาดผมยังไม่ได้เอ่ยอะไรเลยนะพี่ก้องก็เปิดบทก่อนเลย คงเพราะดูจากสีหน้าของผม และที่แม่บอกว่าผมจะมาพรุ่งนี้ไม่ใช่วันนี้แต่นี้ผมเปลี่ยนใจนั้นแปลว่ามีเื่มาแน่ๆ และมันก็คงไม่ใช่เื่ดี
"ดูกานต์เขาเปลี่ยนไปมากนะ ไม่เหมือนแต่ก่อนที่เขมพาเขาเข้ามาให้ที่บ้านรู้จัก...เขามีคนอื่นหรือเปล่า" พี่ก้องหันมาพูดผมนั่งก้มหน้าอยู่ ไม่รู้ว่าตอนนี้ผมคิดอะไรไม่อยากจะคิดถึงมันเลยผมผิดหวังไหมผิดหวังมากผมรักณัฐกานต์ไหมผมก็รักมากเช่นกัน
"ผมพยายามทำให้ความรักของผมและกานต์มั่นคงเหมือนเช่นความรักของคนทั่วไปพี่ก้องก็รู้" ผมพูด
"นี่ผมก็เปิดบัญชีร่วมกันผมอยากจะซื้อบ้านสักหลัง เขมอยากมีบ้าน ส่วนณัฐกานต์นะเขาก็อยากมีบ้านแต่บ้านของเขากับของเขมมันไม่เหมือนกัน ผมอยากมีบ้านที่ชนบทแต่ณัฐกานต์อยากมีบ้านที่อยู่ใจกลางเมืองและย่านธุรกิจอ่ะพี่ก้อง" ผมพูด พี่ก้องเหล่มองผมและบีบไหล่ผมเบาๆ
“และตอนนี้เขาก็เบื่อคอนโดที่เขมซื้ออีกแล้ว เพราะมันไกลจากแหล่งที่เขาชอบเที่ยวกับเพื่อนๆ “ผมหันมาบอกพี่ก้อง พี่ก้องก็พยักหน้า ผมรู้ความหมายมันดี นั้นไม่ได้เข้าใจพี่ก้องเข้าใจแต่หมายถึงอาการระอ้าณัฐกานต์
"พี่ก้องก็เห็นว่าผมรับสอนพิเศษั้แ่ผมยังเรียนไม่จบ"
"รักเขามากเหรอ...มากกว่าตัวเองไปหรือเปล่าเขม" พี่ก้องแตะหัวผมยีที่หัวผมเหมือนเช่นตอนเด็กๆ
"ผมถามพี่ก้องหน่อยได้ไหม" พี่ก้องสบตาผมกะพริบตาแปลว่าผมถามเขาได้ คำถามที่ผมไม่กล้าถามเขาในวันนั้นเพราะมันจะยิ่งตอกและย้ำแต่ผมคิดว่าพี่ก้องพร้อมจะตอบผมแล้วในวันที่เขาเข้มแข็งพอ
"ทำไมพี่เลิกกับพี่โบว์ละพี่ก้องทั้งที่พี่กับพี่โบว์จะแต่งงานกันอยู่แล้วเหลือแค่กลับมาคุยกันเื่สินสอดแค่นั้นเอง” ผมเงยหน้าขึ้นมาถามพี่ก้อง
“และนี้แม่รู้เื่หรือยังเื่ที่พี่เปลี่ยนสไตล์ไปแบบนั้นเลยอะเพราะที่ผ่านมาพี่คบแต่ผู้หญิงนะ" ผมถามพี่ก้อง พี่ก้องพยักหน้าแสดงว่าพี่ก้องบอกแม่เรียบร้อยแล้ว
“พี่ขอโทษนะที่ไม่ได้บอกนาย เพราะกะว่าจะเซอร์ไพร์นายนะ” พี่ก้องพูด ผมปรายหางตาไปมองพี่ชายว่าจริงเหรอ พี่ก้องพยักหน้าว่าจริง
"แล้วนี่นายอยากรู้เื่พี่กับโบว์จริงๆ เหรอเขม" พี่ก้องหันมาถามผม ผมก็พยักหน้าเบาๆ มันต้องร้ายแรงพอกับผมมั้ง พี่ก้องก็คบกับพี่โบว์มานานมากั้แ่ก่อนที่พี่ก้องจะสอบติดโรงเรียนนายร้อยและยิ่งเพลนว่าจะแต่งงานกันหลังเรียนจบทันทีแต่จู่ๆ พี่ก้องก็มาบอกกับแม่ว่าพี่ก้องกับพี่โบว์เลิกกันแบบสายฟ้าแลบแบบนั้นอีก
" ก็วันที่พี่กลับมาจากฝึกรีคอน พี่กลับไปหาโบว์ก่อนด้วยความคิดถึงและก็ไม่ได้โทรบอกล่วงหน้าเพราะพี่คิดว่าพี่จะขอเขาแต่งงานวันนั้นเลย"พี่ก้องพูด ผมเอื้มมมือไปกุมมือพี่ก้องไว้
“เขาอยากมีโมเม้นถูกขอแต่งงานเหมือนเพื่อนๆ เขาใน โบว์เขาทำงานธนาคาร เขาก็อยากจะเอาไปอวดเพื่อนๆ บ้าง ตอนแรกพี่ก็คิดว่าไม่จำเป็หรอกมั้งเพราะว่าแม่กับพ่อแม่โบว์ก็คุยกันเื่จะแต่งงานกันเหลือแค่สินสอดที่เรายังตกลงกันไม่ได้"พี่ก้องพูดและมองหน้าผม ผมเองก็อยากมีโมเม้นขอใครสักคนแต่งงานเหมือนกันนะ ผมคิดในใจ
"เขม รู้ไหมว่าพี่เจออะไร"พี่ก้องพูดด้วยน้ำเสียงเรียบๆ
"โบว์เขานอนกับผู้ชายคนอื่นอยู่บนเตียง พี่รักโบว์มาก มากจริงๆ จนพี่อยากจะมีครอบครัวที่สมบูรณ์อยากมีลูกด้วยกันพี่คิดว่าพี่จะขายทีที่พ่อยกให้คนละสิบไร่เพื่อเอามาเป็สินสอดทองหมั้นแต่งงานกับโบว์" พี่ก้องพูด
"พี่ถามเขาว่าทำไมทำแบบนี้ เขาบอกว่าเขาไม่อยากฝากชีวิตของเขาไว้กับพี่เพราะชีวิตพี่มันก็อยู่บนเส้นด้ายจะขาดเมื่อไหร่ก็ไม่รู้เขม" พี่ก้องพูด แต่มันแปลกที่สีหน้าพี่ก้องไม่ได้บอกเลยว่าเขาเสียใจอาจจะเป็เพราะว่า เื่มันผ่านมาได้หลายปีแล้ว น่าจะสามปีได้แล้วนะที่พี่ก้องเลิกกับพี่โบว์
"และสิ่งที่สำคัญมากที่สุดของเขาคือพี่ไม่ได้มีเวลาอยู่กับเขาทุกวัน เขาอยากได้แบบนั้นแบบที่กลับมาบ้านแล้วเจอกันนอนเตียงเดียวกันทุกวันทุกคืน " พี่ก้องพูด ก็อาชีพของพี่ก้อง ต้องออกไปนอนกลางดินกินกลางทรายจะได้กลับก็เดือนละครั้งหรือสองเดือนครั้ง บางทีกลับมาแต่มีงานด่วนพี่ก้องก็ต้องกลับเลยก็มี พี่ก้องอยู่หน่วยรบพิเศษนิน่า
"โบว์เขารู้ก่อนอยู่แล้วว่าพี่จะสมัครใจไปประจำการที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ เขาต่อว่าพี่หนักหนาแต่พี่เลือกจะเป็ทหารนะเขมและมันคงเป็จังหวะที่มีคนเข้ามาจีบเขาด้วย่ที่พี่ไปฝึกรีคอน พี่ฝึกหนักไม่ได้ติดต่อโบว์เลย...เขาก็เหงา" พี่ก้องพูดผมทำได้มองพี่ชายทำไมพี่ชายผมเจอเื่แบบนี้แต่ยังคงยืนหยัดอยู่ได้แม้จะเสียใจแต่ก็ไม่นาน ผมผ่านไปในแววตาที่ไม่ยินดียินร้ายอะไรกับสิ่งที่ผ่านมาเลย
"พี่เลยยินดีที่จะปล่อยเขาไป...หาคนที่เขา้าเพราะคนอย่างพี่ไม่ใช่อย่างที่เขา้า" พี่ก้องหันมาพูด มันทำให้ผมคิดเช่นกันผมใช่คนที่ณัฐกานต์เขา้าไหม
"พี่คิดว่าจะไม่คบใครทั้งนั้นเพราะไม่อยากให้ใครมานั่งเป็ทุกข์อยู่ข้างหลัง มานั่งเสียใจถ้าพี่เกิดเป็อะไรไป พี่เลือกแล้วที่พี่จะทำอาชีพแบบนี้"
"จนกระทั่งคุณรินทร์เข้ามาประจำการแต่...รินทร์กำลังจะแต่งงานกับผู้หญิงที่ทางบ้านเลือกให้" พอผมได้ฟังผมกอดพี่ชายผมเลย
“หึ? " น้ำเสียงที่สงสัยและแปลกใจของผมเพราะว่าผมคิดว่ายังมีอีกเหรอยุกต์ที่เรียกว่าคลุมถุงชนนะ
"ใช่ยุคต์นี้ยังมีอีกเหรอการคลุมถุงชน...แต่มันก็ยังมี...แค่อยากให้ลูกมีภรรยามีลูกมีหลานให้เพราะว่านครินทร์เขาไม่จีบใคร เขาไม่มีแฟนเลยสักคน " พี่ก้องพูดผมพยักหน้าเบาๆ
“พี่โอเควะเขม...เพราะว่านั้นคือชีวิตจริงและเราสองคนก็มีความสุขกันดีแม้ว่าความสุขนี้มันใกล้จะหมดเต็มทีอีกแค่ไม่กี่เดือนเพราะว่านครินทร์ก็แต่งงานและครอบครัวทางผู้หญิงก็อยากให้เขาย้ายไปประจำการที่อื่นที่ไม่ใช่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้" พี่ก้องพูด ผมมองหน้าพี่ก้องพี่ทนได้ไง
“พ่อของนครินทร์เขาเป็นายทหารระดับท่านนายพล ถ้าเขารู้ พี่คงโดนหนักวะเขม” พี่ก้องพูด ผมก็ต้องมีเื่กุมขมับของพี่ชายผมเพิ่มอีกคนแล้วใช่ไหมเนี๊ยะ!
“อย่าทำหน้าอย่างนั้นดิ พี่คงไม่ถึงขั้นโดนเก็บหรอกมึง” พี่ก้องพูด ผมหันมาเหล่ตามองพี่ชาย มันน่าไหมเนี๊ยะ!
“แล้วนี่พี่จะทำยังไงต่อไปพี่ก้อง” ผมถามพี่ก้อง พี่ก้องหันมามองผม
"ตอนนี้เหรอ ไม่อยากคิดวะ เพราะว่าพี่กับรินทร์ก็มีความสุขกันดี แค่ใช่เวลาที่เหลือให้คุ้มค่า" พี่ก้องหันมาบอกผม แค่นั้นเหรอผมคิด ผมนะคบใครคบแบบต้องไปให้ถึงจุดหมาย ดังนั้นผมคบกับณัฐกานต์ เส้นทางชีวิตมันเลยค่อนข้างตึงเกินไป
"เขม พี่ขออย่างดิ อย่าบอกแม่เื่นครินทร์จะแต่งงานกับแม่นะ พี่กลัวแม่จะไม่สบายใจวะ" พี่ก้องหันมาขอร้องผม ผมพยักหน้าว่าผมคงไม่บอกหรอก
“เสียงรถมาจอดที่หน้าบ้านแล้วนะพี่ก้อง พี่ต้น คงจะมาถึงแล้ว ถ้าอย่างนั้นผมลงไปหาหลานก่อนนะคิดถึงเ้าเอิร์ธ " ผมพูดก่อนจะรีบลุกขึ้น และพี่รินทร์เปิดประตูห้องน้ำออกมาพอดีเลย ผมสิ่งยิ้มให้พี่รินทร์ ผมคิดว่าเขาทั้งคู่คงเพิ่งจะพบความสุขแต่ว่ามันกลับเป็การพบกันที่สายไป
ผมเดินลงมาถึงก็เห็นเด็กน้อยวิ่งมากอดแม่ของผมและพี่ชายคนโต ก็คือพี่ต้น พี่ต้นเดินตรงเข้ามากอดแม่ของผมด้วยความคิดถึงเช่นกัน หลายเดือนแล้วที่พี่ต้นไม่ได้กลับมาบ้านเพราะว่าพี่ต้นเพิ่งจะย้ายไปเป็ปลัดที่ใหม่ที่เชียงใหม่ได้สามปีและมันก็ไกลมากด้วยตอนแรกแค่เขาใหญ่ แต่ด้วยเหตุผลอะไรก็ไม่รู้ พี่เกศรินทร์ให้พี่ต้นทำเื่ขอย้ายไปทั้งที่พี่ต้นเพิ่งจะได้เป็ปลัดที่เขาใหญ่ยังไม่ถึงปีเลย พี่ต้นสอบบรรจุปลัดหลังจากที่พี่ต้นจบปริญญาโท และโรงเรียนที่ผมเป็ครูสอนก็อยู่ที่เข่าใหญ่ซะด้วยซิ ไม่อย่างนั้นก็คงได้อยู่ใกล้กัน
"พี่ต้น" ผมเรียกพี่ต้น พี่ต้นผละออกมาจากแม่ผม ผมเข้าไปกอดพี่ชายคนโต ั้แ่พ่อเสียก็มีพี่ต้นนี้แหละที่เป็เสาหลักของครอบครัวและตอนนั้นพี่ต้นเพิ่งเข้ารับราชการใหม่ๆด้วย
“ไงเขม เป็คุณครูเต็มตัวแล้วนะน้องพี่" พี่ต้นดันตัวผมออกและจับไหล่ผมพร้อมกับสายตาที่ยินดีกับผมด้วยที่ผมได้เป็ครูสมดังที่ผมตั้งใจ และผมก็หันไปยกมือไหว้พี่เกศรินทร์ พี่เขาก็แค่ยกมือรับไหว้แบบขอไปทีแถมเบือนหน้านี้ผมในทันทีเช่นกัน" และนี้ก็ไม่ใช่ครั้งแรก เพราะว่ามันเป็เช่นนี้ทุกครั้ง พี่เกศรินทร์เขาไม่ชอบผม ไม่ซิเขารังเกียจผมอย่างชัดเจนที่ผมเป็เกย์มีแฟนเป็ผู้ชาย รักเพศเดียวกัน
"อาเข็ม" หลานชายของผม อายุจะสามขวบแล้วแต่นี้ดันเรียกชื่ออาผิดตลอดเลย ผมก็ย่อตัวลงและ
"อาเขมไม่ใช่อาเข็ม" ผมบอกหลานผม เอิร์ธ กางแขนให้ผม
"เอิร์ธ...ตัวหนักขึ้นนะเรากินเยอะละซิท่า" ผมอุ้มตาเอิร์ธขึ้นมากอดและหอมแก้ม เอิร์ธหัวเราะใส่ผมใหญ่เลยคงจะจั๊กจี้
"อี้! " เสียงสบดออกมาพร้อมท่าทีว่ารังเกียจที่ผมเล่นกับเอิร์ธ
"คุณเกศ" พี่ต้นหันไปหาภรรยาของเขา ผมก็ต้องวาง เอิร์ธลง เอิร์ธได้แต่ยืนมองหน้าผมงงๆ เพราะเขาก็คงยังไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น เพราะว่าเขายังเล็กมาหนัก ผมได้แต่ยืนทำหน้าเจื่อนๆ มองพี่ต้น ผมรู้ว่าพี่ต้นหนักใจแค่ไหน
"ฉันเข้าห้องน้ำก่อนนะ ...คุณเปลี่ยนแพมเพิร์สลูกด้วยนะมันหลายชั่วโมงแล้ว "เสียงออกคำสั่งของพี่เกศหันมาบอกพี่ต้น
"ทำไมตอนแวะปั๊มคุณไม่รู้จักที่จะเปลี่ยนให้ลูก...เกศ และนี้คุณปล่อยให้ลูกใส่นานเกินไป คุณเป็แม่ยังไงฮะเกศ " พี่ต้นหันไปต่อว่าพี่เกศรินทร์ทันที
"นี้อย่ามาว่าฉันนะ! ...และก็คราวหน้าช่วยเอาคนใช้ติดรถมาสักคนซิคุณจะได้มีคนทำให้ นั่งรถมาก็ไกลเหนื่อยก็เหนื่อยจะมาอะไรหนักหนาถ้าคิดถึงกันมากย้ายไปหมดทั้งครอบครัวเลยซิ แต่ฉันจะไม่มีวันอยู่บ้านเดียวกับพวกวิกลจริตหรอกนะ" พี่เกศรินทร์พูดก่อนจะเดินเข้าไปด้านใน
TBC…