ตอนที่ 23
“เรื่องเม็กซิโกเอาเป็นว่านายไม่ต้องไปใส่ใจหรอกสตีฟนายเป็นแค่คนธรรมดาถ้าเกิดมีเรื่องอะไรฉันจะออกไปปกป้องโลกเองนายไม่ต้องห่วง” ซาร่าพูดขึ้นเพื่อให้สตีฟเลิกคิดมาก
ซึ่งพอสตีฟได้ยินดังนั้นก็เริ่มขมวดคิ้วจนหน้าย่นพลางคิดในใจ จะไม่ให้คิดมากได้ไงล่ะเพราะถ้าเกิดวิกฤติขึ้นจริงๆเธอที่เป็นฮีโร่ระดับสูงจะต้องกลับไปที่แนวหน้านะ ยิ่งนิสัยอย่างเธอน่ะทิ้งคนไม่มีทางสู้ไว้เบื้องหลังไม่ได้หรอก สตีฟพูดออกมาพลางใช้ระบบตรวจสอบสถานะของซาร่าซึ่งร้อยวันพันปีแทบจะไม่เคยตรวจสอบเลย
หน้าต่างชื่อ : ซาร่า แมคดูวัลล์ Level : 109อาชีพ : อาจารย์อายุ : 29ฉายา : ซุปเปอร์เกิร์ลRank : S
“ระดับ S งั้นเหรอ” สตีฟพูดกับตัวเองเบาๆ ซึ่งล่าสุดที่เขาตรวจสอบสถานะของซาร่าก็เมื่อห้าปีก่อนเขาจำได้ว่าตอนนั้นซาร่ายังอยู่ที่เลเวลราวๆหกสิบกว่าอยู่เลย นี่ขนาดเธอผันตัวจากฮีโร่แนวหน้ามาเป็นอาจารย์ได้กว่าหกเจ็ดปีแล้วนะเนี่ย สตีฟคิดไม่ถึงเลยว่าซาร่าแต่ก่อนนั้นจัดการสัตว์กลายพันธ์ไปมากแค่ไหน
สตีฟคิดในใจโดยไม่รู้เลยว่าบางครั้งซาร่าก็แอบออกไปล่าสัตว์กลายพันธ์หลังเลิกงานเพื่อเอาซากพวกมันไปขายนำเงินมาใช้ในครอบครัวลำพังเงินเดือนอาจารย์นั้นไม่พอสำหรับใช้ทุกเดือนหรอกไหนแต่ก่อนจะจ่ายค่าคอนโด ที่ซึ่งต้องกู้เงินจากรัฐบาลมาจ่ายอีกซึ่งดอกเบี้ยก็ไม่ใช่ถูกๆด้วย ซึ่งเรื่องนี้เป็นเรื่องที่สตีฟไม่รู้เพราะไม่เคยได้หาเงินเข้าบ้านนั่นเอง
“นี่สตีฟเราไปนอนกันดีกว่านะ” จู่ๆซาร่าก็พูดขึ้นมา
“หือนอนเหรอพระอาทิตย์ยังไม่ตกดินเลยนะซาร่า หรือว่าเธอเหนื่อยถ้างั้นเธอไปนอนก่อนเลย ผมขอล้างจานทำความสะอาดครัวก่อน” สตีฟพูดออกมา ซึ่งซาร่าที่ได้ยินก็ทำสีหน้าหงุดหงิดก่อนจะโวยวาย
“ใช่ที่ไหนเล่าเจ้าบ้า นอนน่ะ นอนแบบนั้นน่ะเข้าใจมั้ย นอนแบบสามีภรรยาอ่ะ เข้าใจกันบ้างดิ” ซาร่าพูดออกมา
“นอนแบบสามีภรรยา แบบไหนวะ” สตีฟพูดออกมาอย่างงงๆ
“จิ๊อย่าให้ต้องพูดเรื่องแบบนี้ได้มั้ยเนี่ย ก็นอนทำการบ้านไงเล่า นี่ไม่อยู่ตั้งสองเดือนเลยนะ” ซาร่าจิ๊ปากอย่างหงุดหงิดก่อนจะไม่สนใจสตีฟที่เข้าใจเรื่องแบบนี้ยากแล้วเธอลุกขึ้นก่อนจะใช้แรงของเธอลากสตีฟเข้าห้องไปทันที
“หือตัวหนักขึ้นหรือเปล่า !!” ซาร่าพูดอย่างแปลกใจเธอรู้สึกเหมือนสตีฟตัวหนักขึ้น
“สงสัยช่วงนี้ผมอยู่แต่บ้านมั้งเลยอ้วนขึ้น ว่าแต่จะลากผมไปไหนเนี่ยซาร่า” สตีฟถาม
“ก็ทำการบ้านไงยะ จงทำหน้าที่ของสามีซะสตีฟ” ซาร่าพูดออกมาก่อนจะเปิดประตูห้องนอนและโยนสตีฟลงไปบนเตียงทันที
ตุ่บ !!! เสียงร่างของสตีฟถูกโยนลงบนเตียงก่อนจะเห็นซาร่าค่อยๆปลดกระดุมเสื้อของเธอออก สตีฟเห็นดังนั้นก็ยิ้มออกมาและร้องอ๋อทันที
“อ๋อที่แท้ก็การบ้านแบบนี้ พูดออกมาตรงๆก็หมดเรื่อง” สตีฟยิ้มออกมาก่อนจะเริ่มถอดชุดของตัวเองออกบ้าง ซาร่าที่เห็นว่าสตีฟเข้าใจซักทีว่าตัวเองต้องการอะไรก็ยิ้มออกมาและใช้เท้าเตะประตูห้องนอนปิดทันที
ปัง !!!!!!!!! เสียงประตูห้องนอนของสตีฟและซาร่าถูกปิดลง
เที่ยงคืน
“แฮ่ก !! แฮ่ก !! แฮ่ก !! ไปเอาเรี่ยวแรงมาจากไหนเนี่ยสตีฟ แถมยังหน้าท้องนั่นทำไมซิกแพ็กถึงขึ้นเป็นลูกขนาดนั้นล่ะ แต่ก่อนยังเป็นวันแพ็กอยู่เลยนะ” ซาร่าพูดออกมาอย่างเหนื่อยหอบหลังจากทำการบ้านกับสตีฟตั้งแต่หัวค่ำ
“ไม่รู้สิคุณนอนต่อเถอะ ผมจะไปอาบน้ำซักหน่อย” สตีฟเลือกที่จะตอบไม่รู้และค่อยๆยกมือขึ้นลูบหัวซาร่าก่อนจะห่มผ้าให้เธอ และยิ้มให้ภรรยาบนเตียงอย่างอ่อนโยน
“ขอบคุณนะสตีฟ นายน่ะฉันจะปะ ปะ ปก ป้อง เองงงง” ซาร่าพูดออกมาเบาก่อนประโยคท้ายๆจะค่อยๆเบาลง ก่อนสตีฟจะได้ยินเสียงหายใจเข้าออกของเธอที่ดังออกมาอย่างสม่ำเสมอ ซึ่งเป็นสิ่งที่บ่งบอกว่าเธอหลับไปแล้ว
“ฉันก็ต้องขอบคุณเธอนะที่ปกป้องฉันมาตลอดซาร่า” สตีฟพูดก่อนจะค่อยๆก้มตัวลงจุมพิษลงที่หน้าผากของภรรยาสุดที่รักก่อนจะลุกขึ้นไปเพื่อตรงไปที่ห้องอาบน้ำ
‘อ่าห้องเลอะเทอะไปหมดเลย นี่เราจัดหนักยันเที่ยงคืนเลยเหรอเนี่ย แต่ยังไม่รู้สึกเหนื่อยเลยแฮะ กลายเป็นไอ้ตัวบ้าตัณหาไปแล้วสิเรา” สตีฟอดพูดไม่ได้เพราะแต่ก่อนเขานั้นโดนซาร่าจัดการบ้านให้ตัวเองจนหมดแรงก่อนแท้ๆ แต่วันนี้สตีฟดันเป็นฝ่ายพลิกกลับทำให้ซาร่าหมดแรงเสียแทน
สตีฟจัดการคราบที่ตัวเองและซาร่าทำเลอะไปทั่วห้องจนสะอาดก่อนจะเข้าไปอาบน้ำ
หลังจากสตีฟอาบน้ำเสร็จเขาก็เดินออกมายืนดูดาวที่นอกระเบียง
“คราวนี้เม็กซิโกงั้นเหรอจะมีคนตายไปเท่าไหร่กันนะ สิบปีก่อนพ่อแม่เรากับพ่อแม่ของซาร่าไปเที่ยวที่แคนนาดา ตอนนั้นเรากับซาร่าไม่ได้ไปด้วยเพราะติดสอบสำคัญทำให้รอดมาได้ แต่พ่อและแม่ต้องเสียชีวิตลงที่นั่น ขนาดศพยังหากลับมาทำพิธีฝังที่นี่ไม่ได้เลย พวกสัตว์กลายพันธ์พวกนั้นมันต้องการอะไรกันแน่นะ หรือว่าแก้แค้นมนุษย์เพราะตอนที่มันยังเป็นสัตว์ธรรมดาอยู่มันถูกมนุษย์กระทำไว้มาก” สตีฟพูดออกมาเขานั้นอยากจะเข้าใจพวกสัตว์กลายพันธ์ให้มากกว่านี้จริงๆถ้าโลกนี้สัตว์กลายพันธ์และมนุษย์กลับมาอยู่ร่วมกันได้คงจะดีกว่านี้ไม่น้อย
“เรื่องแบบนั้นมันจะเป็นไปได้ไงล่ะ หึ !!” สตีฟหัวเราะให้กับความคิดตัวเองเมื่อครู่
สตีฟยืนดูท้องฟ้ายามค่ำคืนอยู่เกือบครึ่งชั่วโมงก่อนจะเดินกลับเข้าห้องไปนอนเคียงข้างซาร่าที่หลับอุตุอยู่
เช้าวันถัดมา
สตีฟตื่นขึ้นมาแต่เช้าตรู่ก่อนจะเข้าครัวเตรียมทำอาหารเช้าให้ซาร่า ส่วนซาร่านั้นยังหลับอยู่ในห้องเพราะอาการเพลียจากการทำการบ้านของสตีฟเมื่อคืน
ปุด !! ปุด !! ปุด !! ปุด !! เสียงข้าวต้มในหม้อกำลังเดือดสตีฟค่อยๆใช้ช้อนตักฟองออกอย่างพิถีพิถัน
“ปัง !! สตีฟ !!!!!!! ไปสวนสนุกกัน” ซาร่าเปิดประตูออกอย่างแรงก่อนจะตะโกนเสียงดังไปทั่วบ้าน
“ตื่นมาก็เสียงดังเลยนะซาร่า แต่สวนสนุกงั้นเหรอสวนสนุกไหนกัน” สตีฟถามอย่างแปลกใจเพราะสวนสนุกในนิวยอร์คมันมีที่ไหน ถ้าเป็นเมื่อก่อนอาจจะมีแต่มันปิดตัวลงไปตั้งแต่เข้ายุคสัตว์กลายพันธ์แล้ว
“ก็สวนสนุกทางใต้ไง ที่แต่ก่อนตอนเด็กๆเราเคยไปกันน่ะ” ซาร่าพูดออกมา
“หือสวนสนุกนั้นน่ะเหรอ มันปิดไปแล้วไม่ใช่เหรอ” สตีฟถามอย่างแปลกใจ
“มันเปิดใหม่แล้วเมื่อวานตอนเหาะกลับมาฉันเห็นป้ายมันขึ้นว่าจะเปิดให้บริการอีกครั้งวันนี้ นี่ๆสตีฟไปเที่ยวสวนสนุกกันเถอะ ฉันอยากนั่งม้าหมุน” ซาร่าพูดออกมาพลาวทำเสียงและท่าทางน่ารักแบบเด็กๆ ซึ่งสตีฟมองว่ามันเข้ากับเธออย่างมากถึงแม้เธอจะอายุเท่าเขาแต่เนื่องด้วยซาร่านั้นตัวไม่สูงเท่าไหร่ แถมหน้าตาของเธอก็ไม่ต่างจากเด็กมหาลัย
“ถ้าอยากไปขนาดนั้นก็ได้ แต่เธอรีบไปอาบน้ำแล้วมากินข้าวเถอะ ค่อยออกไปตอนเก้าโมงเป็นยังไง” สตีฟพูด
“เย้ !!!” ซาร่าร้องออกมาอย่างดีใจก่อนจะรีบวิ่งเข้าห้องน้ำไปอาบน้ำอย่างรวดเร็ว
“นี่อย่าลืมสระผมล่ะผมเธอเมื่อวานผมทำคราบเลอะนิดหน่อยเพราะมันพุ่งแรงเกินไป” สตีฟตะโกนไปทางห้องน้ำที่ซาร่าพึ่งวิ่งเข้าไป
ครืด !!! เสียงซาร่าเลื่อนประตูออกมาใบหน้าของเธอแดงไปหมด
“ตะโกนเรื่องนี้ทำไมยะเจ้าบ้าสตีฟ เดี๋ยวคนข้างบ้านได้ยินหมดว่าเมื่อวานเราพึ่งทำการบ้านแบบจัดหนักกันไป” ซาร่าตะโกนใส่สตีฟอย่างเขินอายหน้าเธอแดงเหมือนมะเขือเทศสุก
ครืด !! ปัง !! เธอปิดประตูห้องน้ำอย่างรุนแรงสตีฟเห็นดังนั้นก็ยิ้มออกมา
“เธอตะโกนดังกว่าฉันอีกนะซาร่า แต่เธอลืมหรือไงคอนโดเราน่ะป้องกันเสียงได้อย่างดีไม่ต่างจากห้องอัดเพลงเลยนะ หึหึ !!” สตีฟหัวเราะออกมาเบาๆ ก่อนจะตั้งหน้าตั้งตาทำอาหารเช้าต่อไป
พอซาร่าอาบน้ำเสร็จข้าวต้มที่สตีฟทำก็เสร็จแล้วเช่นกันทั้งคู่จึงเริ่มกินอาหารเช้าอย่างเอร็ดอร่อย
“ขนาดข้าวต้มนายยังทำได้โคตรอร่อยเลย” ซาร่าพูดออกมาหลังจากจัดการข้าวต้มในถ้วยหมดไปสามถ้วย
“ว่าจะต้องไปสอนอีกวันไหนล่ะ” สตีฟถาม
“อีกสามวันนั่นแหละ เพราะกว่าพวกนักเรียนจะกลับมาถึงก็อีกสองวัน ดังนั้นสองวันนี้จึงถือว่าเป็นวันหยุดฉันไงล่ะ ป่ะสตีฟรีบไปสวนสนุกกันเถอะ วันนี้เปิดวันแรกฉันคิดว่าคนน่าจะเยอะแน่เลย” ซาร่าพูดออกมา
“อืม...งั้นไปรถเมล์กันเถอะ” สตีฟบอกซาร่าก่อนทั้งคู่จะชวนกันลงจากคอนโดไปขึ้นรถเมล์ประจำทาง สตีฟไม่อยากบอกซาร่าว่าเขาซื้อรถมอเตอร์ไซค์แล้วเดี๋ยวซาร่าถามถึงเงินที่เอาไปซื้อขึ้นมาแล้วจะยุ่ง ส่วนซาร่าจริงๆเธออุ้มสตีฟและเหาะไปก็ได้ แต่เธออยากใช้เวลากับสตีฟแบบนี้มากกว่าจึงขึ้นรถเมล์เอา
ไม่นานสตีฟและซาร่าก็ลงที่สถานีที่ใกล้สวนสนุกที่สุดทั้งคู่เดินต่ออีกเพียงแค่ห้านาทีก็มาถึงหน้าทางเข้าสวนสนุก
“คนเยอะจริงๆด้วย” สตีฟอุทานออกมาหลังจากเห็นผู้ปกครองและเด็กมากมายกำลังต่อคิวซื้อตั๋วเข้าสวนสนุกกันอยู่
“ใช่สิ สวนสนุกนี่อาจจะเป็นสิ่งบันเทิงใหม่สิ่งแรกในรอบสิบปีนี้เลยนะ ทุกวันนี้มีห้างสรรพสินค้าก็ดีแค่ไหนแล้ว โรงหนังก็ฉายแต่หนังเรื่องเดิมๆ” ซาร่าพูดออกมา
“ถ้าอย่างนั้นเราไปต่อแถวกันเถอะ” สตีฟพูดก่อนจะจูงมือซาร่าเดินไปต่อคิวซื้อตั๋วเข้าสวนสนุก
ห่างไปไม่ไกล
กลุ่มชายท่าทางลับๆล่อกลุ่มหนึ่งกว่าสิบคนยืนอยู่มุมตึกมองเข้าไปที่ทางเข้าสวนสนุกก่อนจะฉีกยิ้มออกมา
“ตามแผนนะลักพาตัวเด็กๆมาให้มากที่สุด” ชายที่ดูเหมือนจะเป็นหัวหน้าพูดออกมาชายที่ดูเหมือนหัวหน้าคนนี้ใบหน้ามีรอยกรีดลึกด้วยมีดที่มุมปากทั้งสองข้างเป็นทางยาวจนเกือบจะถึงหู ทำให้หน้าตาของเขาดูเหมือนกับตัวตลกตัวร้ายในหนังซุปเปอร์ฮีโร่สมัยเก่า
“แล้วพวกที่คิดจะทำตัวเป็นฮีโร่ล่ะหัวหน้า” ชายข้างหลังถาม
“ก็ฆ่าให้หมดยังไงล่ะ เคี๊ยก !! เคี๊ยก !! เคี๊ยก !! เคี๊ยก !! เคี๊ยก !!” ชายที่มีแผลกรีดที่ปากนั้นหัวเราะออกมาอย่างน่าเกลียดก่อนจะควักมีดของตัวเองออกจากกระเป๋ามาควงเล่นพลางมองไปที่เหล่าเด็กๆมากมายที่กำลังต่อแถวเข้าไปในสวนสนุก
เสียงหัวเราะสุดหน้าเกลียดของชายที่ทำตัวเป็นหัวหน้าคนนี้แทนที่จะทำให้ลูกน้องหวาดกลัวหรือขนหัวลุกแต่มันกลับทำให้ลูกน้องด้านหลังเขาแสยะยิ้มออกมาก่อนจะบิดตัวไปมาเสียงกระดูกในตัวลั่นกร๊อบแกร๊บ เหมือนกำลังจะเตรียมตัวล่าเหยื่อยังไงยังงั้น
จบ...