ย้อนกลับมารอบนี้ ไม่ขอเป็นผู้กล้า (Rewrite)

    บทที่32 สอบคัดเลือก บทสาม (ริชาร์ดอยู่ในวิกฤต)

            แลนซ์มองไล่หลังแอนนาด้วยความห่วงใย เขาไม่สามารถตามไปได้เพราะกฏของการประลองนั้นห้ามผู้ประลองเสร็จแล้วคุยกับผู้ที่ยังไม่ประลอง เพื่อป้องกันวิธีประลองรั่วไหล ดังนั้นเขาจึงยังไปเยี่ยมแอนนาที่ห้องพยาบาลไม่ได้


            “ผมขอเริ่มประลองเลย” แลนซ์กล่าวกับอาจารย์ลอร่า เธอพยักหน้าก่อนจะสร้างเวทเขตแดนขึ้นมาใหม่


            “สวัสดีครับ อาจารย์ลอร่า ปีนี้ก็ฝากด้วยนะครับ”


            ผู้ที่ทักอาจารย์ลอร่าไม่ใช่ใคร หากแต่เป็นเด็กโข่งที่ท้าแลนซ์ประลองนั่นเอง เขาขึ้นไปบนเวทีการประลองด้วยความคุ้นเคย พลางพูดคุยกับอาจารย์ลอร่าที่ทำเพียงพยักหน้าให้กับเขา


            “นี่จะเป็นครั้งสุดท้ายที่ฉันจะได้เหยียบเวทีนี้” เด็กโข่งกล่าว “ดังนั้นถ้าฉันบังเอิญรุนแรงกับแกไปบ้าง ก็คงต้องขออภัยนะไอ้น้อง”


            แลนซ์ไม่ตอบอะไร เขารอโดมเวทีประลองเปลี่ยนเป็นสีดำปิดกั้นคนภายนอก ก่อนที่อาจารย์จะบอกกฏการประลอง


            ริมเวทีฝั่งของแลนซ์และเด็กโข่งคนนั้นมีเสาสีฟ้าและสีแดงกว้างประมาณหนึ่งคนโอบขึ้นมา และสูงประมาณสามเมตร โดยแลนซ์อยู่ตรงฝั่งเสาสีแดง ส่วนเด็กโข่งอยู่สีฟ้า


            “การประลองคราวนี้เป็นการรักษาเสาของแต่ละฝ่ายเอาไว้ให้ได้ ให้เวลาสามนาที เมื่อเริ่มการประลองจะมีโกเล็มอัญเชิญระดับต่ำคอยจ้องทำลายเสาของทั้งสองไม่เลือกหน้า แน่นอนว่าพวกเธอจะต้องรักษาเสาของตัวเองเอาไว้ และจะต้องคอยทำลายเสาของอีกฝ่ายด้วย หากอยากเป็นผู้ชนะ”


            เมื่ออาจารย์กล่าวจบ เธอก็เดินออกไปนอกเขตแดนทันที เวลาการประลองเริ่มนับ ก่อนที่มอนสเตอร์หุ่นเหล็กสี่ขารูปร่างสุนัขจำนวนสิบตัวจะปรากฏออกมาจากใต้พื้นสนาม มันแบ่งฝ่ายละห้าตัว แยกกันไปโจมตีเสาของแลนซ์และเด็กโข่ง


            แลนซ์นั้นใช้กำแพงมานาล้อมเสาเอาไว้ และใช้พลังจิตของตนเสริมพลังให้กำแพงมานาหนึ่งร้อยเท่า เมื่อโกเล็มเหล็กรูปร่างสุนัขเข้าใกล้เสาของเขาเพื่อหวังโจมตี มันก็กระเด็นกระดอนล้มกลิ้งไม่เป็นท่า


            ในขณะที่ฝั่งของเด็กโข่งเรียกสนับมือและสนับแข้งเหล็กออกมาติดตั้งให้กับตัวเอง และพยายามจัดการโกเล็มเหล็กทุกตัวที่เข้าใกล้เสา สีหน้าของเขานั้นค่อนข้างเครียดและเป็นกังวล เพราะเขาต้องโจมตีด้วยการต่อยและเตะถึงสามครั้ง จึงจะทำลายโกเล็มสุนัขเหล็กได้หนึ่งตัว


            “โถ่เว้ย เหมือนปีที่แล้วเลย แบบนี้ใครจะเฝ้าเสาได้วะ เดี๋ยวก็ไม่มีใครผ่านกันพอดี”


            เจ้าพวกโกเล็มเหล็กไม่ได้ตั้งค่าให้ตอบโต้ผู้สอบ เป้าหมายของมันมีเพียงเสาเท่านั้น จึงทำให้เด็กโข่งจัดการมันง่ายหน่อย แต่ด้วยความที่พวกมันทุกตัวพุ่งเป้าไปที่เสา เลยทำให้ผู้เฝ้าเสาต้องใช้ความเร็วในการจัดการก่อนที่พวกมันจะเข้าใกล้เสาได้ เขาต้องวิ่งวนรอบเสาพร้อมกับสู้ไปด้วย จึงเป็นการเปลืองพลังงานพอสมควร


            “เฮ้พวก ขอเตือนอะไรอย่าง” แลนซ์กล่าวเมื่อเด็กโข่งกำจัดโกเล็มไปได้สี่ตัวแล้ว “อย่าได้กำจัดหมดเชียว ถ้าไม่อยากเจอของยากกว่านี้”


            เด็กโข่งฟังแลนซ์ เขาผลักเจ้าโกเล็มรูปร่างหมาออกไป แทนที่จะทำลายมันแบบสี่ตัวก่อนหน้า


            “ดีที่นายยอมฟัง” แลนซ์กล่าวก่อนจะชี้เวทเขตแดนใต้สนามสอบ “ชุดคำสั่งเวทที่อาจารย์เขียนเอาไว้ มีสี่ชุด นั่นหมายความว่ามันจะทำงานต่อเนื่องทันที เมื่อโกเล็มชุดแรกถูกทำลายจนหมด”


            “งั้นหรือ” เด็กโข่งกล่าวด้วยน้ำเสียงยินดี “แบบนี้ก็โคตรง่ายเลยล่ะสิ...โชคดีจริงๆที่นายอ่านการทำงานของเวทเขตแดนออก...เมื่อปีที่แล้วฉันกับไอ้บ้าคนหนึ่งช่วยกันทำลายโกเล็มเพื่อที่จะผ่านทั้งคู่ แต่ทว่าจำนวนมันออกมาทวีคูณเรื่อยๆจนพวกเราไม่สามารถรักษาเสาเอาไว้ได้ พวกเราทั้งคู่ต่างตกรอบ”


            “อย่าขอบคุณ ฉันทำเพื่อตัวฉันเอง” แลนซ์กล่าว “มันเป็นการง่ายกว่าไม่ใช่หรือ ถ้าเรารออย่างสบายๆสามนาที ดีกว่าบ้าพลังทำลายพวกโกเล็มจนหมด และต้องมาลุ้นว่าจะเจอกับอะไร”


            ในระหว่างที่แลนซ์พูด โกเล็มสุนัขสี่ตัวฝั่งของเด็กโข่งที่ถูกทำลายไปก็เพิ่มจำนวนขึ้นมาจนเท่าเดิม ก่อนที่โกเล็มสุนัขทั้งห้าตัวจะเข้าไปหาเสาของเด็กโข่ง


            “อ้าวเฮ้ย มันเพิ่มมาแล้ว!!”


            “ตั้งสติสิ” แลนซ์กล่าวเสียงดุ “มันแค่ห้าตัวเอง สังเกตุดีๆ แต่ถ้านายฆ่ามันจนหมดรอบหน้าอาจมากกว่าเดิม”


            เด็กโข่งพยักหน้ารับ เขาพยายามอย่างสุดกำลังด้วยการใช้เวทเสริมพลังที่สนับมือ สนับเท้า และเอวเพื่อโจมตีพวกโกเล็มให้ถอยห่างจากเสาของเขาเรื่อยๆ จนในที่สุดเวลาสามนาทีก็เหลือเพียงสามสิบวิ แลนซ์สังเกตุว่าเด็กโข่งน้ำตาไหลด้วยความดีใจ เขากำลังจะได้เข้าโรงเรียนแอสตรัลแล้ว หลังจากพยายามมาสามปี


            แต่แล้วโกเล็มสุนัขสิบตัวก็หยุดนิ่ง ดวงตาของพวกมันเรืองแสงสีแดง ก่อนจะละลายเป็นเหล็กเหลว แล้วรวมตัวกันเป็นโกเล็มสุนัขตัวใหญ่ถึงห้าเมตร


            “ฉิบหายล่ะ ปีที่แล้วไม่มีแบบนี้” เด็กโข่งกล่าวเสียงสั่น “ทำยังไงดีล่ะเพื่อน” 


            เด็กโข่งกลืนน้ำลายคำโต เขากลัวว่าอีกฝ่ายจะเลือกใช้วิธีทำลายเสาของเขาแทนที่จะสู้กับสุนัขโกเล็มยักษ์ เพราะถ้าเสาใดเสาหนึ่งถูกทำลาย การสอบจะจบลง ส่วนตัวเขาคงไม่มีปัญญาทำลายเสาของแลนซ์แน่ๆ เพราะเขาสังเกตุว่าพวกสุนัขห้าตัวฝั่งของแลนซ์ก่อนหน้านี้ เข้าใกล้เสาไม่ได้เลย


            เจ้าสุนัขโกเล็มยักษ์ส่งเสียงขู่กรรโชก ก่อนที่มันจะอ้าปากแล้วยิงกระสุนเหล็กสองทิศทางไปยังเสาของแลนซ์และเด็กโข่ง เพื่อหวังทำลายเสาของทั้งคู่


            ฝ่ายแลนซ์สามารถใช้โล่มานาขึ้นมาป้องกันลูกบอลเหล็กได้อย่างสบายๆ ในขณะที่เด็กโข่งนั้นทำได้เพียงเวทเสริมพลังสามจุด ซึ่งเป็นมาตรฐานขั้นต่ำสุดในการเข้าโรงเรียนนี้เท่านั้น


            “ไม่ยอมหรอกโว้ย” เด็กโข่งตะโกนลั่นพลางเอาตัวเข้าขวางลูกบอลนั้น เขาเสริมพลังไปที่ท่อนแขนทั้งสองเพื่อใช้ต่างโล่ บอลอัดกระแทกกับท่อนแขนของเขาอย่างแรง จนเด็กโข่งกระเด็นไปติดเสา เด็กโข่งสั่นสะท้านไปทั่วทั้งร่าง แต่เขาก็ยังพยายามเอาตัวบังเสาเอาไว้


            “อีกไม่กี่สิบวิ ฉันจะได้เป็นนักเรียนโรงเรียนเวทมนตร์ชั้นนำ” เด็กโข่งกล่าวทั้งที่แขนของเขาม่วงช้ำไปหมด “ฉันต้องทนให้ได้”


            เจ้าโกเล็มหมายักษ์ขู่เสียงดังกว่าเดิม มันเตรียมปล่อยลูกบอลเหล็กอีกครั้ง โดยเวลาในการสอบตอนนี้เหลือยี่วิบวินาที


            ลูกบอลเหล็กสามลูกซ้อนถูกยิงใส่ทั้งแลนซ์และเด็กโข่ง เด็กโข่งย่อตัวลงเพื่อเตรียมรับแรงปะทะพลางหลับตาแน่น ไม่ว่ายังไงเขาก็ต้องรับการโจมตีครั้งนี้เอาไว้ให้ได้


            แต่ทว่าเมื่อเด็กโข่งลืมตาขึ้นมา เขาก็พบว่าแลนซ์สร้างโล่มานาป้องกันร่างของเขา ลูกบอลเหล็กสามลูกซ้อนแตกละเอียดทันทีเมื่อปะทะกับโล่ที่แลนซ์สร้างเอาไว้ให้ เขาหันไปมองแลนซ์ด้วยแววตาขอบคุณ


            เมื่อเหลือสิบวิสุดท้าย เจ้าสุนัขโกเล็มเหล็กเริ่มร่างวงเวทสีน้ำตาลสองวงที่ด้านหน้าของมัน มันเตรียมจะใช้เวทมนตร์โจมตีแลนซ์และเด็กโข่ง แต่ทว่าแลนซ์ไม่ยอมให้มันทำถึงขั้นนั้น วงมหาเวทสีรุ้งธาตุแสงปรากฏตรงหน้าของเขา พร้อมๆกับที่สุนัขโกเล็มเริ่มสร้างวงเวท


            “ด้วยพลังของมหาภูติแห่งแสง ข้าขอวิงวอนพลังที่จะทำลายล้างสิ้นซึ่งศัตรู อารค์ แฟรี่ ไลท์ (Arch Fairy Light)”


            ลำแสงทำลายล้างธาตุแสงสีรุ้งของแลนซ์ถูกยิงใส่เจ้าสุนัขโกเล็มเหล็กทันที วงเวทสีน้ำตาลของมันแตกสลาย พร้อมกับร่างของมันที่หลอมละลายด้วยความร้อน ซึ่งเป็นจังหวะเดียวกับที่สัญญาณหมดเวลาสอบดังพอดิบพอดี และเสาทั้งสองก็ถูกเก็บลงไปใต้ดิน


            “ขอบคุณมากครับ!!”


            เด็กโข่งก้มหัวขอบคุณแลนซ์ทันที พร้อมกับร่ำไห้ “ผมไม่คิดเลยว่าโอกาสสุดท้ายในการเข้าสอบครั้งนี้ จะทำให้ผมได้เป็นนักเรียนโรงเรียนเวทมนตร์แอสตรัลของจริง ผมขอทราบชื่อของท่านหน่อยครับ”


            “ฉันชื่อแลนซ์” แลนซ์กล่าว “และฉันก็เป็นแค่คนธรรมดาๆ ไม่ต้องเรียกท่านหรอก”


            “ท่านแลนซ์ ข้าน้อยชื่อลอตโต้” เด็กโข่งกล่าวชื่อของตัวเอง “ได้โปรดให้ข้าน้อยเป็นผู้ติดตามท่านด้วยเถอะครับ นับจากนี้”


            “ไม่ต้องเลยพวก” แลนซ์กล่าว “ฉันไม่ต้องการผู้ติดตาม นายน่ะ ใช้ชีวิตในแบบที่อยากใช้ในโรงเรียนนี่ซะเถอะนะ”


            หลังจากแลนซ์กล่าว ลอร่าก็เข้ามาในเขตแดนของเธอ ก่อนที่เธอจะประกาศให้ทั้งสองคนเสมอกัน และผ่านเข้ารอบทั้งคู่ ลอตโต้นั้นก้มหัวขอบคุณลอร่าด้วยความดีใจ เขารู้สึกขอบคุณที่เธอมอบบททดสอบนี้ให้เขา เพราะถ้าหากเป็นบททดสอบแบบอื่น บางทีเขาอาจตกรอบอีกครั้งก็ได้


            ………………….


            ส่วนทางด้านของริชาร์ดนั้น ตอนนี้เขากำลังรอการทดสอบกับเด็กหัวแดงสะพายดาบเวทที่เขาไปท้าประลองมา โดยคนคุมการประลองคราวนี้ไม่ใช่ลอร่า หากแต่เป็นชายหนุ่มผมบลอนด์ทอง ดวงตาสีเขียวใสอายุราวๆสิบสี่ปี


            “ขอแนะนำตัวนะครับ ผมมีชื่อว่ามัสแตง วูล์ฟกัง เป็นผู้ช่วยคุมสอบในครั้งนี้ ไม่ทราบว่าพวกท่านชื่อและนามสกุลอะไร รวมถึงตระกูลของท่านมีหน้าที่ความรับผิดชอบแบบไหน”


            ริชาร์ดสังเกตุว่าคนคุมสอบใส่ชุดนักเรียนของโรงเรียนเวทมนตร์แอสตรัล โดยชุดนั้นเป็นเสื้อเชิร์ตสีครีม หัวเข็มขัดสีทองนั้นมีตราหมู่ดวงดาวสัญลักษณ์ของโรงเรียน ส่วนกางเกงแสลค เสื้อสูท และเนคไทเป็นสีแดงเลือดหมูเข้าชุดกันหมด เขาน่าจะเป็นพวกสภานักเรียนที่มาช่วยทำการทดสอบในครั้งนี้


            “ผมมีชื่อว่าริชาร์ด ไมเยอร์” ริชาร์ดกล่าว “ที่บ้านเป็นเจ้าพนักงานรัฐกับทำงานบัญชี”


            “ส่วนผมมีชื่อว่าเฮนรี่ แกริสัน” เด็กหัวแดงกล่าวแนะนำตัวกับผู้คุมสอบ “เป็นบุตรชายคนที่สองของบารอนแกริสันครับ มาจากจักรวรรดิเอเธียน่าเหมือนกับท่าน ท่านลอร์ดมัสแตง”


            “โอ้ บุตรขุนนางอันทรงเกียรติ เขื้อสายอันสูงส่ง...แบบที่จอมเวทควรจะเป็น” มัสแตงกล่าวพลางฉีกยิ้ม “ผมว่าการคัดเลือกคราวนี้ตัดสินได้แล้วล่ะ ว่าใครควรจะอยู่ ใครจะไป”


            มัสแตงกล่าวก่อนจะโยนสร้อยคอสีแดงทับทิม และสีฟ้าไพลินให้เฮนรี่ เฮนรี่รับไว้พลางก้มหัวขอบคุณ


            “การทดสอบจบแล้ว เฮนรี่เอาชนะและแย่งสร้อยคอของอีกฝ่ายมาได้...ส่วนไอ้ไพร่อย่างแกก็ตกรอบไปแล้วกันนะ”


            “ฉิบหายแล้วไง” ริชาร์ดกล่าว “นี่เราดวงซวยเจอห้องทดสอบที่เล่นพรรคเล่นพวกกันโคตรน่าเกลียดเลยสินะ”


            “ถึงแกจะฟ้องคนข้างนอกก็ไม่มีคนเชื่อ” มัสแตงกล่าว “ทุกคนจะหาว่าแกให้ร้ายโรงเรียนของเรา เพราะโรงเรียนเรานั้นมีความน่าเชื่อถือในระดับทวีป”


            เฮนรี่หัวเราะร่าทันที พร้อมเก็บสร้อยคอเอาไว้ในกระเป๋ากางเกงของเขา และเริ่มชักดาบเวทสีทองของตนออกมา


            “แต่เพื่อความสมจริง เรามารุมเล่นงานมันหน่อยมั้ยครับ ท่านลอร์ดมัสแตง บุตรแห่งบารอนวูล์ฟกัง”


            “ก็เอาสิ ลอร์ดเฮนรี่ บุตรแห่งบารอนแกริสัน” มัสแตงกล่าว “เอามันให้สลบเหมือดไปเลย พอมันฟื้นขึ้นมาการสอบคัดเลือกก็จบลงแล้ว”


            ริชาร์ดชักดาบออกมาตั้งท่าต่อสู้พลางกัดฟันแน่น ดูเหมือนว่าเขาอาจเป็นคนแรกของผู้สมัครในรุ่นนี้ ที่พบกับความดำมืดภายในโรงเรียน



    คล้ายกับเรื่องย้อนกลับมารอบนี้ ไม่ขอเป็นผู้กล้า (Rewrite) ที่คุณอ่าน