ไป๋หยุนเฟยหลังจากใกล้หุบเขาเล็กๆตามคำบอกกล่าวของเส้าหลิงก็ปะทุพลังวิญญาณออกเพราะเกรงว่าอีกฝ่ายจะเข้าใจว่ามันไม่มาแล้วจนทำร้ายเสี่ยวฟางขณะเดียวกันก็แผ่สัมผัสวิญญาณกวาดสำรวจพื้นที่รอบหุบเขา
“อย่างที่คาดไว้ พวกมันมีเพียงสองคน!” ไป๋หยุนเฟยตาเป็นประกายก่อนจะผ่อนคลายลง “ยังดีที่ดูเหมือนเสี่ยวฟางจะไม่ได้รับบาดเจ็บ...”
ไป๋หยุนเฟยผ่อนฝีเท้าลดความเร็วลงก่อนจะสืบเท้าออกจากแนวป่าอย่างแช่มช้า ก้าวเดินไปยังพื้นที่โล่งภายในหุบเขาและที่ด้านตรงข้ามห่างออกไปยี่สิบสามสิบวาเป็นชายหนุ่มสองคนในอาภรณ์สีขาวที่กำลังเตรียมพร้อมจะประมือกับไป๋หยุนเฟยด้านหลังของทั้งคู่มีเสี่ยวฟางซึ่งมีท่าทีหวาดหวั่นพยามยามกลั้นน้ำตาไม่ให้ไหลออกมา
ไป๋หยุนเฟยส่งสายตาปลอบโยนแก่เสี่ยวฟางก่อนจะเปลี่ยนเป็นเขม้นมองไปยังถังย่าและซูเซี่ยพร้อมกับกล่าวด้วยน้ำเสียงทุ้มหนักว่า“ข้ากับเจ้าทั้งสองไม่รู้จักกันมาก่อนอีกทั้งยังไม่เคยล่วงเกินอันใดพวกเจ้าคร่ากุมคนธรรมดาผู้หนึ่งมาข่มขู่ข้าต้องการอะไรกันแน่?”
“ฮ่า ฮ่า น้องชายเจ้าอย่าได้เข้าใจผิด ที่จริงพวกเราสองคนไม่ได้มีเจตนาร้ายที่ชักนำให้เจ้ามาที่นี่ก็เพียงเพราะต้องการแลกเปลี่ยนกับเจ้าเท่านั้น”ถังย่ายิ้มพลางกล่าวกับไป๋หยุนเฟยขณะเดียวกันก็ใช้สัมผัสวิญญาณกวาดสำรวจก็ไม่พบว่ามียอดฝีมือใดติดตามมาด้วยจึงลอบถอนหายใจแผ่วเบา --- ส่วนคนธรรมดาที่ซ่อนตัวอยู่ห่างออกไปทั้งสองคนนั้นมันกลับไม่ได้นำพา
ไป๋หยุนเฟยขมวดคิ้ว “แลกเปลี่ยน? แลกเปลี่ยนอะไร?”
“ข้าจะใช้ชีวิตของหญิงสาวที่ด้านหลังแลกเปลี่ยนกับวัตถุวิญญาณหลายชิ้นที่อยู่บนตัวเจ้าเจ้าเห็นว่าอย่างไร?” ถังย่าเอ่ยปากต่อรอง
“ฮ่า ฮ่า เช่นนี้ก็เรียกว่า‘แลกเปลี่ยน’หรือ?” ไป๋หยุนเฟยหรี่ตายิ้มเย้ยหยันก่อนจะกล่าวกลั้วหัวเราะ“เจ้าคิดหรือว่าข้าจะรับปาก?”
ถังย่าหันมองเสี่ยวฟางที่ด้านหลังก่อนจะกล่าวว่า“หากเป็นข้าก็คงไม่รับปาก เพียงแต่อยากทดลองดูเท่านั้นแล้วไม่ทราบว่าเจ้าจะยินยอมหรือไม่?”
“ตกลง!ข้ารับปาก!”ไป๋หยุนเฟยประกาศก้อง
“เอ๊ะ?”
ความ‘ตรงไปตรงมา’ของไป๋หยุนเฟยทำให้ถังย่าและซูเซี่ยงงงันวูบถังย่ารีบถามกลับด้วยสีหน้าประหลาดใจ “เมื่อครู่เจ้าว่าอะไร?”
ไป๋หยุนเฟยฉีกยิ้มขึ้นมากกว่าเดิมก่อนจะกล่าวว่า“ข้าบอกว่ารับปากที่จะยกวัตถุวิญญาณให้แก่เจ้า และ... รับไป!”
ระหว่างกล่าววาจาก็สะบัดมือขวาที่ไพล่หลังออกปรากฏประกายเย็นเยียบสามจุดพุ่งวาบราวสายฟ้าเข้าใส่จุดสำคัญของถังย่านั่นคือ ศีรษะลำคอและทรวงอก!
วิชามีดบินของไป๋หยุนเฟยในยามนี้พัฒนาขึ้นอีกไม่น้อยมีดสั้นทั้งสามเล่มที่ผ่านการอัพเกรดแล้วนี้ ยามแหวกฝ่าอากาศก็บังเกิดเสียงแหวกอากาศดังหวีดหวิวถังย่าเพ่งตามองโดยปราศจากความตื่นตระหนกแม้แต่น้อย เพียงสะบัดมือขวาก็เกิดเสียง ‘ผับผับผับ’ดังขึ้นแผ่วเบาแล้วมีดสั้นทั้งสามก็ถูกหนีบเอาไว้ในซอกนิ้วของมันอย่างแม่นยำ!
“เฮอะ!ลูกไม้อันตื้นเขิน ข้า...” ถังย่ายังกล่าวเหยียดหยามไม่ทันจบ สีหน้าก็แปรเปลี่ยนอย่างฉับพลัน --- ที่แท้มีดสั้นเล่มที่สี่ก็พุ่งวาบส่องประกายเย็นเยียบเข้ามามิหนำซ้ำถึงกับรวดเร็วกว่าสามเล่มก่อนหน้าหลายเท่าตัวนัก!พริบตาที่อ้าปากกล่าววาจามีดสั้นก็เข้าถึงตัวแล้ว!
“ฟุ่บ!” เสียงดังขึ้นแผ่วเบา ผลกระทบเพิ่มเติมระดับ +10เมื่อซัดจู่โจมจะเพิ่มความเร็วและพลังขึ้นอีก 30% ยามมีดสั้นพุ่งถึงใบหน้าในยามคับขันถังย่าจึงได้แต่เอนตัวหงายหลังเพื่อหลบเลี่ยง!
“พี่ใหญ่!”
ซูเซี่ยตื่นตระหนกยิ่งขณะที่จะพุ่งเข้าไป ร่างของถังย่าที่หงายหลังลงก็เหยียดกายขึ้นดังเดิมพร้อมกับมีดสั้นที่ถูกฟันงับไว้ในปาก--- ที่แท้ในห้วงวิกฤตมันก็ใช้ปากงับมีดสั้นเอาไว้ได้ทัน!
หลังจากนำมีดสั้นเก็บใส่แหวนช่องมิติถังย่าที่หน้าซีดเผือดก็สะบัดมือเรียกมีดจันทร์เสี้ยวมาไว้ในมือจากนั้นจึงถีบเท้าทะยานเข้าหาไป๋หยุนเฟยพร้อมกับร้องบอกซูเซี่ยซึ่งกุมมีดจันทร์เสี้ยวลักษณะเดียวกันไว้ในมือว่า“รีบสู้รีบเผด็จศึก ฆ่า!”
“รีบสู้รีบเผด็จศึก?ข้าเองก็คิดเช่นนั้น” ไป๋หยุนเฟยแค่นเสียงแผ่วเบาพร้อมกับยื่นมือขวาออกแล้วทวนเปลวอัคคีก็ปรากฏในมือ จากนั้นไป๋หยุนเฟยจึงวาดทวนพุ่งเข้าไปรับมือโดยไม่ลังเล
ระยะเพียงห้าวาสำหรับทั้งสองฝ่ายแล้วถือว่าน้อยนิดเพียงขยับร่างก็เข้าประชิดกันในทันที ยามพุ่งทะลวงใส่ถังย่าทวนเปลวอัคคีในมือไป๋หยุนเฟยก็สาดแสงสีแดงเจิดจ้าก่อนจะปรากฏเปลวเพลิงห่อหุ้มโดยรอบยามถังย่าหลบหลีกพ้นไป๋หยุนเฟยก็ชักทวนกลับมาป้องกันซูเซี่ยที่ฟันใส่จากด้านขวาก่อนจะควงทวนทะลวงใส่คอหอยซูเซี่ยแต่ก็ถูกอีกฝ่ายใช้มีดในมือปัดป้องได้ทันไป๋หยุนเฟยยืมแรงปะทะใช้มือซ้ายกวาดทวนใส่ถังย่าพร้อมกับยกมือขวาขึ้นเพื่อใช้ปลอกแขนมีดเพลิงต้านรับท่าฟันของซูเซี่ย
ตั้งแต่ที่สองฝ่ายเริ่มพันตูทวนกวาดใส่มีดฟาดฟันต่อสู้พัวพันในระยะประชิดถังย่าและซูเซี่ยทั้งสองคนสอดประสานกันอย่างรู้ใจยามจู่โจมใส่กลับไม่มีช่องว่างรอยโหว่แม้แต่น้อย หากเป็นภูตวิญญาณระดับปลายคนอื่นคงถูกทั้งคู่สยบไปแต่แรกแล้วแต่ไป๋หยุนเฟยครอบครองวัตถุวิญญาณที่ผ่านการอัพเกรดช่วยเสริมพลังจนสามารถรับมือได้โดยไม่ลำบากยามสบโอกาสใช้ปลอกแขนต้านรับก็ไม่หลบหลีก บางคราก็ยอมใช้เกราะวิญญาณไหมทองรับการโจมตีซึ่งหน้าเพื่อโต้กลับด้วยพลังหมัดเก้าทบสองฝ่ายพันตูรุกรับจนถังย่าและซูเซี่ยบังเกิดความตื่นเต้นสงสัยขึ้น
หลังจากประมือกันร่วมร้อยกระบวนท่าทั้งสองฝ่ายยังคงหยั่งประเมินพลังของอีกฝ่ายแม้จะยังไม่ลงมือสุดกำลังแต่ก็ต่อสู้พัวพันในระยะประชิดโดยไม่แยกจากกัน
ไป๋หยุนเฟยใช้มือซ้ายวาดทวนกวาดออกบีบให้ซูเซี่ยต้องล่าถอยขณะเดียวกันก็ยกแขนขวาขึ้นป้องกันสีข้างถังย่าฟันมีดตัดขวางเฉี่ยวใส่ปลอกแขนจนเกิดประกายไฟแลบขึ้น
ชั่วขณะที่มีดโค้งเฉี่ยวกระทบกับปลอกแขนจู่ๆดวงตาไป๋หยุนเฟยก็ทอประกายวูบ --- ผลกระทบเพิ่มเติมระดับ +10 ของปลอกแขนมีดเพลิง การกระตุ้นสัมฤทธิ์ผล! (เมื่อรับการโจมตีมีโอกาส 9%ที่จะดูดซับพลังโจมตีบางส่วนและเปลี่ยนเป็นพลังโจมตีให้แก่ผู้สวมใส่ในการโจมตีครั้งต่อไปสามารถรักษาพลังโจมตีที่เพิ่มขึ้นไว้ได้สามวินาทีเมื่อเปลี่ยนเป็นพลังโจมตีจะไม่เกินพลังป้องกันของอุปกรณ์ชิ้นนี้)
ไป๋หยุนเฟยชักเท้าขวาถอยหลังครึ่งก้าวแต่แทนที่จะวาดทวนเพื่อจู่โจมกลับกำหมัดขวาชกใส่ถังย่าที่ด้านขวาทันทีหมัดนี้พุ่งออกไปอย่างดุดันรอบกำปั้นปรากฏแสงสีแดงล้อมรอบราวกับถูกห่อหุ้มด้วยเปลวเพลิงอันร้อนแรง
สีหน้าถังย่าแปรเปลี่ยนไปเล็กน้อยมันทราบดีว่าหมัดนี้ของคู่ต่อสู้ต้องหนักหน่วงรุนแรงจึงไม่กล้าต้านรับซึ่งหน้าแต่จะรั้งมีดกลับมาป้องกันก็ไม่ทันการ จึงได้แต่ล่าถอยอย่างเร่งร้อนพร้อมกับยกแขนซ้ายขึ้นใต้แขนเสื้อนั้นกลับเป็นปลอกแขนที่มีโล่กลมขนาดเล็กติดอยู่นี่เป็นเครื่องป้องกันที่เป็นวัตถุวิญญาณชั้นมนุษย์ระดับต่ำ
“ปัง!”
“แกร๊ก!”
พลังหมัดเก้าทบเมื่อรวมกับพลังโจมตีเพิ่มเติมที่ได้จากปลอกแขนพลังของหมัดนี้นับว่าเกินความคาดหมายของถังย่าอย่างยิ่ง ที่จริงแล้วมันก็ประเมินไป๋หยุนเฟยไว้ไม่ต่ำทราม แต่กลับกลายเป็นว่ามันยังประเมินต่ำไป!
ดวงตาถังย่าฉายแววเหลือเชื่อกับสิ่งที่เกิดขึ้นโล่กลมขนาดเล็กบนปลอกแขนกลับถูกหมัดของศัตรูชกใส่จนแตกเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย
มิหนำซ้ำด้วยพลังที่แทรกผ่านแขนขวาเข้ามาก็แทบบดกระดูกแขนมันจนแตกร้าวถังย่าเร่งเร้าพลังวิญญาณขึ้นป้องกันขณะเดียวกันก็ก้าวเท้าล่าถอยอย่างรวดเร็ว
แต่ทว่าไป๋หยุนเฟยกลับไม่คิดจะให้โอกาสมันได้พักหายใจหลังจากวาดทวนเปลวอัคคีรอบเอวกลับสู่มือขวาก็ยืมแรงเหวี่ยงพุ่งทวนแทงปราดใส่ถังย่าในทันที!
เห็นปลายทวนอันแหลมคมพุ่งมาถึงคอหอยของตนถังย่าก็พลันสะบัดมือขวาไปเบื้องหน้าซัดมีดออก มีดโค้งหมุนวนสองรอบก็พลิกปลายแหลมพุ่งใส่คอหอยไป๋หยุนเฟยทันที!
เห็นอีกฝ่ายปล่อยมือจากอาวุธของตนไป๋หยุนเฟยเองก็คาดไม่ถึงมันไม่อาจตามไปรุกไล่ต่อจึงได้แต่ไขว้เท้าเคลื่อนตัวหลบเฉียงออกด้านข้างมีดโค้งก็เฉียดผ่านใบหูพร้อมกับพลังธาตุลมที่แทรกซึมเข้ามาจนใบหน้าเย็นเยียบปวดแปลบ
แต่เพราะการหลบหลีกในครั้งนี้จึงทำให้ถังย่าสามารถล่าถอยออกไปได้หลายวาเมื่อเห็นศัตรูที่ยามนี้มือเปล่าไร้อาวุธไป๋หยุนเฟยก็ไม่ยอมละทิ้งโอกาสรีบบิดเอวใช้ออกด้วยท่าเท้าเหยียบคลื่นรุกตามเข้าไปจู่โจมใส่อีกครั้ง
ทวนเปลวอัคคีพุ่งแทงออกอีกครั้งขณะเดียวกันสร้อยข้อมือสีขาวก็วาบสว่างขึ้น ดวงตาไป๋หยุนเฟยทอประกายวูบ --- ผลกระทบเพิ่มเติมถูกกระตุ้น เพิ่มความเร็วขึ้น3%
ชั่วขณะที่จะเร่งความเร็วไล่ตามเข้าไปจู่โจมนั้นจู่ๆไป๋หยุนเฟยก็สีหน้าแปรเปลี่ยนไปอย่างกะทันหัน มันละโอกาสรุกจู่โจมอย่างไม่ลังเลรีบหยุดร่างรั้งตัวกลับอย่างฉับพลัน
พริบตาที่ไป๋หยุนเฟยชะงักลงที่ด้านหลังก็ปรากฏแสงวาบจากคมมีดหมุนคว้างเข้าหา ก่อนจะเฉี่ยวผ่านหน้าอกของมันไป--- ที่แท้ก็เป็นมีดโค้งที่ถังย่าซัดออกเมื่อครู่นั่นเอง
มีดโค้งปลายแหลมส่งเสียงหวีดหวิวฝ่าอากาศเข้าหาซูเซี่ยที่อยู่ด้านข้างซึ่งไม่ทันได้เข้าไปหยุดยั้งการรุกไล่ของไป๋หยุนเฟยซูเซี่ย‘รับ’มีดโค้งไว้ก่อนจะสะบัดมือซัดออกมีดโค้งก็หมุนคว้างไปอีกด้านเข้าหาถังย่าก่อนที่อีกฝ่ายจะรับเอาไว้
“นี่... มันเกิดอะไรขึ้น?”