เมื่อขวัญมาถึงห้องที่น้าบัวพักอยู่เธอก็ได้เห็นว่ามีหมอผู้หญิงกำลังตรวจน้าบัวอยู่เธอและพี่น้องจึงได้เดินไปนั่งรออยู่กับน้าสิงห์แล้วก็หินส่วนน้องน้อยนั้นหลับอยู่ข้างๆเตียงของผู้เป็นแม่โดยอยู่ในเตียงเด็กของโรงพยาบาล
“วันนี้คนไข้สามารถกลับบ้านได้แล้วนะคะและเมื่อได้ใบนัดก็ขอให้คุณแม่มาตรวจหลังคลอดอีกครั้งค่ะ” คุณหมอคนสวยบอกกับน้าบัว
“ขอบคุณค่ะคุณหมอ”น้าบัวพูดกับคุณหมอพร้อมยกมื้อไหว้
เสียงเคาะประตูหน้าห้องของน้าบัวดังขึ้นพร้อมกับร่างของคุณหมอหนุ่มที่คนในบ้านสวนต่างก็รู้จักกันดีมาพร้อมกับป้าลำเจียกและป้าขจีที่พากันเดินเข้ามาตามลำดับ
ทุกคนที่อยู่ในห้องของบัวต่างก็พากันยกมือไหว้พร้อมทั้งทักทายแขกผู้มาใหม่ที่สูงวัยกว่าพวกตน
คุณหมอหญิงก็รู้สึกแปลกใจที่เห็นเพื่อนร่วมงานหนุ่มของเธอ และเธอก็ไม่คิดว่าคนไข้ที่อยู่ในความดูแลจะเป็นคนรู้จักของครอบครัวหมอหนุ่มคนนี้
“หมอเพื่อนอาการของพี่บัวเป็นอย่างไรบ้างครับรวมทั้งเจ้าตัวน้อยคนนั้นด้วย” ขนิฐถามหมอหญิงผู้ซึ่งได้ย้ายเข้ามายังโรงพยาบาลแห่งนี้เมื่อเดือนก่อน
“แข็งแรงดีทั้งแม่และก็ลูกเลยค่ะวันนี้ฉันก็เพิ่งจะบอกกับคนไข้ว่าสามารถทำเรื่องออกจากโรงพยาบาลได้แล้ว”
“ขอบคุณครับหมอเพื่อน”
“ไม่เป็นไรค่ะถ้าอย่างนั้นฉันขอตัวก่อนนะคะ”หมอคนสวยที่ชื่อพระเพื่อนบอกกับทุกคนในห้อง
ทุกคนที่อยู่ในห้องก็พากันขอบคุณ คุณหมอคนสวยคนนี้ป้าลำเจียกและป้าขจีก็มองตามหมอคนนี้ไปเช่นกัน
“ตานิฐเขาเป็นหมอมาใหม่เหรอลูกเขามีแฟนหรือยังลูกสนใจเขาหรือเปล่าลูกเองก็อายุไม่น้อยแล้วนะแม่อยากอุ้มหลานบ้าง” ป้าขจีถามกับขนิฐ
“เป็นหมอเพิ่งจะย้ายมาครับชื่อพรพิมลหรือพระเพื่อนผมไม่ได้คิดอะไรกับเขาเอาไว้ผมมีคนที่ชอบแล้วผมจะบอกนะครับตอนนี้แม่ก็ไปขออุ้มน้องแสงลูกของพี่บัวไปก่อนนะครับ”นิฐตอบแม่ของตนแล้วก็รีบเดินเข้าไปดูเด็กน้อยทันที
“เอาน่าไม่ต้องรีบหรอกถึงเวลาเขาก็มีเองแหละตอนนี้เราก็มีหลานเยอะแยะเดี๋ยวบ้านที่อยู่ใกล้สวนขวัญเสร็จเราสองคนก็ไม่มีวันเหงาแล้ว” ป้าลำเจียกปลอบน้องสาวของตน
“บัวฉันเพิ่งจะรู้ข่าวก็เลยเพิ่งมาเยี่ยมและนี่เป็นของเด็กอ่อนและของบำรุงหลังคลอดเธอต้องดูแลตัวเองและลูกดีๆ” ป้าลำเจียกพูดกับน้าบัวส่วนข้าวของที่ทั้งสามหิ้วมาเยี่ยมนั้นมันเยอะมากจนตอนนี้ก็ได้มาวางอยู่บนเก้าอีนั่งตัวยาวที่พวกพี่น้องของขวัญนั่งอยู่
“ขอบคุณคุณนายทั้งสองและก็หมอนิฐมากเลยค่ะที่มาเยี่ยมบัวแล้วยังนำของมาให้อีกตั้งมากบัวเกรงใจจังเลยค่ะ” บัวกล่าวออกมาด้วยความซึ้งใจ
“ไม่เป็นไรไม่ต้องเกรงใจพวกเราไม่ใช่ญาติก็เหมือนญาติกันไปแล้วเดี๋ยวพวกฉันก็จะไปอยู่ที่นั่นเธอก็แค่พาเจ้าตัวเล็กนี้มาเล่นกับพวกฉันบ่อยๆ แล้วกันดูสิน่าตาน่าเอ็นดูโดยแท้” ป้าขจีเป็นฝ่ายพูดแทนพี่สาวขึ้นมา
ในขณะที่เธอมามองดูเด็กน้อยที่กำลังหลับตาพริ้มแล้วทำปากจุบๆจับๆ พร้อมกับที่เธอก็ชำเลืองมองไปยังลูกชายของตนอย่างปลงๆ
“น้าบัวจ๊ะตอนนี้น้าสิงห์ไปเดินเรื่องเอกสารอยู่ถ้าอย่างนั้นพวกขวัญกลับก่อนนะจ้ะขวัญจะไปเปลี่ยนรถเอารถตู้มารับน้าบัวกับน้องกลับบ้าน”
“ขวัญเอาแบบนี้ดีกว่าหนูไปที่บ้านป้านะไปบอกกับเจิดว่าให้เอารถตู้ออกมารับบัวและครอบครัวที่นี่หนูเองก็จะได้ไม่ต้องเทียวไปเทียวมาป้าทั้งสองคนก็จะได้ไปบ้านสวนด้วย”ป้าลำเจียกบอกกับขวัญ
“แล้วป้าทั้งสองต้องกลับไปเก็บของใช้หรือเปล่าค่ะเผื่อจะได้ไปนอนที่นู่นด้วยหนูจะได้บอกกับป้าแม้นให้เก็บของให้กับป้าด้วยจ้ะ”ขวัญถามกับป้าทั้งสองคน
“อืมของที่อยู่ในห้องที่บ้านของหนูป้าว่าก็พอนะลูกเพราะพวกป้าสองคนเอาไปทิ้งไว้เยอะมากฮ่าๆ ไม่ต้องให้แม้นเก็บมาเพิ่มหรอจ้ะ”ป้าลำเจียกบอกกับขวัญพร้อมอดหัวเราะออกมาด้วยไม่ได้
เมื่อขวัญรับรู้แล้วเธอกับพี่และน้องก็พากันเดินลงมาที่รถกระบะคันเก่งของพวกเธอและพี่โชติก็เป็นผู้ขับไปยังบ้านป้าลำเจียกทันทีเมื่อบรรลุจุดประสงค์ที่ผู้ใหญ่ต้องการแล้วพวกเธอทั้งสามก็กลับบ้านกัน
แต่ก่อนที่พวกเธอจะเลยกลับไปยังบ้านสวนเธอก็ได้ไปบอกกับคนที่บ้านของน้าบัวก่อนว่าหมออนุญาติให้น้าบัวกับลูกชายคนเล็กกลับบ้านได้วันนี้น่าจะเป็นช่วงบ่ายๆก็ถึงโดยมีป้าลำเจียกมาส่ง
“คุณนายแกเป็นคนดีแท้นะขวัญไม่รังเกียจคนยากคนจนอย่างบ้านเราเลย”แม่ของน้าสิงห์พูดออกมา
“ใช่จ้ะย่า ย่าเองก็เตรียมตัวรับหลานตัวน้อยไว้นะตอนนี้ฉันและพี่น้องต้องกลับบ้านก่อนแล้วลาละจ๊ะ” ขวัญ โชติและเพชรไหว้ลาผู้สูงวัย
เมื่อทังสามกลับถึงบ้านก็บ่ายโมงกว่าแล้วพวกเขาก็พากันไปกินข้าวแต่แล้วก็ต้องแปลกใจที่วันนี้มีคนมาดูโทรทัศน์ที่โรงอาหารกันอย่างมากมาย
“ลูกหินนี่เขามาทำอะไรกันเหรอ” ขวัญเดินไปถามกับลูกหินที่กำลังช่วยป้าสายตักขนมใส่ถ้วยให้คนที่มายืนรอพร้อมกับส่งเงินให้ลูกหินสามบาท
“เขาพากันมาลุ้นหวยจ้ะพี่ขวัญวันนี้ตรงกับวันที่สองเขาเลื่อนมาออกวันนี้แล้วเขาก็พากันมาซื้อขนมที่หนูทำด้วย นี่ก็ขายได้หลายถ้วยแล้ว”ลูกหินตอบผู้เป็นพี่สาว
“อ๋อ แล้วนี้ลูกหินทำขนมอะไรเอามาให้พวกพี่กินกันบ้างสิร้อนจะแย่แล้ว”ขวัญบอกกับน้องพร้อมเดินไปเรียกพี่โชติและเพชรให้มายกขนมไปนั่งกิน
“เฉาก๊วยครับ แล้วก็มีหวานเย็นด้วยพวกพี่กล้ากับพี่ไม้ก็พากันไปซื้อน้ำแข็งกันอยู่ส่วนพี่หมูกับพี่ข้าวก็ไปช่วยกันดูน้องๆ แทนปู่กับย่าครับ” ลูกหินได้บอกถึงพี่น้องแต่ละคนว่าไปไหนและทำอะไรขึ้นมา
“รีบบอกเชียวกลัวว่าพี่จะถามหรือไงแต่พี่ก็กำลังจะถามอยู่พอดีจริงๆนั่นแหละ”ขวัญพูดหยอกน้องอย่างยิ้มๆ
“พ่ออยู่ไหนล่ะลูกหินอยู่สำนักงานด้านหน้าหรือเปล่า”พี่โชติถามน้องออกมาบ้างขณะที่เคี้ยวเฉาก๊วยในปากหมดแล้ว
“ใช่ครับพ่อกับตาผู้ใหญ่กำลังคุยกันถึงเรื่องสถานที่ที่จะก่อตั้งกลุ่มหัตถกรรมครับพ่อบอกว่าทางผู้ใหญ่ในจังหวัดอนุมัติให้ทำได้แล้วครับแล้วก็ยังมีเรื่องถนนดำที่จะสร้างเข้ามาในหมู่บ้านด้วย”
“นี่หมู่บ้านหนองนาของเราก็จะเจริญขึ้นแล้วสิใช่ไหมต้องขอบคุณผู้ใหญ่และกำนันหมู่บ้านเราจริงๆและก็ขอบคุณความคิดของเอ็งด้วยนะขวัญที่ช่วยนำความเจริญเข้ามาไหนจะยังช่วยหางานให้พวกลุงๆป้าๆทำกันด้วย”ชาวบ้านที่ได้ยินที่พี่น้องบ้านขวัญคุยกันพูดออกมา
เหล่าชาวบ้านที่กำลังนั่งดูโทรทัศน์อยู่ก็เห็นด้วยพร้อมพูดขอบคุณบ้านของขวัญกันอย่างยกใหญ่จนแม่นวลที่นั่งอยู่ในกลุ่มลุ้นหวยก็ยิ้มรับจนเหงือกแห้งเลยทีเดียว
ขวัญและเหล่าพี่น้องก็เริ่มทำตัวไม่ถูกจึงได้รีบกินขนมแล้วก็รีบพาตัวออกมาจากโรงอาหาร โรงอาหารบ้านขวัญไม่ได้ขายอาหารก็เหมือนขายโดยเฉพาะวันหวยออกมักจะมีชาวบ้านมาดูโทรทัศน์เมื่อหิวเขาก็มาซื้อข้าวในโรงอาหารกิน
ซึ่งยายแช่มกับป้าสายก็ได้มาปรึกษาเรื่องนี้กับขวัญแล้วขวัญก็บอกไปว่าข้าวราดแกงหนึ่งอย่างสองบาทสองอย่างก็สามบาทขนมก็ถ้วยละสามบาท
ขวัญจะให้พิเศษกับป้าสายและยายแช่มเมื่อขายแล้วนับเงินแล้วเธอก็หักทุนไว้แล้วและก็หักอีกหนึ่งส่วนไว้ให้เธอก็พอถือว่าเอามาเป็นค่าไฟนอกนั้นก็ให้ป้าสายกับยายแช่มแบ่งกันเอาเองยกเว้นขนมที่เป็นของลูกหิน
เสียงเฮ ก็ดังขึ้นในโรงอาหารประจำสวนอีกครั้งเมื่อเหล่าคอหวยได้ถูกหวยกันอีกแล้วซึ่งเลขครั้งนี้ก็เป็นเลขทะเบียนรถตู้ของสวนขวัญที่พาน้าบัวไปคลอดลูกนั่นเองเมื่อทุกคนถูกขวัญซึ่งกำลังนับสินค้าอยู่ในโรงงาน
ก็ได้ยินแว่วๆว่าทุกคนจะนำเงินไว้รับขวัญเจ้าเด็กน้อยลูกของน้าบัวท่ี่พวกเขาคิดว่าได้นำโชคมาให้ขวัญเมื่อได้ยินแบบนี้ก็ดีใจแทนน้องน้อยด้วยที่เป็นที่รักและเอ็นดูของคนหมู่มากแม้จะมาจากการถูกหวยก็ตาม
วันเวลาผ่านไปหลายวันจนในที่สุดทางด้านอาแทนไทยทนไม่ได้อีกต่อไปเพราะเริ่มปวดหัวกับเรื่องแปลกๆบนโรงพักทุกวันจนต้องมาสวนขวัญในวันนี้เมื่อเขาทักทายคนที่มาเปิดประตูให้ก็ได้รู้ว่าคนที่ต้องการพบไม่อยู่พวกเขาก็ได้แต่พากันผิดหวังกลับไป
ขวัญซึ่งไม่่รู้ว่ามีใครมาหาเธอเพราะตอนนี้เธอและพี่น้องทั้งหลายกำลังมาทำเรื่องสมัครเข้าโรงเรียน ขวัญ พี่โชติ และเพชรต้องมาสมัคเรียนกศน.แล้วสอบเทียบเพื่อจะได้ให้จบระดับชั้นประถมซึ่งปี1979ได้เปลี่ยนเป็นป.1-ป.6แล้ว
ทางโรงเรียนแห่งนี้ได้เห็นว่ากลุ่มของขวัญทั้งสามคนได้เรียนมาก่อนแล้วเมื่ออดีตจนถึงป.4 และก็เป็นคนทำงานกันทั้งหมดด้วยเขาจึงอนุโลมให้โดยการให้เรียนไปก่อนครึ่งปีแรกและครึ่งปีหลังค่อยขอสอบเทียบจบป.6 เพราะปีหน้าจะได้ลงเรียนระดับมัธยมต้นกันได้โดยไม่ช้าไปกว่านี้
ทั้งสามรวมทั้งพ่อก็ได้แต่พยักหน้ารับเพราะยังไงก็ต้องเรียนอยูู่ดีเมื่อขวัญ พี่โชติและเพชรจัดการเรื่องเรียนเอกสารเสร็จครูที่รับสมัครให้กับทั้งสามก็ยังใจดีบอกกับทั้งสามคนให้สามารถเดินชมโรงเรียนแห่งนี้ได้
ถึงแม้ว่าจะมาเรียนแค่วันอาทิตย์วันเดียวก็ตามขวัญเดินไปรอบๆโรงเรียนก็เห็นวิญญาณสารพัดรูปแบบแฝงกายกันอยู่หลายตนแต่เธอก็ไม่ได้คิอะไรเพราะชินแล้วและก็ไม่ได้บอกใครด้วยว่าโรงเรียนแห่งนี้มีผี
เมื่อจบเรื่องโรงเรียนของสามพี่ใหญ่ก็ถึงคิวของน้องๆ กันบ้างอย่างลูกหินนั้นพ่อต้องไปขอเอกสารกับทางโรงเรียนเก่าแต่ก็ต้องเรียนซ้ำชั้นป.4 ใหม่ซึ่งก็ไม่เป็นปัญหาอะไรเพราะพ่อจะพาไปสมัครเรียนโรงเรียนด้วยกันกับกล้า ไม้และต้นข้าวทั้งสามคนหลังนี้พอโรงเรียนเปิดก็ขึ้นป.5กันแล้ว
แต่สำหรับหมูผู้ซึ่งไม่เคยเรียนมาเลยจะต้องเริ่มตังแต่ระดับป.1 ซึ่งก็นับว่าช้ากว่าเด็กวัยเดียวกันไปสามปีแต่หมูก็ไม่ได้เสียใจอะไรเพราะเขาได้เรียนหนังสืออย่างที่ฝันเอาไว้แล้วและยังได้เรียนโรงเรียนด้วยกับพี่น้องของตนด้วย
เมื่อทั้งพ่อและลูกๆ พากันมาถึงโรงเรียนที่จะพาน้องๆมาสมัครขวัญก็คิดถึงครูจำปีผู้มีบุญคุณของตนขึ้นมาเธอตั้งใจว่าโรงเรียนเปิดเมื่อไหร่จะต้องมากราบครูให้ได้โรงเรียนนี้เป็นโรงเรียนที่มีพื้นที่อยู่ในวัด
ฉะนั้นถ้าคิดว่าโรงเรียนของขวัญที่จะไปเรียนเฉพาะวันอาทิตย์นั้นมีผีเยอะแล้วละก็โรงเรียนที่เหล่าน้องชายของเธอมาเรียนนี่สามารถบอกได้เลยว่าเป็นที่สถิตย์ของผีกันเลยดีกว่าไม่ว่าขวัญจะมองไปทางไหนก็อยู่กันเต็มไปหมด