จู่ๆ ก็เกิดลมพายุพัดหมุนแรงวนรอบตัวของอวี๋เฟิงเฟย หญิงสาวกรีดร้องด้วยความตกใจ จนรู้สึกรับไม่ไหว
"โอ๊ย! อะไรกันเนี่ย น่ามึนหัวเป็นบ้า ฉันเป็นลมดีกว่า"
อวี๋เฟิงเฟยหรือเพนนี เลยเป็นลมไปในทันทีพาเธอกลับเข้าสู่ยุคอดีต
แคว้นเทียนหมิน จวนเหวินชิงโหว ตระกูลอวี๋
เช้าวันถัดมา
"นี่ พวกเจ้า เร็วๆ เข้าเถิด เดี๋ยวคุณหนูรองฟื้นขึ้นมาแล้วไม่เจอใคร จะตกใจเข้า มัวแต่ชักช้า เดี๋ยวจะไม่ทันการณ์"
เสียงตะโกนเอะอะโวยวายข้างนอก ปลุกให้อวี๋เฟิงเฟยลุกขึ้นมาด้วยความหงุดหงิด
"โอ๊ย! อะไรกันเนี่ย ใครมันมาเป็นใหญ่เป็นโตที่นี่ น่ารำคาญ หนวกหู" อวี๋เฟิงเฟยโวยวายทันที
บ่าวรับใช้มองดูแล้วซึ่งเป็นหญิงวัยแรกรุ่นนั่งอยู่เคียงข้าง เพื่อคอยปรนนิบัติรับใช้
"คุณหนูรองตื่นแล้วหรือเจ้าคะ"
"เอ้า! แม่คนนี้ ก็เห็นๆ กันอยู่นะ ว่าโดนเสียงยัยพวกคนข้างนอกตะโกนมา ฉันก็ต้องตื่นสิ"
"ฉัน หรือเจ้าคะ"
ทันใดนั้นอวี๋เฟิงเฟยนึกขึ้นได้จึงพูดกับบ่าวรับใช้ "เอ๊ะ! เดี๋ยวก่อนนะ นึกความทรงจำแปปนึง"
อวี๋เฟิงเฟยจึงคิดได้ว่า
"โถ! ฉัน แก่แล้วหรือยังไงเนี่ย หลงลืมไปได้ นี่มันยุคจีนโบราณ ต้องมาเป็นลูกสาวของตระกูลอวี๋ ต่อหน้าผู้คนจะเรียบร้อย อ่อนหวาน แต่ต่อหน้าคนในครอบครัวเท่านั้นถึงจะแสดงความร้ายกาจได้ เอาใหม่ๆ เริ่มใหม่นะเพนนี เอ๊ย! เฟยเฟย 5 4 3 2 1 แอคชั่น"
อวี๋เฟิงเฟยจึงหันไปยิ้มแล้วมองบ่าวรับใช้ด้วยสีหน้าแววตาท่าทางเหมือนอ่อนโยน
"ฉันอะไรกัน เจ้าเข้าใจผิดแล้วจ่ะ โอ๊ย! ข้ารู้สึกปวดหัว นี่เกิดอะไรขึ้นหรือ"
บ่าวรับใช้ตอบ "คุณหนูรองตกบันไดเจ้าค่ะ จู่ๆ หน้ามืดเสียขึ้นมา เลยพลัดตกเจ้าค่ะ"
"มิน่าล่ะ แบบที่เจ้าว่านี่เอง ข้าถึงปวดหัวมากนัก" อวี๋เฟิงเฟยฟังคำตอบแล้วจึงหันไปเพ่งมองหน้าตาหญิงสาว นี่มันยัยแตง คนรับใช้ของคฤหาสน์เธอนี่นา แต่ชาตินี้คงชื่ออื่นสิท่า ตามมาเกิดด้วยกันสินะ ก็ดี จะได้ไม่เหงา
"เอ๋! เจ้าชื่ออะไรรึ ข้าตกบันได ไม่รู้ว่าตอนที่ตกไปหัวคงไปกระแทกกับพื้น ข้าเลยจำอะไรไม่ค่อยจะได้"
บ่าวสาวตอบทันที "ข้าชื่อถงฮว๋าเจ้าค่ะ คุณหนูรองจำบ่าวได้หรือไม่เจ้าคะ"
"อ๋อ! ข้าพอจะนึกออกแล้ว ถงฮว๋า นี่เอง แล้วเสียงที่เอะอะโวยวายเมื่อครู่นั่นเสียงใครกัน"
"เสียงของจินซานเจ้าค่ะ"
"ใครกันจินซาน"
"บ่าวรับใช้ของคุณหนูใหญ่เจ้าค่ะ"
"อ๋อ! บ่าวของฟ่งเอ๋อสินะ แล้วมาเอะอะโวยวายอะไรกัน เหตุใดนางถึงไม่ตามฟ่งเอ๋อไปปฏิบัติธรรม"
ถงฮว๋ามองอวี๋เฟิงเฟยด้วยความงุนงง
"ก็ก่อนจะตกบันได คุณหนูรองเป็นคนสั่งให้พี่จินซานอยู่รับใช้คุณหนูเองนะเจ้าคะ ไม่ต้องตามคุณหนูใหญ่ไป"
"อ้าว ข้าพูดแบบนั้นรึ สงสัยจะจริง แต่ข้าจำไม่ได้ นี่ ถงฮว๋า ข้าถามหน่อย ปกติแล้วนอกจากเจ้า มีบ่าวรับใช้คนไหนที่ข้าสนิทด้วยหรือไม่"
"ก็มีพี่จินซานเจ้าค่ะ พี่จินซานนอกจากจะเป็นบ่าวคนสนิทของคุณหนูใหญ่แล้ว ยังเป็นหัวหน้าบ่าวอีกด้วยค่ะ"
"เอ้า! เสียงโวยวายเมื่อกี้ พี่จินซานอะไรของเจ้า ยังดูเป็นสาวแรกแย้มอยู่เลยไม่ใช่รึ" อวี๋เฟิงเฟยซักถามด้วยความสงสัย
"เปล่านะเจ้าคะ พี่จินซานเป็นสาววัยกลางคนแล้วเจ้าค่ะ ถึงเป็นหัวหน้าบ่าวได้ มีอายุมากกว่าบ่าวตั้งหลายปี"
"อ้าว! เจ้าเองก็ยังดูเป็นเด็ก สมัยนี้เขานับอายุแก่กันเร็วรึ ข้ากับจินซานใครอายุมากกว่ากัน"
"พี่จินซานแก่กว่าเจ้าค่ะ"
"อ๋อ แต่ข้าไม่ต้องเรียกนางว่าพี่บ่าวนำหน้าใช่หรือไม่"
ถงฮว๋ามีสีหน้างุนงง "คุณหนูพูดอะไรกันเจ้าคะ มีใครเรียกบ่าวว่าพี่กัน ถึงจะเป็นหัวหน้าบ่าว ก็เรียกด้วยนามเท่านั้น"
"ข้าเข้าใจแล้ว ขอบใจเจ้ามาก แล้วนี่แค่ข้าสลบไปทั้งจวนก็วุ่นวายแบบนี้เลยหรือ"
แหม่! อวี๋เฟิงเฟยก็รู้สึกว่าพวกคำพูดโบราณพวกนี้ พูดไปแล้วก็คล่องปากเหมือนกันนะเนี่ย
"เจ้าค่ะ ก็ปกติคุณหนูรองเป็นที่รักของทุกคนในจวน ถึงจะชอบหงุดหงิดและฉุนเฉียวไปบ้าง แต่พอเกิดเหตุการณ์นี้ขึ้น ทุกคนในจวนเลยตกใจกันหมดเจ้าค่ะ คุณชายใหญ่ก็กลัวคุณหนูใหญ่จะไม่สบายใจเอาเจ้าค่ะ จะขอพรให้กับฝ่าบาทไม่ได้ เลยไม่ได้เล่าเรื่องนี้ให้คนภายนอกฟังเจ้าค่ะ รู้แค่ผู้คนในจวนตอนนี้เลยวุ่นวายเป็นการใหญ่"
สงสัยจะดีแล้วที่ตอนนี้ฟ่งเอ๋อไปขอพร ปฏิบัติธรรมที่วัดพอดี
"วัดชื่ออะไรกันนะ"
"วัดหมินเฉิง เจ้าค่ะ"
เฮอะ! ยุคบ้านี่ เอะอะ ก็มีแต่หมิน หมิน หมิน ฉันมึนหัว อะไรนักหนา เดี๋ยวได้เรียกชื่อฮ่องเต้เป็นชื่อวัดจนได้
"เบื่อแล้ว วันนี้ข้ามีสิ่งใดต้องทำหรือไม่ ถ้าไม่มี จะขอนอนต่อแล้วกัน ง่วงเหลือเกิน"
"วันนี้คุณชายใหญ่กลับมาจากตรวจการที่ทางใต้ของแคว้นเจ้าค่ะ"
"ทำไมเจ้ารู้ดีจังถงฮว๋า"
"ก็ข้าเป็นน้องสาวของพี่ถงฝูนะเจ้าคะ พี่ถงฝูเป็นคนสนิทของคุณชายใหญ่"
ได้ยินชื่อถงฝู แล้วก็นึกขึ้นมาได้ ถงฝู มันคือไอ้พงษ์ ภาสพงษ์ ที่ฟ่งเอ๋อชอบพูดถึงไม่ใช่หรอ ทำไมถึงไปอยู่กับพี่ชายใหญ่ได้ อวี๋เฟิงเฟยคิดว่า
"ไม่ ฉันไม่ยอมหรอก นายพงษ์ต้องเป็นเบ๊ของฉันเท่านั้น คนอื่นห้ามยุ่ง"
อวี๋เฟิงเฟยจึงซักถามถงฮว๋า
"แล้วทำไมถงฝูไม่มาอยู่รับใช้ข้า ถึงจะเป็นบ่าวชาย ข้าก็ได้ยินมาว่า คุณหนูของจวนโหว ย่อมมีบ่าวรับใช้พร้อมหน้า ทั้งชายและหญิง เอาไว้เพื่อไหว้วาน ทำเรื่องต่างๆ "
"ถ้าคุณหนูรองต้องการ บ่าวว่าเรียกใช้จินเอ้อ จะดีกว่านะเจ้าคะ พี่ถงฝูเป็นคนสนิทของคุณชายใหญ่"
"พี่ชายใหญ่ชื่ออะไรนะ" อวี๋เฟิงเฟยลืม
ถงฮว๋าทำหน้าสงสัยอีกครั้ง ยังไม่ตอบในทันที
อวี๋เฟิงเฟยจึงเอามือหยิกแก้มของถงฮว๋า
"โอ๊ย! คุณหนู บ่าวเจ็บนะเจ้าคะ"
"ก็ข้าต้องการหยิกให้เจ้าเจ็บอย่างไรเล่า ถามก็ตอบสิ อย่ามัวทำท่าพิรี้พิไร"
"คุณหนูลองทวนความทรงจำดูหน่อยมั้ยเจ้าคะ"
"บอกมาเถอะ ข้าไม่ได้ความจำเสื่อม ประสาทกลับแบบที่เจ้าคิด แค่เพียงเวลานี้ข้าปวดหัวจนไม่อยากคิดอะไรมากมาย บอกมาก็จบเรื่อง เร็วๆ ถงฮว๋า"
"คุณชายใหญ่ มีนามว่าอวี๋เหวินเจ้าค่ะ"
"เอ๊ะ พี่ชายใหญ่เป็นท่านโหวไม่ใช่รึ ทำไมเจ้าไม่เรียกว่าท่านโหวเล่า"
"คุณหนูลืมอีกแล้วใช่มั้ยเจ้าคะ คุณชายใหญ่ชอบความเป็นคุณชายคนโตของตระกูลอวี๋ มากกว่าการเป็นท่านโหว บรรดาศักดิ์นี้ท่านก็ได้รับพระราชทานมาจากฝ่าบาทนะเจ้าคะ คุณชายใหญ่ท่านรู้สึกว่าไม่ได้มีความสามารถที่ได้รับตำแหน่งนี้มาโดยชอบธรรม ท่านเลยไม่อยากให้คนในบ้านเรียกท่านโหวเจ้าค่ะ"
"แปลกนะถงฮว๋า ปกติคนได้ยศได้ตำแหน่งแบบลาภลอย มักจะดีใย มีความสุขมากกว่ามานั่งทุกข์ทรมานแบบพี่ชายใหญ่ ข้าว่ามีเบื้องลึกเบื้องหลังตำแหน่งท่านโหวนี้แน่ ถงฝู พี่ชายของเจ้ารู้หรือไม่"
"ข้าสนิทกับพี่ถงฝูก็จริงนะเจ้าคะ แต่ข้าไม่ได้รู้ลึกขนาดนั้น"
"ปล่อยไว้แล้วกันเถิดแบบนี้ ถามเจ้าคงไม่ได้รู้เรื่องรู้ราว เดี๋ยวข้าจัดการเองดีกว่า ได้สืบหาเรื่องสำคัญบางเรื่องไปพร้อมๆ กันด้วย ช่วงเวลานี้เขานิยมดื่มอะไรกัน ชาใช่หรือไม่ ข้าขอชาดอกกุ้ยฮวาแล้วกัน น่าจะหอมดี ปกติข้าดื่มแต่ชาฝรั่ง แต่เจ้าคงไม่รู้จัก เอาตามที่ข้าบอก ไปจัดมา ไปๆๆ"
หญิงสาวโบกมือไล่ถงฮว๋าให้ไป จนกระทั่งนึกได้คุยมาตั้งนานจนนึกได้ว่า เธอนี่ก็มีพรสวรรค์เหมือนกันนะ ไม่ชอบเรียนภาษาจีน อะไรเกี่ยวกับจีน แต่พอคราวคับขัน ไม่รู้เป็นที่เจ้าของร่างหรืออะไรกันแน่ หรือโชคชะตาช่วยเธอ เธอสามารถพูดจีน พูดคำโบราณได้คล่องปาก แหม่! ดีจริงๆ มีสวรรค์ที่น่ารักแบบท่านพ่อท่านแม่คอยช่วย
ขณะที่ถงฮว๋าออกไปชงชาดอกกุ้ยฮวาให้อวี๋เฟิงเฟย นางก็ได้พบเข้ากับถงฝู ผู้เป็นพี่ชายพอดี
"พี่ถงฝู กลับมาแล้วรึ เหนื่อยหรือไม่ เดี๋ยวข้าไปชงชาให้คุณหนูรองก่อน เดี๋ยวมาคุยด้วย"
"ไปเถอะๆ "
ถงฝูโบกมือทักทายและไล่น้องสาวให้ไปรับใช้อวี๋เฟิงเฟยเสียก่อน ตัวเขาเองก็ต้องรีบไปแต่งตัวเช่นกัน เพราะบ่ายนี้จะมีนัดสำคัญ
เจ้านายเขา อย่างคุณชายใหญ่ — อวี๋เหวิน ต้องไปเข้าเฝ้าฮ่องเต้หมินเล่อ เรื่องการพบว่าการคลังทางตอนใต้ของแคว้นเทียนหมิน มีการจดบัญชีที่ผิดแปลกไป ต้องรายงานโดยด่วน แต่ต่อให้ท่านโหวไม่รีบรายงานด้วยตนเอง ยังไงฝ่าบาทก็ต้องส่งขันทีมาที่จวนโหวเช่นกัน เพราะฝ่าบาทกับท่านโหวเองก็สนิทชิดเชื้อกันมานาน สองตระกูลมีอดีตร่วมกัน หากไม่สืบสาวราวเรื่อง ใครก็ไม่อาจรู้ได้ แต่คงยกเว้นคนผู้หนึ่งที่หากมีเรื่องใดที่ต้องการรู้ ก็ย่อมรู้ อยู่เหนือคนทั้งหมื่น แต่อยู่ใต้เพียงฝ่าบาท คงเป็นใครไปไม่ได้ นอกเสียจาก หรงกั๋วกง กั๋วกงหนุ่มแห่งแคว้นเทียนหมิน ที่ได้รับความไว้วางใจเป็นอย่างมากจนสามารถเลื่อนขึ้นตำแหน่งกั๋วกง สืบทอดตำแหน่งนี้ไปสู่ลูกหลานได้อีกนาน