รักใหม่ของไข่ข้าว

    ตอนที่ 2 วันแรกในรั้วมหา’ลัย

     
    [ไข่ข้าวเล่าเรื่อง]

            “ชีวิตในรั้วมหาลัยวันแรกของพวกเราล่ะ ไอ้วิน!”
            ผมพูดอย่างตื่นเต้นสุดๆ จนไอ้วิน หรือ อัศวิน ยอมพยักหน้าให้ช้าๆ ใบหน้าหล่อๆดวงตาคมๆเหมือนคนยังนอนไม่เต็มตื่น ทำให้รู้สึกถึงความเฉยชาไม่ใส่ใจ แต่เพื่อนสนิทของผมคนนี้ มันก็มีหน้าแบบนี้ล่ะครับ
            ถึงจะหล่อจนสาวกรี้ด แต่เพราะไม่ค่อยจะยิ้มจนบางครั้งดูขี้เก๊กจนน่าหมั่นไส้ และตอนนี้มันที่ยืนอยู่ข้างๆก็ยังคงทำหน้าแบบเดิม มีเพียงสายตาที่กวาดมองไปรอบๆเหมือนหาใคร
            “มึงไม่ต้องรีบหรอก ต้องเจอแน่ๆ”
            ผมพูดขึ้นเมื่อไอ้วินทำหน้าเศร้า ดวงตาคมแดงก่ำ สีหน้าราวกับเด็กหลงทางเปลี่ยนไปเล็กน้อย ไอ้วินไม่ได้ตอบผม เพียงแต่พยักหน้าช้าๆเนือยๆ เหมือนคนมีแต่ตัวแต่ไม่มีหัวใจอีกครั้ง
            ผมรู้สึกสงสาร เห็นใจ และทึ่ง ในตัวไอ้วินมากๆ มันเป็นคนทุ่มเทชนิดสุดตัวจริงๆ เพื่อจะตามหาใครคนหนึ่ง คนที่เป็นหัวใจของมัน มันถึงขนาดยอมทิ้งความฝันที่จะการเรียนคณะนิเทศฯ เป็นช่างภาพอิสระเดินทางถ่ายภาพไปทั่วโลก มาเรียนคณะวิศวะ โยธาฯเหมือนผม เหมือนกับเขาคนนั้น
            ผม ไอ้วิน ฝาแฝดโอ๊ตเอ็ม พวกเราสี่คน เดินไปที่จุดลงทะเบียนของเด็กใหม่ พอไปถึงก็เจอรุ่นพี่ผู้ชายคณะวิศวะ พวกเขาอยู่ในชุดง่ายๆแค่เสื้อยืดสีดำคู่กับกางเกงยีนส์ขาดๆ ที่เสื้อยืดด้านหลังสกีนรูปเกียร์พร้อมกับคำว่า ‘วิศวะ’ เอาไว้ บอกเลยว่าอย่างเท่
            “น้องปีหนึ่งเหรอ วิศวะใช่ป่ะ มาลงทะเบียนตรงนี้เลยครับน้อง”
            ไอ้วินเหลือบตามองเล็กน้อยเมื่อได้ยินเสียงรุ่นพี่เรียก ริมฝีปากขยับนิดๆ แต่เมื่อเห็นคนเรียกไม่ใช่คนที่ต้องการพบ ริมฝีปากนั้นก็กลับมาเป็นเส้นตรงเหมือนเดิม เก็บความผิดหวังไว้ภายใต้ใบหน้านิ่งเรียบ
    …♡…
            รุ่นพี่หนุ่มใบหน้ายิ้มแย้ม ยังคงยิ้มให้พวกเราอย่างใจดีโคตรๆ ผมเลยยิ้มตอบแบบไม่ค่อยมั่นใจเท่าไหร่ ก็คณะวิศวะได้ชื่อว่าโหดหินสุดๆ เรื่องนี้รู้กันมาตั้งแต่รุ่นเจ้าคุณปู่ จู่ๆมาเจอรอยยิ้มแบบนี้ก็ต้องคิดไว้ก่อนล่ะว่าอาจเป็นรอยยิ้มเคลือบยาพิษก็ได้
            แต่รุ่นพี่ก็ไม่ได้ทำให้ผมรู้สึกอึดอัด พาพวกผมเดินไปที่หอประชุมใหญ่ แนะนำ อธิบายขั้นตอนการลงทะเบียนไปเรื่อยๆ
            หลังจากลงทะเบียนเรียบร้อย พวกผมก็ได้รับสมุดมิตรภาพขนาดฝ่ามือมาหนึ่งเล่ม และกระดาษนามบัตรสีฟ้ามาหนึ่งแผ่นเขียนรหัสตัวเลขไว้ เหมือนจะเป็นของแจกให้กับเหล่าเฟรสชี่ทุกคน
            จากนั้นพวกผมทั้งสี่คน ก็ถูกต้อนให้เข้ามานั่งในหอประชุม มีคนที่มานั่งรออยู่ก่อนแล้วไม่มากไม่น้อย ทุกคนนั่งขัดสมาธิกับพื้นเป็นแถวอย่างมีระเบียบ โดยมีรุ่นพี่กลุ่มใหญ่อีกกลุ่ม ใส่เสื้อยืดสีดำแบบเดียวกัน ยืนคอยกำกับดูแล
            บรรยากาศนอกห้องประชุมยังคงคึกคักอย่างต่อเนื่อง บรรยากาศภายในก็สนิทสนมกลมเกลียว เด็กใหม่ พูดเล่น พูดคุยกันอย่างอิสระ
            เมื่อได้เวลาปิดรับลงทะเบียน รุ่นพี่ก็เข้ามาแนะนำตัวว่าเป็นพี่สันทนาการ ซึ่งก็มีพี่ว้ากปีสองทำหน้าโหดยืนคุมเงียบๆอีกทีอยู่ด้านหลัง
            “ส่วนชื่อ อยากรู้จักใครก็ไปถามกันเอาเองนะครับ และเพื่อมิตรภาพที่แน่นแฟ้น พวกน้องๆจะต้องล่าลายเซ็นพร้อมช่องทางติดต่อใส่สมุดมิตรภาพที่ได้รับแจกมาตอนลงทะเบียนภายใน 2 อาทิตย์
            ไม่มีการกำหนดจำนวนคน เพียงแต่ต้องมีทั้ง 4 ปี นี่ถือเป็นการเริ่มต้นกิจกรรมรับน้อง น้องๆทำได้ไหมครับ!”
            “ทำไม่ได้ ไม่อยากทำ มีบทลงโทษเหมือนกัน เลือกเอาที่สบายใจ!!”
            นั่นไง เริ่มโผล่หางกันแล้วสินะ ระบบรับน้องของคณะวิศวะที่ไม่ธรรมดา ประโยคสั้นๆด้วยเสียงเข้มๆ ดังมาจากรุ่นพี่ที่ทำหน้าเหี้ยมยืนคุมอยู่ข้างหลัง หรือที่เรียกว่า พี่ว้ากนั่นล่ะ
            ไอ้วินหันมองด้วยหางตา แต่เมื่อไม่เห็นเงาคนที่อยากเห็นก็หันหน้ากลับไปข้างหน้าอย่างไม่สนใจ รุ่นพี่หน้าเหี้ยมถูกเรียกว่า ‘พี่ว้าก’ ส่วนรุ่นพี่หน้ายิ้มเหมือนแปะยิ้ม นั่นคือ พี่สันทนาการ เรียกสั้นๆว่า ‘พี่สัน’ แค่ชื่อก็เสียวกระสันพรั่นพรึงไปแล้ว
            ผมท่องจำอย่างขึ้นใจ เพราะกลัวจะสะดุดตีนพี่ว้ากจนสร้างเรื่องให้ไอ้วิน สำหรับผมกิจกรรมรับน้องครั้งนี้ มีความน่าตื่นเต้นและท้าทายมากๆ น่าตื่นเต้นกับการได้รู้จักคนใหม่ๆ และท้าทายว่าผมจะทำให้เหล่ารุ่นพี่เซ็นชื่อลงสมุดได้หรือเปล่า
            ผมอยากรู้จักพวกเขา แต่พวกเขาจะอยากรู้จักผมหรือเปล่า ตรงนี้ล่ะ ปัญหา…
            ผมก้มมองชื่อเล่นของตัวเอง ที่รุ่นพี่จงใจเขียนให้ไม่ครบตัวอักษร จาก ‘ไข่ข้าว’ จึงกลายเป็น ‘ไข่ขาว’ แถมยังมีกฎให้เด็กปีหนึ่งทุกคนแขวนป้ายชื่อไว้ที่คอตลอดอีก
            หนาวไข่จริงๆ !
    …♡…
            พี่สันฯ ยังคงอธิบายกฎระเบียบของหอพัก ระเบียบการต่างๆของการอยู่ร่วมกัน ที่เด็กปี 1 จำเป็นต้องรู้ อย่างระเอียดยิบ แต่พี่ครับพูดเร็วปานจะรีบไป ขxx หรือครับ ใครมันจะไปฟังทัน !
            ใช้เวลาไปเกือบสองชั่วโมง พี่สันทนาการ ก็พาพวกเราไปยังที่ตั้งหอพักในมหาลัย พร้อมพูดไปเรื่อยไม่หยุดราวกับผีเจาะปากมาพูด ทำเอาผมรู้สึกแปลกใจนิดว่าพี่ๆต้องมีแผนอะไรบางอย่างแน่ ผมเลยแอบเอามือถือมากดอัดเสียงไว้ซะเลย
            “ห้องพักในหอ น้องดูเลขที่กระดาษสีฟ้า ที่พี่ให้ได้เลยนะ นั่นเป็นหมายเลขห้องของน้องๆ ในห้องพักหนึ่งห้อง จะมีปี1 สองคน แล้วก็มีรุ่นพี่ 1 คน คอยแนะนำดูแล ถ้าไม่เข้าใจอะไร ถามรุ่นพี่ที่พักอยู่ด้วยกันได้”
            ผมหยิบกระดาษสีฟ้าที่รุ่นพี่ให้ตอนลงทะเบียนออกมา ไอ้วิน แฝดโอ๊ตเอ็ม ก็หยิบออกมาดูเช่นกัน แล้วพวกเราก็ได้คำตอบว่า ทุกคนถูกแยกห้องกันหมดเลย และแน่นอนว่าปัญหาเกิดขึ้นทันที
            “พี่ครับ ขอโทษจริงๆ ผมกับฝาแฝดไม่เคยอยู่แยกกันเลย เวลาอยู่แยกกันพวกเราจะรู้สึกไม่ปลอดภัย เหมือนถูกใครกระชากวิญญาณออกไปครึ่งหนึ่ง พอจะมีใครแลกห้องกับผมได้ไหมครับ”
            “เอ... ทำยังไงดี เลขห้องกำหนดไปแล้ว เปลี่ยนไม่ได้แล้วสิ ไม่อย่างนั้นพี่ว้ากปีสามจะต้องมาเล่นงานแน่ๆเลย”
    พี่สันทนาการพูดเก่ง ทำหน้าเครียด แต่ผมมองออกว่าพี่แค่แกล้ง
    “พวกเราไม่เคยแยกกันจริงๆ ตั้งแต่ในท้องแม่ พวกเราก็อยู่ด้วยกันตลอด จะกิน จะนอนก็ทำด้วยกัน ไม่เคยแยกจากกันเลย ทำไม่ได้จริงๆ ถ้าที่นี่เป็นปัจจัยให้พวกเราพี่น้องต้องแยกกัน พวกเราคงเรียนที่นี่ไม่ได้แล้วสินะ ทำยังไงดี…ฮือฮือ ผมอยากเรียนที่นี่ แต่….”
    แฝดเอ็มบีบน้ำตาออสก้าเป็นคนแรก แฝดโอ๊ตจึงยิ้มอบอุ่นแบบเจ้าชายเป็นการสนับสนุน
    “เอ็ม...ไม่ต้องกังวลนะ ถึงตายเราก็จะไม่แยกจากกัน เราจะนอนในหลุมเดียวกัน ชาติหน้าเราก็จะเกิดมาพร้อมกันแบบนี้อีก”
    “โอ๊ต … พี่ชายที่แสนดี เอ็มรักโอ๊ตคนเดียววววว”
    เอาแล้วไงครับ กับความป่วนของฝาแฝดสุดแสบ
    สองแฝดสุดโอเวอร์พูดไปน้ำตาคลอไป กอดกัน ราวกับฝาแฝดอินจัน ผมได้แต่แอบบีบติ่งหูของตัวเองเบาๆ เพื่อกลั้นเสียงหัวเราะ พยายามทำหน้าให้อินไปกับความเวอร์วังของเพื่อนสนิท
    ไอ้แฝดแกล้งบีบน้ำตา แกล้งทำให้ดูน่าสงสารในท่าทางที่เหมือนกัน เรามาคอยดูกันว่าฝั่งไหนจะชนะ
    ... ♡...

    “แลกห้องกับฉันได้”
    ผมหันมองเจ้าของเสียงทุ้มที่หลงกลความโอเวอร์ของเจ้าแฝดทันที
    เขาเป็นผู้ชายตัวสูง หน้าตาดูดีแบบหลุดออกมาจากซีรีส์เกาหลี ทรงผมเรียบเนี๊ยบ เสื้อเชิ้ตนักศึกษาที่รีดจนไร้รอยยับ ขนาดผมที่คิดว่าตัวเองดูโอเคแล้วยังรู้สึกเหมือนถูกลดเกรดลงไป
    ผมเลื่อนสายตามองป้ายชื่อที่ห้อยไว้ที่คอทันที
    ‘มาติน’ ชื่อหล่อสมเป็นพระเอกจริ้ง ทีอย่างนี้ทำไมพี่แม่งเขียนครบวะ ไม่ตัดคำว่า ‘มา’ ทิ้งไปเล่า จะได้เหลือแต่ ‘ติน’ (ตีน) บันเทิงทั้งคณะ
    คนหล่อเกาหลี มองมาที่ผมด้วยสายตานิ่งๆ พูดเรียบๆแล้วยื่นกระดาษหมายเลขห้องให้กับฝาแฝด
    “ทำแบบนี้ไม่ได้สิ ตอนนี้ระบบมันระบุชื่อประวัตินักศึกษาเอาไว้แล้ว ถ้าแลกห้องกันเองตามใจแล้วเพื่อนคนอื่นๆล่ะ”
    พี่สันคนเดิมยังคงขัด ชายตัวสูงคาแร็คเตอร์พระเอกเกาหลีจึงเหล่สายตามองรุ่นพี่ที่เตี้ยกว่า แล้วพูดเรียบๆ
    “ปีหนึ่งไม่มีสิทธิ์ที่จะแลกห้องกันเองตามใจ แต่คนเป็นรุ่นพี่สามารถจับน้องยัดใส่ห้องไหนก็ได้ตามใจสินะครับ”
    คำถามนี้เหมือนคนเอาระเบิดออกมาวางไว้เฉยๆ แล้วรอให้รุ่นพี่เป็นตัวจุดชนวนระเบิดบ้าง
    เหมือนรุ่นพี่ที่เอาแต่พูดต่อยหอยเหมือนพยายามจะวางระเบิดให้น้องๆต่อต้าน เพียงแต่พี่โชคร้ายหน่อยที่มีรุ่นน้องฉลาด เลยไม่มีใครต่อต้านซักถามให้วุ่นวาย
    แต่คำถามของ ‘มาติน’ ไม่ว่าจะตอบยังไงความวุ่นวายจะต้องตามมาอย่างแน่นอน ไม่ช้าก็เร็ว ผมจะรอดูว่าพี่มันจะตอบยังไง
    หากตอบว่า ‘ไม่ใช่’ ก็ต้องหาเหตุผลมาย้อนแย้งว่าทำไมคนเป็นพี่ถึงมีสิทธิ์ทำได้ หากตอบ ‘ใช่’ ไอ้รุ่นน้องปีหน้าก็เตรียมตัวซวยได้เลย เพราะเหมือนว่า ไอ้หล่อเกาหลี นี่จะเป็นพวกแค้นฝังหุ่น สิบปีเอาคืนไม่สาย
    โครตฉลาด !
    ผมมองคนตัวสูง หน้าหล่อ มาดพระเอกเกาหลี อย่างประทับใจจริงๆ
     
    …♡…

    ✿ คุยกันจ้า ! ✿
    การเริ่มต้นบทใหม่ในชีวิตของไข่ข้าวเป็นเหมือนภาพสะท้อนของความฝันและความหวังของเด็กหนุ่มธรรมดาๆ ที่ก้าวเข้าสู่เมืองใหญ่ พร้อมกับความตั้งใจและเป้าหมายที่ชัดเจน คุณล่ะเคยมีความฝันแบบไข่ข้าวหรือเปล่า? แชร์เรื่องราวของคุณไว้ให้ เรารู้กันบ้างนะคะ
    ตอนต่อไป ไข่ข้าวเริ่มต้นชีวิตในมหาวิทยาลัยด้วยความป่วนขั้นสุด เจอทั้งพี่ว้ากสุดโหดและกิจกรรมรับน้องที่ทำเอาหัวหมุน แต่ท่ามกลางความอลหม่าน ยังมีเรื่องลึกๆ ของวินที่เริ่มเผยให้เห็น!
    อย่าลืมกดติดตาม กดหัวใจ และเก็บเข้าชั้นหนังสือไว้นะคะ มาเอาใจช่วยไข่ข้าวกันค่ะ!   
    …♡…