King of world ราชันแห่งพิภพ

    ความจริงที่น่าตื่นตระหนก

    ​

    "หือ..แค่ไปเมืองกรีนวู้ดเองอีกหน่อยพี่สาวกับพี่ชายเธอก็กลับมาเองละนะไม่ต้องร้องไปหรอก"วาสพยายามเอ่ยปลอบใจเด็กสาว เขาคิดว่าเธอคงกำลังกลัวที่จะต้องอยู่คนเดียวเลยร้องไห้ออกมา

    ทว่าไป๋หยูกลับมองวาสด้วยสายตาแปลกๆและเอ่ยถามเสียงสะอื้นว่า

    "พี่วาสไม่รู้เรื่องที่เมืองกรีนวู้ดหรอคะ?"เมื่อเห็นวาสส่ายหน้า ไป๋หยูจึงเล่าเรื่องกองทัพก็อบลินกำลังเคลื่อนที่ไปบุกเมืองกรีนวู้ดให้วาสฟังทั้งน้ำตา

    ชายหนุ่มเมื่อได้ยินเรื่องราวทั้งหมดก็ตัวแข็งทื่อตะลึงอยู่กับที่ ในหัวสมองรู้สึกอื้ออึงคล้ายถูกหวดด้วยค้อนหนักอย่างจัง

    "ระ..เรื่องจริงงั้นหรอ"ชายหนุ่มเอ่ยถามเสียงแผ่ว

    เด็กสาวยกแขนเสื้อปาดน้ำตาแทนคำตอบ ก่อนที่เธอจะลุกขึ้นเก็บโต๊ะอาหารอย่างเงียบๆและเดินหายเข้าไปในห้องนอนของเธอ

    วาสมองการกระทำของเธอด้วยสายตาเรียบนิ่ง ในหูของเขาได้ยินเสียงสะอึกสะอื้นดังออกมาจากห้องนอนของเด็กสาว

    ชายหนุ่มหันหน้าไปมองท้องฟ้าผ่านทางหน้าต่างและนั่งนิ่งอยู่กับที่อย่างนั้นเป็นเวลานาน จนกระทั่งแสงแดดส่องมากระทบผิวหน้าให้ความรู้สึกอบอุ่นจางๆ

    แต่ทว่าแม้อากาศภายนอกจะร้อนแรงแต่หัวใจของวาสกลับเย็นเฉียบ...

    วาสนั่งนิ่งอยู่บนเก้าอี้จนตะวันตกดินโดยไม่ขยับเขยื้อนไปไหน ห้วงความคิดหมุนคว้างสับสนไม่รู้จะทำเช่นไรเป็นเวลานาน

    "เฮ้! ยัยหนูไป๋หยู ฉันเอาอาหารเย็นมาให้ ลงมาเอาหน่อยสิ"เสียงร้องตะโกนจากหน้าร้านปลุกวาสขึ้นจากภวังค์ ชายหนุ่มเบือนหน้าไปมองยังห้องนอนของเด็กสาวที่ไร้การเคลื่อนไหวจึงคิดว่าเธออาจจะหลับไปแล้ว จึงลุกขึ้นหยิบหน้ากากออกมาสวมอีกครั้งและเดินลงไปยังชั้นล่าง

    "สวัสดีครับ"เสียงแรกที่โผล่พ้นของจากริมฝีปากหนาคือคำทักทายแสนเรียบง่าย แม้ว่าน้ำเสียงมันจะดูแห้งแล้งแปลกๆก็ตาม

    "โอ้...นายเองหรือเจ้าหนุ่ม แล้วไป๋หยูละ"ลุงหยวนเอ่ยถามขึ้นเมื่อเห็นวาสลงมาคนเดียว

    "เธอหลับไปแล้วครับ"ชายหนุ่มตอบอย่างง่ายๆราวกับไม่มีกะจิตกะใจจะตอบ

    "อ้าวหรอ...แย่จริงๆสงสัยฉันจะมาช้าเกินไป ยัยเด็กนั่นดันรีบนอนซะได้แถมนอนโดยไม่ได้กินข้าวเย็นด้วย"วาสรับฟังเงียบๆทำให้ชายร่างท้วมต้องมองหน้าวาสแปลกๆ

    'เจ้าหนุ่มนี้เป็นคนพูดไม่เก่งงั้นหรอ'ชายร่างท้วมคิดในใจเงียบๆ ก่อนจะยื่นกล่อง2กล่องให้กับวาส

    "อะนี้! ฉันทำอาหารมาให้สำหรับ 2 คน ถ้าไม่กินวันนี้ก็เก็บไว้อุ่นกินพรุ่งนี้ก็ได้"วาสเอ่ยขอบคุณเบาๆ ลุงหยวนเกาหัวแกร๊กๆไม่รู้จะเอ่ยอะไรจึงได้แต่เอ่ยคำลาพลางหันหลังจะเดินจากไป

    แต่ทว่ากลับถูกวาสเรียกขึ้นมาคำหนึ่งก่อน

    "ไม่ทราบว่าลุงพอจะรู้สถานการณ์ที่เมืองกรีนวู้ดบ้างไหมครับ?"ลุงหยนเลิกคิ้วก่อนจะหันหน้ามาสนทนากับวาสอีกครั้ง

    "ฉันก็ไม่รู้อะไรมากหรอกนะ ก็แค่รู้ว่าตอนนี้เมืองกรีนวู้ดถูกปิดล้อมด้วยกองทัพก็อบลินอยู่ จากนั้นก็ไม่มีข่าวคราวอะไรจากทางนั้นมาอีกเลย"ลุงหยวนเอ่ยเสียงเรียบๆ ก่อนจะหันมองไปบนชั้นสองด้วยสายตาสงสารเวทนา

    "นายคงจะรู้เรื่องของครอบครัวไป๋หยูแล้วสินะ น่าสงสารเด็กนั่นจริงๆ ที่ทุกคนในครอบครัวดันซวยไปอยู่ในเมืองกรีนวู้ดในเวลาแบบนี้ซะได้ ครั้งแรกที่ได้ข่าวเรื่องนี้ยัยหนูนั้นถึงกับขังตัวเองอยู่ในร้านคนเดียวฉันเรียกอยู่นานก็ไม่ยอมออกมาเลยต้องพังประตูเข้าไป แล้วไปเจอยัยไป๋หยูนั่งซูบผอมร้องไห้อยู่คนเดียว ใจจริงฉันก็อยากจะรับเธอมาอยู่ด้วยที่ร้านของฉันด้วยละนะ แต่ยัยหนูนั่นไม่ยอมอยู่ท่าเดียว สุดท้ายเลยต้องให้อยู่ที่นี้คนเดียว เอาเถอะ! ยังไงตอนนี้ก็มีนายอยู่เป็นเพื่อนแล้วนี้ ฉันหวังว่านายจะอยู่ที่เมืองนี้นานหน่อยแล้วกันนะ จะได้ช่วยกันดูแลยัยหนูนั่นกัน"ลุงหยวนยิ้มฝืนๆก่อนจะตบไหล่วาสเบาๆก่อนจะเดินจากไป

    ชายหนุ่มยืนมองแผ่นหลังของชายร่างท้วมครู่หนึ่งก่อนที่เขาจะเดินหายเข้าไปในร้าน

    วาสเดินมาหยุดอยู่ที่หน้าห้องนอนของเด็กสาวจากนั้นจึงลองเปิดประตูดู ก่อนจะพบว่าเธอไม่ได้ล็อกห้อง

    ชายหนุ่มผลักประตูเข้าไปเบาๆ แล้วพบว่าให้ห้องมืดสนิทมีเพียงเงาเรือนรางของเด็กสาวที่นั่งกอดหมอนอยู่คนเดียวในห้อง

    "ยังไม่นอนงั้นหรอ"วาสเอ่ยถามขึ้นเบาๆ

    "อือ"ไป๋หยูตอบเสียงแผ่ว

    "ถ้าอย่างนั้นก็ออกมากินข้าวด้วยกันสิ ลุงหยวนเขาเอาอาหารมาฝากนะ"

    ไป๋หยูลังเลแต่สุดท้ายเธอก็ลุกจากเตียงเดินออกมาจากในห้องแต่โดยดี

    ทั้งคู่มานั่งรับประทานอาหารเงียบๆอยู่โต๊ะอาหารอีกครั้ง ชายหนุ่มเฝ้ามองเด็กสาวกินอาหารอย่างสงบ ก่อนที่เขาจะเผลอเห็นภาพไป๋ฟางซ้อนทับกับเด็กสาว มือของเขายกขึ้นจับจี้หยกที่ห้อยคออยู่อย่างไม่รู้ตัว

    'ต้องทำอะไรสักอย่างแล้ว'

    เมื่อตัดสินใจได้ดังนั้นเขาก็รีบสวาปามอาหารตรงหน้าอย่างรวดเร็วจนหมดก่อนจะยกน้ำตามและลุกขึ้นพรวดจนเด็กสาวตกใจ

    "พี่วาสจะทำอะไรคะ?"วาสมองหน้าเด็กสาวลังเลใจว่าจะตอบดีหรือไม่ แต่เขาก็เลือกตอบไปตามตรง

    "ฉันจะไปสืบข่าวเรื่องเมืองกรีนวู้ดสักหน่อย"ไป๋หยูตาลุกวาวเอ่ยถามอย่างตื่นเต้นว่า

    "พี่วาสมีทางช่วยครอบครัวหนูหรือค่ะ"ชายหนุ่มมองหน้าเด็กสาวอย่างไม่รู้ว่าจะตอบว่าอะไรดี เพราะกลัวคำตอบของเขาอาจจะไปทำร้ายเธอได้

    "ตอนนี้ฉันบอกอะไรไม่ได้หรอกนะ"

    "งั้นหนูขอไปด้วย!"

    "ไม่ได้! เธอไปก็เกะกะฉันเปล่าๆ"วาสตอบกลับอย่างไม่ถนอมน้ำใจ เขาเคยชินกับการเคลื่อนไหนคนเดียวมากกว่า หากมีคนอื่นไปด้วยจะขัดแข้งขัดขาเขาเปล่าๆ

    ไป๋หยูเบ้ปากคิดในใจว่า พี่สาวเธอไปมอบจี้เส้นนั้นให้คนเย็นชาอย่างนี้ได้ยังไง แต่เธอรู้ว่าตอนนี้บ่นไปก็ไม่มีประโยชน์ จึงลุกขึ้นจากเก้าอี้วิ่งอ้อมโต๊ะไปเกาะแขนวาสพรางแสร้งร้องไห้ฟูมฟายเป็นการใหญ่ว่า

    "โฮฮฮฮพี่วาสค่ะ...หนูไม่อยากอยู่คนเดียวให้หนูไปด้วยนะๆๆๆ"วาสย่นคิ้วกับท่าทางของไป๋หยู เขาไม่รู้จะรับมือยังไงกับเด็กสาวตรงหน้าดี สุดท้ายจึงได้แต่ตกปากรับคำว่าจะพาไปด้วยและรีบไล่เธอไปแต่งตัวออกไปข้างนอก

    เด็กสาวเมื่อได้รับอนุญาตก็ร้องเย้ๆผิดกับท่าทางเมื่อครู่และรีบวิ่งหายไปแต่งตัวในห้องนอนอย่างรวดเร็ว







    เมืองกรีนวู้ด

    แก๊ง! แก๊ง! แก๊ง!..

    ท่ามกลางยามวิกาลมีเพียงเสียงเคาะอาวุธดังเป็นจังหวะต่อเนื่องสะท้อนไปทั่วทั้งเมือง ทำให้เหล่าผู้คนที่อยู่อาศัยภายในเมืองไม่อาจจะข่มตานอนหลับลงไปได้

    "โว้ยยยย! น่ารำคาญชิบ ไอ้พวกตัวเขียวนั่นมันจะเคาะไปถึงเมื่อไหร่กันวะ!!!"เสียงร้องตะโกนอย่างหัวเสียดังขึ้นมาจากยามคนหนึ่งที่กำลังเฝ้าอยู่บนกำแพงเมือง แต่เสียงนั้นไม่อาจจะกลบเสียงเคาะอาวุธของพวกก็อบลินได้เลย

    พวกมันต่างพากันแบ่งกองกำลังเล็กๆออกมาจำนวนหนึ่ง จากนั้นก็กระจายไปรอบเมืองแล้วให้นำเอาอาวุธและโล่ที่ถืออยู่คอยเคาะกันเป็นจังหวะส่งเสียงรบกวนดังเข้าไปในเมืองเพื่อก่อกวนไม่ให้คนในเมืองสามารถข่มตาหลับลงได้

    "เอายังไงดีครับหัวหน้า นี้ก็คืนที่3แล้วที่พวกมันทำอย่างนี้ ชาวเมืองตอนนี้เริ่มจิตตกเต็มทีเพราะนอกจากหวาดกลัวสงครามแล้วยังต้องเจอเสียงนี้คอยขู่เข็ญตลอดทั้งคืืนอีก หากปล่อยไว้ผมว่ามันจะแย่เอานะครับ"ชายหนุ่มหน้าตาดีคนหนึ่งเอ่ยขึ้นรายงานกับหญิงสาววัยกลางคนเจ้าของผมสีน้ำตาลผู้เป็นนกุมอำนาจสูงสุดในเมืองไม้หอมนี้

    "ส่งคนไปคอยปลอบขวัญชาวเมืองบอกว่าไม่ต้องกลัวพวกมันแค่ขู่ไปอย่างนั้นเอง"

    "แต่พวกเขาจะเชื่อเราหรอครับ ตอนนี้เริ่มมีคนด่าทอพวกเราแล้วว่าทำไมไม่แจ้งข่าวการมาของพวกมันล่วงหน้า"คำถามนี้ทำเอาหญิงสาวที่เสียสละตนอดหลับอดนอนมาหลายคืนต้องแค่นเสียงพลางเอ่ยอย่างหงุดหงิดว่า

    "พวกงี่เง่าสร้างแต่ปัญหา! เพิ่มความเข้มงวดในการตรวจตราเมือง ใครก่อปัญหาหรือทำการบั่นทอนจิตใจคนอื่นก็จัดการนำตัวมันมาลงโทษสูงสุด อย่าให้ใครเอาเป็นเยี่ยงอย่าง"

    "รับทราบครับ"ชายหนุ่มรับคำก่อนจะตั้งท่าขอตัวไปทำงานตามที่สั่งแต่หญิงสาวหัวหน้ากิลด์ไม้หอมกลับเอ่ยขึ้นมาก่อนว่า

    "แล้วงานนั้นคืบหน้าไปถึงไหนแล้วบ้าง"

    "มากพอสมควรแล้วครับ เพราะตอนนี้ทุกคนต่างช่วยกันทำสิ่งนี้สิ่งเดียวเพื่อป้องกันเมือง แต่ตอนนี้เริ่มติดปัญหาเรื่องวัตถุดิบขาดแคลน ไม่ทราบหัวหน้าจะเอายังไงดีครับ"หัวหน้ากิลด์ไม้หอมหลับตาลงก่อนเอ่ยเสียงเฉียบว่า

    "ทำเท่าที่ทำได้ วัตถุดิบมีแค่ไหนใช้ให้หมด ฉันสังหรณ์ใจว่าพวกมันจะบุกเข้ามเร็วๆนี้แล้ว!"

    คล้ายกับเรื่องKing of world ราชันแห่งพิภพ ที่คุณอ่าน