“ ในดินแดนพิภพชั้นสามนี้ กฏธรรมชาติจำกัดพลังเซียนมันเอาไว้ แต่ว่ามันสามารถใช้พลังเซียนได้ ก็ต่อเมื่อสร้างเขตแดนมิติส่วนตัวขึ้นมาเท่านั้น มันถึงจะใช้พลังเซียนระดับต้นของมันออกมาได้ เจ้าต้องอัญเชิญเจ้าแม่กาลี 8 กร ออกมาอัดมันให้น่วม ไม่ว่ามันจะใช้พลังเขตแดนยังไงก็ ไม่อาจต้านพลังของเจ้าแม่กาลี ของเจ้าได้ เจ้าใช้ร่วมกับพลังแสงของปราสาทเข้าจัดการกับมัน ส่วนวิธีทำลายร่างเซียนของมัน เจ้าก็ใช้เข็มพิษสามเซียน กล่องนี้ จัดการกับมัน เสียดายที่ในปราสาทมีแค่พิษสามชนิดเท่านั้น แต่ก็พอที่จะกำจัดมันได้แล้ว”
“ ขอรับอาจารย์ ครั้งนี้หวังว่า เจ้าแม่กาลี จะอยู่ในร่างของข้านานกว่าคราวที่แล้วนะ?”
เสี่ยวเทียนเอ่ยจบก็ลงไป บ้านตระกูลเฉินทันที
ฟิ้ว ฟิ้ว ฟิ้ว ฟิ้ว ๆๆๆๆ เข็มสังหารของเสี่ยวเทียนพุ่งเข้าเจาะกระโหลก คนของสำนักจงหนันซาน ที่ยืนเฝ้ารอที่ด้านหน้าสิบคน ตายคาที่
พอเข้าไปในบ้าน ก็พบรองเจ้าสำนักจงหนันซาน นามว่าเจิ้งจง ยืนรออยู่พร้อมกับศิษย์สำนักจงหนันซานอีก ห้าสิบคน
“เสี่ยวเทียนเอ๋ย ในที่สุดเจ้าก็มาจนได้ ถ้าไม่อยากให้คนในตระกูลของเจ้าต้องตายก็ส่งมอบ ปราสาทเทพเซียนออกมา แล้วตัดสายใยแห่งการเป็นเจ้าของซะ แล้วข้าจะปล่อยคนตระกูลเฉินทั้งหมด” เจิ้งจงรองเจ้าสำนัก เอ่ยด้วยความมั่นใจว่าเสี่ยวเทียนนั้นต้องยอมแน่ๆ
เสี่ยวเทียนไม่พูดอะไร ปล่อยให้ปราสาทเทพเซียนออกมา โดยลอยอยู่บนท้องฟ้า
“ ปราสาทเทพเซียน อยู่ตรงหน้าของพวกเจ้าแล้ว มีปัญญาก็ขึ้นไปเอาเอง วิธีเป็นเจ้าของได้มีทางเดียว ต้องผ่านด่านให้หมด เท่านั้น”
“ ข้าไม่เชื่อ ลากคนตระกูลเฉินออกมา ฆ่ามันทีละคน จนกว่ามันจะยอมตัดความสัมพันธ์กับปราสาท” เจิ้งจ้งรองเจ้าสำนักไม่เชื่อ แล้วยังคิดจะฆ่าคนอีก เสี่ยวเทียนเห็นเช่นนั้นก็สั่งให้ปราสาทปล่อยพลังแสงเซียนเข้าใส่ร่างของเจิ้งจง ซึ่งยังไม่ทันระวัง จึงถูกกระแทกกระเด็นไปกองกับพื้น
ส่วนคนที่เหลือ เสี่ยวเทียนก็หลับตาแล้วจับพิกัดได้ว่ามีอยู่ห้าสิบกว่าคน แล้วขว้างเข็มสังหารปล่อยออกไปในทันที ฟิ้ว ๆ ๆ ๆ ๆ ศิษย์สำนักจงหนันซานกำลังจะไปจับ คนของตระกูลเฉิน แต่ไม่ทันได้ไปจับตัวก็มีเข็มพุ่งเข้าเจาะกระโหลกพวกมัน ตายกันเกลื่อนไปหมด
ทันใดนั้น เจ้าสำนักจงหนันซาน ก็อัดฝ่ามือใส่ด้านหลังของเสี่ยวเทียน โครม !
เกราะเพชรทำงาน แต่ร่างของเสี่ยวเทียนก็ปลิวกระเด็นกลิ้งไปกับพื้น เสี่ยวเทียน ลุกขึ้นปัดฝุ่นตามเนื้อตัว แล้วหันมามองหน้า เจ้าสำนักจงหนันซานตาเขม็ง แล้วถ่มน้ำลายที่กระอักเลือดออกมา
“ ฮึ่ม เป็นเจ้าสำนักยิ่งใหญ่ กลับทำตัวเหมือนหมาลอบกัด วันนี้ข้าจะลบชื่อแกออกจาก แดนพิภพชั้นที่สามแห่งนี้” เสี่ยวเทียนเดินเข้าหา อย่างไม่กลัวเกรง
“ ยิง” เสี่ยวเทียนตะโกนสั่ง ฟงอี้ให้ยิงลำแสงใส่ จงอี้ถังเจ้าสำนักจงหนันซาน
เปรี้ยง ๆ ๆ ๆ เจ้าสำนักจงหนันซานหลบอย่างรวดเร็ว แล้ว รีบสร้างมิติเขตแดนส่วนตัว ท้องฟ้ากลายเป็นสีดำ จงอี้ถังหายตัวไปแล้ว เสี่ยวเทียนก็รีบอัญเชิญเทพออกมา กลายร่างเป็นเจ้าแม่กาลี เทพแปดกร ร่างใหญ่โต
จงอี้ถังเห็นเช่นนั้นก็ตกใจยิ่งนัก แต่ก็หากลัวไม่ เพราะที่นี่คือมิติเขตแดนของมัน จึงสร้างร่างกายของตนให้ใหญ่โตเท่ากัน ตูม ๆ ๆ ๆ ๆ !! ทั้งสองเข้าปะทะกันอย่างรวดเร็ว แต่ร่างของจงอี้ถังมีสองแขน จะไปสู้อะไรกับ แปดแขนได้ จึงถูกอัดใส่ จนร่างน่วมบอบช้ำไปทั้งตัว ล้มลุกคลุกคลานไปที่พื้น ร่างเจ้าแม่กาลี ใช้เท้ากระทืบใส่จนร่างแบนติดดิน แล้วยังใช้ตะบองฟาดซ้ำไปอีก หลายรอบ ร่างของ จงอี้ถัง
แหลกเหลวไปทั่วร่าง แต่ว่าเสี่ยวเทียนจะตีอีกรอบ แต่ว่าร่างกลับกลายเป็นเด็กเช่นเดิม
“ ว้า กลับคืนร่างเดิมซะแล้ว” ครั้งนี้เสี่ยวเทียนใช้เวลาเรียกอัญเชิญเทพมาได้แค่นาทีเดียวเท่านั้น มองเห็นร่างของจงอี้ถังกำลังฟื้นตัว เสี่ยวเทียนก็เหวีjยงเข็มพิษสามเซียนเข้าซ้ำไปอีก ฟิ้ว ๆ ๆ เข็มพิษกว่าสิบเข็มพุ่งเข้าเจาะหลังศรีษะ และกลางหลัง จงอี้ถังกำลังฟื้นตัว ถึงกับทะลึ่งพรวด ยืนขึ้นมาทันที หันมามองหน้าเสี่ยวเทียน แล้วยื่นมือ หวังจะคว้าคอเสี่ยวเทียน แต่ว่าร่างกายเกิด มีบาดแผลพุพอง ขึ้นมาจากภายในร่างกาย พิษสามเซียนเข้าซึมในกระแสเลือด ถึงแม้จะมีพลังเซียนคอยคุ้มครอง แต่นี้คือพิษร้ายทำลายร่างเซียนโดยเฉพาะ
ทำให้จงอี้ถังมองร่างตนเองที่กำลังกลายเป็นแผลพุพอง เจ็บปวดทรมานอย่างสุดแสนสาหัสถึงกับยอมระเบิดหัวใจของตนเองจนตายไป เพื่อหวังจะไปกำเนิดใหม่
ขณะที่วิญญาณกำลังหลบหนี เสี่ยวเทียนก็พุ่งมือออกไป จะเข้าไปจับ แต่ว่ามีเงาสีดำ พุ่งวาร์ป ออกจากอกเสื้อ แล้วกลืนกินดวงวิญญาณจงอี้ถังเข้าไป อย่างรวดเร็ว
“ ตงตง นี่เจ้ากลืนวิญญาณได้ด้วยหรือนี่?”
ตงตง พุ่งร่างกลับมาหาเสี่ยวเทียน แล้วหมุนวนไปรอบๆ เหมือนบอกว่า
อร่อยมาก เสี่ยวเทียนเก็บแหวนมิติเจ้าสำนักจงหยุนซานกลับมาพบวายุทมิฬที่ถูกเก็บไปทั้งสามลูกยังอยู่ครบ
ทันใดนั้นเอง รองเจ้าสำนักที่โดนแสงจากปราสาทกระเด็นไปเริ่มรู้สึกตัว เห็นเจ้าสำนักจงหนันซานถูกฆ่าตายไปแล้ว ก็พุ่งร่างหนีไปบนฟ้าอย่างรวดเร็ว แต่ไม่ทันแล้ว เสี่ยวเทียน สั่งให้ปราสาทยิงลำแสงเข้าใส่อีกรอบ แล้วเสี่ยวเทียนก็ขว้างเข็มพิษสามเซียน ตามไปอีก เจิ้งจงถูกลำแสงเข้ากลางอกทะลุ แล้วยังโดนเข็มพิษสามเซียนทะลุกระโหลกอีก ตายสนิทกลางอากาศร่วงลงมากลายเป็นศพ เสี่ยวเทียนตัดหัวของ ทั้งสองคนออกไป คนในตระกูลเฉินเห็นเช่นนั้นก็ได้แต่อ้าปากตาค้าง
ไม่มีใครกล้าเอ่ยอะไรออกมาสักคน
“ คนชั่วพวกนี้สมควรตาย บังอาจกล้าคิดร้ายกับตระกูลเฉินของเรา”
เสี่ยวเทียนเอ่ยออกมาอย่างเหี้ยมเกรียม
“ เสี่ยวเทียน นี่เจ้าจะเอาหัวมันสองคนไปทำไม” อาสี่เอ่ยถามด้วยความหวั่นใจ
“ ข้าจะเอาไปเสียบไว้ที่สำนักจงหนันซาน เพื่อให้คนในเมืองหลงเฉินนี้ได้เห็นจุดจบ ของคนที่บังอาจคิดร้ายกับข้า และตระกูลเฉินของเรา” เสี่ยวเทียนกล่าวลาท่านปู่และท่านอาทุกคน โดยเฉพาะมองท่านอาสามเป็นพิเศษ แต่ไม่พูดอะไรออกมา แต่ก็สร้างความหวาดหวั่นใจให้กับอาสามและทุกคนไม่น้อย
จากนั้นเสี่ยวเทียนก็มาถึง สำนักจงหนันซาน ที่เหลือแต่ซากปรักหักพัง แล้วใช้ไม้ปักประจานหัวเจ้าสำนัก และ รองเจ้าสำนัก เอาไว้หน้าสำนักจงหนันซาน เพื่อให้ทุกคนได้ทราบถึงความน่ากลัวของเฉินเสี่ยวเทียน แล้วยังสร้างค่ายกลสายฟ้าเอาไว้ไม่ใครมาแตะต้อง เพื่อให้หัวของทั้งสองคนอยู่ตรงนี้ไม่น้อยกว่าเจ็ดวัน
จากนั้นเสี่ยวเทียนก็เข้าไปในปราสาทแล้วเดินทางกลับสำนักสะท้านฟ้าไปทันที พอไปถึง ศิษย์พี่รองหลินกำลังนั่งรออยู่กับศิษย์พี่เซี่ยเป่ย
“ เสี่ยวเทียนหายไปไหนมาทั้งวัน รู้ไหมข้ากับศิษย์พี่เซี่ยเป่ยเป็นห่วงเจ้าแค่ไหน”
ศิษย์พี่รองหลินเข้ามาลูบหัวเสี่ยวเทียน
“ ข้าลงเขาไปเยี่ยมท่านปู่ มา”
“ นี่เจ้ากล้าขัดคำสั่งอาจารย์ ไม่กลัวพวกสำนักใหญ่ทั้งห้าเลยหรือไง” ศิษย์พี่เซี่ยเป่ยถามด้วยความตกใจ
“ สำนักใหญ่คงเหลือแค่ สี่สำนักแล้วล่ะ” เสี่ยวเทียนเอ่ยอย่างเรียบเฉย
“ หมายความว่าอย่างไร “ ศิษย์พี่รองหลิน เอ่ยอย่างสงสัย
“ ข้าสังหารพวกมันจนหมดสำนัก แล้วเอาหัวของเจ้าสำนักจงหนันซานกับรองเจ้าสำนัก ปักประจานเอาไว้ที่หน้าสำนักของมัน ต่อไปพวกมันคงไม่มากวนใจข้าอีกแล้ว” เสี่ยวเทียนเอ่ยอย่างเรียบๆ แล้วหันมาเห็นอาหารบนโต๊ะ เลยเข้าไปนั่งแล้วกินข้าวด้วยความหิว
แต่ทั้งสองศิษย์พี่ได้แต่อึ้งพูดไม่ออกแล้วมองตากัน แล้วหันมามองเสี่ยวเทียนที่กำลังกินอาหารหน้าตาเฉย ทั้งสองคนก็เลยไม่เอ่ยเรื่องนี้อีกได้แต่รอให้เสี่ยวเทียนกินอิ่มก่อนค่อยถามรายละเอียดอีกครั้ง
รุ่งเช้าข่าวที่สำนักล่าฆ่าหัวถูกทำลาย และสำนักจงหนันซาน ถูกกวาดล้าง หัวหน้าสำนักและรองหัวหน้า ถูกตัดหัวเสียบประจาน หน้าสำนัก กลายเป็นเรื่องที่ชาวเมืองหลงเฉิน หวาดกลัวไปทั่วเมือง จนกระทั่งได้ข่าวมาจากคนที่รอดชีวิตของสำนักล่าฆ่าหัว กับ สำนักจงหนันซาน บอกว่าเป็นเพราะไปออกประกาศล่าฆ่าหัวมารน้อยเฉินเสี่ยวเทียน ทำให้มารน้อยโกรธแค้นเลยจัดการล้างสำนักทั้งสองภายในวันเดียว เหตุการณ์ในครั้งนี้ สี่สำนักใหญ่ถึงกับนิ่งอึ้ง ไม่มีใครกล้าทำอะไรอีก ได้แต่รอให้เจ้าอาวาสของวัดหลิงซาน เรียกชุมนุม ใหม่อีกครั้ง เพราะว่ายังหวาดเกรงต่อพลังอำนาจของ ปราสาทเทพเซียน ส่วนองค์ชายสี่พอรับรู้ ก็ตกใจเช่นกันไม่คิดว่าอำนาจของปราสาทเทพเซียนจะสามารถสังหาร เจ้าสำนักจงหยุนซานได้
เรื่องนี้เป็นข่าวสะเทือนขวัญชาวเมืองมาก จนกระทั่งราชสำนักต้องส่งสำนักมือปราบมาหาเสี่ยวเทียน ที่สำนักสะท้านฟ้า โดยนำกำลังมาถึงห้าร้อยคน
แม้แต่เจ้าสำนักยังตกใจไม่คิดว่าเสี่ยวเทียนจะสามารถทำเรื่องเช่นนี้ได้ จึงเรียกให้เสี่ยวเทียนมาพบแต่เช้า ปล่อยให้ สำนักมือปราบรอไปก่อน
“ ท่านอาจารย์เจ้าสำนัก” เสี่ยวเทียนถูกศิษย์พี่เซี่ยเป่ยพามาหาเจ้าสำนักแต่เช้า
“ เมื่อวานเจ้าทำลายสำนักล่าฆ่าหัว กับ สำนักจงหนันซานจริงๆ รึ”
“ จริงขอรับ”
“ เจ้าทำได้อย่างไร พลังของเจ้าสำนักจงหนันซาน นั้นน่าจะเข้าขั้นเซียนแล้ว ถึงแม้จะถูกสะกดพลังแค่ ขั้นจักรพรรดิพรหมเทพ เจ้าก็ไม่น่าทำอะไรเขาได้”
“ ศิษย์เป็นเจ้าของปราสาทเทพเซียน การจัดการเซียนมนุษย์แค่นี้ไม่มีปัญหา”
เสี่ยวเทียนบอกตามตรง
“ อืม เรื่องเป็นเช่นนี้ข้ารู้ว่าเจ้าเป็นเจ้าของปราสาทเทพเซียน แต่ไม่คิดว่าเจ้าจะสามารถควบคุมพลังของปราสาทเทพเซียนได้ด้วย ถ้าเช่นนั้น มีพวกมือปราบจะมาจัดการกับเจ้า เจ้าไปจัดการพวกมัน ไล่พวกมันไปให้หมด แต่อย่าไปฆ่าพวกมันแค่สั่งสอนก็พอ” อาจารย์เจ้าสำนัก พอรู้ว่าเสี่ยวเทียนควบคุมพลังของปราสาทเทพเซียนได้ก็เริ่มอุ่นใจ
“ ขอรับอาจารย์” เสี่ยวเทียนก็ออกไป หามือปราบเมืองหลงเฉินที่มายืนรอที่ ด้านหน้าสำนัก
“ เจ้าหรือเด็กน้อยเฉินเสี่ยวเทียน”
“ ใช่ พวกท่านตามหาข้ามีธุระอันใด” เสี่ยวเทียนเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย
“ เจ้าฆ่าคนมากมาย ทำลายสำนักนักล่าค่าหัว แล้ว สำนักจงหยุนซาน ทำผิดหลายคดี จิตใจเจ้าของเจ้าโหดเหี้ยมเกินเด็ก จงตามข้าไปสำนักมือปราบ ไปรับโทษทัณฑ์เสีย เด็กน้อยอย่าขัดขืนจะดีกว่า” หัวหน้ามือปราบส่งพลังแผ่ขยายออกมาเป็นพลังขั้น ปราณจักรพรรดิพรหมยุทธ์ เข้ากดดันเสี่ยวเทียน
“ พวกมันคิดสังหารตัวข้า กลับไม่ผิด แต่ข้าเพียงต่อสู้ป้องกันตัวไม่ให้พวกมันสังหาร กลับผิด กฏหมายบ้านเมืองไม่ยุติธรรมเช่นนี้ ข้าไม่ยอมรับ พวกเจ้าไสหัวกลับไปจะดีกว่า” เสี่ยวเทียนปล่อยพลังเทพอสูรออกมา ทำลายพลังปราณจักรพรรดิ ที่ปล่อยมาสลายไป
“ จับมัน” หัวหน้ามือปราบไม่สนแล้วสั่งลูกน้อยเข้าจู่โจ่มทันที
ทหารห้าร้อยคนขยับตัว เสี่ยวเทียนปล่อยพลังวายุทมิฬออกไป ลูกเดียวมือปราบทั้งห้าร้อยคนถูกลมพายุทมิฬ พัดกระเด็นตกเขาไป แล้วก็เรียกปราสาทเทพเซียนออกมา ตั้งเด่นสง่าต่อหน้าทุกคน แล้วก็สั่งให้ปล่อยลำแสง เข้าใส่ หัวหน้ามือปราบ จนปลิวกระเด็น เสี่ยงเทียนปล่อยหมัดเงามฤตยูเข้าไปอีกหมัด ร่างของหัวหน้ามือปราบถูกต่อยกระเด็นตกเขา ตามลูกน้องไป ศิษย์พี่เซี่ยเป่ย เห็นเหตุการณ์นี้ก็ตกใจยิ่งนัก ไม่คิดว่าปราสาทเทพเซียนจะมีพลานุภาพเช่นนี้
หัวหน้ามือปราบหลังจากตกเขาไปก็ไม่มีใครเป็นอะไรมาก จึงรีบกลับไปรายงาน ท่านเจ้ากรมอาญาที่ควบคุมกฏหมายบ้านเมืองทันที
“ เรื่องนี้ ข้าคงต้องกราบทูลรัชทายาทให้ทรงทราบ เจ้าเตรียมตัวตามข้าเข้าวัง”
หัวหน้ามือปราบทำงานด้วยความว่องไว พอถูกอัดร่วงมาจากสำนักสะท้านฟ้าก็รีบมารายงานเรื่องนี้ต่อเจ้านายตนเองทันที
วังหลวง ตำหนักรัชทายาท
“ ข้าพอรู้เรื่องมาบ้างแล้ว มีคนกวาดล้างสำนักล่าค่าหัว และ สำนักจงหยุนซานภายในวันเดียว” รัชทายาทเอ่ย เสียงเรียบๆ
“ แล้วพระองค์จะให้กระหม่อมทำอย่างไรต่อดี” เจ้ากรมอาญาเอ่ยถาม
“ ปราสาทเทพเซียนนั้นร้ายกาจจริงๆ น้องสี่ยังไม่สามารถทำอะไรได้ พวกเจ้าก็คงทำอะไรมันไม่ได้หรอก รอให้ข้าเข้าเฝ้าจักรพรรดิก่อน ค่อยว่ากันอีกที ขืนไปสู้กับมันตอนนี้ ไม่มีทางที่จะทำอะไรมันได้หรอก”
“ องค์จักรพรรดิจะออกจากฌาณแล้วหรือพะยะค่ะ?”
“ ใช่แล้ว คงอีกไม่กี่วัน เรื่องนี้ เสด็จพ่อต้องมีวิธีกำราบปราสาทเทพเซียนอย่างแน่นอนพวกเจ้าส่งคนไปเฝ้าดูอย่างเดียวก่อน ไม่ต้องทำอะไร”
“ พะยะค่ะ” เจ้ากรมอาญากับหัวหน้ามือปราบ รับคำสั่งทันที
ณ วัดหลิงซาน
มีหลวงจีนนั่งอยู่ตรงกลางหน้าพระประธานในโบสถ์ ลืมตาขึ้นอย่างช้าๆ
มีไต้ซือฉางคง กับศิษญ์อีกลายคน กำลังรอที่จะอธิบายให้ เจ้าอาวาส ตัดสินใจ
เรื่องสำคัญบางอย่าง
“ ฉางคง เจ้ามีเรื่องอันใดรึ?”
“ ศิษย์พี่เจ้าสำนัก ข้าพบจิตมารในเด็กคนหนึ่ง ข้าคิดจะพาเขามาขจัดไอมารจากตัวเขา เมื่อวาน เขาใช้ปราสาทเทพเซียนกวาดล้างสำนักล่าฆ่าหัว และ สำนักจงหยุนซาน ตายกันแทบหมด
แม้แต่หัวหน้าสำนักกับรองเจ้าสำนัก ยังถูกตัดหัวเสียบประจานเอาไว้ด้านหน้าสำนัก ชาวเมืองเห็นแล้วต่างหวาดกลัวยิ่งนัก นี่เขาเพิ่งอายุได้แค่ 7 ขวบเท่านั้นยังโหดเหี้ยมอัมหิตขนาดนี้ หากปล่อยให้เขาเติบโตขึ้น มิกลายเป็นมารร้ายสร้างเภทภัยไปทั่วทั้งแผ่นดิน เลยรึ?” ไต้ซือฉางคงเอ่ยอย่างมีอคติต่อเสี่ยวเทียนไม่น้อย
“ อืม อายุแค่เจ็ดขวบ กลับควบคุมปราสาทเทพเซียนได้ แล้วทำลายล้างสำนักทั้งสองภายในวันเดียวอีก จิตใจช่างเหี้ยมโหดเกินเด็กไปแล้ว นี่แสดงว่าจิตมารร้ายคงจะครอบงำตัวเขาได้ทั้งหมดแล้ว หากปล่อยเอาไว้ต้องเป็นมารร้ายที่ยิ่งใหญ่ต่อไปแน่ พวกเราเตรียมเดินทางไปสำนักสะท้านฟ้า เราต้องหยุดมารน้อยให้ได้ก่อนที่มันจะเติบใหญ่ไปกว่านี้” เจ้าอาวาสเอ่ยจบ ก็ยิงพลังดัชนีพุ่งเข้าใส่ระฆังที่อยู่ด้านหน้าโบสถ์ แก๊งๆ !! เสียงดังกังวานก้องไปทั่ววัด แล้วก็มีแสงสีทองสี่สายพุ่งเข้ามาหา แล้วปรากฏร่างเป็นหลวงจีนวัยกลางคนสี่คนปรากฏขึ้น
“ ท่านเจ้าสำนัก” หลวงจีนทั้งสี่ถือคทาทอง 18 ห่วง ก้มหัว ยกมือคำนับเจ้าอาวาสทันที
“ ครั้งนี้ต้องเชิญ พวกท่านสี่อรหันต์เทพจตุรทิศออกมา เพราะว่าพิภพแห่งนี้ได้กำเนิดมารน้อยขึ้นมาแล้ว หากไม่รีบจัดการจะเป็นภัยร้ายต่อคนทั่วไปอย่างแน่นอน พวกเรารีบไปกันเถอะ” แล้วหลวงจีนทั้งหลายจากวัดหลิงซาน ก็ออกเดินทางไปสำนักสะท้านฟ้าเพื่อจัดการกับ มารน้อยเฉินเสี่ยวเทียนทันที....