หลังจากที่ เยี่ยนฟาง กลับมายังสำนักบงกชขาวนางก็มุ่งตรงไปยังเรือนพักของ เหลียนฮวา ทันที
"เจ้ามาแล้ว" เหิงเยว่ พูดขึ้นพร้อมกับเดินไปช่วย เยี่ยนฟาง ยกกล่องอาหาร
"หอมจริงๆ" เหิงเยว่
หลังจากที่นำอาหารออกจากล่อง กลิ่นหอมของมันก็กระจายออกไปทั่วห้องอาหาร
"พวกเรารีบไปตาม เย่ซวน กันเถอะเดี๋ยวอาหารจะหายร้อนซะก่อน" เหลียนฮวาพูด ก่อนที่ทุกคนจะพยักหน้าเห็นด้วยและเดินตาม เหลียนฮวาไปยังที่พักของเย่ซวน
เมื่อทั้ง 4 สาวเดินมาถึงยังเรือนพักของ เย่ซวน พวกนางก็ต้องแปลกใจเพราะว่าเขานั้นกำลังยืนมองพระอาทิตย์ที่กำลังตกดินอยู่ แสงของพระอาทิตย์ที่ตกกระทบลงใบหน้าของชายหนุ่ม ทำให้รูปลักษณ์ของ เย่ซวน มีเสน่ห์ไปอีกแบบ อ้ายเหม่ย กำลังที่จะโกนเรียก เย่ซวน พวกนางก็ได้ยินเสียง เย่ซวน พูดออกมาซะก่อน
"อาทิตย์อัสดงลงไปแล้ว ทิ้งแสงสีแดงฉานอยู่บนขอบฟ้า ผู้ที่มีความสุขเห็นเป็นภาพอันสวยงามตระการตา แต่ผู้อยู่ในความทุกข์กลับเห็นเป็นสัญลักษณ์ของชีวิตที่ใกล้จะลาลับ"
เย่ซวนค่อยๆ ถอนหายใจออกมา เมื่อเดินออกมาเห็นดวงอาทิตย์ที่กำลังตกเขาเลยคิดถึงคำคมจากนิยายเรื่อง วังบาดาล ในโลกก่อน เย่ซวนหลับตาลงและค่อยๆ คิดถึงเรื่องราวต่างๆ ที่ผ่านมา จากที่เขาเคยเป็นเด็กกำพร้าในโลกก่อน พอมาโลกนี้กลับมีทั้งบิดา มารดา และ ยังมีพี่สาวอีกหนึ่งคน แม้ เย่ซวน จะมายังโลกแห่งนี้ได้หลายสิบปีแล้ว แต่บางครั้งมันก็ยังเหมือนฝันอยู่
ก่อนที่ เย่ซวน จะลืมตาและคิดถึงบทกวี ความฝันของผีเสื้อ ที่ จวงจื่อ เป็นผู้แต่ง
"ครั้งหนึ่งข้าฝันว่าเป็นผีเสื้อ
โบยบินไปมา เริงร่าอย่างอิสระเสรี
ปราศจากความกังวลอันใด
ผีเสื้อรู้ว่าตัวมันคือจวงโจว
ทันทีทันใด ที่ตื่นขึ้นมา
ก็รู้สึกตัวว่าข้าคือจวงโจว
ข้ารู้สึกว่ายากที่จะบอกได้ว่า
ตนเองคือจวงโจวที่ฝันไปว่าเป็นผีเสื้อตัวหนึ่ง
หรือว่าผีเสื้อตัวนั้นฝันไปว่ามันคือจวงโจว
ระหว่างผีเสื้อกับจวงโจวนั้น จะต้องแตกต่างกันแน่ ๆ"
เย่ซวนพูดออกมาด้วยน้ำเสียงที่สับสน ทำให้ผู้ฟังรู้สึกสับสนตามไปด้วย
"เราตื่นหรือยัง หรือแท้จริงเรากำลังใช้ชีวิตอยู่ในความฝันกันแน่ ? " เย่ซวน มองดวงอาทิตย์ที่ค่อยๆ ลาลับขอบฟ้า ไม่ว่าการตื่นจะเป็นสัญลักษณ์ของ ความตระหนักรู้ หรือการปลดปล่อยตัวเองเป็นอิสระ จากพันธนาการต่างๆ ซึ่งพันธนาการนั้นอาจเป็นภาพแทนของ อวิชา หรือความไม่รู้ และอื่นๆ อีกที สิ่งที่เราผู้อาจกำลังฝันอยู่ทำได้คงมีเพียงข้อเดียวคือ การเริ่มตั้งข้อสงสัยว่า เราตื่นหรือยัง
เย่ซวน ส่ายหัวเอาความคิดเหล่านั้นทิ้ง ไม่ว่าตอนนี้จะเป็นความจริงหรือไม่ หรือเป็นแค่ความฝัน ถ้ามันเป็นเพียงความฝัน เย่ซวน ก็หวังว่าความฝันนี้จะไม่เป็นฝันร้ายเกินไปนัก
ก่อนที่เขาจะสลัดความคิดเหล่านั้นทิ้งและเตรียมที่หันหลังกลับเข้าเรือนเมื่อ เย่ซวน หันหลังมาเขาก็ต้องประหลาดใจ เพราะตอนนี้ เหลียนฮวา เหิงเยว่ เยี่ยนฟาง และ อ้ายเหม่ย กำลังยืนมองเขาอยู่
"พวกเจ้ามาตั้งแต่ตอนไหนกัน" เย่ซวน ยกมือเกาหัว
"พวกเราเพิ่งจะมาถึงกันนะ เห็นเจ้ากำลังใช้ความคิดเลยไม่อยากรบกวน" เหลียนฮวา เป็นคนตอบ
"ใช่ๆ" เหิงเยว่พยักหน้า
"กวีเมื่อครู่ช่างดีเสียจริง เจ้าแต่งได้ยอดเยี่ยมมาก" เยี่ยนฟาง กล่าวชม
"ไม่ใช่ข้าแต่งหรอก แต่เป็นคนที่ข้ารู้จักแต่งขึ้น" เย่ซวน รีบปฏิเสธ
"เรื่องนั้นช่างมันเถอะ พวกเรารีบไปทานอาหารกันเถอะ" เหิงเยว่ รีบห้าม เยี่ยนฟาง ไม่ให้นางถามอะไรมากไปกว่านี้
"จริงด้วย" อ้ายเหม่ย พยักหน้าเห็นด้วยเพราะกลัวว่าอาหารจะเย็นซะก่อน
"งั้นพวกเราไปกันเถอะ" เหลียนฮวา พูดพร้อมกับผายมือเชิญ เย่ซวน
เย่ซวนพยักหน้าและเดินไปพร้อมกับทั้ง 4 สาว ระหว่างทาง เยี่ยนฟาง อธิบายเกี่ยวกับอาหารต่างๆ ให้ เย่ซวน ฟังว่ามีอะไรบ้าง ในตอนแรก เย่ซวน ก็เข้าใจว่า เหลียนฮวา กับอีก 3 คนที่เหลือช่วยกันทำ แต่ในที่สุด เหลียนฮวา ก็สารภาพออกมาว่าอาหารทั้งหมดเป็นพ่อครัวที่บ้านของ เยี่ยนฟาง เป็นคนทำ เหลียนฮวา ขอโทษ เย่ซวน อยู่หลายครั้งเพราะกลัวเขาจะโกรธกว่า
เส้นทางของเรือนพักของ เย่ซวน ไปยังเรือนพักของ เหลียนฮวา ตั้งอยู่ภายในจวนของ ลู่หลิน ทำให้ศิษย์ธรรมดาของสำนัก ไม่สามารถเข้ามาภายในได้ ทำให้ไม่มีใครเห็นใบหน้าที่แท้จริงของ เย่ซวน ไม่งั้นคงเกิดปัญหาเป็นแน่
เดินมาได้ไม่นานก็มาถึงเรือนพักของ เหลียนฮวา พวกนางนั้นจัดที่นั่งให้ เย่ซวน อยู่หัวโต๊ะ ส่วนพวกนางทั้ง 4 แบ่งกันนั่งซ้ายขวา ฝั่งละ 2 คน ภาพตรงหน้าถ้าเกิดมีใครเห็นเข้าแล้วนำไปเล่าต่อ คงเกิดปัญหากับ เย่ซวน ไม่น้อย เพราะผู้ชายที่คลั่งไคล้พวกนาง มีมากมายจนนับไม่ไหว
"อร่อยหรือไม่" เยี่ยนฟาง ถามด้วยความคาดหวัง
"อืม อร่อยมากจริงๆ" เย่ซวน พูดพร้อมกับคีบนู้น คีบนี้ใส่ถ้วย
"ดีเลย งั้นข้าจะนำมาให้เจ้ากินบ่อยๆ" เยี่ยนฟาง พูดด้วยรอยยิ้ม
เมื่อ 3 สาวที่เหลือพวกนางก็อดที่จะมีความแบบเยี่ยนฟางไม่ได้ แต่ขั้นแรกพวกนางคงต้องหาพ่อครัวที่เก่งเท่า พ่อครัวของ เยี่ยนฟาง เสียก่อน
"เจ้าอย่าได้ลำบากเลย" เย่ซวน ส่ายหน้า
"ไม่ลำบากๆ" นางส่ายหน้า
"'งั้นคงต้องรบกวนเจ้าแล้ว" เย่ซวน ยิ้มตอบรับ เพราะอาหารอร่อยๆ แบบนี้เขาจะพลาดได้ยังไง
หลังจากที่ทานอาหารกันเรียบร้อยแล้วพวกเขาทั้ง 5 ก็มานั่งพักดื่มชาพร้อมกับทานขนมกันที่ลานบ้านของ เหลียนฮวา
"จริงสิ แล้วเรื่องการประลองที่พวกเจ้าพูดถึงครั้งก่อน ข้าสามารถไปดูด้วยได้หรือไม่" เย่ซวน ถามขึ้นด้วยความคาดหวัง
"แน่นอน ทุกคนสามารถไปดูได้ เพราะว่าการประลองนั้นใช้สนามประลองหลังของเมืองหนานจิง เพียงแค่จ่ายค่าเข้าชมก็สามารถเข้าไปดูการประลองได้แล้ว" เหลียนฮวา อธิบาย
"พวกเจ้าก็เข้าร่วมประลองหรือ ?"
"แน่นอนอยู่แล้ว" เหิงเยว่ และ อ้ายเหม่ย พยักหน้า
"เยี่ยมไปเลย เอาไว้ถึงวันนั้นข้าจะไปคอยให้กำลังใจพวกเจ้าเอง" เย่ซวน ยิ้มให้กับพวกนาง
"เจ้าสัญญาแล้วนะ !" เหิงเยว่ พูดด้วยความดีใจ พวก อ้ายเหม่ย เยี่ยนฟาง และ เหลียนฮวา เองก็ดีใจเช่นเดียวกัน
"แล้วเหตุผลที่จัดงานประลองขึ้นเพื่ออะไรหรือ" เย่ซวน ถามด้วยความสงสย
"ก็ต้องจัดขึ้นเพื่อหาว่าลูกศิษย์ของสำนักไหนเก่งที่สุดอยู่แล้วสำนักไหนที่ชนะ ก็จะมีคนเข้ามาสมัครเป็นลูกศิษย์เยอะขึ้น อีกอย่างช่วงเวลาที่จัดงานประลองนั้นการค้าขายต่างๆ ภายในเมืองหนานจิงจะยิ่งคึกคักขึ้น"
"ท่านเจ้าเมืองพอใจในเรื่องนี้มากเขาจึงเสนอให้สำนักที่ชนะการประลองนั้นสามารถครอบครองเหมืองแร่ของเหมืองหนานจิงได้เป็นระยะเวลา 1 ปี ส่วนเรื่องการแบ่งส่วนแบ่งนั้น เจ้าเมืองจะได้รับ 3 ส่วน อีก 7 ส่วนที่เหลือจะเป็นของสำนักที่จัดการทั้งหมด" เหลียนฮวา อธิบายให้เย่ซวนฟัง
"แล้วปีที่ผ่านมาสำนักไหนชนะหรือ"
"สำนักที่ชนะการประลองปีที่แล้วคือ สำนักพิสุทธิ์วารี" เยี่ยนฟาง ตอบพร้อมกับทำสีหน้าไม่สบอารมณ์ เมื่อปีที่แล้วนางยังจำเหตุการณ์การพ่ายแพ้ของนางได้อยู่เลย
"พวกเขาเก่งขนาดนั้นเลย" เย่ซวน แปลกใจ
"หึ ก็ไม่เท่าไหร่หรอก" อ้ายเหม่ย รู้สึกอารมณ์เสียด้วยเช่นกันเพราะนางเองก็พ่ายแพ้ให้กับคนของสำนักพิสุทธิ์วารี ตั้งแต่รอบแรก
ทั้ง 5 นั่งคุยกันสักพักพวกเขาถึงแยกย้ายกันกลับเรือนพักของตน
...
เย่ซวนกำลังนอนพักอยู่ภายในห้องของเขา สองมือของเย่ซวนกำลังหมุ่นกล่องที่อยู่ในมือ เย่ซวน ได้กล่องนี้มาจากผู้ฝึกยุทธฝ่ายมารจากเมือง เสิ่นหยาง ในครั้งก่อน
'ลวดลายของมันชัดเจนกว่าครั้งก่อนมาก' เย่ซวน แปลกใจ เขาคใช้นิ้วลูบลายของมันกรเบาๆ
'มันเหมือนกับถูกแกะสลักลงบนกล่องใบนี้เลย' เย่ซวน รู้สึกถึงได้ความตื้นลึกของมัน
"แกรก" อยู่ๆ เย่ซวน ก็ได้ยินเสียงดังขึ้นจากภายในกล่อง เสียงมันเหมือนกับกลไกอะไรบางอย่างถูกปลดออก 'หรือว่า ?' เย่ซวนค่อยๆ เปิดฝากล่องขึ้น
"จริงด้วยมันเปิดได้แล้ว !" เย่ซวน ดีดตัวลุกขึ้นนั่งทันที เขาค่อยๆ เปิดกล่องขึ้นอย่างช้าๆ เมื่อฝากล่องถูกเปิดออกจนสุด เย่ซวน ก็ต้องประหลาดใน ดวงตาของเขาหดลง เย่ซวน เพ่งดูบางสิ่งภายในกล่อง ลักษณะของมันคล้ายกับกิ่งไม้แห้งๆ หนึ่งกิ่ง สีของมันแดงเข้ม จนเกือบทำให้คนมองเห็นเป็นสีดำ
"มันคืออะไรกัน ?" เย่ซวน ยังไม่มีความกล้าที่จะจับมันขึ้นมาดูเพราะเขายังจำความเจ็บปวดในครั้งก่อนได้ เขานั่งจ้องสิ่งนั้นนาน 1 ก้านธูป เมื่อเห็นว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น เขาเลยค่อยๆ ใช้มือยื่นไปสัมผัสแต่ก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้น เขาเลยหยิบมันขึ้นมาถือเอาไว้
"หรือว่ามันจะเป็นกระดูก ?" หลังจากที่นั่งจ้องอยู่นานสิ่งที่ เย่ซวน คิดว่าใกล้เคียงกับสิ่งที่เขาถืออยู่ก็คือ กระดูก ส่วนเป็นกระดูกอะไรนั้น เย่ซวน ไม่มีความแน่ใจ แต่เขาคิดแบบง่ายๆ มันคงเป็นกระดูกมังกร เพราะกล่องที่ใส่นั้นมันถูกสลักรูปมังกรเอาไว้
"อั๊ก" เย่ซวน กระอักเลือดออกมา ความรู้สึกเจ็บปวดแบบครั้งก่อนพุ่งใส่ เย่ซวน โดยที่เขายังไม่ทันได้ตั้งตัว
"อ๊ากกก" เย่ซวน ลงไปนอนดิ้นอยู่บนเตียง ดวงตาของเย่ซวน เริ่มที่จะกลายเป็นสีแดงอีกครั้ง กระดูกมังกรที่เย่ซวนถืออยู่ค่อยๆซึมหายเข้าไปภายในร่างกายของเย่ซวนโดยที่เขาไม่รู้ตัว หลังจากที่กระดูกมังกรเข้าไปยังร่ายกายแล้วนั้นกระดูกของเย่ซวนก็เริ่มมีการเปลี่ยนแปลง สีของมันค่อยๆกลายเป็นสีแดงเข้ม เหมือนสีของกระดูกมังกรก่อนหน้านี้
เวลาไหลผ่านไปไม่รู้นานเท่าใด เย่ซวนรู้สึกเจ็บปวดไปทั่วร่างกาย เขาเจ็บปวดทรมานจนทนไม่ไหวสุดท้ายก็หมดสติไป หมดสติไปได้ไม่นานเขาก็สะดุ้งตื่นขึ้นมาอีกครั้งเพราะรู้สึกถึงความเจ็บปวด เป็นอย่างนี้อยู่หลายครั้งจนฟ้าสาง
เย่ซวนลืมตาตื่นด้วยความยากลำบาก เขามองสภาพเตียงนอนของเขาตอนนี้ที่มันชุ่มไปด้วยของเหลวสีดำ มันส่งกลิ่นเหม็นจนเย่ซวนแทบอยากจะอวกออกมา
"เกิดอะไรขึ้นกัน ?" เย่ซวนรู้สึกมึนหัวไปหมด ก่อนที่จะเรียบเรียงเรื่องราวของเมื่อคืนที่ผ่านมา
"หรือว่า !" เย่ซวน เหมือนคิดอะไรได้เขารีบลุกขึ้นและเดินไปที่กระจก
"นี้มันถอดรกเปลี่ยนกระดูก" เย่ซวน ถอดเสื้อผ้าและสำรวจร่างกายของตนเอง ส่วนสูงของเขาเหมือนจะเพิ่มขึ้นนิดหน่อย ใบหน้ายังคงความหล่อเหลาแบบเดิมไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง แต่สภาพผิวของเย่ซวนตอนนี้เนียนใสไม่ต่างอะไรกับทารกเลย
"จะโชคดีอะไรแบบนี้ !" เย่ซวน ตบต้นขาของตนเองด้วยความดีใจ
"ขั้นแรกต้องอาบน้ำก่อน" เย่ซวนคิดได้แบบนั้นก็เดินไปที่อ่างไม้ทันที เขาไม่ได้ใช้เวลานานในการชำระร่างกาย เย่ซวนรีบออกมาทำความสะอาดเตียงต่อทันทีใช้เวลาไม่นานเย่ซวนก็จัดการทุกอย่างเสร็จเรียบร้อย
...
ขอบคุณสำหรับการติดตามครับ
จวงโจว คือ “จวงจื่อ” (庄子) นักปรัชญาและผู้ศึกษาลัทธิเต๋าที่มีชื่อเสียงในยุคจ้านกว๋อ (战国 ประมาณ 2200 – 2500 ปีก่อน) เนื้อความของ “จวงโจวฝันผีเสื้อ” นี้ นำมาจากคัมภีร์ “จวงจื่อ บทฉีอู้ลุ่น” (庄子·齐物论) ซึ่งเขียนโดยจวงจื่อเอง (ในที่นี้ให้ผู้อ่านคิดว่า จวงโจว คือ เย่ซวนนะครับ)
ขอบคุณบทความของ คุณ ฆนาธร ขาวสนิท หัวข้อ เราตื่นหรือยัง หรือแท้จริงเรากำลังใช้ชีวิตอยู่ในความฝัน ? ที่บังเอิญผมไปอ่านเจอครับ