ดวงตาดุดันคมกริบของเดเนียลลืมขึ้น... พลางเสหันไปมองตามต้นเสียงดังกล่าว แล้วเขาจึงขมวดคิ้วมุ่นเมื่อพบว่าคนที่เข้ามาขัดอารมณ์ความเงียบสงบของเขาก็คือบาสเตียนนั่นเอง ที่เจ้าตัวกำลังวิ่งพรวดพราดเข้ามาหน้าตาตื่นอย่างคนเสียอาการมากทีเดียว อีกทั้งอีกฝ่ายยังส่งเสียงเอ่ยเรียกเขาเสียงดังอย่างไม่รักษาอาการไม่รักษากฎระเบียบอีกทำให้เขายิ่งแต่เผยสีหน้าดุๆ ออกมาเข้มขึ้น
“บาสเตียน”
“นายท่านรองขอรับ”
“เสียงดังอึกทึกครึกโครมไม่สนใจกฎระเบียบ!” เมื่อบาสเตียนเดินเข้ามาถึงหน้าโต๊ะทำงานแล้วเดเนียลจึงได้เอ่ยดุอีกฝ่ายกลับไปทีหนึ่งด้วยน้ำเสียงเข้ม ใบหน้ามีหนวดเคราจึงยิ่งเพิ่มความดุดันเข้าไปอีก แต่แม้ว่าเขาจะเอ่ยดุบาสเตียนออกไปเช่นนั้นแต่เขาเองก็ให้สงสัยอยู่ว่า ด้วยเหตุอันใดบาสเตียนถึงได้วิ่งหน้าตาตื่นไม่สนใจกฎระเบียบเข้ามาอย่างนี้?
“แฮ่กๆ แฮ่กๆ โธ่ นายท่านขอรับ แฮ่กๆ กฎระเบียบอะไรนั่นก็วางมันไว้ก่อนเถอะขอรับ เพราะตอนนี้มีเรื่องที่สำคัญยิ่งกว่ากฎระเบียบนั่นอีกนะขอรับ!”
บาสเตียนมาหยุดอยู่ต่อหน้าผู้เป็นนายท่านรองเดเนียลแล้วจึงได้เอ่ยทั้งหอบหายใจเร็วติดขัด... พลางคิดว่าในขณะตอนนี้คงจะไม่มีเรื่องอะไรมาสำคัญเท่ากับข่าวเรื่องที่เขาจะนำมารายงานแก่นายท่านรองในวันนี้และในตอนนี้ได้อีกแล้ว!
และเขาก็คิดว่าหากเขามาช้ากว่านี้ไปอีกนิดก็คงจะมีแต่เขานี่แหละที่เป็นผู้ที่ทำงานบกพร่องซ้ำแล้วซ้ำเล่า!
“มีเรื่องอะไร” แม้จะเห็นแววความตื่นเต้นดีใจอันมากล้นของบาสเตียนฉายชัดแต่เดเนียลก็เพียงแค่ถามกลับด้วยน้ำเสียงราบเรียบเฉยเท่านั้น... ก่อนหน้านี้เขา ‘เดเนียล นายท่านรองแห่งตระกูลแม็กซีวีลอน’ อาจเพียงแค่เป็นคนนิ่งสงบและพูดน้อยเท่านั้น แต่ทุกวันนี้เขาแทบจะกลายเป็นคนที่ไร้ความรู้สึกเข้าไปทุกทีแล้ว
ก็ในทุกวันนี้มันยังจะมีเรื่องอะไรให้เขายินดีหรือรู้สึกดีได้อีกในเมื่อ ‘ลูกชายคนนั้น’ ของเขานั้น....
“หึ มันยังจะมีเรื่องอะไรที่มันน่ายินดีได้อีกกัน”
“มีสิขอรับ! ต้องมีสิ พบแล้ว...” บาสเตียนไม่สนใจคำกล่าวหรืออารมณ์ความไร้ความรู้สึกของนายท่านรองเดเนียล เขายังคงกล่าวทั้งความยินดีอยู่อย่างนั้น เรื่องนี้มันน่ายินดีมากและเขาก็คิดว่านายท่านรองเดเนียลเองก็ต้องยินดีด้วยเช่นกันที่ได้รับรู้มัน
แม้จะยังไม่ชัดเจนมากนักแต่อย่างน้อยข่าวนี้ก็อาจจะทำให้บรรยากาศสถานการณ์ภายในตระกูลแม็กซีวีลอนก็อาจจะ... ดีขึ้นมาสักเล็กน้อยหน่อยก็แล้วกันกระมังนะ หลังจากที่มันอึมครึม กดดันและเคร่งเครียดกันมาตลอดเกือบสองเดือนแล้ว กระทั่งทั้งนายท่านสูงสุดเรียงลำดับกันลงมายันยังผู้รับใช้เบื้องล่างสุดก็สุดแสนประหวั่นหวั่นใจกันมาตลอด... อัคคีพิสุทธิ์ที่ปะทุเงียบนี้ช่างอันตรายยิ่งนัก!
“พบแล้วขอรับ... ตอนนี้พบเบาะแสของนายน้อยแล้วขอรับ!”
“.....”
เมื่อบาสเตียนกล่าวจบเดเนียลถึงกับนิ่งเงียบไปสักพักใหญ่ทีเดียว... ก่อนที่ดวงตาคมกริบนั้นจะกะพริบตาถี่ได้สติกลับมา ใบหน้าคมคร้ามของเขาคลายความดุดันเคร่งขมึงลงบ้างแต่ก็ยังคงรักษาความนิ่งสงบนิ่งเฉยไม่เปิดเผยความรู้สึกใดอย่างเช่นเดิม แต่ภายในใจของเดเนียลนั้นเขายินดียิ่งนักกับข่าวนี้!
ข่าวที่เขารอมานานถึงสองเดือนในที่สุดวันนี้ก็...
“งั้นรึ...”
แต่ว่า... ไม่นานความรู้สึกยินดีของเดเนียลก็ถูกแทนที่ด้วยความราบเรียบดังเดิม เพราะจริงๆ แล้วนี่ก็ไม่ใช่ครั้งแรกที่เขาได้รับข่าวคราวเกี่ยวกับมิคาเอล และแต่ละครั้งที่เขาได้รับมาผลของมันก็ล้วนจะ... ไม่น่ายินดีเลย
“ข่าวว่าอย่างไรบ้างล่ะ” เดเนียลเพียงพยักหน้าตอบและถามบาสเตียนกลับ... ล่าสุดก่อนหน้านี้เขาจำได้ว่าด้วยเพราะเรื่องข่าวคราวของมิคาเอลนี่เองที่ทำให้เขาถึงกับมีโทสะเดือดระเบิดอัคคีพิสุทธิ์ออกมา
หากถามว่าด้วยสาเหตุใดน่ะรึ? แน่นอนว่าก็ต้องเพราะเรื่องของมิคาเอลอยู่แล้ว! …. มิคาเอลบุตรชายของนายท่านรองเดเนียล หลานชายผู้เป็นนายน้อยคนสำคัญของตระกูลหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอยสิ้นเชิง เมื่อข่าวนี้ได้เผยแพร่ออกไปผู้คนล้วนรับรู้จึงได้มีประกาศรางวัลนำข่าวถึงหนึ่งการ์ดทองทีเดียว แน่นอนว่าผู้คนที่ต้องการรางวัลก็มีไม่น้อย แต่หากว่าข่าวนั้นเป็นข่าวจริงก็ควรจะได้รางวัลดังกล่าวเช่นนั้น แต่เมื่อข่าวนั้นเป็นเพียงแค่ข่าวลวง....
“คราวนี้จริงๆ ขอรับ ในคราวนี้มีความเป็นไปได้ว่าจะเป็นนายน้อยอย่างแท้จริงเกือบสิบส่วนทีเดียว!” บาสเตียนกล่าวด้วยสีหน้าและน้ำเสียงจริงจังเมื่อเห็นสีหน้าท่าทางนั้นของนายท่านรองเดเนียล และเขาก็เข้าใจดีว่าด้วยเนื่องเพราะเหตุใด... ก็ไม่ใช่เพราะเรื่องข่าวคราวของนายน้อยเองหรอกรึ ที่ทำให้นายท่านรองถึงกับลงมือกับท่านหญิงนิวด้า และพบกับความพิโรธของอัคคีพิสุทธิ์เป็นครั้งแรกของใครหลายคนเลย
เมื่อมีคนสำคัญนั่นก็หมายความว่ามีจุดอ่อน... และศัตรูของแม็กซีวีลอนก็หาใช่ว่าจะไม่มี เพราะฉะนั้นจึงต้องเร่งตามหานายน้อยมิคาเอลให้พบโดยเร็วที่สุด และเขาก็มั่นใจในเบาะแสสำคัญนี้อยู่มากทีเดียว!
“ ‘ที่นั่น’ ไคลี่ย์สัมผัสถึงกลิ่นอายของอัคคีพิสุทธิ์ขอรับ”
“ที่ไหน... มีลล์อยู่ที่ไหน!” เมื่อบาสเตียนเอ่ยกล่าวถึงเบาะแสสำคัญจบเดเนียลก็รีบถามกลับขึ้นมาภายในทันที เบาะแสนี่สำคัญจริงๆ และเขาก็คิดไปแล้วว่าจะต้องเป็นมิคาเอลบุตรชายของเขาแน่!
‘อัคคีพิสุทธิ์’ ไม่ใช่ว่าจะพบเห็นได้ง่ายๆ หรือว่าใครสิ่งใดจะสามารถพัฒนาระดับพลังความบริสุทธิ์ของธาตุไปให้ถึงได้ และนี่ก็ไม่ใช่พลังธาตุอัคคีของมิคาเอลด้วย แต่สิ่งที่ทำให้เดเนียลมั่นใจว่าเป็นมิคาเอลแน่ๆ ก็เพราะว่า... อัคคีพิสุทธิ์ไซแซลลี่ เป็นเหรียญอัญเชิญที่เขาสร้างบรรจุและมอบมันให้กับมิคาเอลด้วยมือของเขาเอง!
“แต่ว่านายน้อย...” บาสเตียนกล่าวทั้งไม่แน่ใจว่าตัวเขาควรจะกล่าวออกไปอย่างไรดีถึงจะดี เพราะว่าเมื่อมีข่าวดีมันก็ย่อมจะต้องมีข่าวร้ายตามมาด้วยเสมออีกนั่นแหละ!
“เกิดอะไรขึ้นกับมิคาเอล”
เดเนียลถามบาสเตียนด้วยน้ำเสียงราบเรียบนิ่ง แต่ใบหน้าของเขากลับแสดงความเคร่งขมึงตึงเครียดฉายออกมาชัดเจน และยังเพิ่มความดุดันขึ้นมาอีกจนบาสเตียนสัมผัสได้ถึงความดุดันกดดันของอัคคีพิสุทธิ์อยู่ลึกๆ เนืองๆ พาให้เกิดความรู้สึกประหวั่นใจยิ่งนัก
นายท่านรองเดเนียล ที่ถูกกล่าวขานถึงความเป็นผู้มีสติปัญญามาก เฉยเย็นชาและนิ่งสงบราบเรียบยิ่งนัก แต่เมื่อบาสเตียนเห็นปฏิกิริยาของนายท่านรองเดเนียลแล้ว... บางครั้งบาสเตียนก็ไม่เข้าใจและไม่ทราบเหตุนัก ว่าเหตุใดนายท่านรองเดเนียลถึงได้มีความรู้สึกต่อบุตรชายคนนี้นัก
เมื่อคราวก่อนนายน้อยเดนีลบุตรชายเช่นกันได้รับอันตรายจากการฝึกฝนตนเองก็ไม่เห็นว่านายท่านจะมีปฏิกิริยาใด หรือแม้กระทั่งจะกับนายน้อยเดวิดบุตรชายคนโตหรือบุตรสาวก็ล้วนแล้วแต่พบกับความนิ่งเฉยราบเรียบของนายท่านรองเดเนียลเท่านั้น แต่กับนายน้อยมิคาเอลแล้วแม้ว่าจะเป็นความนิ่งเฉยราบเรียบเช่นกัน แต่ก็มีความแตกต่างมากยิ่งนักจริงๆ ... บาสเตียนไม่เข้าใจจริงๆ
ก็ล้วนแล้วแต่เป็นบุตรชายของนายท่านเช่นกันไม่ใช่รึ? ก็เพียงแค่มารดานั้น... ไม่ทราบสิว่ามารดาของนายน้อยมิคาเอลเป็นใคร?!
“ข้าถามเจ้า... ว่าเกิดอะไรขึ้นกับมิคาเอล!”
“สถานที่แห่งนั้นที่ไคลี่ย์พบเบาแสของนายน้อยมัน...”
“ป่าดำป่าพิศวง”
เหตุใดเบาะแสของมิคาเอลถึงได้มาอยู่ที่นี่!
เดนียลจ้องเขม็งมองเข้าไปภายในป่าดำป่าพิศวง... หลังจากที่บาสเตียนได้บอกกล่าวเกี่ยวกับเบาะแสสำคัญของมิคาเอลแล้วเขาก็ได้นำผู้ติดตามมีฝีมือจำนวนหนึ่งใช้ทักษะการเคลื่อนไหวตัวเบาระดับขั้นสูงสุดได้ให้เร่งรุดเข้ามาถึงที่อย่างทันที ระยะทางที่ห่างไกลระหว่างภูเขาชี่และป่าดำป่าพิศวงจึงได้ดูย่นระยะลงถึงเร็วกว่าที่คิด พวกเขายืนอยู่บริเวณหน้าป่าดำป่าพิศวงนี้อยู่ก่อนสักพักก่อนที่ต่อมาจะมุ่งหน้าเข้าไปต่อถึงสถานที่ซึ่งมีกลิ่นอายของอัคคีพิสุทธิ์ดังกล่าวในพื้นที่บริเวณชายป่าด้านใน
“คาราวะนายท่านรองเจ้าค่ะ”
หญิงสาวหน้าตาสะสวยผู้มีเส้นผมสีแดงเพลิงเป็นเอกลักษณ์เมื่อเห็นกลุ่มของนายท่านรองเดเนียลเข้ามาใกล้ถึงบริเวณนี้แล้วจึงได้เดินเข้ามาน้อมค้อมคาราวะแก่เดเนียล นางไม่ใช่ใครอื่นไกลก็คือ ไคลี่ย์ นั่นเอง... ต้องนับว่าหลังจากที่นายน้อยมิคาเอลได้หายตัวไปอย่างไร้ร่องรอยเมื่อราวๆ เกือบสองเดือนที่แล้ว หลังจากนั้นมาทั้งนางและบาสเตียนในฐานะข้ารับใช้ผู้ดูแลที่ทำงานบกพร่องก็ได้รับโอกาสจากนายท่านรองเดเนียลอีกครั้งให้ตามหานายน้อยให้พบโดยเร็วที่สุด!
พวกเขาต่างสืบเสาะตามหานายน้อยกันตลอดมาอย่างหนัก... จวนเมื่อไม่กี่วันก่อนจึงพอจะได้ข่าวคราวมายังเมืองแฟร์รี่ และไม่นานต่อมานี้นั่นเองที่ไคลี่ย์ผู้ถือครองอัคคีบริสุทธิ์ นางได้สัมผัสถึงพลังธาตุอัคคีพิสุทธิ์ซึ่งไม่ใช่ว่าจะปรากฏมีได้ง่ายๆ จึงได้เอะใจและมุ่งตามสัมผัสมาดูเสียสักหน่อย จนมาถึงป่าดำป่าพิศวงแห่งนี้ก่อนที่จะพอรู้ว่าอัคคีพิสุทธิ์ดังกล่าวหาใช่เกิดจากสัตว์อสูรหรือบุคคลใดแต่เป็นอัคคีพิสุทธิ์ที่มาจากเหรียญอัญเชิญสร้างบรรจุ ซึ่งนี่ก็หาใช่ว่าจะสร้างหรือมีได้ง่ายๆ เช่นกัน... อีกอย่างคนที่จะสามารถสร้างขึ้นมาได้จะต้องถือครองพลังธาตุอัคคีพิสุทธิ์ หากนับในราชอาณาจักรนี้ผู้ที่มีอัคคีพิสุทธิ์นั้น นางก็พลันนึกถึงเห็นว่าจะมีเพียงนายท่านรองเดเนียล นางจึงได้รีบเร่งส่งข่าวกลับไปยังตระกูลภายในทันที
เพราะผู้ที่จะสามารถตรวจสอบได้อย่างแน่ชัดที่สุดก็มีแต่ผู้สร้างบรรจุมันขึ้นมาเท่านั้น!
เมื่อทราบข่าวทันทีนายท่านรองเดเนียลถึงกับเร่งรุดมาที่นี่ด้วยตนเองเช่นนี้... วันนี้ก็ไม่ต้องสงสัยแล้วว่าเหตุใดนายท่านรองเดเนียลถึงได้มอบเหรียญอัญเชิญอันแสนล้ำค่านั้นให้แก่นายน้อยมิคาเอล หากไม่ใช่เพราะนายน้อยเป็นบุตรชายคนสำคัญแล้วจะเป็นเพราะด้วยเหตุผลใดอย่างไรเล่า!
เดเนียลมาถึงบริเวณชายป่าดำดังกล่าว เขาหลับตาพลางตั้งสมาธิปลดปล่อยไอละอองพลังธาตุอัคคีพิสุทธิ์ออกมาเพียงบางเบา ก่อนจะรับสัมผัสของกลิ่นอายอัคคีพิสุทธิ์ที่ยังคงหลงเหลือเพียงน้อยที่แทบจะจางหายไปอยู่แล้วนั้นได้... กลิ่นอายอัคคีพิสุทธิ์ดังกล่าวนั้นตอบสนองต่อพลังธาตุเวทของเดเนียล!
“ไซแซลลี่”
เดเนียลมั่นใจแล้วว่านี่เป็นมิคาเอลบุตรชายของเขาจริงๆ แม้จะพบเบาะแสสำคัญแล้วแต่เขาก็หาได้วางใจลงได้ไม่... มิคาเอลได้รับบาดเจ็บแน่นอน สถานการณ์นั้นอาจจะต้องต่อสู้กับอะไรบางอย่างที่ถึงคราวจวนตัวแล้วจริงๆ ถึงได้เรียกไซแซลลี่ออกมา
แต่ว่า... มาปรากฏอยู่ ณ ที่แห่งนี้ได้อย่างไรกัน? มิคาเอลมาที่ป่าดำป่าพิศวงแห่งนี้ได้อย่างไร? และเพื่ออะไร? มีหลายคำถามที่ปรากฏขึ้นภายในใจของเดเนียล และคนที่จะสามารถตอบเขาได้ก็คงจะมีเพียงแค่บุตรชายตัวแสบคนนี้ของเขาแล้ว
“.....”
เดเนียลเดินหน้าให้ออกห่างจากกลุ่มผู้ติดตามพอสมควร เขายืนมองรอบๆ อย่างคิดอะไรเงียบๆ คนเดียวสักพัก สัมผัสอันว่องไวของเขาทราบทันทีว่าระยะห่างไกลภายนอกบริเวณนี้มีผู้มีฝีมือด้านการสังเกตการณ์อยู่จำนวนหนึ่งอยู่... ชายป่าดำป่าพิศวงที่นี่คงจะมีเรื่องอะไรบางอย่างเกิดขึ้นสินะ
ซึ่งจากลักษณะนิสัยของบุตรชายคนนี้ของเขาแล้ว เดเนียลคิดว่าเรื่องบางอย่างนั้นก็อาจจะเกี่ยวข้องกับมิคาเอลได้... อืม อาจจะเกี่ยวข้องอย่างเงียบๆ ล่ะนะ เขาพลางถอนหายใจออกมา... มิคาเอลนี่เป็นบุตรชายที่เขาตีไม่ได้จริงๆ!
“แยกย้ายกันออกตามหามีลล์ให้ทั่ว... ทุกพื้นที่ทุกซอกทุกมุมที่สามารถลี้หลบภัยอันตรายได้”
เดเนียลเงียบไปสักพักก่อนจะหันมากล่าวสั่งการกับผู้ติดตามทั้งหลาย... มิคาเอลคงจะไปได้ไม่ไกลนักหรอก และเมื่อได้รับคำสั่งแล้วเหล่าผู้ติดตามก็แยกย้ายจากหายไปราวกับสายลมพัดวูบหนึ่งเท่านั้น ทุกคนต่างแยกย้ายกันไปเหลือเพียงคนติดตามเขาแค่สองคนเท่านั้น... และสายลมวูบใหญ่หนึ่งก็พัดพาเข้ามาปะทะกับตัวเดเนียลอย่างจงใจ
พลิ้ว พลิ้ววววว!
อีกทางด้านหนึ่ง...
“เจ้าว่าอย่างไรนะ? บาสเตียนหาเจ้าเด็กกาฝากนั่นพบแล้วอย่างนั้นรึ!”
“ขะขอรับ”
ตุบๆ ๆ แพล๊ง! ตุบๆ ๆ แพล๊ง!
“กรี๊ดดดดดด กรี๊ดดด! ไอ้เด็กสารเลว หายไปแล้วจะกลับมาอีกทำไม ทำไมไม่ตายๆ ตายไปซะที!!!”
------------------------
ท่านพ่อมาเองแล้วนะ!!!
ส่วนอีกทางหนึ่งนั้น... เดาได้เลยจ้า แต่อย่ารู้ทันไรท์ก็พอ [5555]
ขอบคุณที่เข้ามาอ่านนะคะ :)