ร่างกายที่เกร็งมาตลอดของตู้เหวินหู่ในที่สุดก็ผ่อนคลายลง :"ขอบคุณนายมากๆ เลยนะ รอให้กลับไปก่อน ฉันจะต้องจัดการเจียงรุ่ยแน่นอนนายสบายใจได้! "
สำหรับเซิงห่าวและเจียงรุ่ยแล้ว ให้เขาจัดการกับเจียงรุ่ยยังดีกว่ามาจัดการกับเซิงห่าวเสียอีกเพราะที่จริงแล้วเซิงห่าวนั้น.......น่ากลัวกันเกินไปแล้ว
เซิงห่าวเองก็คร้านที่จะถามตู้เหวินหู่ว่าจะเก็บกวาดเจียงรุ่ยยังไง เขาเองก็มีแผนอยู่ในใจเหมือนกันอย่างไรก็ตามเขาก็ไม่เคยคิดที่ปล่อยเจียงรุ่ยไปอยู่แล้ว
เมื่อกลับมาถึงประตูทางเข้าร้านอาหารในตอนนั้นเองก็ได้เห็นสีหน้าที่วิตกกังวลของฉีเจากำลังเฝ้ารอเขาอยู่เขาจึงรีบร้อนเดินเข้าไปหา : "ศิษย์พี่ พวกเรากลับกันเถอะ! "
เมื่อฉีเจาเห็นเขา มองดูเขาตั้งแต่หัวจรดเท้าเมื่อรู้ว่าเขาไม่ได้เป็นอะไรก็พยักหน้ารับ: "อืม ตอนนี้มันก็ดึกมากแล้วพวกเรารีบกลับกันเถอะ"
"โอเคครับ" เซิงห่าวตอบกลับแต่ในใจกลับไม่คิดที่จะบอกข้อมูลที่อยู่ภายในนั้นที่ได้รับมาจากตู้เหวินหู่ให้กับฉีเจาได้ฟังเขาไม่อยากจะทำให้ฉีเจาต้องเป็นกังวล
แต่ทว่าในเวลานี้เขายังจำเป็นที่จะต้องระมัดระวังเจียงรุ่ยเอาไว้สักหน่อยเขาไม่อยากจะให้ฉีเจาถูกลอบทำร้ายอีก
เมื่อทั้งสองคนกลับมาถึงโรงแรมเหน็ดเหนื่อยไปทั้งร่างแล้วแต่ทว่าตอนที่เซิงห่าวกำลังจะเดินเข้าไปในห้องพักเข้าก็คิดเรื่องหนึ่งขึ้นมาได้อย่างกะทันหันและกลับรู้สึกกระปรี้กระเปร่าขึ้นมาทันที
"ศิษย์พี่ผมมีของชิ้นหนึ่งที่อยากจะให้พี่ได้ดู"เขายิ้มอย่างลึกลับให้กับฉีเจาที่กำลังจะเข้าไปในห้องพักอยู่เหมือนกัน
"โอ๋? เป็นของอะไร? " ฉีเจาชะงักไปครู่หนึ่งเขาดึงมือที่วางอยู่หน้าประตูกลับมา เขาเดินมาถึงด้านข้างของเซิงห่าวและทั้งสองคนก็เข้าไปในห้องพักด้วยกัน
เซิงห่าวได้นำเอาไข่มุกปรารถนาที่เขาเก็บเอาไว้อย่างดีออกมาเขาได้ค้นพบว่าในเวลากลางคืนพื้นผิวของไข่มุกเม็ดนี้ยิ่งเปล่งประกายกระจายแสงอ่อนๆสว่างมากยิ่งขึ้นกว่าเดิมเล็กน้อย
"อันนี้คือ? " เมื่อฉีเจาได้เห็นไข่มุกปรารถนาแววตาก็เป็นประกายขึ้นมาทันที เมื่อมองเห็นแสงสว่างที่ทอประกายออกมาจากใด้พื้นผิวนั้นเขาก็สามารถที่จะแยกแยะโครงสร้างของสิ่งนี้ได้มิหนำซ้ำจะต้องมีมูลค่าที่สูงมากอย่างแน่นอน
"นี้ก็คือสิ่งที่ผมหาเจอได้จากยาเส้นที่อยู่ภายในขวดยานัตถุ์ใบนั้นเพียงแต่ว่าผมกลับดูไม่ออกว่าไข่มุกเม็ดนี้เป็นของราชสมัยไหน แต่แค่คิดว่าถ้าเปิดออกมาจะต้องมีมูลค่าที่สูงมากอย่างแน่นอน"
แน่นอนว่าเซิงห่าวไม่สามารถบอกได้ว่าตัวเองได้ทำการประเมินไปเรียบร้อยแล้วทำได้เพียงแค่โกหกว่าหากเจอโดยไม่ได้ตั้งใจ
ไม่คาดคิดเลยว่าได้ยินว่าเขาหาเจอมาจากยาเส้นภายในขวดยานัตถุ์อันนั้นฉีเจาก็นึกขึ้นได้ถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้นในเช้าวันนี้ ทันใดนั้นเขาก็ตระหนักขึ้นมาได้ว่า: "ไม่แปลกใจเลยที่เธอให้ฉันซื้อขวดยานัตถุ์อันนี้เอาไว้เดิมทีก็ได้มุ่งเป้าไปที่ไข่มุกที่อยู่ภายในนี้เพียงแต่ว่ายาเส้นอันนั้นเป็นแค่สีดำคล้ำ เธอเห็นมองเห็นไข่มุกเม็ดนี้ได้อย่างไร? "
"ถ้ามองจากมุมที่ผมเห็นแล้วละก็ ก็จะมองเห็นเอง"แน่นอนว่าที่เซิงห่าวพูดแบบนี้ได้ ก็เพราะในเวลานั้นฉีเจากับเขาได้ยืนอยู่ในตำแหน่งที่ต่างกันออกไปดังนั้นเขาจึงไม่ลังเลที่จะใช้ประโยชน์จากข้อนี้มาเพื่อโกหกเลยแม้แต่น้อย
"แล้วทำไมคนอื่นๆ ถึงมองไม่เห็นละ? "
เซิงห่าวยักไหล่เล็กน้อยแล้วพูดว่า : "แล้วใครจะไปนั่งดูยาเส้นสีดำก้อนนั้นเหมือนกับผมกันล่ะ"
ฉีเจาได้ยินดังนั้นก็ยิ้มออกมายาเส้นสีดำก้อนนั้นเมื่อมองไปแล้วแน่นอนว่าดูน่าขยะแขยงอยู่บ้างเล็กน้อยแน่นอนว่าไม่มีใครที่จะมองได้เหมือนกับที่เซิงห่าวมองได้
"สายตาของเธอมองไปแต่ในที่ซึ่งพิเศษจริงๆเท่านั้น" ฉีเจากล่าวขึ้นไม่ว่าจะเป็นเมื่อวานที่ดูภาพวาดต้นสนเขียวหรือว่าจะเป็นเรื่องของขวดยานัตถุ์ในวันนี้สายตาของทุกคนต่างมองไปในจุดเดียวกันก็มีเพียงแต่เซิงห่าวที่ใช้สายตามองไปในสิ่งอื่นๆ ที่แตกต่างกันด้วยเหตุนี้ถึงทำให้ได้เจอเบาะแสบางอย่างได้
เซิงห่าวยิ้มอย่างทะเล้น : "นั่นมันแน่นอนอยู่แล้ว ศิษย์พี่พี่ว่าไข่มุกนี้จะใช่วัตถุโบราณหรือเปล่า? "
"เรื่องนี้ต้องกลับไปทำการประเมินเฉพาะทางดูสักหน่อย"ฉีเจากล่าว ไข่มุกกลมมนเม็ดนี้ไม่มีสัญลักษณ์อะไรที่สามารถยืมเอามาทำการประเมินได้เลยต้องรอเอาไปตรวจสอบดูก่อนถึงจะรู้ได้ : "ไข่มุกเม็ดนี้เอาไว้ที่ฉันก่อนแล้วกันรอให้ผลประเมินออกมาแล้วค่อยคืนมันให้เธออีกที"
"ได้ครับ" เซิงห่าวพยักหน้า "ศิษย์พี่ไม่สู้เราใช้เวลาให้เกิดประโยชน์ มาดูกำไรของพวกเรากันสักหน่อยดีกว่า"
วันนี้เดินมาแล้วทั้งวัน ยังไม่ทันที่จะได้ตรวจสอบผลกำไรที่ได้รับเลยก็ถูกคนอื่นลากไปกินข้าวที่ร้านอาหารกลับมาตอนนี้ก็เรียกได้ว่าสามารถที่จะจัดการสักหน่อยก่อนนอนได้พอดี
"ก็ดีเหมือนกัน"ฉีเจาก็ได้หยิบเอากระเป๋าเอกสารส่วนตัวออกมาได้นำเอาของที่รับซื้อมาวันนี้จากในถนนเส้นนั้นออกมาเพื่อเคลียร์บัญชี
หลังจากที่เขาได้เอาออกมาแล้วสองสามชิ้น เขาก็พูดขึ้นมาทันทีว่า :"ศิษย์น้อง ฉันเห็นว่าเธอมีความสามารถในธุรกิจนี้มากจริงๆสายตาที่เธอเอาไว้มองสิ่งของต่างๆ นั้นช่างแม่นยำเสียจริง! "
เซิงห่าวหัวเราะฮ่าฮ่าออกมา :"นั่นเป็นเพราะศิษย์พี่สอนผมมาอย่างดี พวกเรารีบคำนวณกันให้เสร็จเถอะ ทำเสร็จก็จะได้นอนกัน"
ห้องที่อยู่ตรงข้ามกับประตูของพวกเขานั้น
เจียงรุ่ยถือโทรศัพท์เอาไว้แน่นหลังจากที่เขาได้แจ้งข่าวให้กับตู้เหวินหู่แล้ว ก็ได้กลับเข้ามาอยู่ในโรงแรมทันทีและไม่ได้ออกไปจากห้องพักเลยแม้แต่ก้าวเดียว
เขาพยายามจะทำให้ตัวเองมีหลักฐานว่าไม่ได้อยู่ที่สถานที่นั้น
เมื่อสักครู่นี้เขาลองโทรศัพท์หาตู้เหวินหู่หลังจากที่ดูเวลาว่าผ่านมาได้พอสมควรแล้ว ผลก็คือเขารับโทรศัพท์และตู้เหวินหู่ก็บอกว่าเขากำลังจะกลับมา
เดิมทีเขาอยากจะบอกตู้เหวินหู่ว่าค่ำวันนี้ยังไม่ต้องกลับมาหาเขาแต่ทว่ายังไม่ทันที่จะอ้าปากโทรศัพท์ก็วางไปแล้วเขาเลยจำต้องรออยู่ภายในห้องของตัวเอง
เขาเพียงแค่คิดไปถึงเรื่องที่ตาทั้งสองข้างของฉีเจาบอดสนิทและเซิงห่าวได้พิการไปแล้ว ภายในใจก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกตื่นเต้น
ไม่นานเท่าไรนัก ประตูก็ได้เปิดออก ตู้เหวินหู่ที่ในมือถือกุญแจห้องเอาไว้เดินเข้ามาด้วยใบหน้าที่มืดมน
กุญแจนี้เป็นเจียงรุ่ยที่มอบไว้ให้เขาเนื่องจากว่าเมื่อตอนที่ต้องการจะเขาห้องเขาไม่ชอบที่จะเคาะประตูหรือกดกริ่งดังนั้นจึงไปหาเจียงรุ่ยเพื่อไปเอากุญแจมาไว้ที่ตัวเอง
"เรื่องที่ให้ไปทำเป็นยังไงบ้าง? " เมื่อได้เห็นเขากลับมาถึง เจียงรุ่ยลุกขึ้นยืนอย่างตื่นเต้นแต่หลังจากที่ได้เห็นใบหน้าที่มืดมนของตู้เหวินหู่แล้วกลับรู้สึกแปลกประหลาดอยู่ภายในหัวใจ
นี่มันล้มเหลวหรือว่าอะไรกัน?
เมื่อตู้เหวินหู่ได้ยินเขาถามขึ้นมาอย่างนั้น สีหน้าก็ยิ่งเปลี่ยนเป็นร้ายกาจและขึงขังมากขึ้นไปอีกเขาเดินไปนั่งลงบนโซฟา และก็ได้นั่งลงไปอย่างแรงอีกด้วยราวกับว่าต้องการที่จะเอาความโกรธแค้นทั้งหมดไปลงที่โซฟาอย่างไงอย่างงั้น
เจียงรุ่ยขมวดคิ้วแน่นอนว่าเขาเห็นมองออกว่าตู้เหวินหู่นั้นอารมณ์ไม่ดี แต่ว่าอารมณ์ของตู้เหวินหู่ไม่ดีมันก็ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับเรื่องของเขาเขาสนใจเพียงแต่ว่าเรื่องของเขาที่จริงแล้วนั้นสำเร็จหรือไม่กันแน่
"เรื่องที่ให้ไปทำเป็นยังไงบ้าง? ถ้าหากว่ามันสำเร็จแล้วละก็ผมจะได้ให้ค่าตอบแทนในส่วนที่เหลือกับคุณ"
เมื่อตู้เหวินหู่ได้ฟังถึงค่าตอบแทนแล้ว ก็ได้ทำเสียงฮึดฮัดออกมา :"เอาเงินมาให้ฉันแล้วฉันจะบอกนาย"
“ไม่ได้ คุณต้องบอกผมก่อนสิ!”
"นายคิดจะเล่นลูกไม้อย่างนั้นเหรอ? "ตู้เหวินหู่ลุกขึ้นยืน และเดินเข้าไปใกล้เจียงรุ่ย
เจียงรุ่ยถูกเขาทำให้ตกใจเป็นอย่างมาก เขาก้าวถอยหลังไปก้าวหนึ่งเกือบที่จะชนโต๊ะที่อยู่ข้างหลังตัวเอง
"ดะ ดะ ได้! " เจียงรุ่ยรีบร้อนควักเอาเช็ครับเงินออกมา และส่งมันให้กับตู้เหวินหู่เงินนี้สำหรับเขาแล้วไม่ได้สลักสำคัญอะไรเท่าไรนัก ตอนนี้เขาสนใจเพียงแค่เรื่องที่ให้ตู้เหวินหู่ไปทำ"โอเคแล้วใช่ไหม เช็ครับเงินก็ให้คุณไปแล้วคุณควรที่จะบอกฉันว่าที่จริงแล้วเรื่องมันเป็นอย่างไรบ้าง? "
ตู้เหวินหู่ก็ได้คว้าเอาเช็คไป ดูจำนวนเงินที่อยู่ด้านบนครู่หนึ่งสีหน้ายังคงไม่ดีขึ้นสักเท่าไร
เขาได้เอาเช็คเงินสดยัดใส่เข้าไปใบกระเป๋าของตัวเองและก็ได้ถามขึ้นว่า :"เพราะอะไรแกถึงไม่บอกฉันว่าคนที่แกต้องการจะให้จัดการก็คือเซิงห่าว? "
"ห๊า? " เห็นได้ชัดว่าเจียงรุ่ยไม่คาดคิดว่าเห็นได้ชัดว่าเจียงรุ่ยไม่ได้คาดการณ์ไว้หลังจากนั้นเลยถามกลับไปในคำถามที่ไม่คาดคิดคำถามนี้ เขาประหลาดใจเป็นอย่างมาก :"บอกคุณไปแล้วมันจะไปมีประโยชน์อะไร? "
สำหรับเรื่องที่ตู้เหวินหู่รู้จักกับเซิงห่าวเขาก็รู้สึกว่าผิดคาดอยู่เล็กน้อย
"ใครบอกว่าไม่มีประโยชน์วันนี้แกเกือบที่จะฆ่าฉันเข้าให้จริงๆ แล้ว! "ตู้เหวินหู่พูดขึ้นมาด้วยความโกรธเกรี้ยว : "ถ้าหากแกบอกฉันตั้งแต่แรกว่าคนที่แกต้องการที่จะจัดเป็นเขาฉันก็ไม่มีทางที่จะตอบรับแกอย่างแน่นอน! "
"ที่นายพูดมันหมายความว่าอย่างไร? " เจียงรุ่ยไม่มีการตอบสนองกลับไปชั่วขณะหนึ่ง
"ความหมายมันก็ตามนั้นนั่นแหละ! "ตู้เหวินหู่ขบฟันเอาไว้แน่น
เมื่อได้ยินคำพูดนี้ของเขา เจียงรุ่ยก็เข้าใจไปแล้วเจ็ดส่วนแต่ยังมีอีกสามส่วนที่เข้ายังไม่เข้าใจว่าเพราะอะไรตู้เหวินหู่ถึงได้พูดเช่นนี้ออกมา
"รอเดี๋ยวก่อน"ทันใดนั้นเจียงรุ่ยก็เบิกตากว้างขึ้นทันที"นั่นก็หมายความว่าที่จริงแล้วนายไม่ได้จัดการทั้งกับเซิงห่าวและฉีเจา!ตอนนี้พวกเขาทั้งสองยังคงอยู่ดีมีสุขอย่างนั้นเหรอ? "
ทันใดนั้นเจียงรุ่ยก็เอื้อมมือออกไปทันที พูดอย่างโกรธเคืองว่า :"นายคืนเช็คนั่นมาให้ฉันเดี๋ยวนี้ ฉันไม่คาดคิดเลยจริงๆว่านายจะไม่น่าเชื่อถือได้มากขนาดนี้! "
"ฉันไม่มีความน่าเชื่อถือ! ข้าไม่มีความน่าเชื่อถือยังไงกันเรื่องที่อยากจะให้ข้าเต็มใจคืนเช็คกลับไปให้ มันไม่มีทางซะหรอก! "ตู้เหวินหู่ใช้แรงอันมหาศาลตบไปที่มือของเจียงรุ่ยอย่างไม่แยแสเลยสักนิดเดียว
"ซี๊ด! "เจียงรุ่ยสูดลมหายใจด้วยความเจ็บปวด เห็นเพียงแค่ว่าตำแหน่งที่อยู่บนมือที่โดนตู้เหวินหู่ตีไปเมื่อครู่นี้มันกลายเป็นสีเขียวอ่อนขึ้นมา
ที่จริงแล้วมันเกิดเรื่องบ้าอะไรขึ้นเนี่ย?
เมื่อเจียงรุ่ยถูกตู้เหวินหู่ตีเขาไปครั้งหนึ่งกลับทำให้รู้สึกสงบสติอารมณ์ลงได้เขารู้ว่าตู้เหวินหู่ไม่สามารถที่จะไม่มีเหตุผลอย่างผิดปกติขนาดนี้ได้ ในนั้นจะต้องมีเรื่องอะไรเกิดขึ้นมาอย่างแน่นอน
เจียงรุ่ยกล่าวอย่างเยือกเย็นว่า :"แล้วพวกเขาทั้งสองคนที่ตอนนี้เป็นอย่างไรบ้างนายเอาเงินฉันไปแล้วก็ควรที่จะตอบแทนฉันบ้างสักหน่อยไม่ใช่หรือ? "
"ความจริงแล้วฉันก็มีบางอย่างจะตอบกลับให้นาย"ทันใดนั้นตู้เหวินหู่ก็หัวเราะขึ้นมา และก็บีบไปที่คอของเขาใช้นิ้วมือตัดกันเพื่อคลายกระดูก สักพักหนึ่งก็เสียงแตกดังกึกก้องไปทั่วร่าง
"นาย....นายกำลังทำอะไรน่ะ? " เจียงรุ่ยกำลังตกตะลึงกับท่าทางของเขา ก้าวถอยให้ไปก้าวหนึ่งผลสุดท้ายก็ไปชนเข้ากับโต๊ะที่อยู่ข้างหลัง ความเจ็บปวดนี้แทบจะทำให้น้ำตาของเขาไหลรินออกมา
"ฉันอยากที่จะทำอะไรอีกไม่นานแกก็จะรู้แล้ว?" ตู้เหวินหู่เดินข้ามาใกล้อย่างช้าๆ"ชนเข้ากับโต๊ะเจ็บมากไหม? ฉันสามารถทำให้แกได้ลิ้มรสความเจ็บปวดให้มากกว่านี้อีก!"
เจียงรุ่ยมีปฏิกิริยาช้าลงได้อย่างไร สิ่งนี้เบิกตาให้กว้างมากขึ้น ตอนนี้เขารู้แล้วว่าตู้เหวินหู่คิดอยากที่จะทำอะไรกันแน่
.
.
.