หลังจากนั้นชายวัยกลางคนก็ยกมือขึ้นลูบหนวดเคราเฟิ้มของตนอย่างเชื่องช้า
ปลายนิ้วไล้ไปตามเส้นขนสีเข้มที่แซมด้วยสีเงินบางส่วน รอยยิ้มปรากฏขึ้นบนใบหน้าที่ผ่านกาลเวลามาอย่างโชกโชน
“ถ้าจำไม่ผิด.. เจ้าถามกับอาจารย์เอาไว้ก่อนหน้านี้สินะ ว่าจะเดินทางไปยังอาณาเขตไหนเพื่อสั่งสมประสบการณ์?”
“งั้นอาจารย์จะบอกให้เลยละกัน อาณาเขตไหนที่สามารถออกไปหาประสบการณ์ได้..”
“ทั้งหมดมันก็คืออาณาเขตที่อยู่นอกเหนือไปจากดินแดนเผ่าพันธุ์มนุษย์ทั้งหมดยังไงละ”
คำพูดนั้นเหมือนสายลมเย็นที่พัดผ่าน แต่กลับทิ้งความหนักอึ้งไว้เบื้องหลัง
ขณะที่ตัวของหวูเหยียนจีลุกขึ้นยืน ก้าวไปยังหน้าต่างไม้ที่เปิดออกสู่ผืนฟ้าภายนอก จ้องมองมันแล้วกล่าวขึ้น
“เมื่อเจ้าออกไปจากกำแพงขนาดยักษ์ที่ปิดกั้นสองเขตแดน ตัวของเจ้าก็จะได้พบเจอกับสภาพแวดล้อมที่พิเศษ!”
เขายกมือขึ้นเล็กน้อย และกำลังชี้ให้เห็นภาพวิสัยทัศน์ที่อยู่ไกลลิบ
“ดินแดนและเทือกเขามากมาย ผืนป่าโบราณอันกว้างใหญ่ หรือกระทั่งมหาสมุทรที่เต็มไปด้วยสิ่งมีชีวิตโบราณที่แข็งแกร่งและทรงพลัง”
ทุกคำที่เอ่ยออกมาเหมือนวาดภาพขึ้นในอากาศ ภาพของภูเขาสูงเสียดฟ้า ป่าลึกไร้ขอบเขต คลื่นมหาสมุทรที่ซัดกระหน่ำ และเงาร่างของสิ่งมีชีวิตที่แฝงอยู่ในความมืด ชายหนุ่มเองก็พยักหน้ารับอย่างเงียบงัน รับฟังโดยไม่ละสายตา
ขณะที่ตัวของหวูเหยียนจีได้หันกลับมา แววตาคมกริบจ้องตรงเข้าสู่ดวงตาของศิษย์
“เจ้าย่อมรู้ถึงเรื่องราวในประวัติศาสตร์เมื่อประมาณสองร้อยปีก่อนใช่ไหม?”
หวงเยี่ยพยักหน้ารับโดยไม่ลังเล ก่อนจะกล่าวตอบอย่างเป็นระเบียบ
“หลังจากที่ดาวเคราะห์โลกของพวกเราได้ขยายตัวออกนับหลายพันเท่า ทวีปของมนุษย์ที่เคยมีอยู่ก็ถูกแบ่งออกเช่นเดียวกัน!”
เขาหยุดเล็กน้อย ก่อนจะกล่าวต่ออย่างต่อเนื่อง
“ทวีปทางเหนือ! ทวีปทางใต้! ทวีปตะวันออก! ทวีปตะวันตก! แล้วก็ทวีปศูนย์กลาง!”
“นี่คือทวีปที่อารยธรรมแห่งเผ่าพันธุ์มนุษย์ดำรงอยู่นับจากที่วันแห่งการเปลี่ยนแปลงได้เริ่มต้นขึ้น ทว่าต่อให้จะรวมทวีปทั้งห้าเข้าด้วยกันแล้ว ดินแดนของมนุษย์ที่พวกเราอาศัยอยู่นี้ก็มีขนาดเพียงแค่หนึ่งในสิบของโลกใบใหม่!”
ความเงียบแผ่คลุมชั่วขณะ คำพูดนั้นสะท้อนให้เห็นถึงความกว้างใหญ่ที่เกินจินตนาการ
หวงเยี่ยสูดลมหายใจเข้าเล็กน้อย ก่อนจะกล่าวต่ออย่างจริงจัง
“นอกเหนือไปจากดินแดนของมนุษย์ พวกมันจะถูกเรียกว่าอาณาเขตนอกกฎหมาย หรือจะเรียกว่าดินแดนแห่งความสิ้นหวังก็ได้”
“มันเต็มไปด้วยเผ่าพันธุ์มังกรและสัตว์มากมายที่เกิดการกลายพันธุ์”
“ปรากฏการณ์ที่แปลกประหลาด เรื่องลี้ลับที่อธิบายไม่ได้ อะไรต่างๆนานา หรือกระทั่งมนุษย์ด้วยกันที่ออกไปรวมตัวเพื่อสร้างขั้วอำนาจ! และเผยให้เห็นถึงสัจธรรมแห่งความโหดร้าย ทั้งหมดสามารถเกิดขึ้นได้ที่นอกดินแดนด้วยกันทั้งสิ้น!”
หวูเหยียนจีจ้องมองเขาอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะพยักหน้าอย่างพอใจ
“ดี! เจ้าจำได้ครบถ้วน!”
“โลกภายนอกนั้นไม่ใช่สถานที่สำหรับผู้ที่อ่อนแอ ที่นั่นไม่มีคำว่ากฎ ไม่มีคำว่าความยุติธรรม มีเพียงพลังอำนาจ และการอยู่รอด!”
“ตัวของเจ้าจะเห็นในสิ่งที่ไม่เคยเห็น ได้ยินสิ่งที่ไม่เคยได้ยิน และสัมผัสกับความจริงที่ไม่มีใครสอนในตำรา!”
เขาหยุดอยู่ตรงหน้าหวงเยี่ย ระยะห่างเพียงไม่กี่ก้าว แต่กลับให้ความรู้สึกเหมือนมีแรงกดดันบางอย่างแผ่ซ่าน
“เพราะงั้นหากเจ้าคิดจะออกไปสะสมประสบการณ์จริง.. เจ้าต้องเตรียมใจให้พร้อม!”
หลังจากกล่าวจบด้วยน้ำเสียงหนักแน่น ชายวัยกลางคนก็ยกมือขึ้นลูบหนวดเคราเฟิ้มของตนอีกครา ดวงตาฉายแววครุ่นคิดชั่วอึดใจ ก่อนที่มุมปากจะยกขึ้นเป็นรอยยิ้มลึกล้ำราวกับกำลังตัดสินใจบางอย่างที่เตรียมไว้ล่วงหน้า
เขาหันกายกลับ
พลางโบกมือเล็กน้อย
“มานี่! อาจารย์มีของขวัญชิ้นใหญ่ที่จะให้เจ้าด้วยนะ!”
คำว่าของขวัญทำให้ตัวของหวงเยี่ยชะงักเล็กน้อย ความสงสัยฉายวาบในแววตา ทว่าเขาไม่ได้เอ่ยถาม เพียงก้าวตามไปอย่างเชื่อฟัง
ฝีเท้าทั้งสองประสานกันบนทางเดิน ผ่านแนวต้นไม้ที่แผ่กิ่งก้านคลุมร่มเงา ก่อนจะเข้าสู่อาคารไม้หลังใหญ่ซึ่งตั้งอยู่ค่อนไปทางด้านหลังของตำหนักหลัก กลิ่นไม้หอมอ่อนจางลอยแตะปลายจมูก แสงอาทิตย์สาดลอดช่องหน้าต่างเป็นริ้วสายยาวบนพื้นกระดาน
เมื่อก้าวพ้นประตูไม้ไป สิ่งที่ปรากฏตรงหน้าของชายหนุ่มก็ทำให้ลมหายใจของเขาหยุดชะงักไปชั่วขณะ
กลางลานกว้างนั้น มีพาหนะสองล้อคันหนึ่งตั้งตระหง่าน รูปทรงเพรียวล้ำสมัย โครงสร้างแข็งแกร่งดุจสัตว์เหล็กที่กำลังหมอบรอคำสั่ง
สีดำสนิทของมันดูดกลืนแสงราวกับไร้เงาสะท้อน ผิวภายนอกเรียบเนียนแต่แฝงเส้นสายซับซ้อนเหมือนผสานกลไกขั้นสูงเข้าไว้ในทุกส่วน รายละเอียดเล็กน้อยตามโครงสร้างเปล่งประกายเรืองรองแผ่วเบา บ่งบอกถึงการขับเคลื่อนด้วยพลังวิญญาณที่ไหลเวียนอยู่ภายใน
“นะ.. นี่มัน..”
หวงเยี่ยยืนมองมันอย่างนิ่งงัน ความตื่นเต้นพลุ่งพล่านขึ้นมาในอกโดยไม่ทันตั้งตัว
“นี่คือพาหนะวิญญาณ!”
“มันคือพาหนะส่วนตัวที่เหมาะสำหรับนักล่ามังกรที่ต้องการเดินทางเพียงคนเดียว”
คำพูดนั้นทำให้หัวใจของหวงเยี่ยเต้นแรงขึ้น
“เจ้าเองก็มีแหวนมิติแล้ว.. การจะใช้พาหนะวิญญาณคันนี้ก็ไม่มีปัญหา เมื่อไม่ใช้มัน เจ้าก็ค่อยเก็บมันเข้าไปในแหวนมิติเพียงเท่านั้น!”
ในตอนนั้นชายหนุ่มได้ก้าวเข้าไปใกล้โดยไม่รู้ตัว มือเอื้อมออกไปสัมผัสตัวถังสีดำเย็นเฉียบ ความรู้สึกจากปลายนิ้วเหมือนสัมผัสสิ่งมีชีวิตที่กำลังหลับใหล ราวกับมันพร้อมจะตื่นขึ้นทันทีที่ถูกปลุกด้วยพลังวิญญาณ
“และพาหนะวิญญาณ..”
“มันก็ชื่อตรงตัวเลยเชียวละ”
“เพราะมันจะใช้พลังวิญญาณของตนเองเป็นไฟเชื้อเพลิงในการขับเคลื่อน!”
“อาจารย์จะยกมันให้กับเจ้า!”
น้ำเสียงมั่นคง ไม่มีความลังเล
“เอาไปใช้ซะ!”
คำประกาศนั้นดังก้องชัดเจน ทำให้หวงเยี่ยที่มองรูปลักษณ์ของมันอยู่ก่อนแล้ว พลันสั่นสะท้านไปด้วยความตื่นเต้น ดวงตาฉายประกายไม่ต่างจากเด็กหนุ่มที่เพิ่งได้เห็นของในฝันเป็นครั้งแรก
เพราะถึงอย่างไร ความใฝ่ฝันของชายหนุ่มคนหนึ่ง การมีพาหนะส่วนตัวสักคันย่อมเป็นสิ่งพิเศษเกินกว่าจะอธิบายได้ง่ายๆ
ภาพของตนเองที่ขับเคลื่อนมันผ่านทุ่งกว้าง ผ่านภูเขา ผ่านดินแดนอันตราย ปรากฏขึ้นในจินตนาการอย่างชัดเจน
“ขอบคุณท่านอาจารย์!”
ไม่รอช้า หวงเยี่ยยกมือขึ้นกระตุ้นแหวนมิติ แสงจางๆปรากฏวาบเดียว พาหนะวิญญาณคันใหญ่ก็หายไปจากลานหินอย่างไร้ร่องรอย
การเคลื่อนไหวรวดเร็วและแม่นยำจนแทบไม่ทันตั้งตัว
หวูเหยียนจีที่เห็นดังนั้นก็หัวเราะร่า พลางพยักหน้าอย่างพึงพอใจ
“ดี! อย่างน้อยเจ้าก็ไม่ปล่อยให้ความตื่นเต้นทำให้เสียเวลา!”
เขาหยุดเล็กน้อย ก่อนสีหน้าจะแปรเปลี่ยนเป็นจริงจัง
“เจ้าบอกว่าต้องการประสบการณ์ในการเข่นฆ่า.. งั้นอาจารย์ก็จะแนะนำให้ไปยังเมืองนอกกฎหมายก่อนละกัน! ที่นั่นจะเต็มไปด้วยนักล่ามังกรที่โหดร้ายและน่าสะพรึงกลัว พวกมันทำได้ทุกอย่างเพื่อผลประโยชน์และตัวของตนเอง!”
“ทว่าภายในเมืองนอกกฎหมายเองก็เต็มไปด้วยทรัพยากรล้ำค่าและหายากมากมาย”
“เผลอๆบางครั้ง เมล็ดพันธุ์มังกรกลืนกินก็อาจมีปรากฏขึ้นมาเป็นบางครั้งเลยละ!”
คำกล่าวนี้ทำให้หัวใจของหวงเยี่ยสั่นไหวเล็กน้อย
เมล็ดพันธุ์มังกรกลืนกิน
สิ่งที่สามารถเปลี่ยนแปลงเส้นทางของนักล่ามังกรได้ในพริบตา
หวูเหยียนจีกล่าวสรุปอย่างชัดถ้อยชัดคำ
“เป็นดินแดนสรวงสวรรค์สำหรับคนที่ต้องการลองฝีมือ และเมืองแห่งนั้นเองก็น่าจะเป็นที่เหมาะสมสำหรับการเข่นฆ่าที่เจ้าต้องการ!”
“แต่จงจับเอาไว้ซะศิษย์รัก ชีวิตของตนเองน่ะ ยังไงก็ต้องดูแลมันด้วยตนเอง ไม่มีใครที่จะสามารถช่วยเหลือเจ้าได้ ยกเว้นตัวเจ้าเอง!”
หวงเยี่ยยืนนิ่งอยู่ตรงนั้น
ในอกของเขาไม่ได้มีเพียงความตื่นเต้นจากพาหนะวิญญาณเท่านั้น แต่ยังมีความกระหายบางอย่างกำลังก่อตัวขึ้นอย่างเงียบงัน
เมืองนอกกฎหมาย
ดินแดนที่ไร้กฎเกณฑ์
สถานที่ซึ่งความอ่อนแอไม่มีสิทธิ์ยืนอยู่ และดูเหมือนว่าเส้นทางที่ตนเองเลือกเดินกำลังจะเริ่มต้นขึ้นจริงๆแล้ว