จางเฉินสังเกตอย่างระมัดระวัง เมื่อไม่พบว่ามีฝูงหมาป่าอื่นๆอยู่ใกล้ๆ อีกมีเพียง 6 ตัวที่เหลืออยู่ก็รู้สึกโล่งใจ หมาป่านั้นได้รับบาดเจ็บจำนวนมากเหมือนกับทั้งสองคนที่ดูสภาพไม่ต่างจากขอทาน สกปรกไปด้วยคราบเลือดและโคลนเสื้อผ้าถูกฉีกด้วยกรงเล็บหมาป่าและทั้งทิ้งรอยแผล รอยเลือดอย่างชัดเจน
ถ้าจางเฉินไม่มาเจอคิดว่าอีกสักพักสองคนนี้ก็คงจะตายแล้ว ดูจากสภาพไม่น่าจะยืนอยู่ได้นาน
“ท่านพี่เราคงต้องตายแล้ววันนี้ เกิดชาติหน้าหวังว่าเราจะได้เป็นพี่น้องกันอีก”หญิงสาวพูดด้วยเสียงสั่น
“ข้าขอโทษหากข้าแข็งเกร่งกว่านี้เราคงไม่ต้องประสบกับเหตุการณ์เช่นนี้”
“มิเป็นไรท่านพี่สุดท้ายแล้วหากท่านพี่ไม่พบเจอข้าก่อน ข้าก็คงตายไปนานแล้ว ข้าไม่โทษท่าน”
จางเฉินได้ยินที่ทั้งสองพูดคุยแล้วก็รู้สึกสงสารจึงพุ่งตัวเข้าสังหารหมาป่าทางด้านซ้ายสุดก่อนหมาป่านั้นเป็นระดับเจ็ด ทั้งผ่านการต่อสู้มาอย่างโชกโซนมันง่ายมากสำหรับจางเฉินที่จะจัดการหมาป่าทั้ง 6 ตัว
บูม บูม บูม
จางเฉินปลดปล่อยปราณดาบทะลุร่างหมาป่าตัวแรกแล้วก็จัดการอีก 4 ตัวเหลืออีกเพียงตัวเดียวจางเฉินพุ่งเข้าไปฟันที่ลำคอขาดกระเด็น
ทั้งสองคนที่กำลังเตรียมใจว่าจะต้องตายแล้วนั้นมองจางเฉินด้วยความรู้สึกซาบซึ้งแต่หญิงสาวนั้นหลังจากมองจางเฉินแล้วก็รู้สึกว้าวุ่นใจทันที
“ข้าถังเมิ้ง องค์ชายสามแห่งอาณาจักรเจี่ยซุนส่วนนี่น้องสาวข้าถังชิ่วอิง ขอบคุณท่านที่ช่วยเหลือ ชวิตของข้านั้นได้ท่านเป็นผู้รักษาให้รอดอยู่ ข้าต้องขอบคุณท่านเป็นอย่างมาก”ถังเมิ้งกล่าวกับจางเฉินด้วยความจริงใจ
จางเฉินรู้สึกประทับใจกับถังเมิ้งการแสดงออกนั้นสมกับเป็นองค์ชายแต่เมื่อมองที่เจ้าหญิงนั้นดูไม่ค่อยชอบหน้าจางเฉินนักทั้งสองคนสบตากันอยู่พักหนึ่ง จางเฉินรู้สึกเหมือนเคยเจอกันมาก่อน แต่เนื่องจากสภาพที่ดูสกปรกไปทั้งตัวจึงไม่อาจจะรู้ได้ว่าเป็นใคร
“ไม่จำเป็นต้องสุภาพนี่เป็นเพียงเรื่องเล็กน้อย”
“นั่นคือสิ่งที่สำคัญมีบุญคุณต้องทดแทนมีแค้นต้องชำระ มิทราบผู้มีพระคุณมีนามว่าอะไร”
“ข้าจางเฉินพวกเจ้าทำไมถึงได้ถูกทำร้ายขนาดนี้ เพียงสัตว์อสูรระดับเจ็ด และดูเหมือนว่าอาวุธของพวกเจ้าจะเป็นระดับสูงด้วยเช่นกัน การฝึกฝนก็ถึงขั้นนักรบปราณแล้วไม่น่าจะเจอปัญหามาก”
“พวกข้านั้นมีหยกสื่อสารที่เตรียมไว้และรวมตัวของคนของอาณาจักรแล้วก็เดินทางมาหาน้องชิ่วอิง แต่น้องชิ่วอิงนั้นโชคร้าย เข้ามาอยู่ในรังของหมาป่าทุกคนต่างต่อสู้กันอย่างหนักและหลบหนีกระจัดกระจายกันไปพวกข้าถอยไปด้วยต่อสู้ไปด้วยจนถึงหน้าผาสูงชันจึงไม่มีทางไปต่อ โชคดีที่ท่านมาพบ”
“เอาละเราออกจากที่นี่กันก่อน กลิ่นคาวเลือดนั้นจะพาให้สัตว์อสูรที่มีพลังมากกว่ามาแถวนี้ได้หากช้าไปจะทำให้เดือดร้อน
ทั้งสามคนเดินทางกันอย่างรวดเร็วระหว่างทางจางเฉินก็สำรวจพื้นที่จนพบถ้ำแห่งหนึ่งให้สองคนเข้าไปในถ้ำเพื่อสำรวจก่อน ซึ่งจางเฉินตรวจสอบด้วยพลังวิญญาณแล้วไม่พบสิ่งผิดปกติอะไรจึงวางขบวนจัดตั้งอาเรย์ป้องกันไว้ แล้วเดินเข้าไปในถ้ำ
ทั้งสองคนนั้นร่างกายอ่อนล้านั่งอยู่ที่พื้น จางเฉินจุดไฟและตั้งหม้อต้มน้ำชุปปลาเพื่อให้ทั้งสองคนได้กินแล้วพักผ่อน
ชุปนั้นมีกลิ่นหอมมากด้วยสมุนไพรที่หลากหลายและวิธีการปรุงอาหารของจางเฉินที่เรียกได้ว่าฝึกฝนมาอย่างดีกับการทำอาหารร่วมกับชิวเอ๋อ และชิงเอ๋อ หลายเดือนจางเฉินทำอาหารไปก็คิดถึงทั้งสองคนมาก
“พวกเจ้าล้างแผลแล้วก็ใส่ยากันก่อน”
จางเฉินนำน้ำใส่กระบอกไม้ไผ่ส่งให้ทั้งสองคน และนำยารักษาแผลออกมาสองขวด
“ข้าแทบไม่เหลือเรี่ยวแรงแล้วท่านช่วยข้าได้หรือไม่ ต้องขออภัยจริงๆ ดูจากยาในขวด ท่านเป็นนักปรุงยาใช่หรือไม่”
“ใช่แล้วข้าคือนักปรุงยา”
“บุญคุณครั้งนี้ยากที่จะตอบแทนแล้ว ทั้งช่วยเหลือ ดูแลที่พักเพื่อความปลอดภัยแล้วยังให้ยารักษาอีก ข้ารู้สึกเกรงใจจริงๆ”
จางเฉินล้างแผลให้กับถังเมิ้ง แล้วก็ให้ถังเมิ้งกินยารักษาแผลเม็ดหนึ่งบดอีกเม็ดหนึ่งเป็นผงทาตามบาดแผลให้กับถังเมิ้ง แล้วเขาก็เดินไปหาถังชิ่วอิง
นางพยายามถอยหนีจากจางเฉินเหมือนกับกลัวภูตผีปีศาจ เกิดมาไม่เคยมีชายใดแตะต้องร่างกายมาก่อนแต่สภาพตอนนี้แค่เดินทางกันมาจนถึงถ้ำนี้ได้ก็เต็มที่แล้วจึงจำเป็นต้องยอมในท้ายที่สุด
“ข้าไม่ทำอะไรเจ้าหรอกถึงข้าหน้าตาไม่ดี รูปร่างไม่เป็นคุณชายอย่างที่สาวๆ ไผ่ผันแต่ข้าก็จิตใจดี”
จางเฉินล้างแผลให้ยากินและทายาสำหรับถังชิ่วอิงผิวที่เรียบเนียนแต่เดิมเมื่อมีบาดแผลนั้นทำให้ตัวแผลโดดเด่นเป็นอย่างมากโชคดีที่ยาของจางเฉินนั้นช่วยได้มาก เมื่อรักษาแล้วก็จะไม่ทิ้งรอยแผลเป็นจางเฉินสำรวจแผลทั่วไป แล้วก็มองหน้านางเพื่อดูว่ามีแผลบริเวณศีรษะหรือไม่
สายตาทั้งคู่ต่างประสานกัน จางเฉินรู้สึกคุ้นเคยอย่างลับๆ ในใจเขาแอบคิดในใจว่าหรือนางจะเป็นญาติกับชิวเอ๋อ ชิงเอ๋อ ถึงคุ้นเคยขนาดนี้หรือเคยเจอกันที่ไหนเขาไม่แน่ใจเท่าไหร่นัก
“ท่านหยุดมองข้าได้แล้ว”
จางเฉินออกมานั่งพักอยู่ไม่ไกลทั้งสองคนจึงรวบรวมลมปราณเพื่อรักษาตัว เพียงหนึ่งชั่วยามด้วยยาของจางเฉินทั้งสองคนก็หายเป็นปกติ ทั้งสองคนเอายารวบรวมลมปราณออกมา กลืนลงไปแล้วฝึกต่ออีกสักพักจึงทะลุขั่น นักรบปราณ
“โอ่พวกเจ้าดูก้าวหน้าได้รวดเร็วนัก” จางเฉินรู้สึกประหลาดใจ
ถังเมิ่งหยุดการบ่มเพาะปราณก่อนเดินมาพูดคุยกับจางเฉิน
จางเฉินพูดคุยกับถังเมิ้งอย่างถูกคอ ถังเมิ้งนั้นเป็นนักปรุงยาเหมือนกันเนื่องจากการฝึกฝนนั้นไม่มีพรสวรรค์ซึ่งต่างจากน้องสาว และพี่น้องคนอื่นที่พรสวรรค์ในการฝึกฝนนั้นสูงมากทุกคนของทั้ง 4 ประเทศนั้นต่างกดพลังกันไว้ไม่ทะลุนักรบปราณเพื่อเข้าสู่ดินแดนลับยาลดระดับพลังปราณนั้นใช้แต่กับราชาปราณเพื่อมาช่วยดูแลพวกเขา ยานั้นทำได้ยากมากแต่ละอาณาจักรมีกันเพียงหนึ่งถึงสองเม็ดเท่านั้น จางเฉินจึงได้เข้าใจเหตุที่ว่ามีราชาปราณในดินแดนลับถ้าพูดถึงเรื่องระดับพลังนั้นเขาคือคนที่อ่อนแอสุดแล้ว เพียงแต่เขามีสิ่งช่วยชีวิตมากมายแต่ละอย่างนั้นสามารถทำให้คนฝันถึงต้องการมาครอบครองกันอย่างมาก
“ที่แท้เป็นเช่นนี้”
“กว่าร้อยปีแล้วที่ดินแดนลับนี่เปิดทุกอาณาจักรต่างเตรียมการอย่างเต็มที่ เพื่อให้ได้ประโยชน์สูงสุด”
“ท่านคงได้สมุนไพรเป็นจำนวนมาก”
ถังเมิ่งเอาสมุนไพรออกจากแหวนมิติทั้งหมดแล้วยื่นให้กับจางเฉิน
“สิ่งนี้ข้าไม่อาจรับได้ท่านเก็บไว้เถอะ”
“ยังไงข้าก็ต้องตอบแทนท่านบ้างในอนาคตถ้าท่านมีเหตุอันใด มีบุกน้ำลุยไฟ ท่านไปหาข้าที่อาณาจักรเจี่ยซุนข้าจะพยายามอย่างเต็มที่แม้แลกด้วยชีวิตข้า”
จางเฉินรู้สึกประทับใจกับถังเมิ้งมากไม่นานถังเมิ้งก็ขอตัวเพื่อบ่มเพาะพลังให้มีความเสถียรสักพักหนึ่งถังชิ่วอิงก็ออกจากการบ่มเพาะ
“ข้าเห็นว่ามีแม่น้ำอยู่ใกล้ๆท่านช่วยพาข้าไปชำระร่างกายสักเล็กน้อยได้หรือไม่”
จางเฉินพงกหัวรับคำจึงพาชิ่วอิงไปล้างตัวที่แม่น้ำ นางล้างตัวล้างหน้า จางเฉินเพียงมองจากข้างหลังด้วยรูปร่างที่สวยงามประกอบกับบรรยากาศนั้น พาให้จางเฉินเคลิปเคลิ้มยิ่งนักเมื่อน้ำถูกเสื้อผ้าทำให้แนบไปกับเนื้อนังยิ่งเน้นย้ำส่วนเว้าส่วนโค้งจางเฉินนึกถึงชิวเอ๋อ กับชิงเอ๋อขึ้นมาทันที ไม่รู้พวกนางจะเป็นเช่นไรกันบ้าง
ถังชิวเอ๋อหันหน้ามาสบตากับจางเฉินอีกครั้งหลังจากล้างตัวเสร็จแล้วจางเฉินตกใจอย่างมาก
“เจ้าคือ...”ในที่สุดจางเฉินก็เห็นหน้านางเต็มๆ หลังล้างคราบเลือดและโคลนต่างๆ ออกไป นางคือหญิงสาวที่จางเฉินจำภาพติดตามาจากสระวิญญาณเคยปรากฏภาพเหล่านี้เวลาจางเฉินอยู่เงียบๆ หลายครั้ง จางเฉินตกตลึงเป็นอย่างมาก