เมื่อนักเรียนสาขาศาสตร์แห่งความตายตื่นขึ้นในตอนเช้า และรีบเตรียมตัวเพื่อไปยังอาคารเรียนสาขาเวทมนตร์ธาตุมืด แจ็คเริ่มสติแตกและไม่เต็มใจเข้าร่วมแผนการของหานซั่ว แต่ความกลัวของเขาก็บรรเทาลงเมื่อหานซั่วเล่าแผนการให้ฟัง ในที่สุด แจ็คก็ยอมตกลง เพราะตระหนักได้ว่าหานซั่วกำลังทำเพื่อเขาอยู่ นี่เขามีความเป็ลูกผู้ชายน้อยกว่าไบรอันอย่างนั้นหรือ?
รูปสลักของนักเรียนดีเด่นแห่งวิทยาลัยบาบิโลนมากมายเรียงรายตามทางเดินหิน ประติมากรรมที่สูงใหญ่ราวกับมีชีวิตเหล่านี้ถูกสร้างขึ้นเพื่อเป็สัญลักษณ์ของความภาคภูมิใจและเกียรติยศของวิทยาลัย
หนึ่งในหน้าที่ประจำของไบรอันคือการปัดฝุ่นรูปสลักเหล่านี้ทุกวัน ซึ่งเขาต้องทำมาั้แ่ตอนอายุสิบขวบ โดยใช้บันไดเล็ก ๆ ช่วยปีนขึ้นไปตอนที่ยังตัวเตี้ยกว่านี้ และหลังจากงานอันยากลำบากนี้เสร็จแล้วเท่านั้น ที่เขาถึงจะได้รับอนุญาตให้พักรับประทานอาหาร
ขณะที่ทั้งสองกำลังทำความสะอาดรอยแตกร้าวของรูปสลักจอมขมังเวทหนวดเฟิ้มคนหนึ่ง หานซั่วหันไปพูดกับแจ็ค
"ข้าว่านะ แจ็ค คงจะดีถ้าสักวันหนึ่ง มีรูปสลักของเราตั้งไว้ตรงนี้บ้าง"
"ไบรอัน อย่าไร้สาระน่า พวกเราเป็แค่เด็กรับใช้ ต่อให้โดนทุบตีทุกวัน ก็ดีแค่ไหนแล้วที่มีอาหารให้กินทุกมื้อ อย่างพวกเราจะไปเป็นักเวทกับเขาได้อย่างไร? เฮ่อ...ไบรอัน เ้าเปลี่ยนไปจริง ๆ เมื่อก่อนเ้าไม่มีทางมีความคิดบ้า ๆ แบบนี้ และไม่มีทางพูดความคิดนั่นออกมาด้วยซ้ำ!"
"แล้วทำไมจะคิดไม่ได้เล่า?"
"การเป็นักเวทน่ะ เราต้องมีทั้งคุณสมบัติและเหรียญทองมากพอที่จะเข้าเรียนในวิทยาลัยเวทมนตร์ แถมยังต้องผ่านบททดสอบกับการสอบอีกหลายระดับ ขนาดพวกเด็ก ๆ ที่ไม่ว่าจะมาจากตระกูลสูงศักดิ์แค่ไหนก็ต้องมีคุณสมบัติจริง ๆ เหมือนกัน คนธรรมดาอย่างพวกเรายิ่งเป็ไปไม่ได้เลย อ้อ... ลืมไป เ้าเองก็เป็ทาสแท้ ๆ ไม่ใช่เสรีชน นั่นยิ่งแย่เข้าไปใหญ่ เรียกว่าไม่มีหวังเลยก็ว่าได้!"
"เราก็อยู่ในวิทยาลัยเวทมนตร์อยู่แล้วนี่นา แถมไม่ต้องจ่ายค่าเล่าเรียนเลยด้วย หึหึหึ เรียกว่าโชคสองชั้นดีกว่า ถ้าเราไม่เรียนเวทมนตร์ตอนนี้ อนาคตเราจะกล้าบอกใครต่อใครว่ามาจากวิทยาลัยเวทมนตร์และศาสตร์แห่งพลังบาบิโลนได้อย่างไร?"
"ไบรอัน อย่ามั่นใจไปหน่อยเลย เราไม่ใช่นักเรียน แต่เป็แค่เด็กรับใช้ อย่างน้อยข้าก็ออกจากวิทยาลัยได้ในอนาคต แต่เ้าน่ะ --- เ้าไม่มีวันออกไปจากที่นี่ได้นะ!"
แจ็คใจลอยขณะเช็ดถูรูปสลักของจอมขมังเวทแคลร์ โดยไม่ได้สนใจเครื่องหน้าที่เต็มไปด้วยความมุ่งมั่นของรูปสลักแม้แต่น้อย แจ็คเพียงคิดว่าไบรอันคงเพี้ยนไปแล้ว ถึงได้พูดออกมาอย่างตรงไปตรงมาเช่นนี้
"ฮ่า เลิกพูดเื่นั้นเถอะ ดูสิ ยัยแม่มดลิซ่ากำลังเดินมาทางนี้ รีบเตรียมทำตามแผนเถอะ!"
หานซั่วเห็นลิซ่าเดินมาแต่ไกล เธอกำลังเดินกะเผลกมาทางพวกเขา อย่างน้อยความทรงจำที่รับใช้วิทยาลัยมาหกปีของไบรอันก็มีประโยชน์ เพราะเขาจำเส้นทางประจำวันของคนบางคนที่นี่ได้
ลิซ่ามักจะนอนตื่นสาย และมักจะเดินอย่างเชื่องช้าไปยังห้องเรียนเพียงลำพัง วันนี้ก็เช่นกัน เธอสวมชุดคลุมนักเวทสีดำ ผมยาวสีทองนุ่มน่าััพลิ้วไหวตามแรงลม
เพราะนอนหลับไม่เต็มอิ่มในคืนที่ผ่านมา เธอจึงหาวไปตลอดทาง
ลิซ่าเป็เด็กหญิงที่น่ารักวัยสิบหกปี แต่อาจเป็เพราะเธอยังไม่โตเป็สาวอย่างสมบูรณ์นัก หน้าอกของเธอจึงยังไม่กลมกลึงเท่าที่ควร ข่าวลือแว่วมาว่าลิซ่าไม่ค่อยพอใจกับหน้าอกแบนราบของตนเอง และพยายามหาทางแก้ไขอยู่
หานซั่วและแจ็คแอบมองอย่างลับ ๆ ล่อ ๆ เมื่อลิซ่าเดินเข้ามาใกล้จึงขัดถูรูปสลักจอมขมังเวทแคลร์อย่างจริงจัง ทำทีเป็พูดคุยกันขณะทำงาน โดยไม่สนใจการปรากฏตัวของเธอ
"ไม่มีทาง ไบรอัน เ้าต้องฟังผิดมาแน่ ๆ บาคจะกล้าพูดถึงลิซ่าแบบนั้นได้อย่างไร?"
ทั้งคู่แสร้งทำเป็กระซิบกันเบา ๆ ก่อนที่แจ็คจะโพล่งออกมาด้วยความประหลาดใจ
ลิซ่ากำลังเดินอย่างเหม่อลอยขณะที่ได้ยินใครบางคนเอ่ยชื่อเธอ ความสนใจของเธอพุ่งไปยังต้นเสียงนั้น ขณะมองทางข้างหน้าอย่างระมัดระวัง
เด็กผู้หญิงทุกคนต่างกระหายใคร่รู้ในสิ่งที่คนอื่นพูดถึงตนเองลับหลัง และลิซ่าก็ไม่ใช่ข้อยกเว้น เธอเดินไปไกลพอที่จะหลบอยู่หลังรูปสลักอีกชิ้นหนึ่ง เพื่อไม่ให้สองคนนั้นเห็นเธอและไม่กล้าพูดคุยกันต่อ เธอเงี่ยหูฟังขณะแอบมองพวกเขา
เ้าไบรอันกึ่งบ้ากึ่งปัญญาอ่อนนั่นนี่นา! ลิซ่ายังคงโกรธและอยากสั่งสอนให้เขารู้จักที่ต่ำที่สูงเสียที แต่ก่อนอื่น เธออยากได้ยินว่าบาคพูดถึงเธอว่าอะไร
หานซั่วยิ้มย่องและพูดว่า "เปล่าเลย ข้าไม่ได้หูฝาด ตอนพวกนั้นเดินไปที่ห้องเรียน บาคพูดกับนักเรียนคนอื่นว่าหน้าอกของลิซ่าแบนอย่างกับแผ่นขนมปังที่ถูกรีดให้แบนอีกที!"
เมื่อได้ยิน แจ็คถึงพยายามกลั้นหัวเราะสุดชีวิต หน้าของเขาเริ่มแดง เนื้อตัวสั่นเทิ้มไม่หยุด
อีกด้านหนึ่งของรูปสลัก ใบหน้าของลิซ่าเข้มขึ้นด้วยความโกรธ ดวงตาคู่งามฉายแววเดือดดาลสุดขีด ริมฝีปากน่ารักเริ่มสั่น ฟันขาวราวไข่มุกขบแน่น ตัวสั่นสะท้านด้วยความโกรธครู่หนึ่ง ก่อนจะเดินกระทืบเท้าไปยังอาคารเรียน ลืมไปเสียสนิทว่าเมื่อครู่อยากสั่งสอนไบรอันมากเพียงใด
แจ็คกลั้นหัวเราะไม่ไหวอีกต่อไป เมื่อเห็นลิซ่ารีบร้อนเดินไปยังทิศทางตรงข้าม เธอเืขึ้นหน้าจนกลายเป็สีม่วง
"ฮ่าฮ่าฮ่า...!"
เขาะเิหัวเราะออกมาหลังจากที่พยายามกลั้นอยู่นาน พูดพลางกลั้วหัวเราะ "ไบรอัน เ้านี่ร้ายจริง ๆ ขนาดเด็กรับใช้อย่างเรายังรู้ว่าเ้าบาคนั่นชอบลิซ่าอยู่ และลิซ่าก็ไม่ชอบให้ใครมาล้อเื่หน้าอกของเธอ เห็นหน้าของเธอไหม เ้าบาคงานเข้าแน่ๆ"
หานซั่วหัวเราะอย่างเ้าเล่ห์ รีบเก็บแปรงและเอ่ยขึ้น "เลิกทำความสะอาดแคลร์ก่อนเถอะ รีบไปดูอะไรเด็ด ๆ กันดีกว่า!"
แจ็ครีบเก็บแปรงด้วยท่าทางสง่างาม ใส่ในถุงผ้ารอบเอวตามคำของหานซั่ว พลางหัวเราะ "ไปกันเถอะ ข้าอยากเห็นลิซ่าเล่นงานบาคจะแย่ สาสมแล้วที่มาต่อยข้าเมื่อเช้านี้"
เด็กรับใช้สาขาศาสตร์แห่งความตายทั้งสองคนรีบตามลิซ่าไปอย่างเหิมฮึกคึกคัก วิ่งตรงไปยังอาคารเรียน ผ่านเหล่านักเรียนที่ต่างก็ฉงนในพฤติกรรมของทั้งคู่ สงสัยว่าเมื่อเช้าเด็กรับใช้ขี้ขลาดตาขาวสองคนนี้ต้องลุกจากเตียงผิดด้านแน่ๆ
ที่วิทยาลัยเวทมนตร์และศาสตร์แห่งพลังบาบิโลน ศาสตร์แห่งความตายเป็สาขาที่แยกย่อยออกมาจากเวทมนตร์ธาตุมืด นักเรียนสาขาศาสตร์แห่งความตายจึงต้องใช้ห้องเรียนร่วมกันกับนักเรียนสาขาเวทมนตร์ธาตุมืดคนอื่น ๆ และอยู่ภายใต้การสอนของเหล่าอาจารย์
ด้วยความมุ่งมั่นอันน่าชื่นชมของลิซ่า เมื่อหานซั่วและแจ็คไปถึง ลิซ่ากำลังระบายโทสะด้วยการกระหน่ำโจมตีบาคอย่างไม่ยั้งมือ
"ลิซ่า ขนาดพวกเด็กรับใช้ยังรู้เลยว่าข้ารู้สึกอย่างไรกับเ้า แล้วข้าจะพูดถึงเ้าแบบนั้นได้อย่างไร? เ้าได้ยินมาจากใครกัน?"
บาคซึ่งตาซ้ายเขียวช้ำเรียบร้อยแล้ว ะโหลบการโจมตีของเวท ‘ศรกระดูก’ เขาฉวยโอกาสที่อีกฝ่ายชะงักไปครู่หนึ่ง รีบยืนยันความบริสุทธิ์ของตัวเอง ซึ่งดูหมดสภาพเต็มที
บาคเคยทุบตีแจ็คอย่างแรง แต่ตลอดเวลาที่ผ่านมา ไบรอันเ็ปทรมานยิ่งกว่าเพราะฝีมือของบาค
บาคอายุสิบเจ็ดปี เป็ลูกชายของตระกูลสูงศักดิ์เล็ก ๆ ตระกูลหนึ่ง แต่กลับเป็เพียงนักเวทฝึกหัดซึ่งเป็ระดับล่างสุด จึงยากจะต่อกรกับนักเวทระดับเริ่มต้นที่ฝีมือเหนือกว่า ไม่รวมกับที่เขาพยายามยั้งมือเพราะความชอบในตัวอีกฝ่าย จึงไม่แปลกที่เขาถูกจู่โจมอย่างรวดเร็วเมื่อเผชิญหน้ากับลิซ่าที่กำลังเกรี้ยวกราด
"หึ ไม่ใช่เื่ของเ้า พวกนั้นไม่ได้ตั้งใจบอกให้ข้ารู้ แสดงว่ามันต้องเป็เื่จริง ถ้าเ้าจะใจร้ายกับข้าขนาดนี้ ก็รับความโมโหของข้าไปซะ!"
ไบรอันกับแจ็คไม่ได้ ‘ตั้งใจ’ พูดให้ลิซ่าได้ยินจริง ๆ แถมไบรอันยังกึ่งบ้ากึ่งปัญญาอ่อน ไม่มีทางเลยที่คนแบบนั้นจะปั้นเื่โกหกแบบนี้ขึ้นมาได้ และทาสรับใช้ก็ไม่กล้าโกหกแน่!
เมื่อเป็เื่ต้องห้ามของลิซ่า เธอย่อมไม่มีวันพูดให้ใครได้ยิน โดยเฉพาะเวลามีคนอื่นอยู่ใกล้ ๆ เธอจึงทุ่มสุดตัวในการสั่งสอนบาคให้รู้สำนึก เพื่อไม่ให้ใครกล้ามาล้อเลียนเธออีก
"ิญญาแห่งทหารกล้าผู้ล่วงลับเอ๋ย... จงสดับฟังคำเรียกแห่งสาส์นทมิฬ และปรากฏกายเบื้องหน้าข้า!"
ลิซ่ายกแขนเรียวบางของเธอขึ้นฟ้าพร้อมกับร่ายเวท เมื่อคาถาสมบูรณ์ นักรบโครงกระดูกสีขาวถือมีดกระดูกสองตนก็โผล่ขึ้นมาตรงหน้าเธอ พวกมันเร่งความเร็วพุ่งเข้าใส่บาคพร้อมเสียงลั่นของกระดูกที่เสียดสี ชูมีดในมือขึ้นสูงขณะที่เธอชี้มือไปทางเขา
หานซั่วตกตะลึงขณะยืนมองจากด้านข้าง นี่เป็ครั้งแรกที่เขาได้เห็นความน่าพิศวงของเวทมนตร์ศาสตร์แห่งความตายด้วยตาเนื้อ ร่างกายของเขาแทบะเิออกด้วยความสงสัยใคร่รู้ จับตามองอย่างจริงจังในทุกการเคลื่อนไหวเบื้องหน้า
"พลังจิตของลิซ่าไม่เลวเลย อัญเชิญนักรบโครงกระดูกมาได้ตั้งสองตน"
"หึ สาขาศาสตร์แห่งความตายอ่อนแอมากอยู่แล้ว พวกนักเรียนก็มาพาลมาตีกันเองแบบนี้อีก ไม่แปลกใจที่สาขานี้จะตกต่ำที่สุดในวิทยาลัย ช่างเป็จุดด่างพร้อยของเวทมนตร์ธาตุมืดจริงๆ!"
……
เมื่อลิซ่าอัญเชิญนักรบโครงกระดูกออกมา นักเรียนสาขาเวทมนตร์ธาตุมืดคนอื่น ๆ ก็เริ่มจับกลุ่มคุยกัน ทำให้หานซั่วได้รู้ว่าการใช้เวทมนตร์ขึ้นอยู่กับระดับพลังจิต หากเป็จอมขมังเวทเนโครแมนเซอร์ที่ใช้พลังจิตระดับสูงในการอัญเชิญโครงกระดูก ก็จะสามารถอัญเชิญได้ในจำนวนที่เพิ่มมากขึ้น
บาครู้สึกหดหู่และสาปแช่งคนปล่อยข่าวลืออยู่ภายในใจนับร้อยครั้ง หากบาคฝึกซ้อมการใช้คาถาด้วยพลังจิตที่มากพอ หานซั่วและแจ็คคงไม่มีทางได้มาสนุกสนานกับสิ่งที่ได้เห็นอยู่ตอนนี้
นักรบโครงกระดูกไล่กวดเขาไปทั่วอย่างไม่มีวันเหน็ดเหนื่อย ในที่สุด บาคก็ต้องใช้เวทมนตร์เดียวกันอัญเชิญโครงกระดูกเล็ก ๆ ตนหนึ่งขึ้นมา ปรากฏเป็ภาพของเด็กหนุ่มหนึ่งคนกับโครงกระดูกอีกหนึ่งตน เริ่มต่อสู้กับนักรบโครงกระดูกอีกสองตน
นักเรียนสาขาเวทมนตร์ธาตุมืดคนอื่น ๆ หัวเราะลั่นเมื่อเห็นสภาพน่าสมเพชของบาค คำเย้ยหยันทำให้เขาเสียสมาธิ ผลคือโดนนักรบโครงกระดูกตัวหนึ่งของลิซ่าเตะเข้าที่ท้องน้อยอย่างแรง หน้าเขากลายเป็สีม่วงด้วยความเ็ป ก่อนจะค่อย ๆ ทรุดลงไปกองกับพื้น
ลิซ่ารีบหยุดโครงกระดูกของเธอเมื่อเห็นบาคถูกโจมตี ขณะที่โครงกระดูกเงื้อมีดเพื่อจบหน้าที่ของมัน เธอก็ส่งโครงกระดูกกลับสู่มิติมืด
อย่างไรเสีย นี่ไม่ใช่การต่อสู้อย่างเอาเป็เอาตาย และวิทยาลัยก็ห้ามไม่ให้มีการต่อสู้ลักษณะนี้ ลิซ่าไม่กล้าทำร้ายบาคจริง ๆ อารมณ์โกรธของเธอสงบลงเมื่อเห็นว่าบาคได้รับาเ็
บาคยืนขึ้นและส่งโครงกระดูกกลับไปยังมิติมืดเช่นกัน เขากวาดตามองไปรอบ ๆ จึงเห็นหานซั่วและแจ็คกำลังหัวร่องอหาย บาคเดือดดาลสุดขีดจนตวาดลั่น
"ขี้ข้าชั้นต่ำอย่างเ้าสองคนกล้าหัวเราะเยาะข้างั้นหรือ?" บาคไม่กล้าระบายอารมณ์ใส่ลิซ่า โดยเฉพาะเมื่อมีพวกรุ่นพี่ในสาขาศาสตร์แห่งความตายอยู่รอบ ๆ จึงทำได้เพียงหาที่ระบายใส่เด็กรับใช้ที่อยู่แถวนั้น เสียงหัวเราะของทั้งสองคนทำให้เขาเดือดดาลยิ่งขึ้น
ลิซ่าค่อนข้างพอใจกับการระบายความโกรธของตนเอง แต่เมื่อเห็นบาคไม่สนใจเธอและหันไปสนใจอย่างอื่นแทน ความโกรธของเธอก็ปะทุขึ้นอีกครั้ง และร่ายคำสาปอย่างเยือกเย็น
"โอ ความมืดอันเป็นิรันดร์เอ๋ย จงมอบพลังแห่งความตายให้แก่ข้า สร้างความเ็ปแก่ิญญาในร่าง... คำสาปกรีดิญญา!"
กลุ่มก๊าซสีดำควบแน่นขึ้นเบื้องหน้าลิซ่าและพุ่งเข้าใส่บาคทันที กลุ่มก๊าซพุ่งแหวกอากาศกระทั่งก่อตัวเป็เปลวไฟสีดำ
สีหน้าของบาคเปลี่ยนไปเมื่อเห็นไฟวิเศษจาก ‘คำสาปกรีดิญญา’ พุ่งตรงเข้ามาหาเขา ไม่ทันได้คิดอะไร เขาก็หันหลังและรีบวิ่งไปทางหานซั่วและแจ็คทันที เมื่อ ‘คำสาปกรีดิญญา’ ใกล้ถึงตัว เขาก็ทิ้งตัวลงกับพื้น
แผนของบาคได้ผล แต่หานซั่วผู้ไร้ซึ่งการป้องกันใด ๆ และกำลังหัวเราะชอบใจสุดขีดเมื่อเห็นบาคล้มกลิ้งลงตรงหน้า ขณะนั้นเองที่ ‘คำสาปกรีดิญญา’ พุ่งเข้าใส่ร่างของหานซั่วอย่างจัง
ดวงตาของหานซั่วกลอกไปด้านหลัง พร้อมกับที่ศีรษะของเขารู้สึกเจ็บแปลบขึ้นมาอย่างฉับพลัน...
และเขาก็ล้มลงไปนอนแน่นิ่งบนพื้น
***************************