มรรคาพลิกฟ้า

    บทที่ 41 นงคราญสุรางค์สวรรค์

            " แต่ไม่เคยมีใครผ่านขึ้นไปถึงชั้นสิบเลย ผู้ผ่านได้ชั้นสูงสุดที่มีชื่อบันทึกไว้ก็เพียงแค่ชั้นที่เจ็ด และเนิ่นนานมาเป็นร้อยปีแล้ว ผู้นั้นมีนามว่า จ้าวหลงซาน ตั้งแต่นั้นมาจวบจนถึงในรอบร้อยปีนี้ ยังไม่เคยมีใครที่สามารถลบชื่อนี้ออกจากทำเนียบหอนิระทุกข์พยายมได้เลย " 



            พ่อค้ากล่าวอย่างภาคภูมิในความรู้ของตน



            "โอ๊ะ..!! ไฉนเป็นเช่นนั้น แล้วยอดฝีมือระดับสูง อย่างเช่นระดับปราณราชันย์ขึ้นไปมิอาจผ่านไปได้เลยรึ?"



            กังหลงถามขึ้นด้วยความสงสัย   พ่อค้าได้ยินเช่นนั้นก็ค้อนจนตาพลิกคว่ำ พลางกล่าวขึ้น



            "ฮึ ! เจ้าหนุ่มอย่ามองอะไรง่ายเกินไป  หอนิระทุกข์พยายมนั้นมีข้อจำกัดเช่นกัน ใช่ว่าใคร ๆ จะสามารถเข้าไปทดสอบได้ทั้งหมดไม่  "



            " หอนิระทุกข์เป็นของวิเศษที่มีไว้เพื่อทดสอบอัจฉริยะที่อายุไม่เกินยี่สิบปีเท่านั้น หากผู้ที่มีอายุเกินยี่สิบปีคิดล่วงล้ำประตูหอคอยเข้าไป ก็จะถูกพลังของหอดีดสะท้อนกลับออกมาแรงเป็นสองเท่าของพลังฝีมือระดับปราณที่ตนมีอยู่  ซึ่งมีจอมยุทธหลายคนแล้วที่คิดจะสยบหอนิระทุกข์พยายมแห่งนี้ แต่ไม่สามารถกระทำได้ ตรงกันข้ามกลับโดนพลังของหอดีดสะท้อนกลับออกมาจนได้รับบาดเจ็บ ต้องหามกลับไปรักษา เสื่อมเสียชื่อเสียงไปหลายต่อหลายคนแล้ว  ฮ่า ฮ่า ฮ่า"



            "แล้วราชันย์ที่มีอายุไม่ถึงยี่สิบปีเ จ้าคิดว่าจะมีอยู่รึ ในอาณาจักรเนตรอสูรซึ่งเป็นอาณาจักรที่อ่อนด้อยที่สุดเช่นนี้ ในบรรดาอาณาจักรทั้งเจ็ด หรือหากจะราชันย์อายุเยาว์เช่นนั้นอยู่จริงเจ้าคิดรึว่าจะถือกำเนิดขึ้นในอาณาจักรเนตรอสูรได้ เจ้าอย่าไปคิดถึงสิ่งที่เป็นไปไม่ได้เช่นนั้นเลย"


            "อ้อ.. เป็นเช่นนี้เองรึ !"  "แล้วอีกสามวลีที่เหลือคือสิ่งใดเล่า ?" 



            กังหลงพยักหน้าเข้าใจพร้อมกล่าวและสอบถามต่อ

     

            พ่อค้าคนนี้ดูท่าทางคงไม่ค่อยมีใครมาคุยด้วย หรือให้ความสนใจ ยามเมื่อมีคนสนใจเรื่องที่ตนกล่าว จึงรีบสาธยายต่อทันที

     

            "วลีที่สอง ชมหญิงงามล่มเมือง นะรึ ?"



            พ่อค้ายามกล่าวถึงตอนนี้ก็แสดงสีหน้าท่าทางเหมือนกำลังอยู่ในห้วงความฝันอันวิจิตร สายตาเลื่อนลอย พลางกล่าวเหมือนละเมอ ว่า...



            "นี่นับเป็นสิ่งที่บุรุษชายชาตรียากจะก้าวผ่าน เหมือนคำโบราณที่ว่า  จวบจนโบราณกาล วีรบุรุษยากจะผ่านด่านนางงาม  บุรุษทุกคนที่เคยมายังเมืองเหอหนานย่อมไม่มีใครไม่รู้จัก หอสุรางค์สวรรค์อันลือชื่อ "



            " ผู้ใดได้ไปเยือนหอสุรางค์สวรรค์ เพียงมีวาสนาได้ยินเสียงพิณอันไพเราะ ดุจดังดนตรีทิพย์จากสรวงสวรรค์ สุ้มเสียงอันไพเราะกระชากจิตวิญญาณ ความงดงามนุ่มนวลอันหาใดเปรียบ จาก นงคราญสุรางค์สวรรค์ แล้ว ก็ยากจะถอดถอนใจไม่ให้คนึงหายังมิมีเลย  "



            " แต่บุรุษใดหากจะมีวาสนาได้พบเจอสิ่งต่าง ๆ ที่กล่าวมานั้น จำเป็นต้องผ่านบททดสอบจากนงคราญสุรางค์สวรรค์ทั้งสามข้อก่อนจึงจะได้สิทธิ์ ได้สนทนาจิบสุราสวรรค์ กับนงคราญสุรางค์สวรรค์ผู้งดงามยิ่งนี้ได้ ซึ่งในวลีที่สามและวลีที่สี่ล้วนเป็นบททดสอบที่อยู่ในหอสุรางค์สวรรค์แห่งนี้ทั้งสิ้น"



            กังหลงงุนงงยิ่ง  ครุ่นคิดจนหัวคิ้วร่นเข้าหากัน  พ่อค้าเห็นเช่นนั้น จึงหัวร่อเสียงต่ำเบาๆ แล้วเล่าต่อ



            "เจ้าหนุ่มไม่ต้องสงสัย คำวลี ชมหญิงงามล่มเมือง เลื่องชื่อศิลาผู้กล้า  คนึงหาสุราสวรรค์พิชิตได้คือราชันย์ ทั้งสามวลีนี้ล้วนเกี่ยวข้องกับ นงคราญสุรางค์สวรรค์ทั้งสิ้น  "



            " หากคิดจะได้พบเจอกับนงคราญสุรางค์สวรรค์ ต้องผ่านบททดสอบจากนางทั้งสามข้อให้ได้ก่อน บททดสอบข้อแรกคือต้องทดสอบพลังฝีมือกับศิลาผู้กล้าก่อน "



            " ผู้ใดที่ทดสอบพลังปราณกับศิลาแล้วพลังฝีมืออยู่ในอันดับที่หนึ่งถึงอันดับที่สิบ สามารถเข้าทดสอบข้อที่สองคือรับการโจมตีจากนางสามครั้งโดยมิพ่ายแพ้ และได้ทดสอบข้อที่สามคือการโจมตีจากจิตวิญญาณหากผู้ใดสามารถทนทานได้ชั่วสามสิบลมหายใจ ก็จะมีวาสนาได้พบเจอนาง และร่วมดื่มสุราสวรรค์กับนงคราญสุรางค์สวรรค์หนึ่งราตรี "



            กังหลงสังเกตุยามพ่อค้ากล่าวถึงนงคราญสุรางค์สวรรค์เมื่อใดจะดูเหมือนคนละเมอเพ้อพกทุกคราไป จึงสอบถามด้วยความมิใคร่จะเชื่อถือนัก..!!

     

            "นงคราญสุรางค์สวรรค์งดงามมากนักหรือไร ? ยอดเยี่ยมมากนักรึ ? ท่านเคยเจอนางมากี่ครั้ง ? แล้วจอมยุทธระดับปราณราชั้นย์ขึ้นไปใยไม่ผ่านการทดสอบจากนางกันมากมายแล้วรึท่าน ?"




            เมื่อได้ฟังเช่นนั้น พ่อค้าเริ่มมีอาการหงุดหงิด คิดว่ากังหลงดูถูกนงคราญสุรางค์สวรรค์ซึ่งเปรียบเสมือนเป็นสิ่งล้ำค่าของเมืองเหอหนาน และเหมือนดูถูกบททดสอบของนาง จึงกล่าวด้วยความไม่พอใจว่า

     

            "เฮอะ..!! เจ้าหนุ่มเจ้าอย่าไปถามแบบนี้กับคนอื่นเข้าให้เชียวไม่งั้นคงต้องมีเรื่องวุ่นวายเป็นแน่แท้... นงคราญสุรางค์สวรรค์นั้นทั้งข้าและผู้อื่นยังมิเคยมีใครได้เห็นโฉมหน้าแท้จริงของนางเลยสักครั้ง "



            " เนื่องจากยามออกมาพบเจอผู้คน นางมักมีผ้าปิดหน้าปกปิดรูปโฉมอยู่ตลอดเวลา แต่เพียงแค่ได้เห็นรูปร่างสวยงามอันอรชรอ้อนแอ้น ผิวพรรณขาวผ่องใสดุจหิมะบริสุทธิ์ "



            " เพียงแค่ได้ฟังสุ้มเสียงอันไพเราะนุ่มนวลดุจดุริยะทิพย์ก็แทบทำให้ผู้คนเกือบคลั่งตายแล้ว..ส่วนผู้ที่มีวาสนาจะได้ยลโฉมหน้าที่แท้จริงของนางต้องผ่านบททดสอบทั้งสามข้อของนางก่อนถึงจะได้สิทธิ์นี้ "



            พ่อค้าคงบอกเล่าจนคอแห้ง...หยุดเล่าและหยิบถุงใส่น้ำขึ้นมาดื่มกินอย่างหิวกระหาย..หลังจากนั้นจึงเล่าต่อ



            "ส่วนบททดสอบของนางนั้นใช่ว่าทุกผู้คนจะสามารถเข้าทดสอบได้ทุกคนก็หาไม่...เพราะผู้ที่สามารถเข้าทดสอบได้ ต้องมีอายุไม่เกินสามสิบปีเท่านั้น และใช่ว่าผู้ที่มีอายุมากกว่าจะมีโอกาสผ่านบททดสอบได้มากกว่าก็หาไม่ !!...."



            " เพราะบททดสอบนี้มีไว้สำหรับอัจฉริยะเยาว์วัยเท่านั้น...ยิ่งอายุน้อยยิ่งมีความสามารถย่อมนับเป็นอัจฉริยะ ...ยิ่งอายุเยอะพลังการทดสอบที่ได้รับจะยิ่งรุนแรงขึ้นหลายเท่า ตามอายุที่เพิ่มขึ้นด้วย "



            กังหลงเมื่อได้ฟังเช่นนั้นก็พยักหน้า คล้ายเข้าใจในเรื่องราวพอสมควรแล้ว..จึงแย้มยิ้มกล่าวขอบคุณและล้วงเข้าไปในถุงมิติทองคำในออกเสื้อนำขวดแก้วใสที่บรรจุด้วยยาสีเขียวมรกตใสแวววาวเม็ดหนึ่ง ส่งให้พ่อค้า เพื่อขอบคุณและเป็นค่าเสียเวลาที่พ่อค้าให้ข้อมูล..และกล่าวขึ้น



            "ขอบคุณท่านมากที่บอกข้อมูลที่เป็นประโยชน์แก่ข้า ...หากมีเวลาข้าต้องหาโอกาสไปเยี่ยมชมวลีจตุรนามให้ครบถ้วน...แต่ตอนนี้ข้าคงต้องไปดูว่าสมาคมโอสถมีอะไรบ้าง เผื่อจะมีประโยชน์กับข้า....และนี่...โอสถติดตัวของข้า...เนื่องจากข้าไม่ได้พกเงินทองติดตัว ข้าขอใช้โอสถนี้แทนเงินทอง มอบให้ท่านเป็นค่าตอบแทนในการให้ข้อมูลแก่ข้า"



            เมื่อกล่าวจบส่งมอบขวดเรียบร้อยกังหลงก็เดินหายไปกับฝูงชนเบื้องหน้า  พ่อค้าหะแรกก็ไม่ได้คิดอะไรเพราะคิดว่าด้วยสภาพเด็กหนุ่มอายุเยาว์ คงมอบแค่โอสถธรรมดาไม่มีค่าอันใดให้   ตอนนี้ยังไม่มีลูกค้าใดมาซื้อของ  ชักเริ่มง่วงและไม่มีอะไรทำ เลยหยิบเอาขวดยาเปิดฝาออกเพื่อจะชมดูว่าเป็นโอสถอะไร...



            เมื่อเปิดฝาขวดออก...ทันทีที่ฝาเปิดออก กลิ่นโอสถอันหอมหวลสดชื่นเข้าสู่จมูก...พ่อค้ารีบก้มดูโอสถในมือ..เมื่อเห็นชัดเจนก็ตกตะลึงจนอึ้งไปพูดไม่ออก ..และหลังจากตั้งสติได้จึงอุทานขึ้น..!!

     

            "....."

    คล้ายกับเรื่องมรรคาพลิกฟ้า ที่คุณอ่าน