"ลำพังด้วยพลังและร่างกายที่แข็งแกร่งเป็พิเศษของสัตว์อสูรหากแม้นฝ่าม่านสายฟ้าธรรมดาเข้าไปอาจพอฝืนกระทำได้แต่คงต้องาเ็ปางตาย ไม่อาจฝืนทนฝ่าออกมาได้แน่ไม่ต้องกล่าวถึงการฝ่าสายฟ้าวายุเข้าไปเอาเม็ดพลังธาตุสายฟ้าวายุ
ส่วนเม็ดพลังธาตุสายฟ้าที่เกิดจากการสะสมพลังของสายฟ้าธรรมดาปกติทั่วไป หากมีสายฟ้ามากมายปานนี้เกิดขึ้น ณ ที่แห่งนี้ คงเป็ไปได้มากมายยิ่งที่จะมีเม็ดพลังธาตุสายฟ้าธรรมดาเกิดขึ้นในที่แห่งนี่ด้วย ัภูผาสามารถเม็ดพลังธาตุสายฟ้าวายุ แสดงว่าต้องมีช่องทางผ่านม่านสายฟ้าเหล่านี้ไปได้ ต้องรอสังเกตุว่าเป็เช่นไร "
เม็ดพลังธาตุตามธรรมชาตินั้นมีมากมายหลายชนิดแต่ยากจะกำเนินและยากจะพบพาน ต้องใช้เวลาเป็ล้านปีถึงจะถือกำเนิดขึ้นครั้งหนึ่ง และต้องกำเนิดจากแหล่งที่มีความเข้มข้นหนาแน่นมากที่สุดและพลังงานรุนแรงที่สุด กลั่นตัวจนเกิดเป็เม็ดพลังธาตุขึ้น พอจะแบ่งแยกตามธาตุหลักได้ดังนี้ เม็ดพลังธาตุสายฟ้า เม็ดพลังธาตุดิน เม็ดพลังธาตุวารี เม็ดพลังธาตุวาตะ เม็ดพลังธาตุไม้ เม็ดพลังธาตุไฟและเม็ดพลังธาตุทอง
ส่วนเม็ดพลังธาตุสายฟ้าวายุนั้นจัดเป็ธาตุสายฟ้าที่พิเศษหายากชนิดหนึ่งที่เกิดจากสายฟ้าสีน้ำเงิน พลังงานที่มีขนาดใหญ่และรุนแรงกว่าสายฟ้าทั่วไปหลอมรวมกับพลัง ดิน และวาตะ
ซึ่งพลังทั้งสามชนิด อันได้แก่ พลังฟ้า คือ สายฟ้าวายุ พลังดิน คือเส้นชีพจรัที่อยูในพื้นดิน และพลังวาตะ คือพลังลม พลังทั้งสามอย่างนี้เกิดขึ้นพร้อมกันในสถานที่เดียวกันและหลอมรวมกันนานนับแสนปีขึ้นไป จนถือกำเนิดเป็เม็ดพลังสายฟ้าวายุขึ้นเม็ดหนึ่ง เลยแยกเรียกตามชนิดที่สร้างเม็ดพลังธาตุขึ้นมาแม้ต้นกำเนิดจะเป็สายฟ้าเหมือนกัน แต่เม็ดพลังพิเศษนั้นยากจะเกิดและยากจะหาเพราะต้องใช้เวลาและพลังในการกลั่นเป็เม็ดพลังที่มากกว่าไม่รู้กี่เท่า สิ่งวิเศษ พิเศษ ในโลกหล้า ล้วนต้องพึ่งพาโชควาสนาถึงจะได้
ทั้งสองเฝ้ารอสังเกตุเป็เวลากว่าหนึ่งชั่วยามจึงพบว่าทุกครึ่งชั่วยามจะมี่เวลาที่ม่านสายฟ้าจะบางเบาลงครั้งหนึ่งจนพอจะฝืนฝ่าเข้าไปได้แต่ผู้ที่จะฝ่าเข้าไปได้นั้นต้องเป็ยอดยุทธระดับปราณราชันย์ขึ้นไปจึงพอจะฝ่าเข้าไปได้
แต่สภาพเช่นนี้จะคงอยู่ราวหนึ่งร้อยลมหายใจ ม่านพลังสายฟ้าก็จะกลับมาหนาแน่นดังเดิม หลานสวี่นั้นเมื่อสร้างม่านพลังป้องกันก็สามารถฝ่าเข้าไปได้แต่กังหลงที่ระดับปราณยุทธยังไม่ถึงระดับปราณราชันย์ยากจะฝ่าเข้าไปได้จึงทอดถอนใจกล่าวขึ้น
"เชิญแม่นางหลานสวี่เข้าไปค้นหาเพียงลำพังเถอะ เห้อ..!! ด้วยระดับปราณยุทธของข้าขณะนี้ ไม่มีความสามารถเข้าไปได้แม่นางโปรดระมัดระวังตัวด้วย ข้าจะรอแม่นางอยู่ตรงนี้”
ได้ยินกังหลงทอดถอนใจและกล่าวแสดงความห่วงใยต่อนางหลานสวี่นึกเห็นใจและเกิดความอบอุ่นใจขึ้น ลังเลครุ่นคิดครู่หนึ่งสภาพจิตใจที่เคยสงบนิ่งราบเรียบดุจทะเลไร้คลื่นเริ่มเกิดระลอกกระเพื่อมขึ้นทีละน้อยหัวใจเริ่มเต้นเร็วขึ้นใบหน้าเริ่มแดงระเรื่อจนน่าพิศมัยยิ่ง สูดลมหายใจลึก ๆจนสภาพอันไม่ปกติเหล่านี้ค่อย ๆ สงบลงก่อนตัดสินใจกล่าว
"เมื่อมาด้วยกันแล้วก็เข้าไปค้นหาด้วยกันเถอะจะพบเจอสิ่งที่้าหรือไม่ก็แล้วแต่วาสนาข้าเพียง้าเม็ดพลังธาตุสายฟ้าเพียงเม็ดเดียวเพื่อเพิ่มเติมจักระธาตุสายฟ้าของตัวเองเท่านั้นข้าจะสร้างม่านพลังป้องกัน ที่มีพลังพอจะป้องกันคุณชายเทียนกังและข้าสามารถฝ่าม่านพลังเข้าไปพร้อมกันท่านเกาะข้าให้แน่นข้าจะใช้ความเร็วของปีกยุทธรีบฝ่าเข้าไปคงจะพอต้านพลังสายฟ้า่ที่อ่อนพลังลงได้ประมาณห้าสิบลมหายใจ"
กังหลงซาบซึ้งกับความมีน้ำใจของสตรีงามยิ่งนักแต่ยังไม่ได้ตกลงกลับถามขึ้น
"ข้าอยากทราบว่าหากแม่นางหลานสวี่เข้าไปลำพังคนเดียวจะต้านม่านพลังเหล่านี้ได้นานเพียงใด?"
หลานสวี่ลังเลเล็กน้อยก่อนตอบอย่างนุ่มนวลแ่เบาว่า
" หากข้าเข้าไปเพียงลำพังอาจจะฝืนทนม่านพลังได้ประมาณหนึ่งร้อยลมหายใจ"
เป็ไปดั่งที่กังหลงคาดการณ์ไว้โฉมสะคราญผู้เพรียบพร้อมเช่นนี้ช่างแสนดีและมีน้ำใจยิ่งนักความจริงใจที่นางแสดงออกมากลับทำให้ตนยิ่งละอายใจกว่าเดิมที่เริ่มแรกตนได้ปิดบังชื่อแซ่ที่แท้จริงแก่นาง จึงกล่าวขึ้น
"แม่นางหลานสวี่ข้าไม่อาจเป็เป็สาเหตุที่ทำให้ท่านต้องพลาดโอกาสการหาเม็ดพลังธาตุสายฟ้าที่ท่าน้าได้เชิญแม่นางหลานสวี่เข้าไปเพียงลำพังเถอะจะทำให้มีเวลาค้นหาได้อีกเท่าตัว"
แต่หลานสวี่กลับส่ายหน่าปฏิเสธแลดูกิริยาอ่อนช้อยสวยงามยิ่ง สายตาสวยใสของนางมองมายังกังหลงพร้อมกล่าวว่า
"หากคุณชายทำเช่นนั้นเท่ากับิ่น้ำใจของข้าหลานสวี่เป็ผู้คำนึงถึงบุญคุณและน้ำมิตรชัดเจนยิ่ง หากมิได้คุณชายเทียนกังช่วยชีวิตไว้ก่อนหน้านี้..อย่าว่าแต่โอกาสจะเสาะแสวงหาเม็ดพลังธาตุสายฟ้าที่้าเลย..แม้ชีวิตนี้ก็คงต้องทิ่งไว้ที่นี่ก่อนแล้ว"
"คุณชายอย่ามัวเสียเวลาโต้เถียงกันอยู่เลยกำหนด่เวลาที่ม่านสายฟ้าอ่อนพลังลงไกล้จะมาถึงแล้ว หากภายในมีเม็ดพลังธาตุสายฟ้าอยู่จริงและมีวาสนาจะได้เม็ดพลังธาตุสายฟ้าแล้วเวลาเพียงแค่ห้าสิบลมหายใจก็เพียงพอที่จะหยิบฉวยออกมาได้แต่หากแม้นไม่มีวาสนาที่จะได้ถึงแม้จะมีเวลาค้นหาถึงสองร้อยลมหายใจก็หามีผลอันใดไม่"
กังหลงคิดคำนึงเหตุผลเป็เช่นที่สตรีงามตรงหน้ากล่าวไว้หากตนยังปฏิเสธน้ำใจของหญิงสาวอีกก็จะกลายเป็พิรี้พิไร และ่เวลาที่ม่านสายฟ้าอ่อนพลังลงไกล้มาถึงเต็มทีแล้วหากพ้นเวลารอบนี้ก็ต้องรออีกครึ่งชั่วยามขณะนี้ตนไม่มีเวลาที่จะทุ่มเทกับที่นี่นานมากเกินไปนัก จึงรีบพยักหน้าตอบตกลง
"ตกลงนับว่าครานี้ข้าเทียนกังเป็หนี้น้ำใจแม่นาง ไว้ภายภาคหน้าข้าจะหาโอกาสทดแทน"
กล่าวจบก้าวไปยืนใกล้ชิดกับสตรีงามข้างกายใช้มือจับแขนด้านซ้ายของหลานสวี่ไว้ยามเข้าไกล้ััได้กับกลิ่นกายหอมกรุ่นสดชื่นของดรุณีชุดเหลืองชวนเคลิบเคลิ้มหลงไหลแขนที่จับัันั้นเนียนนุ่มละมุนดุจไร้กระดูก
หลานสวี่เมื่อโดนััใบหน้าแดงระเรื่อกายสั่นสะท้านเล็กน้อยแต่ชั่วครู่กลับเป็ปกติ นางเริ่มสร้างม่านพลังป้องกันห่อหุ้มร่างทั้งสองปีกยุทธสีเหลืองอ่อนโผล่ออกมากลางหลังใต้ต้นคอกระพือเบา ๆเมื่อเห็นม่านสายฟ้าบางลงเล็กน้อยก็รีบพุ่งทะยานผ่านม่านสายฟ้าตรงหน้าเข้าไปทันที
"ฟุบ"
หลังม่านพลังสายฟ้าเป็ลักษณะคล้ายห้องทรงกลมมีบริเวณกว้างขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางยี่สิบเมตรภายในห้องนี้หนาแน่นไปด้วยปราณฟ้าดินกลางห้องมีลักษณะเป็ปล่องคล้ายปล่องูเาไฟขนาดใหญ่ทอดยาวขึ้นไป้าูเาสุดสายตา
กลางปล่องนั้น มีเสาสีน้ำเงินเข้มขนาดหนึ่งคนโอบอยู่ใจกลางด้านนอกล้อมด้วยเสาสีขาวสามเสาลักษณะที่เห็นคล้ายเสาสีขาววางไว้สามตำแหน่งเป็สามเหลี่ยมด้านเท่าคอยปกป้องเสาสีนำเเงินเข้มที่อยู่ตรงกลางไว้ ระหว่างเสาแต่ละต้นมีม่านสายฟ้าเบาบางเชื่อมต่อกันทุกเสามองเหมือนกำแพงใสสีขาวล้อมกั้นเสาสีน้ำเงินเข้มไว้ภายใน ได้ยินเสียงดัง
"พรึ่บ พรึ่บ พรึ่บ "
"วิ้ว..วิ้ว..วิ้ว"
ของกระแสไฟและเสียงลมดังมาจากเสาทั้งสี่ต้นตลอดเวลาและมีพายุหมุนอันรุนแรงที่หมุนวนล้อมรอบเสาสีน้ำเงินอยู่้าเหนือพื้นขึ้นไปราวสิบห้าเมตรตลอดเวลามองดูคล้ายเสาสีน้ำเงินมีวงแหวนสีขาวล้อมรอบ