เกาะอิสุ โอชิมะ
บริเวณรอบนอกของชายฝั่งของเกาะอิสุ ชูอิจิและนักล่าจำนวนมาก รวมไปถึงโฮชิกับเผ่าพันธ์ของเธอ ต่างอยู่เรียบชายฝั่งทำหน้าที่ในการรักษาเหล่านักล่าที่ได้รับบาดเจ็บ ภายใต้น้ำเสียงที่ร้องโอดครวญดังระงมไปทั่ว และนี่เป็นเพียงบางส่วนที่หนีรอดออกมาได้เท่านั้น ยังมีนักล่าอีกจำนวนมากที่ติดแหงกอยู่ด้านในของเกาะอิสุ
ซึ่งสถานที่แห่งนี้เพิ่งถูกพวกเขาค้นพบได้ไม่นาน และจากข้อมูลที่ชาร์ล สุดยอด AI ของชูอิจิได้รวบรวมหามาได้ นั่นก็คือที่แห่งนี้เป็นสถานกักกันอสูรระดับ 5 ทำให้ชูอิจิตัดสินใจส่งทีมนักล่ากว่า 200 ทีม เข้าไปสำรวจภายในเกาะ เพื่อตรวจวัดระดับพลังและรูปแบบของอสูรระดับ 5 เพื่อที่จะได้วางแผนรับมือกับพวกมันได้ในอนาคต
ทว่าเขากลับได้รับแจ้งข่าวร้ายว่า เหล่านักล่ากว่า 200 ทีม ที่เข้าไปสำรวจพบเหลือรอดออกมาเพียงแค่ 7 ทีม แต่ในข่าวร้ายนั่นก็ยังมีข่าวดีปะปนตามมาด้วย นั่นคือโอกาสที่เหล่าทีมนักล่าที่เหลือ ยังมีคลื่นพลังชีวิตในช่องระบบสื่อสาร แม้เขาจะไม่รู้ว่าทำไมนักล่าพวกนั้นยังมีชีวิตรอดก็ตาม
เขาจึงได้ตัดสินใจเชิญท่านเรย์ร่า [เด็กสาวที่หยุดการต่อสู้ของฮานะกับคาเรน] ให้ออกมาช่วยชีวิตเหล่าทีมนักล่าที่ยังรอดชีวิตภายในเกาะอิสุ เพราะด้วยคลื่นพลังที่พวกเขานั้นสัมผัสได้จากด้านในของเกาะอิสุ ทำให้ชูอิจิมั่นใจว่าต่อให้เขาระดมคนเข้าไปเพื่อทำการช่วยเหลือ สุดท้ายจุดจบก็คงเป็นไปในทิศทางเดียวกับทีมนักล่าก่อนหน้านี้เป็นแน่
"พรึ่บ!!"
"ท่านเรย์ร่า พวกเรา....." ชูอิจิที่เห็นการปรากฏตัวของเด็กสาว เขาถึงกับรีบเอ่ยขึ้นอย่างร้อนรน แต่ทว่ากลับถูกเด็กสาวยกมือห้ามขึ้นเอาไว้เสียก่อน ก่อนที่เธอจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่เคร่งขรึมผิดไปจากทุกที
"เรารู้เรื่องที่เกิดขึ้นหมดแล้ว ถ้าจะช่วยคนก็รีบเร่งมือเข้าเถอะ"
เมื่อชูอิจิได้ยินดังนั้นเขาก็แทบไม่ต้องคิดอะไรมากนัก พลางเร่งสั่งการปิดล้อมเกาะอิสุเอาไว้ทุกทิศทาง เผื่อเหล่าทีมนักล่าหนีรอดออกมาได้จากจุดอื่นๆ ก่อนที่เขาจะจัดทีมที่ติดตามเรย์ร่าเพื่อเข้าไปด้านในของเกาะอิสุ โดยมีแค่เขากับนักล่าหน่วยพิเศษอีกสองคน กับโฮชิและลูกน้องของเธอที่สามารถใช้เวทย์รักษาได้อีก 4 คน
หลังจากที่เขาสั่งการอย่างเสร็จสรรพ ก็พากันเข้าไปด้านในของเกาะอิสุในทันที โดยที่ด้านนอกมีรองสหพันธ์นักล่าคอยควบคุมและสั่งการ แต่ทว่าหลังจากที่กลุ่มของผู้นำสหพันธ์ของพวกเขาเข้าไปได้ไม่นานนัก รองสหพันธ์ก็ได้รับแจ้งข่าวที่น่าสะพรึงกลัวขึ้น เมื่อด้านทิศตะวันออกรราวๆ 10 นาทีที่ผ่านมานั้น มีนักล่าคนนึงรอดออกมาได้
หากแต่นักล่าคนนั้นกลับมีปลอกคอติดอยู่ ราวกับปลอกคอทาสที่พวกเขาได้ใช้กัน และที่ตามมาติดๆ ด้านหลังนั้นก็คืออสูรระดับ 5 ยังดีที่มันไม่ได้สนใจนักล่าในบริเวณนั้นสักเท่าไหร่นัก ทว่าข่าวเลวร้ายที่สองก็ตามมาติดๆ ก็คือเจ้าอสูรระดับ 5 ตนนั้น มันใช้เกทวาร์ป เคลื่อนที่ไปยังเขตปกครองชิซุโอกะ ทำเอารองสหพันธ์นักล่าของญี่ปุ่นพลันหน้าซีดเผือดลงในทันที
เขาจึงรีบสั่งการให้แจ้งข่าวไปที่โตเกียวโดยเร็วที่สุด เพื่อเตรียมอพยพและรับมือกับเจ้าอสูรระดับ 5 และได้กระจายนักล่าบางส่วน เพื่อกลับไปแจ้งข่าวและให้การช่วยเหลือผู้คนที่เมืองโตเกียว เพราะเมื่อไหร่ที่เขตปกครองชิซุโอกะถูกทำลายลง โตเกียวจะกลายเป็นเมืองต่อไปที่ถูกทำลาย
ส่วนตัวรองสหพันธ์นักล่าที่มองไปยังด้านในของเกาะอิสุ ในตอนนี้เขาไม่มีทางเลือกอะไรมากนัก เขาจึงได้ตัดสินใจพุ่งตัวตามไปติดๆ เพื่อรีบไปแจ้งข่าวให้กับชูอิจิทันที เพราะชีวิตของทีมนักล่าด้านในเกาะอิสุนั้น ไม่สามารถเทียบเท่าได้กับชีวิตผู้คนจำนวนมากของ 2 เขตปกครองใหญ่ได้อย่างแน่นอน
เขตปกครอง ชิซุโอกะ
กลุ่มนักล่าของโตเกียวทั้งหมดที่ผ่านเกทวาร์ปมาถึงชิซุโอกะด้วยท่าท่างที่ฮึกเหิม พลันสีหน้าเปลี่ยนเป็นซีดขาวลงในทันตาเห็น เมื่อภาพของเมืองชิซุโอกะที่เคยรุ่งเรืองและสวยงาม ในเวลานี้เต็มไปด้วยซากศพของผู้คนจำนวนมาก พื้นที่และอาคารบ้านเรือนแทบจะไม่เหลือเค้าโครงเดิมให้เห็นเลยแม้แต่น้อย หากพวกเขาไม่เคยมาที่นี่มาก่อน ต้องคิดว่ามันคงเป็นเพียงเมืองร้างเท่านั้น
และที่สำคัญเบื้องหน้าของพวกเขาในตอนนี้ยังพบกับร่างของอสรพิษเงา หมียักษ์ขนเงิน และหมาป่าเขี้ยวโลหิต ที่กำลังกัดกินแทะศพของมนุษย์อยู่ ยิ่งเหล่านักล่าที่ติดตามกันต์มาด้วย เห็นภาพเหล่านั้นมันได้ติดตราตรึงในใจของพวกเขา จนแข้งขาแทบไร้ซึ่งเรี่ยวแรงกันไปเลยทีเดียว
กันต์ที่เห็นสีหน้าและอาการของเหล่านักล่าที่แปรเปลี่ยนไป ก็เข้าใจได้ในทันทีว่ากลุ่มคนพวกนี้นั้น คงยังไม่เคยได้พบเจอหรือต้อสู้โดยใช้ชีวิตเป็นเดิมพัน กับพวกอสูรมาก่อนอย่างแน่นอน เขาจึงได้แต่ได้ส่ายหัวอย่างเพลียๆ ทั้งๆ ที่ หลายประเทศต้องล่มสลายไปชั่วข้ามคืน จากผลกระทบเมื่อโลกเกิดการเปลี่ยนแปลงไป แต่ทำไมบางประเทศถึงยังใช้ชีวิตได้ปกติสุขกันนะ
ก่อนที่เขาจะปล่อยวางความคิดเรื่องพวกนี้เอาไว้ แล้วค่อยถามกับเจ้าชูอิจิและเก็บค่าเหนื่อยเอาทีหลัง พลางตะโกนก้องให้ได้ยินกันไปทั่ว ด้วยน้ำเสียงที่เย้ยหยันและดูแคลนอย่างมาก
"พวกแกทุกคนนี่น่าสมเพศชะมัด ภาพเบื้องหน้าก็ประจักษ์ให้เห็นแล้วไม่ใช่รึไงว่าควรต้องทำอะไรต่อ แต่ที่พวกแกทำตอนนี้คือหวาดกลัวกับสิ่งที่ได้เห็น คำว่าช่วยเหลือพี่น้องร่วมชาติของพวกแก เป็นแค่ลมปากที่พูดออกมาพล่อยๆ รึไงกัน"
สิ้นเสียงของกันต์ในมือของเขาพลันปรากฏดาบสีคริสตัลสีฟ้า ก่อนที่ร่างของเขาจะพลันหายไปจากสายตาของนักล่าที่เฝ้ามองมา พร้อมๆ กับเสียงร้องอย่างโหยหวนของอสูรเบื้องหน้าทั้งสามตน และร่างของหมียักษ์ขนเงินกับหมาป่าเขี้ยวโลหิตที่ไร้ซึ่งศีรษะ ที่น่าพรั่นพรึงไปกว่านั้นคือร่างของอสรพิษเงา ที่ถูกฟันจนกลายเป็นเพียงเศษชิ้นเนื้อหลายสิบชิ้น
ขณะที่ร่างของกันต์กลับมาหยุดยืนอยู่ที่เดิม ราวกับไม่เคยได้ทำอะไรมาก่อน หากแต่สิ่งที่ประจักษ์สู่สายตาของเหล่านักล่าก็คือ ดาบคริสตัลสีฟ้าในมือของชายหนุ่มและเสื้อผ้าบางส่วนที่มีคราบเลือดสดๆ ติดอยู่ ก่อนที่กันต์จะเอ่ยขึ้นอีกครั้งโดยไม่สนใจสายตาของใครที่มองมาทั้งนั้น
"ถ้าเป็นได้แค่เต่าหดหัวก็มุดรูกลับไปที่โตเกียวซะ แต่หากใครที่คิดจะทำอย่างที่ลมปากพล่อยๆ ของพวกแกพูดมาจริง ก็เริ่มทำหน้าที่ของตัวเองกันได้แล้ว" เมื่อกันต์เอ่ยจบก็รีบหันไปสั่งการคนของเขาต่อทันที
"จางยี่ ฮานะ จัดการตามแผนที่วางเอาไว้ ใบหม่อนเกทวาร์ปที่นี่เป็นหน้าที่ความรับผิดของเธอนะ จงปกป้องมันด้วยทุกอย่างที่เธอมี คริส คาเรน พวกเราไปเยี่ยมเยียนอสูรระดับ 5 กันสักหน่อยเถอะ ส่วนแกเจ้าคุโนะคอยอยู่สั่งการตามแผน ที่เหลือก็พวกแกทั้งหมด จะอยู่เพื่อทำหน้าที่หรือมุดหัวหนีเหมือนหมากลับบ้านไปก็ตามใจแล้วกัน"
สิ้นเสียงของกันต์เขา คริส และคาเรน จะมุ่งหน้าพุ่งตรงไปยังจุดที่มีคลื่นพลังที่รุนแรงแผ่ออกมา โดยไม่สนใจเหล่านักล่าคนอื่นๆ เลยซักนิด ขณะที่เหล่านักล่าที่ไม่รู้ว่าถูกชายหนุ่มแปลกหน้า ด่าเป็นครั้งที่เท่าไหร่แล้วก็ไม่รู้ พลันได้สติกลับคืนมาอีกครั้ง ก่อนจะส่งเสียงอย่างฮึกเหิมขึ้นมาอีกรอบ พลางกระจายตัวออกไปตามแผนทั้งหมดที่ได้วางเอาไว้อย่างรวดเร็ว
มีเพียงคุโนะกับนักล่าอีกราวห้าสิบกว่าคน ที่ต้องทำหน้าที่เฝ้าระวังเกทวาร์ปจุดนี้เอาไว้ด้วยชีวิต และเป็นคุโนะที่อดใจไม่ไหวจนต้องเอ่ยถามเด็กสาวที่ชื่อใบหม่อนขึ้นมา
"คุณใบหม่อนครับ ปกติคุณกันต์นี่เขาเป็นคนปากจัดขนาดนี้เลยหรือครับ!?"
"อุ๊บ!!" ทว่าใบหม่อนกลับเอามือขึ้นมาปิดปากเพื่อกลั้นหัวเราะเอาไว้ ก่อนจะเอ่ยถามกลับด้วยสีหน้าที่แดงขึ้นเล็กน้อย "แล้วคุณคุโนะใช้วิธีไหนในการปลุกใจคนของพวกคุณล่ะคะ!?"
".....เข้าใจแล้วครับ!!" คุโนะตอบรับอย่างใจเย็น พลางสาดส่องสายตาไปทางกันต์ ด้วยสายตาที่ยอมรับนับถือ
จากนั้นไม่นานก็เกิดเสียงระเบิดดังขึ้นไปทั่วทั้งเมือง พร้อมๆ กับพลุสีเขียวที่พุ่งขึ้นท้องฟ้าหลายร้อยจุด เพื่อเป็นการแจ้งเตือนกับผู้คนในเมืองทุกคน ที่ยังมีชีวิตรอดกันอยู่ให้มาสมทบกันที่ๆ จุดแจ้งเตือนที่กระจายออกไปทั่วทั้งเมือง ใบหน้าของเหล่าผู้คนและนักล่าในเขตปกครองชิซุโอกะที่กำลังสิ้นหวังอยู่นั้น
ทว่าเมื่อสายตาของพวกเขาได้เห็นสัญญาณแจ้งเตือนที่ปรากฏขึ้นมากมาย พลันเปลี่ยนสีหน้าเป็นเริ่มมีความหวังกันอีกครั้งนึง และเริ่มพากันออกจากที่หลบซ่อนเพื่อไปยังจุดแจ้งเตือนที่ใกล้เคียง ในแต่ละที่อย่างระมัดระวังตัวที่สุด ทำให้การอพยพเป็นไปอย่างราบรื่น ส่วนกลุ่มนักล่าระดับหัวกะทิของโตเกียว ก็ทำหน้าที่ในการล่ออสูรที่มีอยู่กลาดเกลื่อนออกไปนอกเมือง
ขณะที่กลุ่มของกันต์ได้มุ่งหน้าไปยังอสูรระดับ 5 พวกเขาก็รีบทำการลบสัมผัสตัวตนของพวกเขา เพื่อคอยเฝ้าสังเกตการณ์รูปลักษณ์ของอสูรระดับ 5 ในทันที ทว่าพวกเขาก็ถึงกับเบิกตากว้างขึ้นอย่างตกตะลึง เพราะเจ้าของพลังที่น่าสะพรึงกลัวนั่น อยู่ในคราบของเทพตัวน้อย คิวปิด ที่มีความสูงเพียงแค่ฟุตครึ่งเท่านั้น และมันกำลังนั่งอยู่บนไหล่ของมนุษย์คนนึง ด้วยท่าทีราวกับเด็กน้อยที่ไร้เดียงสา
ทว่าสิ่งที่ต่างออกไปก็คงเป็นปีกของอสูรตรงหน้า เพราะมันแลดูคล้ายกับปีกของผีเสื้อ ส่วนใบหน้ากับทรงผมก็มีส่วนที่คล้ายคลึงกับมนุษย์เพศหญิง และที่ทำให้พวกเขาต้องอ้าปากค้างมากที่สุดก็คือ กางเกงในสีชมพูที่อสูรน้อยนั่นสวมใส่อยู่ ถ้าไม่ติดว่าว่ามีออร่าที่น่าสะอิดสะเอียน ไหลทะลักออกมาราวกับเขื่อนแตกจากตัวของอสูรน้อยนั่น ก็นับว่าอสูรตนนี้ให้ความน่ารักน่าเอ็นดูอยู่ไม่น้อยเหมือนกัน
แต่พวกเขาก็จำต้องหยุดความคิดนั่นเอาไว้ในทันที เมื่อได้เห็นฉากที่แสนโหดเหี้ยมและเลือดเย็นตรงหน้า ที่อสูรน้อยนั่นกำลังทำกับศพของมนุษย์ จนกันต์ถึงกับเปลี่ยนสายตาเป็นวาวโรจน์ และโกรธแค้นอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน พลางพุ่งตัวออกไปเผชิญหน้ากับอสูรน้อยนั่นอย่างรวดเร็ว และเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงที่เลือดเย็นยิ่งกว่าครั้งไหนๆ
"แค่เศษเดนอสูร ถึงกับต้องปลุกข้าออกมาเชียวรึ!!"