ครั้นคำพูดนั้นดังขึ้นมามันก็ทำให้ หมู่ชนพยักหน้ากันด้วยความเร็วอันน่าเหลือเชื่อ ไม่ยินยอมให้อี้เฉิน ชุบมือเปิบเฉกเช่นนี้ได้
ก่อนชายหนุ่มผู้หนึ่งจะกล่าวคำพูดออกมาด้วยความโอหัง ออกมาท่ามกลางหมู่ชน "อี้เฉิน เจ้าคิดจะเป็นชาวประมง รอเก็บเกี่ยวปลาใหญ่ จากพวกเราอย่างนั้นหรือ อย่างไรพวกเราก็ไม่ยอมเจ้าเด็ดขาด"
อี้เฉินครั้นได้ยินน้ำเสียงหมู่ชน เขาแค่นเสียงกล่าวพูดด้วยความเดือดดาลในทันที "ผู้สูงส่ง เป็นคนตัดสิน พวกเจ้ามีสิทธิ์มีเสียงในการตัดสินใจด้วยอย่างนั้นหรือ เพียงแค่มายืนอยู่ต่อหน้าผู้สูงส่งพวกเจ้ายังทำไม่ได้ ได้แต่เห่าหอนไปวันๆ ..ข้าอุตส่าห์เปิดการต่อสู้ที่ยุติธรรม แม้แต่พวกเจ้าก็สามารถดูดซับได้ แทนที่พวกเจ้าจะดีใจ กลับตามติดเจ้านายของพวกเจ้าอย่างว่าง่าย"
ทว่าคำพูดนั้นของอี้เฉิน ราวกับจุดประกายในใจของหมู่ชน น้ำเสียงที่ไม่เห็นด้วย จางหายไปอย่างรวดเร็ว แต่ในยามนี้ เหล่าผู้สูงส่งกับไม่ชอบใจในข้อเสนอนี้ของอี้เฉินเท่าใดนัก ผู้แข็งแกร่งย่อมต้องได้กินก่อน แล้วค่อยเหลือเศษเดน ให้เหล่าลิ่วล้อ แต่ยามนี้อี้เฉินกับเสนอกฎเท่าเทียม กินพร้อมกัน ผู้แข็งแกร่งหลายคนจึงมีสีหน้าไม่ยินยอม กลัวจะเสียดายของ
ด้านเยว่ชิงเซียน ที่มองชมภาพต่างๆ นางรู้สึกแปลกใจอยู่ไม่น้อย นอกเหนือจากอี้เฉินจะถนัด ปั่นหัวคนให้โกรธแค้นแล้ว เขายังพูดไหลลื่นราวกับเป็นปลาไหล ไถการเจรจาไปเรื่อย จนผู้สูงส่ง เริ่มที่จะผ่อนปรน คล้อยตามไปกับคำพูดของอี้เฉิน เนื่องด้วยพวกเขาในยามนี้ ไม่รู้ว่า สุสานเซียนโบราณ จะส่งตัวพวกเขาออกไปเมื่อใด เวลาจึงเป็นแรงบีบคั้น ที่ดีในยามนี้
ก่อนเสียง กำฝ่ามือของหลายๆ คนจะดังออกมาลั่น บ่งบอกถึงความไม่ยินยอมของหลายๆ คนเท่าใดนัก แต่ด้วยเวลาที่ไม่รู้ว่า มรดกเซียนโบราณ จะสิ้นสุดลงเมื่อใด พวกเขาจึงจำใจต้องรับข้อเสนอของอี้เฉินอย่างเลี่ยงไม่ได้
"ได้ๆ พวกข้าตกลง หากให้สู้กันในยามนี้เกรงว่าคงจะไม่มีใครได้ครอบครองผลึกเซียนบริสุทธิ์เป็นแน่" ครั้นกลุ่มขององค์ชายตอบรับข้อเสนอ
กลุ่มของอนุชนจำศีลพวกเขาก็พยักหน้ารับคำของอี้เฉิน "พวกข้าเองก็ตกลงเช่นกัน"
ชายหนุ่มสวมหน้ากากเหล็กปิดบังครึ่งใบหน้า แววตาของเขาไม่ยินยอมข้อเสนอนี้ของอี้เฉินเท่าใดนัก แต่เมื่อคิดถึงผลลัพธ์ของการต่อสู้เกรงว่าจะไม่มีใครได้ครอบครองมันแน่ เขาจึงผ่อนลมหายใจออกมายาว รับข้อเสนอของอี้เฉินอย่างว่าง่าย แม้กลุ่มคนของเขาจะค้านเสียงแข็งก็ตาม "เอาเช่นที่เจ้าว่าก็ได้อี้เฉิน"
เมื่อข้อเสนอแนะ ดังขึ้นมาเป็นเอกฉันท์ หมู่ชนต่างก็นั่งขัดสมาธิ เร่งดูดซับปราณพลังเซียนกันอย่างบ้าคลั่ง คลื่นแรงดึงดูดต่างๆ ที่พวกเขาปลดปล่อยออกมาสร้าง หลุมดำขนาดย่อมๆ ทำให้รอบบริเวณปั่นป่วนในทันที ราวกับภายในห้องโถงในยามนี้เป็นหลุมอากาศขนาดย่อมๆ มาพร้อมปราณพลังเซียนบริสุทธิ์ ที่ไหลเออล้นพรั่งพรูออกมาไม่ขาดสาย
ทว่าเสียงหนึ่งของอี้เฉินที่กล่าวขึ้นมา มันก็ทำให้ เยว่ชิงเซียน ซีเผิง ซีเยว่ กงหนาน เยว่ เยว่ ต่างก็พากันประหลาดใจ กับคำพูดของอี้เฉิน
"โม่กวาง เจ้ากลางอาณาเขต ขวางกั้นตบตาคนได้หรือไม่?"
โม่กวางฉีกยิ้มกว้าง พยักหน้า ตอบรับคำของอี้เฉินในทันที "ได้ๆ อี้เฉิน แต่ในระยะของพวกเราเท่านั้นนะ"
"อืมๆ แค่นี้ก็เพียงพอแล้ว"
โม่กวางที่หยิบ แผ่นยันต์หนึ่งออกมา ขับเคลื่อน จู่ๆ น้ำตาของเขาก็ไหลพราก มองก็รู้ว่าแผ่นยันต์นี้ล้ำค่าถึงเพียงใด มันเป็นแผ่นยันต์ที่เขาได้มาจากผู้เป็นอาจารย์ มีเพียงแผ่นเดียวเท่านั้น มันจึงทำให้เขารู้สึกเสียดายที่ต้องใช้มัน
ทันทีที่อาณาเขต ขวางกั้นพื้นที่เล็กๆ ทำงาน อี้เฉินเขาดึงตราประทับที่ทิ้งไว้บนผลึกเซียนบริสุทธิ์ ออกมาใช้ในทันที แม้ว่ามันจะมีความคลับคล้ายคลับคลากับค่ายกลเคลื่อนย้ายอยู่มาก แต่เป็นแค่สะพานเชื่อมต่อโดยตรงเท่านั้น ทำให้พวกเขาในยามนี้ ประหนึ่งว่านั่งอยู่ท่ามกลาง ผลึกเซียนบริสุทธิ์ในยามนี้ แม้ว่าจะอยู่ไกลปลายมุมห้องที่ไม่มีคนสนใจก็ตาม
จนทำให้เยว่ชิงเซียน ต้องหรี่ตาจนเล็กแคบ ไม่คิดว่าอี้เฉินจะเตรียมการไว้หมดแล้ว คนอื่นๆ ที่รับรู้ปราณพลังเซียนบริสุทธิ์ ราวกับอยู่เบื้องหน้าพวกเขา ไม่ต้องไปแย่งคนอื่นๆ ดูดซับ มันก็ทำให้พวกเขายกยิ้มกว้างรีบปิดขั้นพลัง ดูดซับปราณพลังเซียนบริสุทธิ์เข้าไปภายในทะเลความรู้อย่างบ้าคลั่ง
ปราณพลังเซียนบริสุทธิ์ ที่หลั่งไหลออกมาพรั่งพรู ไม่ขาดสาย ราวกับว่ามันไม่มีทีท่าว่าจะหยุดหลั่งไหลออกมา แต่ยามนี้มันกลับถูกกลุ่มของพวกอี้เฉิน ดูดซับกันเข้าไปอย่างบ้าคลั่ง จนปราณพลังแทบจะหลั่งไหลไม่ทัน รอบๆ ตัวที่เต็มไปด้วยแรงดึงดูดที่บ้าคลั่ง ส่งให้ปราณพลังเซียนบริสุทธิ์ในยามนี้ ราวกับ ก่อตัวเป็นลมพายุโอบล้อมสรรพางค์กาย ออกมาไม่ขาดสาย
โดยเฉพาะเยว่ชิงเซียนกับอี้เฉินในยามนี้ พวกเขาดูดปราณพลังเซียนบริสุทธิ์ เข้าไปภายในทะเลความรู้ราวกับไม่มีวันจะเติมจนเต็ม เมื่อวันเวลาที่ไหลผ่านไปเกือบจะหนึ่งเดือน หลายๆ คนที่ได้ดูดซับปราณพลังเข้าไปอย่างเต็มที่ ก็เริ่มมีบางคนเปิดเปลือกตาขึ้นมายกยิ้มด้วยความยินดี
ทว่าเมื่อหลายๆ คนเห็นผู้สูงส่ง ไม่มีทีท่าว่าปราณพลังเซียนจะเต็มทะเลความรู้มันก็ทำให้บางคนถึงกับหน้าเหยเก ไม่อยากเชื่อสายตาตนเอง แต่เมื่อหันไปมองกลุ่มพวกอี้เฉิน กลับไม่มีการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศ หลับตาพริ้มราวกับคนที่หลับใหล มันก็ทำให้หลายๆ คนส่ายหัว ยกยิ้มเย้ยหยันออกมา อย่างเลี่ยงไม่ได้
"แม่นางเยว่ชิงเซียนช่างน่าเสียดายนัก เหมือนว่าเจ้าจะเลือกมิตรสหายผิดแล้วกระมัง"หมู่ชนไม่น้อยต่างก็เสียดายใน พรสวรรค์ของเยว่ชิงเซียน เมื่อไม่เห็นสิ่งเปลี่ยนแปลงเฉกเช่นผู้สูงส่งคนอื่นๆ
ยามนี้ห้องโถงใหญ่ใจกลางวังวิหาร ราวกับมีคลื่นพายุปราณพลังเซียนบริสุทธิ์ ที่บ้าคลั่งของเหล่าผู้สูงส่ง ปลดปล่อยออกมาอย่างบ้าคลั่ง จนเกิดพายุหมุนลูกย่อมๆ หลายจุด มวลอากาศทั่วห้องโถง ปั่นป่วนอย่างหนักหน่วงราวกับกำลังมีพายุใหญ่ก่อตัว
แต่เหล่าผู้สูงส่งเหล่านั้น พวกเขาไม่มีใคร มีท่าทีว่า ทะเลความรู้ของพวกเขาเหล่านั้น จะถูกเติมเต็มเสียที บ่งบอกว่า สภาพของพวกเขาสูงล้ำกว่าจอมยุทธ์ ทั่วไปมากถึงเพียงใด
ทว่าเมื่อเสียงแตกร้าวที่ดังขึ้นมากึกก้อง ใจกลางห้องโถงใหญ่ มันก็ทำให้หลายๆ คนต้องเปิดเปลือกตาขึ้นมามอง ครั้นเห็น ผลึกเซียนบริสุทธิ์สีฟ้าคราม เกิดรอยแตกร้าวลุกลามไปทั่ว ราวกับมันกำลังจะแตกสลาย มันก็ทำให้ผู้สูงส่งหลายคนหรี่ตาจนเล็กแคบ "เป็นไปได้อย่างไรเหตุใด ผลึกเซียนบริสุทธิ์ ถึงหมดปราณพลังรวดเร็วถึงเพียงนี้เล่า"
แต่เมื่อพวกเขากวาดสายตาออกไปสำรวจ กลับต้องเดือดดาลบ้าคลั่ง เมื่อรับรู้ว่าพายุที่บ้าคลั่งก่อตัวอยู่บริเวณที่อี้เฉินปิดขั้นพลังอยู่ อายสังหารของชายหนุ่มสวมหน้ากากเหล็ก จึงโหมซัดออกมาในทันที ส่งปราณพลังสีดำที่ฝ่ามือออกไปหากลุ่มคนของอี้เฉินในทันใด
หลายคนต่างก็ตกตะลึงกับการโจมตีอย่างฉับพลัน ที่มาพร้อมเสียงปังดังกัมปนาท อาณาเขต ขวางกั้นที่โม่กวางสำแดงออกมา แตกสลายในทันทีเผยให้เห็น พายุที่โหมซัดภายในอย่างบ้าคลั่ง จากกลุ่มของพวกอี้เฉิน พายุเหล่านั้นใหญ่กว่า ที่ทุกผู้คนเคยเห็นมา บ่งบอกว่าปราณพลังเซียนบริสุทธิ์ ถูกพวกอี้เฉินดูดซับกันเข้าไปมากมายถึงเพียงใด ความเดือดดาลบ้าคลั่งของหมู่ชน จึงเริ่มผุดพราย ขึ้นมาบนใบหน้า เมื่อเห็นรอยยิ้มกว้างของอี้เฉินในยามนี้
ครั้นชายหนุ่มสวมหน้ากากเหล็ก มายืนประจันหน้ากับอี้เฉินได้ เขากล่าวสบถด่าออกไปในทันที "บัดซบ ไอ้มดปลวก เจ้า เจ้าช่างใจกล้าห่อฟ้าไม่เปลี่ยน กล้าหลอก พวกเราอย่างนั้นหรือ?"
กลุ่มคนดินแดนเทพ พวกเขาเองก็เดือดดาลบ้าคลั่งไม่แพ้กัน แม้แต่ กลุ่มอนุชนจำศีล ยังมองอี้เฉินด้วยสายตาที่ดุร้าย "บัดซบ! บัดซบ! ไอ้เวรอี้เฉิน มันกล้าปั่นหัวพวกเราอย่างนั้นหรือ เกรงว่ามันอยากจะตาย ภายในวังวิหารหิน แห่งนี้สินะ"