คลื่นอสูรยึดโลก : อัศวินรัตติกาล (อ่านฟรี)

    คู่มือพลเมืองกับคำสัญญาก่อนนอน

    หงิง...

    เจ้าด่างครางเบาๆ หูตกและหางลู่ลงเล็กน้อย

    อาการเหมือนสุนัขที่เจอจ่าฝูงหรือสัตว์ที่เหนือกว่า มันไม่ได้กลัวจนตัวสั่น

    แต่มันแสดงความเคารพและยอมจำนนอย่างแปลกประหลาด

    อคินย่อตัวลง ตบหัวพวกมันเบาๆ

    "เฮ้ยๆ ไม่ต้องทำหน้าเศร้า เฝ้าบ้านไปนะพวกเอ็ง เดี๋ยวขากลับถ้าเจอของดีจะเอามาฝาก"

    เขาขยิบตาให้พวกมันอย่างเท่ๆ

    ก่อนจะลุกขึ้นกระชับมีดเดินป่าในมือแน่น สูดหายใจเข้าปอดลึกๆ เพื่อเปลี่ยนโหมดจาก 'ผู้อพยพ' เป็น 'นักล่า'

    แล้วก้าวเท้าออกจากเขตปลอดภัย มุ่งหน้าสู่ความมืดมิด

    ...

    ห่างจากค่ายไปทางทิศตะวันตกราวสองกิโลเมตร สภาพแวดล้อมเริ่มเปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัด

    พื้นดินที่เคยแข็งและปกคลุมด้วยใบไม้แห้ง เริ่มเปลี่ยนเป็นดินโคลนแฉะๆ ที่พร้อมจะดูดรองเท้าคอมแบทให้จมลงไปได้ทุกเมื่อ 

    กลิ่นเหม็นเน่าของซากพืชทับถมและกลิ่นเค็มปร่าของน้ำกร่อยลอยคลุ้งอยู่ในอากาศ

    รากไม้โกงกางขนาดมหึมาโผล่พ้นโคลนขึ้นมาระเกะระกะ บิดเบี้ยวและแหลมคมเหมือนกรงเล็บของปีศาจที่พยายามตะกายขึ้นจากนรก 

    บางรากมีเมือกสีเขียวเรืองแสงเกาะอยู่ ส่งแสงวิบวับหลอกตาล่อแมลงให้บินเข้าไปติดกับ

    "เงียบเกินไป..."

    อคินกระซิบแผ่วเบา ประสาทสัมผัสของเขาตื่นตัวถึงขีดสุด 

    ดวงตาของเขาปรับสภาพเข้ากับความมืดได้อย่างสมบูรณ์แบบจนแทบไม่ต้องใช้ไฟฉาย

    หูของเขากระดิก... ไม่ใช่แค่การได้ยินเสียง แต่เขาสามารถระบุทิศทางและระยะห่างของเสียงนั้นได้

    เสียงจิ้งหรีดที่เคยร้องระงมจู่ๆ ก็เงียบหายไป... สัญญาณเตือนภัยธรรมชาติกำลังทำงาน

    แกรก... แกรก...

    เสียงฝีเท้าหนักๆ ย่ำลงบนโคลนดูด เสียงดัง จ๊วบ เบาๆ ยามที่เท้าดึงขึ้นจากโคลน ดังมาจากด้านหน้าทิศ 11 นาฬิกา

    อคินยกมือขวาขึ้นกำหมัดเป็นสัญญาณหยุด 

    โบ้หมอบราบไปกับพื้นโคลนทันทีโดยไม่ต้องสั่งซ้ำ ส่วนแก๊งสามเหมียวหายวับเข้าไปในเงาของรากไม้

    แสงจันทร์สลัวที่ส่องลอดใบไม้หนาทึบลงมา เผยให้เห็นร่างเงาทะมึนสองร่าง

     

    [แจ้งเตือนศัตรู: ลิซาร์ดแมน ]

    [คำแนะนำ: ระวังการโจมตีด้วยหอกและพิษจากน้ำลาย]

     

    มันคือมนุษย์กิ้งก่ายืนสองขา สูงราวสองเมตร เกล็ดสีเขียวเข้มหนาเตอะสะท้อนแสงจันทร์เป็นมันเลื่อม 

    ในมือถือหอกที่ทำจากกระดูกสัตว์ขัดจนแหลมคม 

    ดวงตาสีเหลืองรีเรียวของพวกมันกวาดมองหาเหยื่อ ลิ้นสองแฉกแลบออกมาจับกลิ่นในอากาศ

    "ตัวใหญ่ชะมัด..." 

    อคินกัดฟันแน่น แต่ในใจกลับไม่มีความกลัว มีเพียงความตื่นเต้นที่สูบฉีดพล่าน 

    "แต่เราเร็วกว่า... โบ้! เปิด!"

    สิ้นเสียงคำสั่ง ร่างตันๆ ของโบ้ก็พุ่งทะยานออกจากพุ่มไม้ด้วยแรงระเบิดของกล้ามเนื้อ เข้ากระแทกมันอย่างจัง

    ตึง!

    แรงปะทะรุนแรงกระแทกเข้ากลางลำตัวลิซาร์ดแมนตัวแรกอย่างจัง 

    เสียงเกล็ดและกระดูกลั่นดังกร๊อบ ร่างยักษ์เสียหลักล้มคว่ำหน้าลงไปในโคลนตม

    "ฟ่อออ!"

    ลิซาร์ดแมนอีกตัวตวาดลั่น มันวาดหอกกระดูกในมือเตรียมแทงสวนใส่สุนัขที่กล้ามาลองดี

     

    [แจ้งเตือนจากระบบ: อันตราย! การโจมตีจากทิศ 3 นาฬิกา! สั่งการหน่วยสนับสนุนด่วน!]

     

    ข้อความแจ้งเตือนเด้งขึ้นมาเหมือนรู้ใจ อคินแสยะยิ้ม

    "จัดไป... แก๊งเหมียว ลุย!"

    เงาสีดำเล็กๆ สามสายวิ่งไต่รากไม้โกงกางด้วยความคล่องแคล่วที่ขัดกับแรงโน้มถ่วง 

    ส้มซ่าและบัวลอยกระโดดสลับฟันปลาไปมาระหว่างรากไม้ 

    ส่งเสียงขู่ แฮ่! หลอกล่อให้ศัตรูสับสน ทิศทางของพวกมันไร้รูปแบบจนลิซาร์ดแมนจับทางไม่ถูก 

    หอกในมือของมันแทงพลาดไปโดนอากาศธาตุ

    ในจังหวะที่มันหันหอกไปไล่แทงส้มซ่า 

    เงาที่เงียบที่สุดอย่าง 'ปลาเผา' ที่ซุ่มอยู่ในจุดบอดด้านหลัง ก็พุ่งเข้ากัดเอ็นข้อเท้าของมันเต็มเขี้ยว

    เลือดสีเข้มพุ่งกระฉูด ศัตรูเสียจังหวะทรุดฮวบลง... และนั่นคือสัญญาณปิดเกม

    อคินไม่ได้วิ่งลุยโคลนเข้าไปตรงๆ แต่เขาดีดตัวถีบส่งจากรากไม้ใหญ่ 

    ร่างกายลอยละลิ่วขึ้นสู่อากาศสูงกว่าหัวของศัตรู 

    การเคลื่อนไหวของเขาพลิ้วไหวและเงียบกริบ 

    ท่วงท่ากลางอากาศนั้นงดงามและอันตราย... ราวกับเสือดาวที่ตะปบเหยื่อจากกิ่งไม้

    "เสร็จล่ะ!"

    ชายหนุ่มทิ้งตัวลงมาพร้อมกับน้ำหนักตัวและแรงโน้มถ่วง 

    เขาบิดตัวกลางอากาศ ส่งแรงจากไหล่สู่ปลายมีดทำครัว ปักลงไปที่รอยต่อของเกล็ดบริเวณคอหอยของลิซาร์ดแมนตัวแรกอย่างแม่นยำ

    ฉึก!

    ใบมีดจมลึกลงไปจนมิดด้าม เลือดสีแดงคล้ำทะลักออกมาอาบมือ ร่างยักษ์ดิ้นพราด ฟาดหางไปมาด้วยความทรมานก่อนจะแน่นิ่งไป

    อีกด้านหนึ่ง โบ้ใช้สกิล [ขย่ำ] กัดเข้าที่คอหอยศัตรูของมันจนหลอดลมขาดสะบั้น

    "แฮ่ก... แฮ่ก..."

    อคินยืนหอบหายใจท่ามกลางซากศัตรู กลิ่นคาวเลือดคละคลุ้ง 

    แต่สำหรับเขาในตอนนี้... มันคือกลิ่นแห่งชัยชนะ เลือดในกายสูบฉีดพล่าน 

    ความหวาดกลัวหายไปจนหมดสิ้น เหลือเพียงความสะใจของสัญชาตญาณนักล่าที่ถูกปลุกขึ้นมา

    "สองตัว... ภายในเวลาไม่ถึงนาที" 

    เขายิ้มกว้าง มองดูผลงานด้วยความภาคภูมิใจ 

     

    [แนะนำให้นำกลับไปชำแหละทันทีเพื่อความสดใหม่]

     

    "โอเคๆ กลับบ้านกันพวกเรา"

    ...

    กว่าจะลากซากลิซาร์ดแมนสองตัวกลับมาถึงหน้าค่ายได้ ก็เล่นเอาอคินแทบหมดแรง 

    ลิ้นห้อยไม่ต่างจากโบ้ การแบกน้ำหนักร้อยกว่ากิโลกรัมไม่ใช่เรื่องเล่นๆ แม้ว่าค่าความแข็งแกร่งของเขาจะเพิ่มขึ้นก็ตาม

    ที่หน้าประตู 'ณัฐ' ยามกะดึกหน้านิ่งผู้มักจะมีดินสอไม้ทัดหูอยู่เสมอ 

    กำลังยืนเหลาดินสอด้วยมีดพับเล่มจิ๋ว เมื่อเห็นสภาพของอคินที่ลากซากสัตว์ประหลาดตัวเท่าคนมา 

    เขาก็เลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย... เพียงเล็กน้อยเท่านั้นราวกับเห็นเรื่องแบบนี้จนชินชา

    "ฝีมือดีนี่ครับคุณอคิน" 

    ณัฐเดินมาเขี่ยๆ ดูเกล็ดที่คอศัตรู 

    "รอยแผลสวยมาก... แทงเข้าจุดตายทีเดียวเลยเหรอ? ปกติพวกฮันเตอร์มือใหม่เขาต้องรุมกัน 3-4 คนกว่าจะล้มมันได้... คุณไปล่ากับปาร์ตี้ไหนมาครับเนี่ย?"

    "นี่ไงครับปาร์ตี้ผม" 

    อคินยืดอกที่เปื้อนโคลนอย่างภาคภูมิใจ 

    แล้วผายมือไปที่โบ้ที่นั่งลิ้นห้อย และแก๊งแมวที่นั่งเลียขนทำความสะอาดเลือดออกจากอุ้งเท้าอยู่บนซากศัตรูอย่างสบายใจ

    ณัฐกะพริบตาปริบๆ มองคนสลับกับสัตว์ ก่อนจะพยักหน้าเนือยๆ 

    "อ้อ... ครับ ปาร์ตี้... ดุดีนะครับ"

    "แล้วนี่แลกเครดิตได้ไหมครับ?" 

    อคินถามตาเป็นประกาย

    "ได้ครับ แต่จุดรับแลกปิดแล้ว ต้องรอพรุ่งนี้เช้า... แต่ซากพวกนี้ทิ้งไว้ไม่ได้ เดี๋ยวมันเน่าเสียราคาหมด มากับผมครับ ไปจัดการที่โรงชำแหละก่อน"

    ณัฐพาอคินเดินอ้อมไปด้านหลังโรงอาหาร 

    ยิ่งเดินลึกเข้าไป กลิ่นฉุนรุนแรงก็ยิ่งลอยมากระทบจมูก มันไม่ใช่กลิ่นเน่า 

    แต่เป็นกลิ่นเปรี้ยวของกรดเข้มข้นผสมกับกลิ่นคาวเลือดที่ชวนคลื่นไส้

    เบื้องหน้าคือ 'ต้นบำบัด' วันก่อนเขาไม่ได้สังเกตมันมากนักวันนี้เขาจึงตั้งใจพิตารณาดูมันอีกที

    มันคือพืชกลายพันธุ์ขนาดมหึมา ลำต้นอวบอ้วนสีม่วงคล้ำของมันมี 'หม้อ' ทรงกระบอกขนาดเท่าโอ่งมังกรที่แทงขึ้นมาจากดิน 

    สิ่งมองเข้าไปยังหม้อนั่น ภายในหม้อมีของเหลวสีเขียวข้นคลั่กเดือดปุดๆ 

    ณัฐลงมือสาธิตด้วยความชำนาญ เขาใช้รอกดึงร่างลิซาร์ดแมนขึ้นห้อยหัว แล้วใช้มีดปาดคออย่างรวดเร็ว

    "ต้องเอาเลือดออกให้หมด เนื้อจะได้ไม่คาว" 

    ณัฐอธิบายเสียงเรียบ ราวกับกำลังสอนทำกับข้าว ไม่ใช่การชำแหละศพมอนสเตอร์

    เลือดสีแดงคล้ำไหลทะลักลงสู่รางระบายน้ำที่เชื่อมต่อกับรากของต้นบำบัด 

    ทันทีที่เลือดสัมผัสราก ต้นไม้ยักษ์ก็สั่นระริก 

    ใบไม้สีเขียวเข้มขยับไหวเสียดสีกันเกิดเสียง ซ่า... ซ่า... คล้ายเสียงครางด้วยความพอใจ

    จ๊อกกก...

    เสียงน้ำย่อยในหม้อดังกระหึ่มขึ้นตอบรับ 

    อคินมองภาพนั้นด้วยความรู้สึกผสมปนเป ระหว่างความสยดสยองและความทึ่ง

    โลกนี้มันบ้าบอจริงๆ ... แม้แต่ต้นไม้ก็ยังกินเลือด

    ณัฐตัดหัวลิซาร์ดแมนออก แล้วโยนมันลงไปในหม้อใบหนึ่งอย่างแม่นยำ

    ฟู่!

    ควันสีขาวลอยโขมงขึ้นมาพร้อมกับกลิ่นไหม้ ร่างกายของอคินเกร็งขึ้นโดยอัตโนมัติ

    "คุณณัฐดูคล่องจังเลยนะครับ..." 

    อคินเอ่ยทักเพื่อทำลายความเงียบที่น่าอึดอัด

    "เมื่อก่อนผมเป็นฮันเตอร์ครับ สายลุยเลยแหละ บ้าพลังเหมือนคุณนี่แหละ" 

    ณัฐตอบโดยไม่ละสายตาจากงาน มือยังคงเลาะหนังอย่างแม่นยำ 

    "แต่ผมก็เลือกมาเป็นยามดีกว่า สวัสดิการดี เสี่ยงน้อย"

    เขาหยุดมือ หันมามองอคินด้วยแววตาที่อ่านยาก ภายใต้แสงไฟสลัว ดวงตาของณัฐดูว่างเปล่าชอบกล

    "เชื่อผมเถอะครับคุณอคิน กลางวันหรือกลางคืน... เอาแน่เอานอนไม่ได้หรอก บางทีกลางวันแสกๆ ตัวโหดๆ โผล่มาฆ่ายกปาร์ตี้ก็มี เป็นยามอยู่หลังกำแพง ปลอดภัยกว่าเยอะ... แลกกับค่าตอบแทนที่น้อยลงหน่อย แต่ได้มีชีวิตที่สงบสุขปลอดภัย... ได้นอนหลับเต็มตาทุกคืน"

    คำพูดของณัฐทำให้อคินเงียบไปครู่หนึ่ง 'ชีวิตที่สงบสุข' งั้นเหรอ?

    เขาพยักหน้ารับรู้ตามมารยาท 

    แต่ในใจลึกๆ ไฟแห่งการผจญภัยยังคงลุกโชน 

    เขาไม่ใช่คนที่จะยอมอยู่หลังกำแพง... เขาคือนักรบที่ถูกระบบเลือกมาเพื่อภารกิจที่ยิ่งใหญ่กว่านั้น

    "เสร็จแล้วครับ พรุ่งนี้เช้าผมจะทำเรื่องแลกเครดิตให้" 

    ณัฐล้างมือที่เปื้อนเลือดในถังน้ำ แล้วเดินกลับไปประจำจุด 

    ทิ้งให้อคินยืนมองต้นบำบัดที่กำลังย่อยอาหารมื้อดึกอย่างเงียบเชียบ

     

    [ระยะเวลาเชื่อมต่อ: 00:30:00]

     

    อคินกลับขึ้นมาบนบ้านต้นไม้ ร่างกายเริ่มรู้สึกอ่อนล้าจากการใช้พลังงานมหาศาล 

    แต่จิตใจกลับพองโต เขาจุดตะเกียงน้ำมัน แสงไฟสีส้มสลัวส่องกระทบหน้าปกสมุดทำมือที่ได้จากพี่ไม้

    เขานอนคว่ำหน้าลงบนฟูก เปิด 'คู่มือพลเมือง' หน้าแรกขึ้นอ่านด้วยความตั้งใจ

    กฎข้อที่ 1: ห้ามก่อความวุ่นวาย หรือทำร้ายร่างกายผู้อื่นในเขตปลอดภัย

    กฎข้อที่ 2: การปันส่วนอาหารและน้ำเป็นไปอย่างเท่าเทียม แต่สวัสดิการอื่นๆจะได้รับตามลำดับขั้นการทำงานและค่าความดีความชอบ...

    อคินไล่สายตาอ่านกฎระเบียบเหล่านั้นทีละบรรทัด ราวกับอัศวินฝึกหัดที่กำลังท่องจำบัญญัติศักดิ์สิทธิ์ เขายิ้มบางๆ ให้กับตัวเอง

    "ก็แค่กฎกติกามารยาท... สำหรับเราที่เป็น 'คนพิเศษ' มันก็เหมือนเงื่อนไขในการอยู่ร่วมนั่นแหละ เราต้องเรียนรู้ที่จะปกป้องคนที่อ่อนแอกว่าตามกฎพวกนี้"

    เขาพลิกหน้ากระดาษต่อไปเรื่อยๆ ความรู้ใหม่ๆ ไหลเข้าสู่สมอง 

    แต่แล้ว... เสียงเตือนสุดท้ายก็ดังขึ้นในหัว มันไม่ใช่เสียงที่สดใสเหมือนตอนตื่นนอน แต่มันหนักอึ้งและกดดัน

     

    [ระยะเวลาเชื่อมต่อ: 00:00:10]

     

    เปลือกตาของเขาหนักอึ้งขึ้นมาอย่างกะทันหัน 

    ราวกับมีใครเอาลูกตุ้มเหล็กมาถ่วงไว้ 

    ภาพตัวหนังสือในสมุดเริ่มพร่าเลือน แสงไฟตะเกียงดูห่างไกลออกไปทุกที

    "พรุ่งนี้... ต้องล่าให้ได้... เยอะกว่านี้..."

    เสียงพึมพำแผ่วเบาลงพร้อมกับลมหายใจที่เปลี่ยนจังหวะ ความมืดเข้าครอบงำสติสัมปชัญญะอย่างรวดเร็ว

     

    [ราตรีสวัสดิ์ อคิน] 

    [สิ้นสุดการเชื่อมต่อ] 

    คล้ายกับเรื่องคลื่นอสูรยึดโลก : อัศวินรัตติกาล (อ่านฟรี) ที่คุณอ่าน