งานวิวาห์แสนเรียบง่ายต่างจากความฝันในวัยเด็ก สวมชุดเ้าสาวสวยงามฟู่ฟ่องเดินเคียงข้างเ้าบ่าวบนทางเดินที่โรยด้วยกลีบดอกกุหลาบ สองฝั่งเต็มไปด้วยแเื่ปรบมือต้อนรับ ภายในห้องโถงกว้างประดับประดาด้วยดอกไม้นานาพันธุ์ คริสตัลส่องประกายแวววับ เคล้าคลอบรรยากาศด้วยเสียงดนตรีบรรเลงสดเบาๆ ขับกล่อมภายในงานหากแต่ในภาพความเป็จริงเธอกับเ้าบ่าวเพียงนั่งเคียงข้างกัน เบื้องหน้าครอบครัวของ 2 ฝ่าย ใบหน้าไม่อิ่มเอมของคุณปริตตรามองตรงข้อมือของลูกสะใภ้ไม่ยินดีต้อนรับของหล่อนขณะกลัดสร้อยข้อมือของหมั้นอย่างปราศจากความเต็มใจ
บรรยากาศคล้ายพิธีสู่ขอมากกว่าการแต่งงาน เรียบง่าย มีเพียงเสียงคุยแทรกเป็ครั้งคราว กับเสียงกรุ๊งกริ๊งกระทบกันของเครื่องประดับบนกายเ้าสาว
“ยินดีด้วยนะลูก” นายภัทรวัฒน์เอ่ยบอกคู่แต่งงานใหม่ ใบหน้าเปื้อนรอยยิ้มจริงใจ
กณิกนันท์กับภัทรกรประนมมือไหว้ขอบคุณพร้อมกัน
เขากันไปยิ้มอบอุ่นให้กับภรรยาหมาดๆ ยังไม่มีโอกาสเอ่ยปากชมว่าวันนี้หญิงสาวสวยเพียงไรยามสวมชุดไทยจักรพรรดิสีขาวบริสุทธิ์ตัดเย็บตามแฟชั่นสมัยใหม่ เข้ากับเรือนร่างบอบบางทว่ามีส่วนเว้าโค้งสมบูรณ์แบบ
เธอเหลือบมองคุณเ้าบ่าว ภัทรกรหล่อบาดหัวใจั้แ่ศีรษะจรดปลายเท้าอดรู้สึกภูมิใจไม่ได้เมื่ออยู่ในสถานะภรรยาของเขาอย่างสมบูรณ์
แค่ 2 ปี แต่ก็นับว่าคุ้มค่ามากสำหรับการเติมเต็มหัวใจของคนแอบรักข้างเดียวเสมอมา
“ดีใจด้วยนะบัว” บารมิตา น้องสาวลูกพี่ลูกน้องภรรยาของคุณหมอปรินซ์บีบมือทั้งสองข้างของพี่สาวหลวมๆ เธอดูมีน้ำมีนวลขึ้นจากการตั้งครรภ์ราว 18 สัปดาห์
คนที่เพิ่งอวยพรเธอเสียเองที่ยังมีเื่ราวไม่ค่อยสบายใจเกี่ยวกับคุณสามีเก่าพ่อของเ้าก้อนน้อยในท้อง
บารมิตารู้เหตุผลในการแต่งงานหนนี้ดี และรู้ด้วยว่ากณิกนันท์รู้สึกอย่างไรกับเ้าบ่าวของเธอ ซึ่งครั้งหนึ่งภัทรกรเคย ‘จีบ’ บารมิตาหลังจากหญิงสาวหย่าขาดกับสามีก่อนพบว่าตัวเองตั้งท้องเขาจึงก้าวถอยจากความสัมพันธ์นี้แต่โดยดี
“ยังไงก็ต้องมีความสุขให้มากนะรู้มั้ย”
“จ้ะ ขอบใจนะ”
คุณสามีของพวกเธอทั้งสองยืนคุยกันอีกมุมหนึ่งตรงสวนหน้าบ้าน คนเคยเขม่นเพราะเื่ค้างคาใจ คืนใจผูกมิตรกันได้ในที่สุด
“ฉันจะรอลุ้นนะ พิชิตใจเขาให้ได้”
“เป็ไปไม่ได้หรอก”
“อย่าปิดประตูตัวเองอย่างนั้นสิ ลองดูเลยชัวร์กว่า อย่าเพิ่งคิดเองตัดสินเองว่าเขาจะคิดยังไง คนสองคนอยู่ใต้ชายคาเดียวกัน ห้องนอนติดกัน ขี้คร้านจะหวั่นไหว” ผู้มองโลกในแง่ดีสร้างกำลังใจ
“ต่อให้คุณภรีมเปิดใจรับ แต่แม่ของเขาก็ไม่ชอบหน้าฉันอยู่ดี”
บารมิตาก็ประสบปัญหาเช่นเดียวกัน ราวกับหญิงสาวสองคนพี่น้องถูกลิขิตให้ต้องพิชิตใจคุณแม่สามีขาโหดอย่างไรอย่างนั้น
เธอใช้เวลากับสามีตั้งหลายปี แต่ไม่มีทีท่าว่าแม่ของเขาจะยอมอ่อนข้อให้เลยสักนิด ไม่ยอมใจอ่อนลงเลยแม้จะรู้ว่าเธอกำลังอุ้มท้องหลานของท่านอีกครั้งหลังจากสูญเสียลูกคนแรกในท้องไปเมื่อหลายปีก่อน
“หลานฉันเป็ยังไงบ้าง” กณิกนันท์วางมือบนครรภ์กลมนูนของหญิงสาวลูกพี่ลูกน้อง
ทุกพฤติกรรมของลูกสะใภ้ล้วนอยู่ในสายตาของคุณปริตตราทั้งสิ้น
คุณแม่ของลูกชายคนเดียวภาวนาเหลือเกินว่าลูกสะใภ้กะทันหันของนางไม่ได้พลาดพลั้งตั้งท้องทำให้ตาภรีมต้องรีบตัดสินใจแต่งงานเช่นนี้
คุณปริตตราจำต้องฝืนยิ้มอย่างที่นางฝึกทำเสมอเมื่อออกงานคู่กับสามีขณะคู่พ่อดองแม่ดองเดินไปส่งที่รถตู้คันหรูที่จอดรอรับหน้ารั้วบ้าน
คนที่ปกติแล้วคบหาคนในแวดวงธุรกิจ มีทรัพย์สินมั่งคั่ง วางตัวไม่ค่อยเป็มิตรอย่างสนิทใจกับครอบครัวนายตำรวจยศไม่ใหญ่โตและภรรยาซึ่งเป็เพียงแม่บ้านและรับงาน อสม. เป็อาชีพเสริม
“ขอบคุณอีกครั้งนะคะที่เมตตาลูกสาวของเรา อุตส่าห์รับยัยบัวของเราเป็ลูกสะใภ้”
คุณนายปริตตรายิ้มแห้งแล้งขณะที่สามีตอบรับคู่ดองอย่างจริงใจ
“เราอยู่ใกล้ชิดหนูบัวมากกว่า ต่อไปเธอจะเป็เหมือนคนในครอบครัวคนหนึ่ง ไม่ต้องห่วงนะครับเราจะดูแลเธออย่างดี”
...
.
เื่ของหมอปรินซ์กับใบบัวเองกว่าจะลงตัวมีความสุข มีครอบครัวอบอุ่นน่ารักได้ก็ลุ้นกับจนหืดแทบขึ้นคอเหมือนกันนะคะ
รี้ดที่ยังไม่ได้อ่านสามารถอ่านได้จากเื่ "รักที่คุณลืม - Your Forgotten Love" นะคะ ^^ มีรูปแบบอีบุ๊กด้วยค่า
...
หมดรักก็แค่หย่า แต่ทำไมเขาถึงลืมอดีตภรรยาที่คิดว่า 'หมดรัก' ไม่ได้สักที และอาการ 'เืขึ้นหน้า' อย่าง 'หมาหวงก้าง' ก็เริ่มทำงาน พร้อมกับใช้สัญชาตญาณจับผิดคนมีความลับในคราวเดียวกัน
--------------------
“สูบบุหรี่ไม่ดีต่อสุขภาพนะครับหมอ” ชายหนุ่มรูปร่างสูงโปร่งหากแต่เพรียวกว่าเอ่ยทักทาย พลางยักคิ้ว แล้วเอนหลังพิงระเบียง
“มาไม่ให้สุ้มให้เสียง” ชายหนุ่มบ่นอุบพลางแตะปลายบุหรี่ทิ้งปลายไหม้ร่วงสู่พื้น
“เครียดอ่ะดิ” ปริณธวัฒน์เลิกคิ้ว พอจะรู้ต้นสายปลายเหตุ ปกติคุณหมอรักสุขภาพเลี่ยงการทำร้ายตัวเอง แต่เมื่อหัวใจไม่อยู่ในภาวะปกติก็ใช้ของพวกนี้เยียวยา ฮีลตัวเองจากหลุมดำมืดเฉกเช่นคนทั่วไปแม้รู้พิษภัยอันตรายของมันอย่างดี
เครียดสิ! สลัดเื่บารมิตาออกจากสมองไม่ได้สักที เลิกฟุ้งซ่านได้แค่ตอนทำงานพออยู่กับตัวเอง ว่างๆ ทีไรก็อดคิดถึงไม่ได้
“แม่ยังไม่กลับใช่มั้ย” เขาถามแทนที่จะตอบ ไม่อยากให้มารดารู้ว่าเ้าตัวกลัดกลุ้มถึงขั้นต้องใช้นิโคตินช่วยเยียวยาจะพานทำให้นางไม่สบายใจเปล่าๆ
“ยัง เหลืออีกตัวมั้ย ขอหน่อย”
คนอายุมากกว่าขมวดคิ้วมุ่น “ไม่ดีต่อสุขภาพ”
“เออ ทีตัวเองดูดได้แถมพ่นควันโขมงเชียว” คนเกิดทีหลังอดแดกดันไม่ได้
น้องชายคลานตามกันออกมาใช้ลิ้นดุนกระพุ้งแก้ม นึกลังเลว่าควรเปิดประเด็นชวนคุยเื่ส่วนตัวดีหรือไม่ พวกเขาสนิทกันมากก็จริงแต่ไม่รู้เหมือนกันว่าจะมีประโยชน์อันใดหรือเปล่าที่จะตั้งตัวเองเป็ที่ปรึกษาแม้กระทั่งผู้หญิงสักคนที่คบหาอย่างจริงจังยังไม่มี แต่มีหน้าอยากเป็ที่ระบายให้คนเพิ่งหย่าร้าง
“ปรินซ์”
“ว่า…” ปริตถกรตอบรับ บี้ปลายบุหรี่ใต้ฐานระเบียงไม่ทิ้งหลักฐานให้มารดารู้
“ฉันเป็เพื่อนดื่มให้ได้นะถ้านายอยากเมาน่ะ แล้วก็… ถ้าอยากได้สาวๆ”
“พอเลย!” ผู้เป็พี่ปรามทันทีเมื่อเอ่ยถึงคำว่า ‘สาวๆ’ ก่อนพูดต่อ “เื่เมาเนี่ยเอาด้วย ส่วนสาวๆ เอาไว้ก่อนเถอะว่ะ”
“เฮ้ย! คิดจะไม่เปิดใจรับใครแล้วเหรอวะ” ปริณธวัฒน์ผลักไหล่เบาๆ เชิงหยอกล้อ พ่อม่ายหมาดๆ ย่นคิ้วเรียวเข้าหากัน
“ปวดหัว”
“เอาดีๆ ปวดหัวหรือปวดใจ”
“ลองคบใครจริงจังสักคนสิแล้วจะเข้าใจเองว่ารู้สึกยังไง” ปริตถกรว่าแล้วพ่นลมหายใจกรุ่นกลิ่นนิโคตินจางๆ ออกจากเรียวปากหยักเป็กระจับ