Doomdays ซอมบี้ล้างโลก

    ตอนที่ 69 ร้อนวิชา

    ตอนที่ 69 ร้อนวิชา

     

    วันที่ 2 มีนาคม ค.ศ. 2029

    ก๊อก

    ก๊อก

    เสียงเคาะประตูดังขึ้น

    " หัวหน้าตื่นรึยังคะ "

    " ตื่นแล้ว "

    " ฉันขอเข้าไปข้างในได้มั้ยคะ "

    " เข้ามาสิ "

    จากนั่นริวจิก็เดินมาเปิดประตู

    " มีอะไรรึเปล่า " ริวจิถามออกไปด้วยน้ำเสียงเรียบๆ

    ใบหน้าของริเอะดูกังวลเล็กน้อยก่อนจะพูดขึ้น

    " ฉันไม่รู้หรอกนะคะว่าหัวหน้ามีอาหารมากมายขนาดไหน แต่ถ้าขืนเป็นแบบนี้ไม่ช้าก็เร็วอาหารพวกเราต้องหมดแน่นอนค่ะ "

    " ก็อย่างที่เธอบอกนั่นแหละ อาหารของฉันก็ใกล้หมดแล้วแหละ น่าจะอีก 1 เดือนก็น่าจะหมดละ "

    ถึงแม้จะได้อาหารในค่ายโตเกียวและรวมกับของเขา แต่ในช่วงนี้ริวจิได้ใช้อาหารไปมากมายกับการแจกจ่ายให้กับเหล่าผู้คนทั้งหลาย

    จากนั่นริวจิก็สังเกตใบหน้าของริเอะและดูเหมือนว่าเธออยากพูดอะไรออกมา

    " แล้วเธอมีอะไรแนะนำบ้างมั้ย "

    หลังจากที่ได้ยินคำพูดของริวจิ ริเอะถึงกับสะดุ้งขึ้นทันทีเพราะเหมือนมันไปแทงใจดำของเธอ

    " เฮ้ เป็นอะไรฉันตกใจหมดเลย ถ้าอยากพูดอะไรก็พูดมาเถอะ "

    เมื่อโดนริวจิเร่งเล้าริเอะก็ได้กัดฟันก่อนที่จะพูดขึ้น

    " ฮึบ ฉันอยากให้เราผลิตอาหารกันเองคะ "

    " ปลูกพืชหนะหรอ "

    " ใช่ค่ะ "

    " แล้วเธอมีความรู้เรื่องนี้มากน้อยแค่ไหน "

    " ........ ."

    " ถึงอย่างงั้นก็เถอะ ก็เป็นความคิดที่ดี งั้นเธอก็เลือกคนที่ทำอาชีพเกษตรในยุคก่อนแล้วสอบถามถึงความเป็นไปได้รวมถึงชนิดของพืชที่สามารถปลูกได้ในสภาพดินแบบนี้ได้ "

    หลังจากที่ได้ยินคำพูดของริวจิ ริเอะก็อึ้งไปเลยเธอไม่คิดว่าริวจิจะฟังความคิดเห็นของเธอ ตอนนี้ริเอะรู้สึกปลาบปลื้มริวจิเป็นอย่างมาก ตอนแรกเธอคิดว่าริวจิจะไม่ฟังที่เธอพูดด้วยซ้ำแต่ที่ไหนได้ เขาบอกให้เธอลองทำดูแถมเธอยังโดนริวจิชมอีกด้วย เพราะตลอดการล่าซอมบี้หรือทำอะไรก็แล้วแต่ ริวจิยังไม่เคยพูดชมใครเลยสักครั้งยกเว้นน้องสาวของเขาและอายู เมื่อคิดแบบนั้นหน้าของเธอก็แดงขึ้นมา

    " เฮ้ เธอไม่สบายรึเปล่า "

    " ปะ ป๊าววว ฉันสบายดีคะ เดี๋ยวฉันจะจัดการตามนี้นะคะ " ริเอะพูดอย่างเร่งรีบก่อนจะปิดประตูอย่างรวดเร็ว

    ปั๊งงง !!

    " อะไรของเค้าวะเนี่ยะะ "

    ริวจิเกาหัวด้วยความงงจากนั่นเขาก็เดินไปนั่งที่โซฟาของเขา และได้ครุ่นคิดเกี่ยวกับปัญหาที่จะเกิดขึ้น

    " เราก็ไม่ค่อยมีความรู้เรื่องพืชอะไรนั่นด้วยสิ ยังไงก็เถอะเรื่องนี้ให้ริเอะจัดการก็แล้วกัน แต่ก่อนที่พวกพืชจะโตก็ต้องใช้เวลา เอายังไงดี!!! อาหารของพวกเราก็อยู่ได้แค่เดือนเดียวเท่านั้นคงไม่พอแน่ คงต้องออกไปหาอาหารเพิ่มสิน่ะ "

    แต่ในขณะที่ริวจิกำลังใช้ความคิดอยู่นั้นก็มีเสียงเคาะประตูดังขึ้นอีกครั้ง

    ก๊อก

    ก๊อก

    " ขอเข้าไปหน่อยได้มั้ย "

    " อายูหรอ เข้ามาสิ "

    ริวจิพูดเชิญอายูเข้ามาและพาเธอเดินมาที่โซฟาในห้องก่อนจะพูดหยอกล้อเธอ

    " คิดถึงฉันงั้นหรอ ฮ่าฮ่า "

    " ตาบ้า "

    ใบหน้าของหญิงสาวแดงเผือกก็จะตบเข้าไปที่ใบหน้าของริวจิทำให้เกิดเสียงดังลั่น

    ปั้งงง !!

    " โอ๊ยยเจ็บ เจ็บบบ มือหนักเป็นบ้า "

    " สมน้ำหน้าา "

    หลังจากนั้นริวจิก็เลิกหยอกล้อเธอก่อนจะเปลี่ยนน้ำเสียงไปอีกแบบ

    " เข้าเรื่องเถอะ มีเรื่องอะไรอย่างงั้นหรอ "

    " อืม เรื่องอาหารหนะ "

    "อ๋อ เรื่องนั่นริเอะพึ่งจะมาพูดเมื่อกี๋นี้เลย มีอะไรอีกรึเปล่า"

    " มีหลังจากฉันตื่น ฉันก็ได้ยินที่พวกเหล่า Hunter พูดกันเกี่ยวกับการทดสอบที่ 2 จะเริ่มในอีก 2 เดือนใช่มั้ย "

    " อ๋อใช่แล้วทำไมหรอ "

    " นายคิดว่าไง "

    " ขนาดการทดสอบรอบที่ 1 ยังหนักหนาขนาดนี้ รอบต่อไปมันก็ต้องยากกว่าอยู่แล้วหล่ะ ฉันมั่นใจ แต่เรื่องนี้เธอก็น่าจะรู้อยู่แล้วไม่ใช่หรอ "

    " ใช่ แล้วนายคิดว่าความแข็งแกร่งของเราตอนนี้พอแล้วงั้นหรอ "

    " ไม่มีอะไรพอหรอก แต่ทำไงได้ละ ในเมื่อไม่มีซอมบี้ให้ฆ่าละแล้วจะได้ Exp จากไหนละ "

    " ฉันมีความคิดดีดี "

    " ไหนลองพูดมาสิ "

    " ถ้าฉันเดาไม่ผิด ที่ริเอะมาพูดก็คือเรื่องผลิตอาหารเองสิน่ะ งั้นมันต้องใช้เวลาในการปลูกไม่น้อยในสภาพดินแบบนี้ แถมยังมีพืชไม่กี่ชนิดหรอกที่สามารถปลูกในสภาพดินแบบนี้ได้ และถ้าพวกเรากินอาหารแห้งแบบเดิมๆ แบบนี้ตลอดละก็พวกเราต้องป่วยเป็นโรคอะไรสักอย่างแน่นอน "

    เธอวิเคราะห์ได้อย่างแม่นยำ แต่หลังจากฟังริวจิก็ดูเหมือนว่าอายูจะพยายามพูดอะไรสักอย่าง

    " มีอะไรก็พูดตรงๆ เถอะไม่ต้องอ้อมค้อม "

    " งั้นฉันแนะนำให้ไปฆ่าซอมบี้ที่ต่างประเทศ แถมเรายังได้เมล็ดพืชของประเทศอื่น ๆ อีกด้วย อาหารของพวกเราก็จะหลากหลายขึ้นไปอีก ยิงปืนครั้งเดียวนกสองตัว "

    " อืมมมม .. "

    หลังจากที่ได้ฟังจากที่อายูพูด ริวจิก็คิดถึงความเป็นไปได้ของแผนการของเธอ และช่องโหว่อันตรายต่างๆ

    " มันก็เป็นความคิดที่ดีอยู่หรอกน่ะ แต่ว่าถ้าเราจะทำแบบนั้นเราจะสามารถล่าได้แค่ 6 วันและวันที่ 7 เราต้องกลับมาเพราะระบบจะทำการลบประเทศที่มี เปอร์เซ็นต์ในซอมบี้มากที่สุดออกไป "

    " เรื่องนั่นฉันคิดไว้อยู่แล้วแหละ แต่มันก็ไม่ใช่ปัญหาหนิ เรามีเฮลิคอปเตอร์เราสามารถเคลื่อนที่ได้ด้วยความเร็ว 300 กิโลเมตรต่อชั่วโมง "

    " ฉันรู้อยู่หรอก แต่ว่าตอนนี้โทชิโอะก็อยากกลับไปหาครอบครัวของเขา แต่ถ้าเราจะไปจริงๆล่ะก็ ให้เวลาเขาอยู่กับครอบครัวอีกสักหน่อยรวมถึงพวกเราด้วย แล้วหลังจากผ่านไป 1 สัปดาห์ให้ค่อยออกเดินทางก็ได้ "

    จริงอยู่ที่แผนของอายูนั่นไม่เลว แต่ตอนนี้ริวจิก็พึ่งได้เจอแม่ของเขา และเขาก็อยากใช้เวลาให้กับครอบครัวของตัวเองบ้าง เพราะยังไงตอนนี้ครอบครัวเขาก็มาอยู่พร้อมหน้าพร้อมตาทั้งที มันคงไม่สายเกินไปนักที่เขาจะรออีกสัก 1 สัปดาห์ และในเวลานี้เขาก็ต้องจัดการเรื่องต่างๆ ในค่ายอยู่ดี

    เมื่อได้ยินคำพูดของริวจิ ใบหน้าของอายูก็ดูผิดหวังเล็กน้อย ริวจิสังเกตเห็นพฤติกรรมที่ผิดปกติของเธอ ดังนั้นเขาจึงโยนหินถามทางไป

    " เธออยากจะลองพลังใช่มั้ย 55555 "

    เขาพูดด้วยน้ำเสียงเฮฮา แต่อายูเธอก็ได้พยักหน้าและตอบกลับมา

    " ฉันอยากรู้ว่าพลังของฉันในตอนนี้สามารถต่อสู้กับซอมบี้อ้วนได้รึเปล่า "

    หลังจากพูดจบเธอก็กำหมัดแน่น เมื่อริวจิสังเกตเห็นเขาจึงกล่าวเตือนเธอด้วยความหวังดี

    " เฮ้ อายูฉันรู้นะว่าเธอรู้สึกยังไง แต่ว่าถ้าเธอจะสู้กับพวกมันละก็ เธอต้องมียารักษา G4 เพื่อป้องกันไม่ให้ติดเชื้อ และฉันบอกเลยนะว่าค่าสถานะของเธอตอนนี้ยังไม่สามารถต่อสู้กับซอมบี้ G4 ได้หรอก "

    ริวจิพูดความจริง เขาไม่จำเป็นต้องโกหกเพราะเขาไม่ต้องการให้พวกพ้องของเขา ไปตายอย่างไร้ประโยชน์ และถึงแม้มันจะเข้าสู้โหมดคลั่งและจะตายภายใน 10 นาที อายูก็ไม่อาจจะทนการโจมตีของมันอย่าว่าแต่ 10 นาทีเลย 3 นาทีไม่รู้ว่าเธอจะทนไหวรึเปล่า เพราะอายูนั่นเธอไม่ได้มีสกิล Berserk Mode เหมือนกันริวจิและไม่ได้มีสกิลที่โจมตีเป็นวงกว้าง เธอมีแค่สกิล Steal เท่านั้นที่สามารถเพิ่มความเร็วได้เท่านั้นเอง

    เมื่อได้ยินที่ริวจิพูด เธอก็สงบลงไปหน่อย จากนั่นเธอก็ได้ถามถึงเรื่องอัพเกรดสกิลที่คนที่เลื่อนขั้นเป็นขั้น 3 จะสามารถปลดล็อกได้ ริวจิไม่คิดจะปิดบังเธออยู่แล้ว เขาก็พูดไปตามที่เขารู้ทั้งหมด จากนั่นทั้งคู่ก็ได้แยกย้ายกันไป

    หลังจากคุยกับอายูเสร็จริวจิก็อาบน้ำแต่งตัวเพื่อไปกินข้าวเช้ากับแม่และน้องสาวของเขา

     

    ณ โต๊ะอาหาร

    บรรยากาศเต็มไปด้วยความอบอุ่น ทั้ง 3 แม่ลูกกำลังกินข้าวอย่างยิ้มแย้มและสีหน้าของพวกเขามีความสุขอย่างมาก แต่จากนั่นริวจิก็ได้พูดขึ้น

     

    " แม่ครับ ผมมีแผนจะไปหาอาหารที่ต่างประเทศ "

    เมื่อได้ยินที่ริวจิพูดทั้งโต๊ะก็เงียบลงทันที

    " ต่างประเทศ ลูกจะไปทำไมเราพึ่งอยู่พร้อมหน้าพร้อมตากันเองนะ "

    " ผมยังไม่ได้ไปตอนนี้หรอกครับแม่ ผมแค่บอกไว้ก่อน "

    " เป็นเพราะคนของค่ายโอซาก้าใช่มั้ย อาหารของลูกก็เลยต้องลดลง แม่ผิดเองลูกแม่ขอโทษ "

    " มันไม่ใช่ความผิดของแม่หรอกครับ แม่ไม่ต้องเป็นห่วง ผมไม่ได้อ่อนแอขนาดนั้นผมสามารถดูแลตัวเองได้ และเรายังมีแผนที่จะปลูกพืชที่ทนต่อสภาพของดินด้วย การเดินทางครั้งนี้ก็จะมีประโยชน์ทางโภชนาการของพวกเราอีกด้วยนะครับ อาหารของพวกเราจะได้หลากหลายมากขึ้นไม่อย่างงั้น ไม่นานพวกเราก็ต้องป่วยเป็นโรคขาดสารอาหารแน่ๆ แถมเรายังมีเฮลิคอปเตอร์ในการเดินทางอีก "

    เมื่อได้ยินที่ริวจิอธิบายสรรพคุณมามากมาย แม่ของเขาก็รู้แล้วว่าไม่มีทางจะหยุดลูกชายของเขาเอาไว้ได้

    " แล้วลูกจะไปวันไหนล่ะ "

    " น่าจะเป็นวันที่ 8 ครับ "

    เมื่อเสียงพูดริวจิจบลงก็มีเสียงแทรกขึ้นทันที

    " หนูไปด้วยยย "

    " ห๋าาาา !! เดี๋ยวๆ นี่ไม่ใช่ไปปิกนิกน่ะมิโกะ "

    หลังจากนั้นมิโกะก็พูดด้วยเสียงจริงจังขึ้น

    " พี่คะ หนูไม่ได้อ่อนแอขนาดนั้นน่ะ หนูต้องการเลื่อนขั้นเป็นขั้นที่ 3 ให้ได้เร็วที่สุด "

    ริวจิรู้เจตนาของน้องสาวของเขาอยู่แล้วว่า เธอต้องการจะแข็งแกร่งกว่าอายู เธอพยายามชนะอายูมาตลอด และมิโกะรู้สึกแพ้ที่เห็นอายูเลื่อนเป็นขั้นที่ 3 ก่อนเธอ

    หลังจากฟังที่น้องสาวสุดน่ารักพูดแล้วริวจิก็หันไปมองที่แม่ของเขา

    " แล้วใครจะดูแลแม่ล่ะมิโกะ "

    เมื่อริวจิพูดจบมิโกะก็พูดไม่ออก เพราะเหมือนว่าพวกเขานั่นทิ้งแม่ของเขาให้อยู่คนเดียวเพียงลำพังตลอด

     

    " ไม่เป็นไรหรอกลูก ไปเถอะ แม่อยู่ได้สบายมากคนในนี้ก็ไม่ได้เลวร้ายอะไร การที่พวกลูกไปไม่ได้แปลว่าไม่กลับมาสักหน่อย มันก็เหมือนไปทำงานต่างจังหวัดนั่นแหละ ขอแค่ลูกแม่ปลอดภัยก็พอแล้ว "

     

    แม่พูดจบ มิโกะและริโกะก็พุ่งเข้าไปกอดเธอด้วยความรู้สึกตื้นตัน

     

    ฝากติดตามกดหัวใจเพื่อเป็นกำลังใจให้ผมด้วยนะครับ

    ขอบคุณครับ

    คล้ายกับเรื่องDoomdays ซอมบี้ล้างโลก ที่คุณอ่าน