ณ ระเบียงชั้นสองของตำหนักปรากฏร่างสูงใหญ่องอาจของเ้าชายฮาซิม ที่ยืนเอามือไพล่หลังขณะทอดสายตามองผืนทรายสีทองอันร้อนระอุเบื้องหน้า
“ทำไมเ้าชายไม่ทรงอนุญาตให้ท่านหญิงเข้าเฝ้าล่ะพระเ้าค่ะ” มาลิค ทหารองครักษ์คนสนิทที่ยืนเยื้องไปทางด้านหลังของเ้าชายเอ่ยถามขึ้นอย่างไม่เข้าใจเพราะความจริงแล้วเ้าชายฮาซิมไม่ได้ทรงงานอยู่แต่อย่างใดแต่เ้าชายกลับให้เขาโกหกหญิงสาวไปว่าติดงานอยู่ แล้วกลับมานั่งแอบดูหญิงสาวแทน
“ข้าก็แค่อยากทดสอบความอดทนของนางก็เท่านั้น” เ้าชายหนุ่มกระตุกยิ้มนิดๆ พลางยกแก้วน้ำกุหลาบในมือขึ้นจิบอย่างอารมณ์ดี
“แล้วทรงคิดอย่างไรพระเ้าค่ะ”
“ก็ใช้ได้ นางคงมีเื่สำคัญที่จะคุยกับข้าจริงๆ ถึงได้อดทนรอถึงขนาดนี้”
“อาจเป็เื่การแต่งงานของพระองค์กับท่านหญิงฟารีดาก็เป็ได้นะพระเ้าค่ะ” มาลิคสันนิษฐาน
“ข้าก็คิดเช่นนั้นเหมือนกัน”เ้าชายฮาซิมเห็นด้วย เพราะร้อยวันพันปีท่านหญิงฟารีฮาไม่เคยมาขอพบเขาที่ตำหนักเลยสักครั้ง
ถ้าอีกฝ่ายมาเื่งานแต่งงานจริง เขาก็ชักอยากจะรู้ซะแล้วสิว่าเธอจะมาพูดอะไรกับเขากันแน่พรุ่งนี้เขาอาจได้รู้ เพราะเขาเชื่อว่าหญิงสาวจะต้องกลับมาขอพบเขาใหม่อีกอย่างแน่นอน
ทว่ารัชทายาทหนุ่มกลับคิดผิดเมื่อเช้าวันรุ่งขึ้นมาลิคเข้ามารายงานว่าท่านหญิงฟารีดามาขอเข้าเฝ้า เ้าชายฮาซิมรู้สึกแปลกใจมากเพราะคิดว่าจะเป็แฝดคนน้องมากกว่าแต่ถึงจะผิดหวังที่ไม่ใช่ฟารีฮาเขาก็ยังออกมาพบเธอ โดยไม่มีการกลั่นแกล้งให้นั่งรอนานๆเหมือนน้องสาว
เ้าชายหนุ่มมองสตรีตรงหน้าที่งดงามไร้ที่ติแม้ใบหน้าจะเหมือนกับแฝดผู้น้องไม่มีผิดเพี้ยน แต่เขากลับรู้สึกเฉยๆ ยามที่พบกับฟารีดาเวลาที่เธอเข้ามาในวัง
แต่การพบกันครั้งนี้ต่างออกไป เพราะจู่ๆใจของเขาก็เต้นแรงขึ้นมาเหมือนกับเวลาที่ได้พบแฝดผู้น้องของเธอ นี่ถ้าหญิงสาวไม่แจ้งมาก่อนว่าคือฟารีดาละก็เขาคงคิดว่าเธอคือฟารีฮาเป็แน่
ชายหนุ่มนึกอยากเตะตัวเองนัก ที่เมื่อวานเล่นตัวไม่ยอมให้หญิงสาวเข้าพบเพราะมั่นใจว่าเธอจะต้องกลับมาหาเขาอีก แต่สุดท้ายเขาก็คอยเก้อเพราะเธอดันให้พี่สาวมาแทน
เ้าชายฮาซิมพยักหน้ารับน้อยๆเมื่ออีกฝ่ายลุกขึ้นทำความเคารพอย่างนอบน้อม
“นั่งลงเถอะ เ้ามาหาข้ามีธุระอะไรงั้นหรือ”
“ธุระของหม่อมฉันที่ทำให้มาขอเข้าเฝ้าฝ่าาในวันนี้ก็คือเื่แต่งงานเพคะ” ท่านหญิงฟารีฮาที่วันนี้ตัดสินใจปลอมตัวมาเป็พี่สาวแทนตอบอย่างอ่อนหวาน
หญิงสาวแอบยิ้มด้วยความสะใจที่สามารถเข้าพบเ้าชายฮาซิมได้ทันทีโดยไม่ต้องรอนานเหมือนเมื่อวานอีกพอคิดถึงเื่เมื่อวานขึ้นมาเธอก็อดที่จะค่อนแคะเขาในใจไม่ได้ว่า
ทีเธอล่ะให้คอยเป็ชั่วโมงๆแต่พอเป็พี่สาวของเธอละก็ให้เข้าพบได้ในทันที แบบนี้มันกลั่นแกล้งกันชัดๆ เลยแต่เอ๊ะ...หรือว่าเ้าชายจะโปรดพี่สาวของเรากันนะ แล้วถ้าเป็แบบนั้นจริงๆเื่ที่จะขอให้เขายกเลิกงานแต่งงานก็ยากแล้วน่ะสิ
หญิงสาวเริ่มหนักใจขึ้นกว่าเดิมซึ่งความรู้สึกของเธอมันแสดงออกมาทางสีหน้าอย่างชัดเจน อีกฝ่ายที่จ้องมองอยู่จึงสังเกตเห็น
กิริยานี้ช่างสะดุดใจของเ้าชายฮาซิมยิ่งนักเพราะมันเหมือนใครอีกคนไม่มีผิดแม้เขาจะไม่ได้สนิทสนมกับบุตรสาวทั้งสองของท่านเสนาบดีกลาโหมมากนักแต่เขาก็พอจะรู้จักนิสัยใจคอของคนทั้งคู่อยู่บ้าง
ฟารีดาแฝดผู้พี่มีนิสัยอ่อนโยน เรียบร้อยอ่อนหวานและมักเก็บความคิดความรู้สึกไว้ภายใต้สีหน้าอ่อนละมุนอยู่เสมอจะจับความผิดปกติได้ก็ยามมองสบตาด้วยเท่านั้น
ส่วนฟารีฮาแฝดผู้น้องนั้นมีนิสัยร่าเริงแจ่มใส ท่าทางแก่นแก้วเหมือนเด็กผู้ชาย คิดจะทำอะไรหรือรู้สึกอย่างไรก็มักเปิดเผยออกมาทางสีหน้าและแววตาอยู่เสมอเวลาที่เขาได้เจอเธอทีไรก็มักให้ความรู้สึกชุ่มชื่นหัวใจทุกครั้ง
‘ฟารีฮา’ ชื่อนี้เหมาะสมกับเธอยิ่งนักเพราะมันมีความหมายว่า ร่าเริง สนุกสนานและมีความสุข ฟารีฮาเหมือนแสงตะวันยามเช้าที่สดใสรอยยิ้มและเสียงหัวเราะของเธอสร้างความสุขให้กับใครหลายๆ คนได้รวมถึงตัวเขาเองด้วยถึงแม้จะได้แค่คอยแอบเฝ้ามองเธออยู่ห่างๆ ก็ตาม
ฮาซิมเผลอยิ้มออกมายามคิดถึงแฝดคนน้องของฟารีดาส่วนฟารีฮาที่ปลอมตัวเป็พี่สาวก็นั่งทำหน้ายุ่งจมอยู่กับความคิดของตัวเองทำให้ความเงียบเข้าปกคลุมทั้งคู่ จนกระทั่งเ้าชายหนุ่มรู้ตัวจึงกระแอมเบาๆแล้วเอ่ยถามอีกฝ่ายว่า
“เ้าเงียบทำไม มีอะไรก็พูดมาสิ”
“เพคะ?” ท่านหญิงฟารีฮาเงยหน้ามองเ้าชายอย่างงุนงง
“ก็เ้าบอกข้าว่าที่มาหาข้าวันนี้เพราะเื่แต่งงานไม่ใช่หรือมีอะไรก็พูดมาสิ”
“อ๋อ...เพคะหม่อมฉันอยากขอให้ฝ่าายกเลิกการแต่งงานกับพี่สาวของหม่อมฉันเพคะ” ด้วยความที่กำลังงุนงงอยู่ทำให้ท่านหญิงฟารีฮาลืมตัวไปว่ากำลังปลอมเป็พี่สาวอยู่จึงเผลอแสดงตัวตนออกมา
เ้าชายฮาซิมขมวดคิ้วมุ่นพลางจ้องหน้าอีกฝ่ายตาเขม็งแล้วก็แทบจะหลุดยิ้มออกมาเมื่อมั่นใจแล้วว่าตัวเองถูกหลอก เ้าเล่ห์นักนะฟารีฮาใจกล้าหลอกเขาโดยไม่กลัวเกรงโทษอาญาเลย แต่ก็สมแล้วที่เป็เธอ เขาคิดไม่ผิดจริงๆว่าเธอไม่ใช่คนที่จะยอมแพ้อะไรง่ายๆ
เธอฉลาดที่ปลอมเป็พี่สาวตัวเองมาพบเขาทว่าถึงเขาจะชื่นชมในความฉลาดเฉลียวของเธอมากแค่ไหน แต่เขาก็จะไม่ให้เธอได้ใจไปหรอกเพราะการหลอกลวงเ้าเหนือหัวนั้นมีความผิด แน่นอนล่ะว่าเขาคงไม่สั่งลงโทษเธอจริงๆแต่ยังไงก็ต้องสั่งสอนกันบ้างว่าอะไรควรไม่ควร
“เ้าไม่ใช่ฟารีดา!” เ้าชายหนุ่มผุดลุกขึ้นยืนแล้วแสร้งมองหน้าเธอด้วยสายตาดุดันจนดูน่ากลัว
ท่านหญิงฟารีฮาหน้าเสียเมื่อความลับแตกนึกอยากตบปากตนเองนัก หญิงสาวครุ่นคิดว่าควรปฏิเสธดีไหมแต่สุดท้ายก็จำใจยอมรับออกมา
“เพคะฝ่าา หม่อมฉันไม่ใช่ท่านพี่ฟารีดาหม่อมฉันคือฟารีฮาแฝดผู้น้องเพคะ”
“เ้ากล้ามากที่บังอาจหลอกลวงข้าไม่รู้หรือว่าการหลอกลวงเบื้องสูงมีโทษสถานใด”เขาถามเสียงเข้มพลางสาวเท้าเข้าไปหาเธออย่างเชื่องช้า ทำเอาหญิงสาวใจเต้นตุ้มๆต่อมๆ ลมหายใจชักติดขัด แววตาตื่นตระหนกจนเห็นได้ชัด
“มะ...หม่อมฉัน...ทราบเพคะ”ฟารีฮาตอบเสียงตะกุกตะกัก เธอรู้ว่าโทษของการหลอกลวงเบื้องสูงเป็เช่นไรแต่ตอนนั้นคิดแค่เพียงว่าขอให้ได้เข้าพบเ้าชายเท่านั้นเป็พอ
แต่ตอนนี้เธอยอมรับเลยว่ากลัวมากจนทำอะไรแทบไม่ถูกแล้วทว่าก็พยายามทำใจดีสู้เสือเข้าไว้ เพราะยังไงแล้วเธอก็ต้องช่วยพี่สาวให้ได้
“เ้าเป็ถึงบุตรสาวของเสนาบดีกลาโหม น่าจะมีความคิดมากกว่านี้นะรู้หรือไม่ว่าถ้าข้าเอาเื่เ้าขึ้นมา บิดาของเ้าจะต้องเดือดร้อนโทษฐานที่อบรมสั่งสอนบุตรสาวได้ไม่ดีและคงต้องอับอายเป็อย่างมากแต่ที่สำคัญมากกว่าหน้าตาคงเป็ความเสียใจที่ต้องเห็นบุตรสาวคนเล็กของตนถูกลงโทษ”
ท่านหญิงฟารีฮาหน้าสลดลง ในใจรู้สึกผิดหากเื่นี้จะทำให้บิดาต้องเดือดร้อนและอับอายขายหน้ากับความประพฤติที่ไม่เหมาะสมของเธอหญิงสาวมองหน้าเ้าชายฮาซิมแล้วตัดสินใจคุกเข่าลงต่อหน้าเขา ทำเอาชายหนุ่มเกือบผวาเข้าไปประคองให้ลุกขึ้นดีทว่ายั้งใจเอาไว้ได้ทัน
“หม่อมฉันขอประทานอภัยเพคะ หม่อมฉันผิดเอง ฝ่าาจะลงโทษยังไงก็ได้เพคะแต่อย่าให้บิดาของหม่อมฉันต้องเดือดร้อนกับการกระทำอันโง่เขลาของหม่อมฉันเลย”
“เอาเถอะๆ ลุกขึ้นได้แล้ว ครั้งนี้ข้าจะอภัยให้เ้าก็แล้วกันแต่หากมีครั้งหน้าอีกข้าจะไม่ละเว้นโทษอย่างเด็ดขาด”เ้าชายหนุ่มเห็นว่าแกล้งจนพอใจแล้วก็เลิกเล่น ส่วนท่านหญิงพอได้ยินเช่นนั้นก็รีบลุกขึ้นยืนด้วยใบหน้ายิ้มแย้มก่อนจะถอนสายบัวให้ชายหนุ่มเป็การขอบคุณพลางเอ่ยเสียงใสว่า
“ขอบพระทัยเพคะฝ่าา”
“นั่งลงเถอะ จะได้พูดธุระของเ้าเสียที”
“เพคะ” ฟารีฮากล่าวพลางทรุดตัวลงนั่งบนโซฟาชั้นดีเบื้องหน้าเขา“ที่หม่อมฉันมาขอเข้าเฝ้าฝ่าาในวันนี้ก็เื่การแต่งงานของพี่สาวหม่อมฉันกับฝ่าาเพคะ”
“ทำไม?” เขาถามอย่างไม่เข้าใจ
“หม่อมฉันอยากขอให้ฝ่าายกเลิกการแต่งงานในครั้งนี้เพคะ” หญิงสาวพูดออกมาตรงๆ นึกหวั่นในใจว่าคนตรงหน้าอาจจะโกรธขึ้นมาทว่าเ้าชายฮาซิมก็ยังนั่งนิ่งเงียบและเอาแต่จ้องหน้าเธอ จนเวลาผ่านไปพักหนึ่งเขาถึงถาม
“เ้ามีเหตุผลอะไรถึงทำเช่นนี้เื่นี้มันไม่ได้เกี่ยวกับเ้าเลยนะ”
“เกี่ยวสิเพคะ” ท่านหญิงแย้ง “ท่านพี่ฟารีดาเป็พี่สาวของหม่อมฉัน เมื่อเห็นพี่สาวทุกข์ใจจะให้หม่อมฉันทนอยู่เฉยได้อย่างนั้นหรือเพคะขอทูลตามตรงว่าพี่สาวของหม่อมฉันไม่ได้เต็มใจกับการแต่งงานในครั้งนี้เลยเพราะพี่สาวของหม่อมฉันมีคนรักอยู่แล้วเพคะ”
ท่านหญิงฟารีฮาเลี่ยงที่จะเอ่ยนามของซามินเพราะไม่อยากให้เขาเดือดร้อนหากว่าเธอขอร้องเ้าชายไม่สำเร็จ
“หม่อมฉันอยากขอให้ฝ่าาเห็นใจท่านพี่กับคนรักของนางด้วยเพคะ”
“เื่การแต่งงานไม่ได้ขึ้นอยู่กับข้าหรอกนะฟารีฮา” เ้าชายฮาซิมถอนหายใจยาว เขาเองก็อยากยกเลิกการแต่งงานใจแทบขาดเหมือนกันแต่การตัดสินใจในเื่นี้มันไม่ได้ขึ้นอยู่กับเขา ซึ่งดูเหมือนว่าท่านหญิงฟารีฮาจะไม่เข้าใจในคำพูดของชายหนุ่มเอาเสียเลยมิหนำซ้ำยังตีความผิดคิดว่าเขาบ่ายเบี่ยงไม่อยากช่วยเหลือไปอีกด้วย
“ทำไมจะไม่ขึ้นอยู่กับฝ่าาล่ะเพคะในเมื่อฝ่าาเป็คนแต่งงานเองนี่นา ฉะนั้นก็ต้องยกเลิกได้เหมือนกันสิเพคะอยู่ที่ว่าฝ่าาไม่คิดจะยกเลิกเองมากกว่า”
เ้าชายฮาซิมตาวาวขึ้นด้วยความไม่พอใจฟารีฮาที่กำลังโกรธอยู่จึงถลึงตาใส่กลับอย่างลืมตัว ทำเอาชายหนุ่มนิ่งอึ้งไปชั่วขณะก่อนจะกระตุกยิ้มนิดๆ ตรงมุมปากสายตาที่มองเธอก็เปลี่ยนเป็ขบขันแทน
“แล้วถ้าเป็อย่างที่เ้าว่าล่ะ” เสียงทุ้มนุ่มเอ่ยถามอย่างยียวน
“ฝ่าา! ทำไมฝ่าาไม่เห็นใจพี่สาวของหม่อมฉันบ้างเลยเพคะท่านพี่ฟารีดามีคนรักอยู่แล้ว และนางก็ไม่ได้รักฝ่าาเลยสักนิด ถ้าแต่งงานกันไปก็มีแต่ความเ็ปเสียใจนอกจากพี่สาวของหม่อมฉันจะไม่มีความสุขแล้ว ฝ่าาเองก็จะไม่มีความสุขเหมือนกันนะเพคะ” หญิงสาวพยายามหว่านล้อมสุดฤทธิ์
“ที่พูดนี่เ้าเป็ห่วงข้าหรือฟารีฮา” เขาถามยิ้มๆ
“เปล่าเพคะ” เธอตอบอย่างรวดเร็ว ก่อนจะนึกขึ้นได้จึงรีบแก้ใหม่ว่า“เพคะ หม่อมฉันก็เป็ห่วงทั้งฝ่าาและก็ท่านพี่ฟารีดาเพคะ”
“ขอบใจ” เ้าชายฮาซิมหัวเราะอยู่ในลำคอเพราะรู้ทันความคิดของเธอเขานึกสนุกจึงพูดแหย่เธอเล่นอีกว่า “แต่เ้าไม่ต้องเป็ห่วงไปหรอกถ้าแต่งงานกันแล้วข้าสัญญาว่าจะดูแลพี่สาวของเ้าเป็อย่างดี เพราะนางต้องเป็องค์รานีคนต่อไปในอนาคต” แล้วชายหนุ่มก็หลุดหัวเราะออกมา เมื่อเห็นฟารีฮาทำหน้าเหวอมองเขาราวกับเป็ตัวประหลาดก่อนที่เขาจะรีบชิงพูดต่อเมื่อเห็นเธออ้าปากจะเถียง “ส่วนเื่ความรักเ้าก็ไม่ต้องเป็ห่วงอีกเหมือนกันเพราะข้าเชื่อว่าถ้าแต่งงานกันไปข้าคงทำให้ฟารีดารักข้าได้ไม่ยาก อยู่กินด้วยกันไปนานๆก็คงจะรักกันไปเองนั่นแหละ”
เ้าชายบ้า! หลงตัวเองและเห็นแก่ตัวที่สุดเลย!
ท่านหญิงฟารีฮาบริภาษอีกฝ่ายอยู่ในใจด้วยความโมโหเธอไม่คิดเลยว่าเขาจะใจจืดใจดำและเห็นแก่ตัวถึงเพียงนี้ คนแบบนี้น่ะหรือที่จะขึ้นปกครองแคว้นฟาริทต่อไปเธอชักเริ่มสงสารคนในปกครองของเขาเสียแล้วสิ
“ฝ่าาทรงเห็นแก่ตัวที่สุด”หญิงสาวพูดใส่หน้าเขาอย่างไม่กลัวถูกลงโทษ มิหนำซ้ำยังลุกขึ้นยืนประกาศกร้าวออกมาว่า“ยังไงหม่อมฉันก็จะไม่ยอมแพ้ฝ่าาแน่ ฝ่าาคอยดูก็แล้วกัน หม่อมฉันจะล้มการแต่งงานนี้ให้ได้” กล่าวจบฟารีฮาก็สะบัดหน้าใส่แล้วเดินลิ่วๆ ออกไป ทว่าก่อนจะถึงประตูห้องร่างบางก็หยุดชะงักแล้วหันกลับมาถอนสายบัวเร็วๆ หนึ่งทีพร้อมกับเอ่ยด้วยน้ำเสียงกระแทกกระทั้นว่า “หม่อมฉันทูลลาเพคะ”สิ้นคำก็เดินจากไปโดยไม่เหลียวหลังกลับมามองอีกเลย
เ้าชายฮาซิมมองตามตาค้าง ก่อนจะเปล่งเสียงหัวเราะออกมาดังลั่นห้องกับการกระทำของเธอที่ขนาดโกรธเขามากหญิงสาวก็ยังอุตส่าห์ไม่ลืมมารยาทที่ดีอีก
ชายหนุ่มโคลงศีรษะเพราะไม่ได้้าให้เื่ราวออกมาเป็เช่นนี้ใจจริงก็แค่อยากแกล้งแหย่เธอเล่นเท่านั้น แต่ไม่คิดว่าเธอจะโกรธจริงจังถึงเพียงนี้ได้ความจริงเขาตั้งใจจะบอกเธอว่าที่พูดไปน่ะล้อเล่นแต่เธอกลับโมโหใส่ซะก่อนส่วนเขาก็มัวแต่อึ้งในความกล้าคิดกล้าพูดของเธอจึงไม่ได้แก้ไขความเข้าใจผิดนั้น
นี่ถ้าเป็คนอื่นมาทำกิริยาใส่เขาเช่นนี้คงได้ถูกสั่งลงโทษไปแล้วแต่พอเป็ฟารีฮานอกจากเขาจะไม่โกรธแล้วยังเอ็นดูด้วยซ้ำไปเพราะเธอนำเสียงหัวเราะและความรื่นรมย์มาให้เขาจริงๆ
ความรู้สึกของเ้าชายในตอนนี้มองฟารีฮาเหมือนม้าสาวแสนพยศที่ท้าทายให้เขาอยากจะลองปราบมันดูคำประกาศกร้าวของเธอเมื่อครู่นี้ทำให้เขาเริ่มสนุกกับเกมนี้ขึ้นมาเสียแล้ว เพราะก็อยากรู้ว่าหญิงสาวจะทำอย่างไรต่อไปแต่ไม่ว่าเธอจะใช้วิธีไหนเขาก็พร้อมรับมือทั้งนั้น