กลางดึกแผนการของหลวนซานก็เริ่มขึ้นผู้ฝึกยุทธ์จำนวนหนึ่งลอบเข้าไปในค่ายของทหารคนเถื่อนสังหารผู้คนในยามวิกาลการลอบสังหารในครั้งนี้นับได้ว่าเป็นที่น่าพึงพอใจใช้เวลาหนึ่งเค่อในการจัดการทหารเกือบห้าร้อยนาย ก่อนที่พวกมันจะรู้ตัวผู้ฝึกยุทธ์เหล่านั้นไม่ได้เข้าปะทะด้วย เลือกที่จะหนีออกมาทหารคนเถื่อนก็ตามตีจากด้านหลัง
เมื่อกลุ่มคนเหล่านั้นหลบหนีลงมาปฏิบัติการถัดไปจึงเริ่มขึ้นพวกเขาปล่อยให้ทหารคนเถื่อนไล่ตามตีคนกลุ่มนั้นต่อไปแต่แอบส่งกลุ่มเจียงเหม่ยหลินข้ามฟากไปฝั่งเสบียงเพื่อเผาทำลายแผนการนี้เป็นไปได้ด้วยดี เกิดความชุลมุนวุ่นวายในค่ายทหารอย่างต่อเนื่อง
ทว่าแม่ทัพคนเถื่อนหาใช่คนโง่มันย่อมรู้ดีว่าคนพวกนี้ก่อการด้วยเหตุอันใดปากทางเข้าหุบเขายังคงเต็มไปด้วยกองทหารสามพันนายโดยมีขุนพลยืนพิทักษ์ด้วยตนเองส่วนแม่ทัพนั้นไม่ทราบว่ามีภารกิจใดเร่งด่วนจึงต้องออกจากค่ายกะทันหันเช่นนี้
หลวนซานไม่ได้เกิดความหวาดหวั่นหรือหวั่นไหวใดๆเขายังคงมุ่งหน้าทำตามแผนเดิม ทุกคนแม้ว่าจะเริ่มเคร่งเครียดแต่ก็ไม่ละเลยที่จะทำ
หนิงเฟยหลงโต่วเยี่ยนฉวี่ เฟิงเหลยมุ่งหน้าไปเผชิญหน้ากับขุนพลคนเถื่อนด้วยความเคร่งเครียดไม่มีใครกล้าประมาท หากประมาทเพียงเสี้ยวอาจนำมาสู่ความตาย
การมายืนเผชิญหน้ากับขุนพลคนเถื่อนยังไม่ทันจะทำอะไรแรงกดดันที่มหาศาลจากเส้นสายตาก็ทำให้พวกเขารู้สึกหนักอึ้งเสียแล้ว
“อึกเหวินเหลียงทำอย่างไรดี?” เฟิงเหลยหันมามองหนิงเฟยหลงแววตาดูตื่นตระหนกเขาไม่สามารถขยับตัวได้ตามใจนึก
หนิงเฟยหลงเองก็รู้สึกบีบคั้นไม่ต่างกัน ขุนพลผู้นี้มีพลังฝีมือสูงล้ำเป็นยอดฝีมืออย่างแท้จริงเพียงกวาดสายตามามองก็ทำเอาอึดอัดไปทั้งร่าง สมควรต้องอยู่ขั้นแปดระยะปลายเข้าสู่พิภพขึ้นไปเป็นที่แน่แท้ต่างจาก โจชิ ชูลูนลิบลับ นับว่าสูสีกับอคไตเลยทีเดียว
เขากัดฟันแน่นฝืนสังขารเหยียดหลังตรงพลังลมปราณทะลวงออกจากร่าง
ตูม!
กระแสลมพัดกระจายผลักดันคลื่นไร้สภาพที่ถาโถมเข้ามาใบหน้าขุนพลคนเถื่อนดูแปลกใจเล็กน้อย มันเลิกคิ้วขึ้นด้วยความสนใจ
“น่าสนใจเจ้าเป็นต้นกล้าที่ดีของยอดสำนัก แต่น่าเสียดายที่ต้องตายด้วยฝีมือข้าคาชินในวันนี้!” คาชินแสยะยิ้มชั่วร้ายโยนพลองเหล็กตรงมา มันใหญ่ขึ้นเรื่อยๆจนมีขนาดถึงสิบจั้งแผ่พลานุภาพสยบพุ่งใส่
ตูม!
สีหน้าของหนิงเฟยหลงดำมืดเขารีบปล่อยหมัดสวนกลับด้วยความเร็ว คลื่นหยวนพุ่งพล่านก่อตัวเป็นหมัดหยวนหลายร้อยที่เต็มไปด้วยเปลวไฟสีชาดคลอบคลุมดูแล้วคล้ายอุกกาบาตที่ร่วงหล่นจากฟ้า
“จะฆ่าข้ามันไม่ง่ายขนาดนั้น!”เขาแค่นเสียงอย่างเย็นชา ไม่รอให้การปะทะเกิดขึ้นเงาร่างของเขาก็เปลี่ยนย้ายตำแหน่งชุดเกราะว่างเปล่า กระบี่ร่วงโรยถูกนำออกมาใช้ในทันที
เขาฟันกระบี่ออกอย่างต่อเนื่องไม่ทันไรก็เข้าไปกระบวนที่สิบแล้ว เพลงกระบี่สายลมใช้ออกทุกกระบวนท่าทั้งยังสอดประสาน สับเปลี่ยนหมุนเวียนไม่สิ้นสุดคลื่นพลังปราณกระบี่ปะทุขึ้นอย่างต่อเนื่อง
ใบหน้าของคาชินเคร่งขรึมลงพลองเหล็กที่โยนออกไปก็คืนกลับ พลังหยวนสุดสะพรึงก็ระเบิดออกราวน้ำหลาก พลองควงปัดป้องปราณกระบี่เสียงดังราวกับโลหะปะทะติดต่อกันสลายปราณกระบี่ทั้งหมดไป
ถึงทีที่มันต้องลงมือคืนบ้างแล้วสายตาของเขามืดมนเย็นชา พลังที่โหดเหี้ยมก็ถูกกระตุ้นขึ้น
โฮก!
เสียงพยัคฆ์คำรามมันเกิดจากคลื่นพลังหยวนขนาดใหญ่ของคาชิน พยัคฆ์ร้ายตัวนี้สูงใหญ่ราวสิบจั้งแผ่รัศมีพลังเหลือล้น เพียงเสียงคำรามก็ทำเอาโต่วเยี่ยนฉวี่กับเฟิงเหลยใจสั่นสะท้าน
หนิงเฟยหลงรีบใช้พลังผลักทั้งสองออกไปจากบริเวณนั้นภารกิจของทั้งคู่ไม่ใช่การเผชิญหน้ากับขุนพลผู้นี้ แต่เป็นการต่อสู้กับกองกำลังที่เหลือของพวกมัน
เขตแดนร่วงโรยพลันปรากฏแสงสีเขียวเข้มกระจายออกความรู้สึกโรยราก่อเกิดเป็นร่องรอย คาชินก็สร้างม่านพลังหยวนครอบตัวเขาสัมผัสได้ถึงการโรยราของพลัง หากยังไม่รีบจบการต่อสู้แม้แต่ม่านพลังนี้ก็ไม่อาจต้านทานไว้ได้
เขตแดนร่วงโรยนับว่ามีประสิทธิภาพมากกว่าเดิมหลายเท่า เป็นผลมาจากพลังยุทธ์ที่สูงขึ้นของเขาและความเข้าใจในกระบี่ร่วงโรยนี้เสียดายที่เขาไม่อาจเข้าใจความร่วงโรยที่แท้จริงได้ไม่เช่นนั้นศึกนี้คงไม่ต้องเสียเวลาแล้ว
พยัคฆาคำรามกร้าวตะครุบกงเล็บใส่หนิงเฟยหลงอย่างเกรี้ยวโกรธร่างกายของมันเริ่มเลือนรางไปบางส่วน ทำให้มันโกรธแค้นเป็นอันมากจึงทุ่มลงโทสะกับเขาในทันที
ปัง!
กงเล็บตะปบลงมาพื้นดินแตกกระจายทว่านั่นเป็นเพียงพื้นดินหาใช่หนิงเฟยหลงไม่ เขาเคลื่อนย้ายร่างด้วยความเร็วสูงจนความรู้สึกสามัญไม่อาจตามจับพริบตาก็ขึ้นมาอยู่บนศีรษะของพยัคฆ์หยวนนี่แล้ว
แต่ความรวดเร็วของเจ้าเสือนี่ก็ไม่ธรรมดามันม้วนตัวกลับอ้าปากกว้างหวังจะขบกัดหนิงเฟยหลงให้ขาดเป็นสองท่อนระหว่างนั้นขุนพลก็ลงมือ ทว่าไม่ได้ลงมือกับเขา แต่เป็นสหายทั้งสอง!
“หึพวกแกช่างรนหาที่ตาย ไปตายซะ!”คาชินแสยะยิ้มชั่วร้าย พลองเหล็กในมือก็ฟาดเข้าใส่เฟิงเหลยเฟิงเหลยใบหน้าไร้สีเลือด บังคับคลื่นจิตรวมตัวโล่ยักษ์
“เฟิงเหลย!” หนิงเฟยหลงเบิกตากว้างยามนี้เขาไม่อาจสลัดให้หลุดจากพยัคฆ์ตัวนี้ได้โต่วเยี่ยนฉวี่เห็นดังนั้นก็ตกใจนางรู้ดีว่าเพียงเฟิงเหลยผู้เดียวไม่อาจต้านทานได้
โต่วเยี่ยนฉวี่ขบปากด้วยความลังเลแต่นั่นไม่มีเวลาแล้วด้วยความร้อนใจ ไม่อาจไตร่ตรองได้อีกหากนางไม่ช่วยก็ไม่มีใครช่วยเฟิงเหหลยในยามนี้ได้แล้ว!
นางขว้างสร้อยข้อมือของตนออกไปปากก็ขมุบขมิบร่ายวิชาบางอย่าง จู่ๆ วิหคอัคคีขนาดใหญ่ก็ปรากฏการเกิดขึ้นของมันทำให้ห้วยอากาศร้อนระอุพลังที่ปลดปล่อยออกมาในพริบตานั่นเหนือล้ำกว่าเข้าสู่พิภพขั้นเจ็ดอย่างแน่แท้
มันคือของวิเศษที่โต่วหงเหว่ยมอบไว้ให้โต่วเยี่ยนฉวี่กำไลนี้แฝงเร้นไปด้วยพลังอำนาจบางส่วนของเขายามวิกฤตสามารถช่วยปกป้องบุตรสาวของตนได้สองครั้งในระดับที่ต่ำกว่าขั้นแปดลงมาล้วนไม่อาจทำอันตรายบุตรสาวของมันได้!
โต่วเยี่ยนฉวี่ตัดสินใจจะใช้มัน!
“วิหคเพลิงสุริยันสังหาร!”
วิหคเพลิงก็ระเบิดพลังสูงสุดในทันทีเมื่อได้ยินคำสั่งปีกของมันกลายเป็นสมุทรเพลิงไร้ขอบเขต บนศีรษะมีลูกกลมคล้ายดวงอาทิตย์ขนาดย่อมแฝงเร้นไปด้วยพลังอำนาจที่สูงส่งวิหคสุริยันแผดเสียงร้องคำรามกร้าวโฉบพุ่งเข้าใส่คาชินด้วยความเร็วสูง!
คาชินดวงตาแทบถลนผละตัวออกจากการโมตีที่จะไปถึงโยนพลองเหล็กไปอย่างส่งๆรีบโคจรพลังกลับมาป้องกันด้วยความเร็ว ลมปราณตีกลับกระอักเลือดออกมาหนึ่งคำมันพ่นโลหิตไปด้านหน้าสร้างเป็นม่านพลังโลหิตอย่างเร่งด่วน
ตูม!!
วิหคเพลิงพุ่งชนคาชินด้วยแรงทั้งหมดแรงระเบิดทำให้พื้นดินบริเวณนั้นกลายเป็นหลุมลึก ห้วงอากาศแทบพังทลาย คาชินถลาไถลถอยไปอย่างไม่ยินยอมสำรอกโลหิตติดต่อกับหลายครั้งสีหน้าก็ดูซีดเซียวลงเล็กน้อยส่วนเฟิงเหลยก็โดนแรงระเบิดตัวปลิวลอยกระเด็นไปไกลอาเจียนโลหิตหลายสิบครั้งแทบจะสลบไปในทันทีวิหคเพลิงก็กลายเป็นสร้อยข้อมือพุ่งกลับมายังโต่วเยี่ยนฉวี่ในเวลาต่อมา
ดวงตาที่โกรธแค้นของคาชินก็มุ่งไปที่หญิงสาวเพียงหนึ่งเดียว
“สารเลว! ต่อให้เจ้าเป็นสตรีวันนี้ ข้าก็จะฆ่าเจ้า!”
หากไม่ใช่เพราะว่ามันต้องแบ่งพลังส่วนหนึ่งไปกับพยัคฆ์หยวนแล้วละก็แค่พลังวิหคเพลิงนั่นก็ไม่อาจทำอะไรได้ มันประมาทอย่างแท้จริงกล้าที่จะแบ่งครึ่งพลังของตนจนพลังหยวนที่ใช้ได้ในตอนนี้เทียบเท่ากับจอมยุทธ์ขั้นเจ็ดเข้าสู่พิภพนี่จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมวิหคเพลิงของโต่วเยี่ยนฉวี่จึงทำอันตรายคาชินได้!
ปัง ปัง ปัง!
เสียงปะทะกันมาอีกทิศทางในเวลาเดียวกันกับที่คาชินกำลังจะลงมือกับโต่วเยี่ยนฉวี่หนิงเฟยหลงก็ฝากเจตนารมณ์กระบี่ไว้ในร่างพยัคฆ์หยวนหลายแผลแล้วใบหน้าของเขาดูเหน็ดเหนื่อยเล็กน้อย พยัคฆ์ตัวนี้มันไม่อาจตายตราบใดที่คาชินยังอยู่ เท่ากับว่าเขาต้องสู้กับสิ่งที่แทบเป็นอมตะ
อย่าลืมว่าจอมยุทธ์เข้าสู่พิภพสามารถยืมพลังฟ้าดินมาได้ตราบใดที่ไม่กักเก็บไว้ในตน พลังเหล่านั้นก็ผ่านเปลี่ยนได้เสมอวิชาของมันจะคงอยู่ตลอด โดยมีผู้ฝึกตนเป็นศูนย์กลาง และทางผ่านของพลัง
แต่ด้วยขอบเขตร่วงโรยแม้จะมีพลังฟ้าดินเกื้อหนุนอยู่ตลอด แต่ก็ไม่อาจหลีกพ้นการเสื่อมสลายพยัคฆ์หยวนเองก็อ่อนแอลงอย่างเห็นได้ชัด
แต่หากจะสู้ต่อไปขุนพลคนเถื่อนเห็นทีจะสังหารสหายทั้งสองของเขาได้เป็นแน่จำเป็นต้องสิ้นสุดการต่อสู้นี้ให้เร็วที่สุดเขาค่อนข้างร้อนใจ และดูเหมือนว่าแผนที่หลวนซานคิดไว้จะไม่เป็นไปตามแผนเท่าไหร่นักมันจึงมาสมทบได้ช้า อันที่จริงเวลานี้คนของมันควรมาได้แล้ว...