วังสวรรค์แท้มนุษย์จะเป็นผู้นำแต่ว่าวังสวรรค์ก็ได้หาทำเพื่อเผ่ามนุษย์ทั้งหมดเพราะในวังสวรรค์ก็มีหลายฝ่ายที่มีความคิดแตกต่างกันออกไป อย่างโลกโกลาหลในตอนนี้วังสวรรค์ที่ทำหน้าที่ดูแลอยู่ก็ไม่ได้สนใจมนุษย์ที่อาศัยอยู่เลยกลับกันพวกวังสวรรค์ทำเหมือนกับกองกำลังในโลกโกลาหลเป็นเหมือนปศุสัตว์ที่ตนเองเลี้ยงเอาไว้เท่านั้นเอง
แน่นอนว่าในวังสวรรค์ใช่ว่าจะชั่วร้ายทั้งหมดยังมีบางกลุ่มที่คอยปกป้องหรือช่วยเหลือมนุษย์ด้วยใจจริงคอยช่วยเหลือโลกที่ล่มสลายจำนวนมากเอาไว้
แต่โชคร้ายที่พวกฉางเฟิงเจอกับกลุ่มคนเห็นแก่ตัวของวังสวรรค์และสำหรับฉางเฟิงไม่ว่าจะยังไงเมื่อตัวตนของฉางเฟิงถูกเปิดเผยจะต้องถูกวังสวรรค์จับตัวไปแน่
“แม้ตระกูลฉางจะถูกกดดันแต่ผู้นำตระกูลคนปัจจุบันกลับไม่ได้ก้มหัวให้กับวังสวรรค์และยังคงยืนกรานที่จะต่อต้านแน่นอนสำหรับวังสวรรค์ยิ่งไม่เห็นตระกูลเซียนอยู่ในสายตาอยู่แล้ว” หู่หวางกล่าว
“งั้นเหรอดูเหมือนข้าจะต้องหาเวลาไปตระกูลฉางในเร็วๆนี้ไม่อย่างงั้นคงจะหาโอกาสยาก จริงสิตั้งแต่อดีตจนถึงตอนนี้วังสวรรค์เคยส่งคนที่แข็งแกร่งที่สุดคือระดับใหน”
“จากที่ข้ารู้มาน่าจะอยู่ระดับจักรพรรดิเซียนขั้นที่9 เพราะในสภาพของโลกโกลาหลในตอนนี้การที่ตัวตนระดับเทพจะเข้ามานั้นเป็นเรื่องยากมากๆเพราะมันอาจจะถูกกฎของโลกทำลายได้”หู่หวางกล่าว
“กฎของโลก????”ฉางเฟิงแปลกใจ
“เรื่องนี้ข้าได้ฟังมาจากบิดาของข้าเท่านั้นว่ากันว่าแม้โลกจะตกต่ำแต่วิญญาณของโลกก็ยังไม่แตกสลายและยังคงหลบซ่อนรักษาตัวอยู่และที่สำคัญวิญญาณของโลกหรือแก่นโลกนั้นได้สร้างกฎเอาไว้ทำให้ตัวตนระดับเทพยากที่จะเข้ามาได้ยกเว้นคนที่จิตวิญญาณของโลกอนุญาติเท่านั้นถึงจะสามารถเข้ามาได้” หู่หวางกล่าว
ฉางเฟิงต้องมองหู่หวางใหม่อีกครั้งเห็นได้ชัดว่าชายคนนี้เป็นพวกซ่อนความสามารถจริงๆถึงกับมีข้อมูลจำนวนมากขนาดนี้
“พวกเจ้าคุยอะไรกันอยู่”โหลวหลานเห็นพวกฉางเฟิงจ้องมองกันและเหมือนกับแลกเปลี่ยนคำพูดอะไรกันอยู่นางจึงสงสัย
“จริงสิเมื่อพูดถึงหอสมบัติ พวกเจ้ามาจากวังสวรรค์ด้วยหรือไม่” ฉางเฟิงหันไปถามโหลวหลานทันที
“ไม่ใช่หอสมบัติของพวกข้ามาจากขุมอำนาจอื่น แต่การที่เจ้าถามแบบนี้แสดงว่าพวกเจ้าคุยกันเรื่องของวังสวรรค์สินะไม่เลวเลยนี่หู่หวางเจ้าถึงกับบอกข้อมูลสำคัญนี้ให้กับฉางเฟิงเร็วขนาดนี้” โหลวหลานหรี่ตาลง
“เพราะเรื่องนี้มันสำคัญกับสหายฉางเฟิงยังไงละและที่สำคัญมันสำคัญต่อโลกโกลาหลอีกด้วย” หู่หวางกล่าว
“พวกเจ้าคงไม่ได้คิดที่จะต่อต้านวังสวรรค์หรอกนะ”เจี้ยนอี้ที่ได้ยินถึงกับตกใจ
กองกำลังเล็กๆของฉางเฟิงกลับคิดจะต่อต้านวังสวรรค์ที่เป็นผู้ควบคุมโลกใบนี้แม้แต่ตระกูลของนางหรือนิกายของซวนหยวนเสวี่ยยังไม่กล้าคิด
“ข้าไม่อยากจะกลายเป็นทาสของวังสวรรค์เพราะงั้นมีเพียงต้องสู้เท่านั้นอย่างมากก็แค่ตาย” ฉางเฟิงกล่าวด้วยใบหน้าที่สงบ
“ใครกล้าทำร้ายท่านพ่อเสี่ยวเสี่ยวจะทุบมันให้ราบคาบ”เสี่ยวเสี่ยวแสดงท่าทางน่าเกรงขามออกมา
“เจ้าคิดว่ามันเป็นไปได้งั้นเหรอที่จะต่อต้านวังสวรรค์”ซวนหยวนเสวี่ยกล่าวขึ้น
“มันไม่ใช่ว่าเป็นไปได้หรือไม่แต่มันต้องทำ พวกเจ้าเองก็น่าจะรู้ดีกว่าข้าอีก 2 ปีเมื่ออัจฉริยะของวังสวรรค์ปรากฏพวกเจ้าก็คงจะหนีไม่พ้นต้องกลายเป็นของเล่นของพวกวังสวรรค์อยู่ดี” ฉางเฟิงกล่าว
ใบหน้าของพวกเจี้ยนอี้มืดมนลงพวกนางรู้อยู่แล้วว่าวันนั้นจะต้องมาถึงแน่ และเพราะแบบนั้นเจี้ยนอี้จึงหาทางทำทุกอย่างให้ตนเองแข็งแกร่งขึ้นและเคยคิดจะแย่งชิงสายเลือดของฉางเฟิงเพราะถ้านางมีสายเลือดที่ทรงพลังวังสวรรค์ก็จะทำอะไรนางมากไม่ได้และต้องให้ความสำคัญกับนางในระดับหนึ่ง
แต่นางก็ต้องล้มเลิกความคิดนี้ไปเพราะฉางเฟิงแข็งแกร่งเกินไปแถมข้างกายยังมีตัวตนอย่างเสี่ยวเฮ่ยและเสี่ยวจินคอยปกป้องอยู่นางจะความสามารถใหนไปเล่นงานฉางเฟิงกันละ
“แต่เจ้าต้องรู้ก่อนว่าวังสวรรค์ยิ่งใหญ่แค่ใหนเบื้องหลังยังมีตัวตนระดับจ้าวจักรวาลปกครองอยู่แล้วเจ้าจะเอาอะไรไปชนะพวกวังสวรรค์”ซวนหยวนเสวี่ยกล่าว
“หืมดูเหมือนเจ้าจะสนใจเกี่ยวกับเรื่องนี้มากสินะ ทำไมหรือว่าเจ้าถูกวังสวรรค์หมายหัวเอาไว้งั้นเหรอ”ฉางเฟิงกล่าว
“ข้าเองก็แค่ไม่อยากเป็นของเล่นของวังสวรรค์เท่านั้น”ซวนหยวนเสวี่ยกล่าว
“แค่เจ้าตามหาจิตวิญญาณของโลกให้เจอและช่วยฟื้นฟูพลังหรือช่วยเหลือในการปิดกั้นเส้นทางระหว่างโลกแค่นี้พวกวังสวรรค์ก็ยากที่จะเข้ามาแทรกแซงได้แล้ว”เสียงของซีรั่วหยานดังขึ้น
“ทำแบบนั้นได้งั้นเหรอ”ฉางเฟิงตื่นเต้น
“แน่นอนว่าทำได้แต่การจะหาจิตวิญญาณของโลกให้เจอมันไม่ใช่เรื่องง่ายเลยแม้แต่ข้าเองก็ไม่สามารถทำได้อย่างน้อยก็ในตอนนี้ละนะ” ซีรั่วหยานกล่าว
“แต่อย่างน้อยข้าก็รู้ว่ายังมีความหวัง”ฉางเฟิงกล่าว
หลังจากกลับมาถึงอาณาจักรสวรรค์ฉางเฟิงและพวกโหลวหลานก็ได้คุยและแลกเปลี่ยนความรู้เกี่ยวกับวังสวรรค์อย่างจริงจัง
“เจี้ยนอี้ไม่ใช่ว่าตระกูลเจี้ยนของเจ้าเองก็เตรียมจะสวามิภักดิ์ต่อวังสวรรค์ไม่ใช่เหรอ”หู่หวางกล่าว
“ไม่ผิดและเงื่อนไขที่ทางตระกูลจะมอบให้กับวังสวรรค์ก็คือข้า” เจี้ยนอี้กล่าว
“ฮ่าฮ่า ไม่แปลกใจเลยที่เจ้าจะออกจากทวีปเซียนและตามหาความแข็งแกร่งจนมาถึงที่นี่”หู่หวางหัวเราะออกมาทันทีที่รู้ความจริง
แต่มันก็ไม่แปลกเพราะสำหรับตระกูลเซียนในทวีปเซียนการที่ต่อต้านวังสวรรค์จะทำให้พวกเขาตกอยู่ในสภาพเหมือนกับตระกูลฉางที่ตอนนี้ถูกกดดันจากทุกทางและถดถอยลงเรื่อยๆ
“แล้วพวกเจ้ามีแผนการกันแล้วงั้นเหรอ”โหลวหลานรู้สึกสนใจเพราะนางเองก็มองว่าถ้าเป็นฉางเฟิงอาจจะสามารถเปลี่ยนสถานการณ์ของโลกโกลาหล
“การตามหาจิตวิญญาณของโลกเป็นแผนเดียวที่ข้าคิดได้ในตอนนี้ขอแค่หาจิตวิญญาณของโลกพบและร่วมมือกันพวกเราจะสามารถปิดกั้นเส้นทางของวังสวรรค์ได้แล้ววังสวรรค์จะไม่สามารถเข้ามายังโลกนี้ได้อีกแน่นอนว่ามันก็มีเวลาจำกัดขึ้นอยู่ว่าจิตวิญญาณของโลกจะซื้อเวลาให้พวกเราได้เติบโตมากแค่ใหน”ฉางเฟิงกล่าว
“เรื่องนั้นก็เคยมีคนคิดแต่การจะหาจิตวิญญาณของโลกนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย”ซวนหยวนเสวี่ยส่ายหัว
ฉางเฟิงเองตอนนี้ก็ยังคิดแผนการอื่นไม่ออกและถ้าฉางเฟิงมีเวลามากกว่าสักร้อยปีหรือพันปี ฉางเฟิงเชื่อว่าด้วยพรสวรรค์ของตนเองจะต้องสามารถทำให้วังสวรรค์ต้องยอมถอยออกจากโลกโกลาหลแน่