"พวกท่านพูดได้ดี... ข้าและท่านแม่ก็ไม่มีสิ่งใดติดค้างในใจต่อพวกท่านอีกเช่นกัน"
สตรีทรามและบุรุษทรามเห็นภาพเด็กหนุ่มลอยตัวลงมาจากท้องฟ้าช้าๆ ในใจพลันตกตะลึง
ร่างกายอยู่ๆ ก็เริ่มสั่นเทาอย่างห้ามไม่ได้ ในใจพวกเขาทั้งสองได้แต่คิด ไอ้เด็กหนุ่มผู้นี้ไม่ใช่ชนชั้นธรรมดาแน่นอน แต่มันต้องเป็นปีศาจหรือบุตรอสูรเป็นแน่แท้
ไม่เช่นนั้นแรงกดดันจากเด็กหนุ่มจะทำให้มันและนางไม่อาจแม้แต่จะขยับปากพูดได้อย่างไร ทั้งสองคือระดับนักรบ ระดับนักรบเลยนะ
ราวกับว่าความตายได้มาอยู่ตรงหน้าของทั้งสองแล้ว...
และเนื่องด้วยบุรุษผู้นี้ก็หาใช่ชนชั้นทั่วไปแต่เป็นผู้ฝึกยุทธ์มาเนิ่นนานเช่นกัน
แม้จะไม่มีชื่อเสียงโด่งดัง แต่ระดับฐานพลังก็ถือว่าแนวหน้า ทำให้พอที่จะทนแรงกดดันแบบนี้ได้บ้าง ในวินาทีที่ตัวมันตั้งสติได้ ก็ซัดอาวุธลับสังหารไปยังเฉียวเฟิงทันที
เฉียวเฟิงไม่ได้ตกใจออกจะเฉยชาเสียด้วยซ้ำ มันเพียงตั้งใจมองอาวุธที่ซัดมาหาตนด้วยความเร็วสูง แต่สำหรับเฉียวเฟิงราวกับว่ามันเชื่องช้าเสียเหลือเกิน
เมื่อไอ้บุรุษนั้นกระทำการแบบนี้ตัวเฉียวเฟิงก็มีแต่ยิ้มอย่างยินดี
"ตอนนี้ข้าหมดกังวลแล้วว่าต้องสังหารคนไม่มีความผิด 'มีดพิษล่าอสูร' ของท่านทำให้ข้าเข้าใจในตัวท่านได้อย่างดีเลยละ"
เมื่อพูดจบ เพียงเด็กหนุ่มผ้าพันแผลสบัดมือ สายลมเย็นตอนนี้ก็คล้ายกับมีด มันรวดเร็วและเฉียบขาด...
!!!ฟุบ
ศีรษะของทั้งสองหนึ่งสตรีชั่วช้าและบุรุษไร้ย่างอายก็หลุดจากบ่าทันที และที่ด้านหลังทั้งสอง ณ กำแพงอาคาร รอยคมมีดที่เกิดจากการสะบัดมือประทับแนบ แสดงถึงความสูงส่งของฝีมือของผู้ลงมืออย่างดี
เฉียวเฟิงตอนนี้ มันไม่คิดเลยว่า การฆ่าคนในชีวิตนี้ครั้งที่สอง จะเป็นการฆ่าคนรักเก่าของท่านแม่ของตัวมัน
สายตามันทอดอาลัยในโชคชะตาเล็กน้อย
และเมื่อศีรษะของทั้งสองตกลงพื้นเด็กหนุ่มผู้เต็มไปด้วยผ้าพันแผลก็ได้หายตัวไปในทันที แสดงให้เห็นว่าตอนนี้แม้แต่ผู้มีฐานพลังระดับนักรบขั้นที่ 9 (ระดับ 5 ขั้น 9) ก็ตายได้ในทันทีด้วยฝีมือของเฉียวเฟิงได้ง่ายๆ...
ดูท่าการส่งต่อเจตนาของเจ้าหมื่นมารจะไม่เสียเปล่าเลย...
หลังจากสังหารทั้งสองเสร็จก็มีเสียงเสียงหนึ่งที่คุ้นเคยดังขึ้นในห้วงจิตของเฉียวเฟิง มันคือเสียงของเจ้ามารน้อย
"ยินดีด้วยเฉียวเฟิง เจ้าทำความปรารถนาของท่านจ้าวหมื่นมารสำเร็จอีกแล้ว..."
.
.
.
เฉียวเฟิงไม่คิดนึก หลังจากฆ่าหญิงโฉดชายชั่วจะมีเรื่องดีๆ แบบนี้กับตัวเอง
.
.
.
เมื่อเฉียวเฟิงมันสังหารบุรุษไร้น้ำใจและสตรีชั่วช้าสำเร็จ ด้วยเคล็ดวิชาตัวเบาอันล้ำลึกของจ้าวหมื่นมารในปัจจุบัน ทำให้แต่ละย่างก้าวของเฉียวเฟิงนั้นช่างรวดเร็วราวกับเป็นเทพเทวาโบยบิน ซึ่งความรวดเร็วนี้คงมีแต่ผู้ฝึกยุทธที่มีระดับจ้าวยุทธภพเท่านั้นที่พอจะเทียบได้ เหตุที่เป็นเช่นนี้ก็เพราะเคล็ดวิชาฝึกฝนที่ระบบสังหารเทพมอบให้เฉียวเฟิงนั้นมันพิเศษ พิเศษจนไม่ว่าสำนักยุทธ์ใดๆ ในโลกนี้ก็เป็นได้เพียงสำนักวิชาสามัญ ไม่มีความยิ่งใหญ่หรือไม่มีความยอดเยี่ยมใดๆ เลย เมื่อเทียบกับเคล็ดวิชาที่เจ้าหมื่นมารคัดสรรไว้
นี่คืออัจฉริยะภาพของผู้ที่ล่วงลับไป
.
.
.
หน้าบ้านของเฉียวเฟิงและท่านแม่นั้น ตอนนี้เฉียวเฟิงมันเห็นพานลี่เด็กหญิงของมัน นั่งเอาไม้เขี่ยพื้นเล่นอยู่
แต่ด้วยความว่องไวของประสาทสัมผัสของเฉียวเฟิงที่เหนือกว่าคนทั่วไปมาก ทำให้พบว่าที่ตรงนี้มียอดยุทธ์ระดับจอมยุทธ์เป็นอย่างน้อยสองคนซ่อนตัวเฝ้ามองพานลี่อยู่ในมุมมืด นอกจากนั้นก็ใช้เคล็ดวิชาปิดซ่อนกระแสปราณและจิตสำนึก
เฉียวเฟิงเห็นเช่นนี้จึงไม่กล้ารีบปรากฏตัว เหตุใดจึงมียอดฝีมือระดับจอมยุทธ์อยู่ที่นี่
ตอนนี้มันจำต้องรอดูท่าทีก่อน เพราะผู้มาไม่น่าใช่คนของบุรุษไร้น้ำใจและสตรีชั่วช้านั่น... แม้จะคิดได้ดังนี้แต่เฉียวเฟิงก็หาได้ประมาทไม่ มันเดินอย่างใจเย็นและรอดูสถานการณ์ ไม่ช้าร่างก็หายกลืนเข้าไปกับความมืด
เพราะอีกไม่นานคนของบุรุษไร้น้ำใจและสตรีชั่วช้าก็น่าจะมาถึง เป้าประสงค์ของมันย่อมคือการฆ่ามารดาของมันปิดปาก
หากแต่ที่เฉียวเฟิงทั้งๆ ที่รู้ว่า พวกมันจะมาที่นี่ แต่กลับไม่ถือโอกาสสังหารพวกมันระหว่างทางในทันทีนั้น ส่วนหนึ่งก็เพราะ ต้องการให้พานลี่ได้มีโอกาสต่อสู้ล่าสังหารจริง เพื่อเป็นการฝึกฝน
เพราะคนที่มาก็ถือว่าไม่ได้มีระดับฐานพลังที่สูงนัก แม้จะมีจำนวนมากถึง 5 คน แต่สำหรับเฉียวเฟิงมันไม่นับว่ามีอันตรายเลย ด้วยการที่มีมันหลบซ่อนคุ้มกันพานลี่เด็กน้อย นางจะไม่มีวันเป็นอันตรายใดๆ
หากด้วยประสบการณ์ในวันนี้ วันใดวันหนึ่งที่พานลี่ต้องพบเจอเภทภัย ประสบการณ์ในวันนี้ย่อมมีค่าและช่วยเหลือนางได้ไม่มากก็น้อย
เพียงแต่ตอนนี้เฉียวเฟิงไม่คาดคิดว่าจะมีผู้มีระดับพลังฐานจอมยุทธ์อยู่ ณ ที่แห่งนี้ด้วยถึงสองคน ถ้าทั้งสองคนเป็นคนร้าย
เฉียวเฟิงวันนี้คงต้องแสดงฝีมือเต็มที่แล้ว พร้อมต้องลงมืออย่างโหดเหี้ยมอีกด้วย
แต่เหตุการที่คิดเช่นนี้เป็นไปได้อย่าง โอกาสเก้าในสิบส่วน เฉียวเฟิงมั่นใจสองคนที่ซ่อนตัวอยู่น่าจะเป็นคนจากสำนักบรรจบฟ้ามากกว่า นอกจากนั้นทิศทางที่จอมยุทธ์ทั้งสองมา ก็ไม่น่าจะใช้ทิศทางที่มาจากเรือนของหญิงโฉดชายชั่ว เพราะถ้าทั้งสองมาจากทิศทางนั้นเป็นไปไม่ได้ที่เฉียวเฟิงจะไม่รู้
และนอกจากนั้น หากหญิงโฉดชายชั่วมีบ่าวหรือมีผู้ดูแลเป็นผู้ฝึกปราณระดับจอมยุทธ์ เฉียวเฟิงคงไม่มีทางสังหารทั้งสองได้อย่างง่ายดาย ตัวมันต้องถูกพบตัว หรือไม่ก็ถูกจับได้หลังจากสังหารทั้งสองแล้ว
ดังนั้นสองจอมยุทธ์ที่อยู่ที่นี่ น่าจะเป็นคนที่ติดตามพานลี่ มาจากสำนักบรรจบฟ้ามากกว่า มันคือความเป็นไปได้เดียวที่เฉียวเฟิงคิด
ดังนั้นการปรากฏตัวของเฉียวเฟิงในตอนนี้ หากรีบร้อนคงจะไม่เหมาะเท่าไรนัก...
ในมุมมืดเฉียวเฟิงมองจ้องสถานการณ์อย่างใจเย็น
ในคือพระจันทร์เด่น แสงจันทร์ให้ความสว่าง ทั่วท้องนภารายล้อมด้วยหมู่ดาว
ในที่สุดชายชุดดำ 5 คน ก็ปรากฏ มันได้รับคำสั่งให้ทำการชั่วช้าต่อสตรีอ่อนแอ่ พวกมันกล่าวเสียงพูดคุยกันเล่นสนุกปาก มีแต่คำชั่วช้าออกมา ตราบจนใกล้ถึงสถานที่ที่จะลงมือ... พวกมันจึงเบาเสียง
นี่แสดงว่าแม้พวกมันจะมีนิสัยชั่วช้าแต่พวกมันก็ทำการรอบครอบ โดยที่พวกมันทุกคนไม่รู้ตัวว่าทุกคำที่พวกมันพูดออกมาเฉียวเฟิงได้ยินอย่างไม่ตกหล่น แม้พวกมันจะพูดอย่างแผ่วเบาที่สุดก็ตาม
"คุณหนูใหญ่บอกว่านางเป็นหญิงงามคนหนึ่ง เมื่อเป็นแบบนี้จะฆ่าเพียงอย่างเดียวคงน่าเสียดาย ข้าในฐานะเป็นพี่ใหญ่ ข้าคงต้องขอเชยชมนางก่อน ไม่เช่นนั้นหากฆ่าง่ายๆ คงน่าเสียดาย"
"ศิษย์พี่ ท่านจะทำอย่างนี้จริงๆ รึ ข้าละไม่ชอบของเหลือของคนอื่นด้วยซิ แต่ถ้านางงามอย่างที่คุณหนูว่าจริง ข้าก็ขอเสพรับร่างกายของนางต่อจากท่านด้วยแล้วกัน คิกคิก พวกเจ้าคงไม่ว่าอะไรนะ หากข้าจะเสพรับร่างของนางต่อจากศิษย์พี่" ชายถือดาบหน้าบากพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง แววตาของมันแฝงไว้ด้วยความเยือกเย็นของนักฆ่า โดยมันผู้นี้มีใบหน้าและร่างกายที่ดูซูบผอมอยู่มาก คล้ายคนไม่มีเรี่ยวแรงเท่าใด แต่ถึงแบบนั้นกลิ่นอายสังหารบนตัวมันก็มากยิ่ง
"ท่านพี่ทั้งสองตามสบายข้าไม่สนหรอกว่าจะเป็นของเหลือของใครเพียงแต่ ขอให้ข้าได้ย้ำยีนางและเห็นนางได้รับความสุขจากพวกพี่ทั้งหลายพร้อมๆ กัน ข้าก็มีความสุขแล้ว คิกคิก" ชายหนุ่มรูปร่างอ้วนหน้าตาอัปลักษณ์มันผู้นี้พูดคุยคำไม่น่าฟังได้อย่างไม่อายปากยิ่งนัก
เฉียวเฟิงที่ได้ยินคำพูดพวกนี้มันยิ้มเย้ยหยัน
ได้พวกเดรัจฉานเหล่านี้ทั้งหมดมันยังไม่รู้ตัวเลยว่าชะตาของมันกำลังจะถึงฆาตกันทั้งหมดแล้ว เพียงแต่จะด้วยมือใครก็เท่านั้นเอง… ยิ่งเฉียวเฟิงขบคิด มันก็ยิ่งแค้นไอ้พวกสารเลวเหล่านี้ที่กล้าคิดชั่วช้ากับมารดาของตัวมัน
ฟุบ ฟุบ ฟุบ ฟุบ ฟุบ