นู่เฉินยอมปล่อยสิงเทียนตามคำขอ ทั้งคู่ไม่กล้าทนมองสภาพน่าอนาจได้ จำต้องหลบไปอยู่ที่อื่น การทารุณอย่างโหดร้ายกินเวลาไปจนข้ามคืน สิงเทียนเดินหน้านิ่งออกจากห้องไปในเช้าของอีกวัน
หูเซินรีบแอบเข้ามาดูคนด้านในว่าเป็อย่างไรบ้าง เขาถึงกับอ้าปากค้างเมื่อเห็นสภาพร่างกายของซิ่วอิง สองตาบวมช้ำจนปิดสนิท นิ้วมือบิดงอกลายเป็สีเขียวอมม่วง เขาไม่รอช้ารีบถือวิสาสะทำการรักษาทันที แต่ยั้งมือไว้ไม่ให้รักษาจนหายขาด หากสิงเทียนมาเห็นว่าอีกฝ่ายหายดี ไม่แน่ว่าคงลงมือหนักกว่าครั้งก่อนแน่
หูเซินว่า “เ้านี่มันไร้สมองนัก คิดได้อย่างไรว่าจะยอมให้เขาทุบตี ไม่เห็นหรือว่าเป็เช่นไร ครั้งนี้ข้าช่วยเ้าได้ แต่ครั้งหน้าคงไม่อาจยื่นมือได้อีกแล้ว”
ซิ่วอิงพยักหน้า “ข้าเข้าใจแล้ว ขอบคุณท่านมากที่ช่วยเหลือ ว่าแต่..ข้าขอถามบางอย่างจะได้หรือไม่”
“เ้าอยากรู้อะไร”
“คือ ตอนข้าถูกขังในคุกใต้ดิน มันเกิดอะไรขึ้นกับคุณชาย”
หูเซินเอ่ย “คุณหนูนางหายไปในคืนแต่งงาน ไม่มีผู้ใดพบเห็นนางอีก คุณชายเศร้าเสียใจเป็อย่างมากจนขาดสติสัมปชัญญะ เขาขังตัวเองอยู่ในห้องตลอดทั้งคืน และก็กลายเป็อย่างที่เ้าเห็น เขาถูกธาตุไฟเข้าแทรกเพราะไม่ได้รับการช่วยเหลืออย่างทันท่วงที”
“เช่นนั้นเองหรือ เขาถูกธาตุไฟเข้าแทรกจริงหรือ”
“ใช่ และสิ่งที่แย่ไปกว่านั้น ก็คือวิธีลดความเ็ปของเขา ข้าเสนอให้ปล่อยตัวเ้าเพื่อมาช่วยถ่ายพลัง แต่เขากลับไปเรียนรู้วิธีอื่นมาแทน”
ซิ่วอิงเข้าใจดีว่าวิธีที่หูเซินกำลังกล่าวถึงคือสิ่งใด นั่นคือการจับคนมาร่วมหลับนอนและดูดเอาพลังบริสุทธิ์ออกมา หากกระทำกับคนธรรมดาต่อเนื่อง ไม่เกินสามวันคนผู้นั้นต้องตายแน่
เพราะแบบนี้ชาวบ้านในระแวกใกล้เคียงจึงพากันย้ายหนี ไม่มีผู้คนอาศัยอยู่เลยสักคนเดียว และหากคนที่ถูกจับมานำออกมาสูบพลังจนหมด สิงเทียนคงตระเวนออกล่าไปทั่วเป็แน่ ปล่อยไว้เช่นนี้มิได้ เขาจะต้องหาวิธีหยุดยั้งอีกฝ่ายไม่ให้ทำเื่เลวร้ายมากไปกว่านี้
หูเซินเอ่ยถามอย่างฉงน “ข้ามีเื่จะถามเ้าเช่นกัน เหตุใดในคืนนั้นเ้าถึงออกจากคุกมาได้ เ้าสามารถปลดโซ่ทองแดงออกได้ด้วยตนเองหรือ”
ซิ่วอิงชะงัก เขาใช้ความคิดก่อนจะกล่าว “เอ่อ หากข้าบอกว่าโซ่นั่นหลุดออกเองท่านจะเชื่อหรือไม่ ข้ามิได้ลงมือกระทำอันใดเลย เพียงพักสายตาแค่ครู่เดียว แต่เมื่อตื่นมากลับพบว่ามันหลุดออกไปแล้ว”
หูเซินขมวดคิ้ว สีหน้าดูสงสัยและไม่ค่อยเชื่อเขา “หลุดออกเองรึ? ข้าเกรงว่าเ้าคงล้อเล่นกระมัง โซ่นี่อันตรายอย่างมาก ต่อให้แข็งแกร่งแค่ไหนก็มิอาจสลัดให้หลุดได้ เ้าบอกว่ามันหลุดออกไปเองหรอกหรือ ข้าคงฟังผิดไปแน่ ๆ”
“ข้าพูดจริงนะท่าน ตัวข้าจะไปมีปัญญาร่ายคาถาทำลายโซ่ได้อย่างไรกัน อีกอย่างกุญแจมันก็อยู่กับคุณชายตลอด ข้าจะเอาเวลาที่ไหนมาหยิบไปจากเขา”
“ช่างมันเถอะ เื่ผ่านไปแล้วก็แล้วไป ตอนนี้เ้าเจอปัญหาใหญ่เข้าแล้วรู้หรือไม่ คุณชายกำลังสงสัยว่าเ้าคือผู้บงการในครั้งนี้ ทำการวางแผนเพื่อจับตัวคุณหนูไป เห็นทีเขาคงไม่ปล่อยเ้าไปง่าย ๆ แน่หากว่ายังตามหาคุณหนูไม่เจอ”
ซิ่วอิงว่า “ข้ารู้ เขาไม่มีวันปล่อยข้าไปหรอก”
ซิ่วอิงรู้ั้แ่แรกแล้วว่า อย่างไรเสียเื่ทุกอย่างมันก็ต้องลงเอยเช่นนี้ เขาพลาดเองที่ใจร้อนรีบเปิดโปงตัวปลอมนั่น จนเป็เหตุให้นางได้โอกาสนี้ตลบหลังเขาและใส่ร้ายป้ายสีได้อย่างแเี ต่อให้เขาจะพร่ำบอกว่าไม่ได้รู้เื่ไปก็เท่านั้น หากสิงเทียนจะปักใจเชื่อว่าเป็ฝีมือเขานั่นก็คงไม่แปลกอะไร
เสียงฝีเท้าดังใกล้เข้ามาเรื่อย ๆ หูเซินรีบบอกลาก่อนจะกล่าวกำชับอีกฝ่าย “ดูแลตัวเองดี ๆ อย่าปล่อยให้คุณชายทำร้ายเ้าจนตายล่ะ”
“ขอรับ”
สิงเทียนเดินโซซัดโซเซเข้ามาในห้อง มือหนึ่งถือไหสุรา ยกขึ้นดื่มอย่างอิ่มเอมใจ ทว่าในแววตากลับแฝงไปด้วยความเศร้าโศก เขาคงคิดถึงเหมยลี่มากจริง ๆ ถึงขนาดกินไม่ได้นอนไม่หลับ เที่ยวไปชวนตีผู้อื่นและดื่มสุราจนเมามายเช่นนี้
ซิ่วอิงนั่งหดคออยู่มุมเสา ลอบมองสิงเทียนอย่างหวั่นใจ ฝ่ายนั้นยกไหสุราขึ้นดื่มจนเกลี้ยงแล้วเหวี่ยงทิ้งไป ก่อนจะนอนแผ่หราลงที่พื้นพร้อมเอามือก่ายหน้าผาก
ซิ่วอิงพยายามหายใจเข้าออกให้เบาที่สุด หดแขนขากลับมุมมืดที่เดิม แต่เพราะระแวงเกินไปจึงทำให้เสียงโซ่ดังขึ้นอย่างไม่ได้ตั้งใจ สิงเทียนกลอกตามองมาทางเขา ดวงตาทั้งหมดเกือบเป็สีดำสนิท มองแทบไม่เห็นตาขาวแล้ว
ซิ่วอิงเหงื่อแตก สองมือสั่นเทาด้วยความกลัว รีบกล่าว “คุณชาย ข้าน้อยขออภัยที่ส่งเสียงรบกวน ข้าน้อยจะไม่ทำให้ท่านรำคาญอีกแล้วขอรับ”
สิงเทียนลุกขึ้นนั่ง ผมเผ้าที่เคยมัดรวบเรียบร้อยบัดนี้แผ่สยายจนปรกหน้า เขาค่อย ๆ ลุกขึ้นแล้วเดินตามเสียงโซ่ไป
“เ้ามันตัวซวย เ้ามันเป็สาเหตุที่ทำให้นางหายตัว เ้าเอานางไปซ่อนจากข้า! เ้าเกลียดชังนางถึงได้ทำกับนางเช่นนี้ เ้าทำเช่นนี้กับข้าได้อย่างไร!”
ซิ่วอิงยกมือปรามพลางกระถดตัวหนี “คุณชาย ๆ โปรดฟังข้าก่อน ข้า ข้าสามารถช่วยท่านได้นะ เพื่อพิสูจน์ว่าข้าบริสุทธิ์ใจ ข้าสามารถพาท่านไปหานางได้ ได้โปรดรับฟังข้าสักครั้ง”
“เ้าโกหก”
เขายืนยันหนักแน่น “ข้าน้อยเปล่าขอรับ”
ซิ่วอิงไม่อยากถูกทุบตีอีกแล้ว ทั้งตอนนี้ก็ไม่รู้ว่าจะเอาชีวิตรอดไปได้อีกกี่วัน หนำซ้ำดูท่าฤทธิ์ของยาเสน่ห์ยังคงไม่หายไป จึงได้ตัดสินใจคิดวางแผนโกหกคำโตต่อสิงเทียน ต่อให้รู้ว่าหากความจริงถูกเปิดเผยแล้วต้องตาย แต่เขาก็ยินดีที่จะเสี่ยงปั้นน้ำเป็ตัวต่อไป สถานการณ์ในตอนนี้มันอันตรายเกินไป เขาไม่มีเวลามาใช้สมองคิดแผนการซับซ้อนมากนัก จึงได้แต่พยายามหาลู่ทางให้ตนเองหนีเท่านั้น
สิงเทียนสบตากับเขาอยู่นาน ในที่สุดก็ะโออกมา “เ้าโกหก! เ้ามันขี้โกหก!”
เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายไม่ยอมสงบอารมณ์ลง เขาจึงตะคอกกลับ “ข้าพูดจริง!”
“…”
“เอ่อ ข้าพูดจริงขอรับ ข้าสามารถพาท่านไปหานางได้ แต่ท่านต้องรับปากกับข้าอย่างหนึ่ง”
สิงเทียนชะงักไป ดูสนอกสนใจในคำพูดอีกฝ่ายพอควร เขาว่า “พูดมา”
ซิ่วอิงสูดหายใจแล้วกล่าว “หากข้าพาท่านไปพบนาง ท่านต้องรับปากกับข้า ว่าต่อให้เกิดอะไรขึ้น ท่านจะไม่ลงมือกระทำเื่อันตรายต่อตนเองและผู้อื่น”
“เหตุใดข้าต้องทำเช่นนั้นด้วย”
“หากท่านไม่รับปากข้า ข้าจะไม่พาท่านไป ต่อให้ท่านลงมือปลิดชีพข้า ข้าก็ไม่กลัวแล้ว”
ซิ่วอิงต่อรองด้วยสีหน้าเฉียบขาด สิงเทียนยืนมองเขาผ่านช่องว่างระหว่างเส้นผมดำขลับ สภาพที่ถูกซ้อมจนอ่วมปางตาย ต่อให้เขาสังหารคนตรงหน้าจริง อีกฝ่ายคงไม่นึกกลัวแล้ว ผลจากการทนรับมือรับเท้ามาหลายครั้ง เห็นทีคนตรงนั้นคงจะไม่รู้สึกกลัวความตายขึ้นมาแล้วจริง ๆ
สิงเทียนก้มหน้าตอบ “ตกลงข้ารับปาก เราจะออกเดินทางกันเดี๋ยวนี้เลย”
ซิ่วอิงเอ่ยขัด “มิได้ขอรับ เราจะออกเดินทางกันในวันรุ่งขึ้น วันนี้ท่านต้องพักผ่อนเสียก่อน และที่สำคัญปลดโซ่ให้ข้าด้วย ให้ข้ารักษาตนเองแล้วข้าจะถ่ายลมปราณให้ท่าน เพื่อลดอาการเ็ปจากธาตุไฟนั่น”
สิงเทียนมีท่าทางลังเลคล้ายอยากเดินมาปลดโซ่ แต่แล้วก็ยังไม่กล้า ซิ่วอิงจึงกล่าวต่อ “คุณชาย ท่านโปรดเชื่อใจข้า หลายวันมานี้ข้ายอมให้ท่านทำร้ายตลอด ข้าสัญญาว่าจะไม่หนีและไม่ทำร้ายท่านอย่างแน่นอน หากข้าคิดหนีล่ะก็ เชิญท่านลงมือฆ่าข้าได้เลย”
สิงเทียนพอใจในสิ่งที่อีกฝ่ายพูดตอบ เดินเข้าใกล้และนั่งลงปลดโซ่ทองแดงออกจากลำคอ แต่เขาหารู้ไม่ว่าคำสัญญาทั้งปวงที่อีกฝ่ายเอ่ยออกมา ล้วนแล้วแต่เป็คำโกหกหลอกลวงทั้งสิ้น ที่ซิ่วอิงอ้างว่าจะถ่ายลมปราณให้นั่นก็โกหกเช่นกัน เพราะแท้จริงแล้วเขาเพียง้าลบล้างยาเสน่ห์นั่นออกจากร่างกายให้อีกฝ่ายเท่านั้น และหากไม่ใช้ประโยชน์เข้าเสนอ เห็นทีสิงเทียนคงไม่ยอมให้ใครเข้าใกล้แน่
แสงสีขาวส่องสว่างไปทั่วห้อง เมื่อแสงนั้นหายไปซิ่วอิงก็กลับมาเป็ปกติ แขนขาหายช้ำและใบหน้าไม่บวมแล้ว เขาประคองสิงเทียนพาเดินไปนั่งบนเตียง เปลี่ยนเสื้อผ้าให้อีกฝ่ายและเช็ดตัวจนสะอาด จับหวีผมเช็ดหน้าให้ราวกับเป็เด็กน้อยคนหนึ่ง
ซิ่วอิงเอ็นดูเขาเป็อย่างมาก ถึงขั้นแอบลูบศีรษะเบา ๆ ขณะหวีผม ชั่วอึดใจที่เขาทำแบบนั้นก็ได้กล่าวขอโทษในใจไปด้วย แต่เพื่อแทนการกล่าวอำลาเขาจึงอยากทำทุกอย่างให้ดีที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพราะเมื่อเช้าวันพรุ่งนี้มาถึงพวกเขาก็คงต้องจากกันแล้ว
ฝ่ายสิงเทียนที่ได้รับการดูแลเป็อย่างดีก็มีสีหน้าสดใสขึ้นมาหนึ่งส่วน แต่ยังคงอมทุกข์อยู่ไม่คลาย คงเพราะการกระทำเช่นนี้มีเพียงแค่เหมยลี่เท่านั้นที่ทำต่อเขา แต่บัดนี้กลับเป็คนรับใช้ชั้นต่ำที่ลงมือแทนจึงอดทำหน้าเศร้าไม่ได้
ซิ่วอิงว่า “ข้ามัดผมให้ท่านเสร็จแล้ว หล่อเหลามากขอรับ”
สิงเทียนว่า “หุบปาก หากข้าไม่อนุญาตเ้าก็อย่าพูด”
ซิ่วอิงพยักหน้าเข้าใจ จากนั้นใช้ภาษามือในการถามแทน สองมือชี้ไปหาอีกฝ่ายแล้วชี้ลงที่เตียง สิงเทียนมองตามแล้วขมวดคิ้วด้วยความงุนงง
“อะไรของเ้า ไม่มีปากหรือไร”
ซิ่วอิงถอนหายใจอย่างเอือมระอา “ข้าถามว่าท่านจะนั่งหรือนอนลงขอรับ”
สิงเทียนกล่าวเสียงดุ “แล้วเหตุใดไม่พูด ทำท่าทางน่ารำคาญอยู่ได้”
ซิ่วอิงว่า “ก็ท่านไม่ให้ข้าพูดนี่ แล้วข้าจะพูดได้อย่างไร”
“น่ารำคาญ! ข้าจะนอน!”