เสียงลมหายใจของมิโนรุหนักขึ้น เืสีแดงเข้มไหลออกมาจากาแที่ท้องของพระองค์ มือที่เคยจับดาบไว้อย่างมั่นคงเริ่มสั่นไหว
แต่สิ่งที่เ็ปที่สุดสำหรับอาริสะ ไม่ใช่ภาพเืที่เปื้อนอาภรณ์ของเขา
แต่เป็แววตาของเขา—แววตาที่สะท้อนว่าเขาไม่อยากให้เธอไป
"เ้า..." มิโนรุพยายามฝืนพูด "กลับไปเถอะ..."
อาริสะส่ายหน้า น้ำตาของเธอร่วงลงบนแก้ม "ไม่! ข้าจะไม่ทิ้งพระองค์ไว้!"
"นี่คือโอกาสของเ้า" มิโนรุกล่าวเสียงแ่ "กระจกศักดิ์สิทธิ์เปิดทางให้เ้าแล้ว... เ้าควรกลับไปยังที่ของเ้า"
"ไม่!" อาริสะะโ ดวงตาของเธอสั่นไหว "ข้าบอกแล้วว่าข้ารักพระองค์! ข้าจะไม่ไปไหนทั้งนั้น!"
เธอกอดเขาแน่นขึ้นราวกับกลัวว่าหากปล่อยมือ เขาจะหายไปจากเธอจริง ๆ
มิโนรุกำมือของเธอแน่น ก่อนจะยิ้มบาง ๆ แม้ใบหน้าของเขาจะซีดเผือดเต็มที
"ข้าเอง... ก็รักเ้า"
หัวใจของอาริสะสั่นสะท้าน
"เพราะข้ารักเ้า... ข้าจึงอยากให้เ้ามีชีวิตต่อไป"
"แต่ข้าอยากอยู่กับพระองค์..."
"ไม่ว่าชาติภพไหน เราก็จะพบกันอีก" มิโนรุกระซิบเบา ๆ "แต่ตอนนี้... เ้าต้องรอด"
อาริสะร้องไห้สะอื้น เธอไม่้าให้มันเป็แบบนี้!
แต่ก่อนที่เธอจะได้พูดอะไรต่อไป...
"เปรี๊ยะ!"
กระจกศักดิ์สิทธิ์เปล่งแสงเจิดจ้า รอบตัวเธอหมุนคว้าง อาริสะรู้สึกเหมือนถูกแรงบางอย่างดูดขึ้นไป
"ไม่!!"
เธอพยายามเอื้อมมือไปคว้ามิโนรุไว้ แต่พระองค์กลับผลักเธอออกไปเบา ๆ
"จงมีชีวิตต่อไป... อาริสะ"
ยุคปัจจุบัน : การกลับมาที่ไม่สมบูรณ์
"อาริสะ! อาริสะ!"
เสียงเรียกดังขึ้นใกล้ ๆ หู เธอรู้สึกถึงแรงสะกิดที่แขน และเมื่อลืมตาขึ้น
เธอกลับมาแล้ว... กลับมาสู่ยุคปัจจุบัน
อาริสะลืมตาขึ้นอย่างมึนงง ดวงตาของเธอยังคงพร่าเลือน
"เธอเป็อะไรไป!?" เสียงของยูโกะ เพื่อนสนิทของเธอดังขึ้น "เมื่อกี้เธอเป็ลมล้มไปกลางห้องสมุดเลยนะ!"
"ห้องสมุด..." อาริสะพึมพำ
เธอก้มมองตัวเอง ชุดกิโมโนที่เธอสวมใส่ในยุคเฮอันหายไปแล้ว เธอสวมเพียงชุดนักศึกษาธรรมดาในยุคปัจจุบัน
"นี่ข้า..."
ทุกอย่างเกิดขึ้นเร็วเกินไป จนเธอไม่สามารถประมวลผลได้
เธอยังรู้สึกถึงััจากมือของมิโนรุ รู้สึกถึงความอบอุ่นของเขา
แต่เขาไม่ได้อยู่ตรงนี้อีกแล้ว
"อาริสะ!" ยูโกะเขย่าตัวเธอ "เธอร้องไห้ทำไม!?"
อาริสะยกมือขึ้นััแก้มตัวเอง น้ำตาไหลออกมาโดยที่เธอไม่รู้ตัว
หัวใจของเธอยังคงเต้นแรง และเ็ปไปหมด
เธอกลับมาแล้ว... แต่หัวใจของเธอยังคงอยู่ที่นั่น
อยู่กับองค์ชายมิโนรุ
วันที่เธอไม่มีเขา และความว่างเปล่าที่เติมเต็มไม่ได้
หลายวันผ่านไป อาริสะกลับมาใช้ชีวิตตามปกติในยุคปัจจุบัน
แต่เธอรู้ดีว่าทุกอย่างไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป
เธอพยายามตั้งใจเรียน พยายามทำทุกอย่างที่เคยทำในแต่ละวัน แต่ภายในใจของเธอกลับรู้สึกเหมือนบางอย่างขาดหายไป
เธอมักสะดุ้งตื่นกลางดึก พร้อมกับภาพความฝันของเขา—องค์ชายที่ยิ้มให้เธอภายใต้แสงจันทร์
"ตราบใดที่ข้ายังมีชีวิตอยู่ ข้าจะไม่มีวันปล่อยมือเ้า"
แต่สุดท้าย...
เขาก็ปล่อยมือจากเธอไปแล้วจริง ๆ
แสงแห่งปาฏิหาริย์ และโอกาสสุดท้ายของเธอ
เย็นวันหนึ่ง อาริสะเดินกลับไปที่ห้องสมุดของมหาวิทยาลัย
เธอเดินไปที่ชั้นหนังสือที่เธอเคยเจอกระจกศักดิ์สิทธิ์บานนั้น
แต่กระจกบานนั้น... หายไปแล้ว
เธอยืนมองที่ว่างเปล่าตรงนั้นอยู่นาน หัวใจของเธอหนักอึ้ง
"ข้าจะไม่ได้พบพระองค์อีกแล้วหรือ..."
แต่ทันใดนั้นเอง—
"เปรี๊ยะ..."
เสียงแตกของบางอย่างดังขึ้นในอากาศ อาริสะหันขวับไปมอง และดวงตาของเธอเบิกกว้าง
เงาสะท้อนของกระจกศักดิ์สิทธิ์... ค่อย ๆ ปรากฎขึ้นมาอีกครั้ง
มันกลับมาแล้ว!
หัวใจของเธอเต้นแรง เธอรีบก้าวเข้าไปยืนตรงหน้ากระจก
"ถ้าหากข้ายังมีโอกาส..."
เธอยกมือขึ้นแตะกระจก
"ข้าจะกลับไปหาพระองค์"
และทันใดนั้นเอง แสงสว่างก็ปะทุออกจากกระจก
โลกของเธอหมุนคว้างอีกครั้ง
ยุคเฮอัน : การกลับมาอีกครั้ง และคำสัญญาที่รออยู่
อาริสะลืมตาขึ้น
เธอรู้สึกถึงสายลมเย็นที่พัดผ่านผิว เธอได้ยินเสียงของแม่น้ำและเสียงกระซิบของใบไม้
เธอกลับมาแล้ว!
เธอรีบลุกขึ้นมองไปรอบ ๆ
และสิ่งแรกที่เธอเห็น...
คือแผ่นหลังขององค์ชายมิโนรุ ที่ยังคงยืนอยู่ตรงนั้น ท่ามกลางแสงจันทร์
"มิโนรุ..." เธอพึมพำ น้ำตาเอ่อล้นขึ้นมาอีกครั้ง
ราวกับเขาััได้ถึงการมาของเธอ มิโนรุค่อย ๆ หันกลับมา ดวงตาของเขาเบิกกว้าง
"อาริสะ..."
เธอไม่รออะไรอีกแล้ว เธอพุ่งเข้าไปหาเขา โผเข้ากอดเขาแน่น น้ำตาของเธอไหลอาบแก้ม
"ข้ากลับมาแล้ว..." เธอกระซิบ "ข้ากลับมาแล้วจริง ๆ"
มิโนรุกอดเธอแน่นขึ้น มือของเขาสั่นเล็กน้อยราวกับไม่เชื่อว่าเธออยู่ตรงนี้จริง ๆ
"ข้า... คิดว่าเ้าจะไม่กลับมาอีกแล้ว"
"ไม่มีทาง" อาริสะซุกหน้ากับอกของเขา "ข้าจะไม่มีวันทิ้งพระองค์อีกแล้ว"
มิโนรุยิ้มบาง ๆ ก่อนจะกระซิบข้างหูเธอ
"เ้ามาช้าเกินไปแล้ว..."
"เพราะข้าตั้งใจจะตามเ้าไปอยู่ด้วย"
อาริสะชะงัก ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตากับเขา
และเป็ครั้งแรกที่เธอเห็นน้ำตาขององค์ชายรัชทายาทแห่งเฮอันไหลลงมา
เธอกลับมาทันเวลา... ทันเวลาที่เขายังรอเธออยู่
กลางดึกในวังหลวงเฮอัน แสงจันทร์ส่องลงมาผ่านม่านไม้ไผ่ เสียงใบไม้พลิ้วไหวไปตามสายลมเย็น ทว่ายามนี้… ทุกสิ่งรอบตัวดูเหมือนจะหยุดนิ่ง
เพราะเธอ… กลับมาแล้ว
อาริสะซุกตัวอยู่ในอ้อมกอดขององค์ชายมิโนรุ หัวใจของเธอเต้นรัวแรง เธอััได้ถึงอ้อมแขนที่แข็งแกร่งของเขา ที่รัดเธอแน่นราวกับกลัวว่าเธอจะหายไปอีก
"ข้ากลับมาแล้ว..." เธอกระซิบอีกครั้ง น้ำตายังไหลเปื้อนใบหน้า
"อาริสะ..." มิโนรุกระชับอ้อมแขนแน่นขึ้น "ข้า… นึกว่าเ้าจะไม่กลับมาอีกแล้ว"
อาริสะเงยหน้าขึ้นสบตากับเขา และเป็ครั้งแรกที่เธอได้เห็นน้ำตาของบุรุษผู้นี้ไหลรินออกมา เธอยกมือขึ้นแตะใบหน้าของเขาเบา ๆ
"ข้าจะไม่มีวันไปไหนอีก"
มิโนรุจ้องเธอเขม็ง ดวงตาคมกริบที่เคยเ็าเสมอ บัดนี้กลับเต็มไปด้วยอารมณ์ที่อัดแน่นอยู่ภายใน
"ข้ารอเ้าเสมอ..."
อาริสะกัดริมฝีปากแน่น ก่อนจะโผเข้ากอดเขาอีกครั้ง
และเป็ครั้งแรกที่เธอรู้ว่า ไม่มีสิ่งใดสำคัญไปกว่าการได้อยู่เคียงข้างเขาอีกแล้ว
ประกาศต่อราชสำนัก : การกลับมาของคู่หมั้นองค์ชาย
รุ่งเช้า วังหลวงตกอยู่ในความโกลาหล
ข่าวการกลับมาของอาริสะแพร่กระจายไปทั่วเหล่าขุนนางและพระสนม
"นางหายตัวไปแล้วแท้ ๆ เหตุใดจึงกลับมาได้!?"
"นี่มันเป็ไปไม่ได้! หรือว่านางเป็ปีศาจ!?"
"หรือว่านี่จะเป็แผนขององค์ชายมิโนรุ?"
ในตำหนักกลางขององค์จักรพรรดิ ที่ซึ่งขุนนางระดับสูงรวมตัวกัน อาริสะยืนอยู่ข้างองค์ชายมิโนรุ ดวงตาของเธอแน่วแน่ ไม่หวาดกลัวต่อสายตาที่จับจ้องมาที่เธอ
"อาริสะ" เสียงขององค์จักรพรรดิทรงดังขึ้น "เหตุใดเ้าจึงหายตัวไป และกลับมาได้อย่างไร?"
อาริสะสูดหายใจลึก ก่อนจะเงยหน้าขึ้นตอบด้วยเสียงหนักแน่น
"หม่อมฉัน… เดินทางไปตามคำสั่งของฝ่าาเพื่อนำกระจกศักดิ์สิทธิ์กลับมา แต่กระจกนั้นได้พาหม่อมฉันไปยังสถานที่ที่ไม่อาจอธิบายได้"
เสียงฮือฮาดังขึ้นทันที
"หมายความว่าอย่างไร?" เสนาบดีโซจิโร่เอ่ยเสียงเย็น "เ้าจะบอกว่ากระจกมีพลังเหนือธรรมชาติหรือ?"
"หม่อมฉันไม่มีคำอธิบายที่ดีกว่านี้" อาริสะกล่าว "แต่ความจริงก็คือ... หม่อมฉันกลับมาแล้ว"
"เื่นี้ไม่มีหลักฐาน" โซจิโร่เอ่ยเสียงเรียบ "ข้าคิดว่านางควรถูกสอบสวน นางอาจเป็ภัยต่อราชสำนัก"
"ไม่มีทาง!" มิโนรุกล่าวเสียงเฉียบ "ข้าจะไม่ยอมให้พวกเ้ากล่าวหานางโดยไร้หลักฐาน"
องค์จักรพรรดินิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะเอ่ยขึ้น
"อาริสะ... เ้าได้กระจกศักดิ์สิทธิ์มาหรือไม่?"
อาริสะเงียบไป ก่อนจะยกมือขึ้น และทันใดนั้น—
"ฟึ่บ!"
กระจกศักดิ์สิทธิ์ปรากฎขึ้นกลางอากาศ มันลอยอยู่เหนือมือของเธอ เปล่งแสงเรืองรองราวกับมีชีวิต
ทุกคนต่างตกตะลึง ขุนนางหลายคนถึงกับคุกเข่าลงทันที
"ของจริง..." เสียงกระซิบดังขึ้นทั่วทั้งตำหนัก "เป็ของจริงแน่นอน!"
องค์จักรพรรดิทอดพระเนตรกระจกนั้น ก่อนจะตรัสขึ้น
"เ้าผ่านบททดสอบแล้ว... ั้แ่นี้ไป ข้าจะไม่ปฏิเสธความสัมพันธ์ของเ้ากับองค์ชายมิโนรุอีก"
เสียงฮือฮาดังขึ้นอีกครั้ง
"เช่นนั้น... นางจะได้เป็พระชายาองค์ชายรัชทายาทหรือ!?"
อาริสะกัดริมฝีปากแน่น เธอรู้ดีว่านี่เป็ชัยชนะครั้งใหญ่ แต่เธอก็รู้ว่า เธอยังมีศัตรูอีกมากมาย
และหนึ่งในนั้น...
คือท่านหญิงอายาเมะ