“ไม่มีทาง คนอย่างข้าไม่มีวันสนใจนางทาสพวกนั้น แลกิริยาของเ้า เห็นทีจะไม่ต่างจากเด็กแก่นแก้วคนเก่า เ้าทำได้เพียงแค่ตบตาคุณแม่เท่านั้น” หญิงสาวแย้มยิ้มออกมาเล็กน้อยเพราะเขารู้ทัน แก้วจันตาถอนหายใจอย่างคนโล่งอก ก่อนจะเดินไปยืนมองสายน้ำที่ไหลผ่านหน้าไปช้าๆ หวนนึกถึงวันเก่าๆ
“คุณพี่ห้ามบอกคุณพ่อกับคุณแม่ข้านะเ้าคะ”
“เหตุใดจึงเชื่อ ว่าข้าจักมิบอกคุณหลวงสุนทร ที่จริงข้าเองก็เกือบเชื่อว่าม้าดีดกะโหลกได้ออกไปจากตัวเ้านานแล้ว” ชายหนุ่มยืนรับลมได้ครู่หนึ่ง พลางหยิบคันเบ็ดด้านข้างเกี่ยวเหยื่อยแล้วหย่อนลงน้ำ
“ข้ารู้ว่าคุณพี่ต้องช่วยข้า หากในตอนนี้นิสัยข้ามิได้เปลี่ยนไปจากตอนเด็ก ข้าเชื่อว่าท่านเองก็จะเป็เช่นเดียวกัน”
“คุณแม่เอ็นดูเ้าอย่างมาก ข้าไม่อยากให้คุณแม่ต้องผิดหวัง ความลับของเ้าข้าจักไม่พูด” หญิงสาวยิ้มกว้างพลางคว้าแขนของเขามากอดด้วยความดีใจ
“ขอบพระคุณ คุณพี่มากเ้าค่ะ” แก้วจันตายังคงเหมือนเด็กหญิงตัวเล็กที่ไม่รู้จักโต พระพายเหลือบมองหญิงสาว เธอยังไม่พร้อมออกเรือนอย่างที่ผู้ใหญ่้า ยังคงสนุกกับสิ่งแปลกใหม่รอบตัว ดวงตากลมโตฉายแววความฉลาดให้เห็นเป็ระยะ บวกกับท่าทางดีใจของเธอ ทำให้พระพายหลุดยิ้มออกมาด้วยความเอ็นดู
กลิ่นจันทร์วิ่งหนีพระพายและแก้วจันตากลับมายังเรือนบ่าวที่ใช้พักอาศัย ก่อนจะสะดุดขาตัวเองล้มลงไปกองกับพื้น ร่างบางดันตัวขึ้นมานั่งช้าๆ ด้วยเพราะรู้สึกเจ็บบริเวณหัวเข่า คนขวัญเสียขยับดูแผลถลอกที่มีเืซึมออกมา แล้วลูบเช็ดเืด้วยความระวัง ก่อนจะหวนนึกถึงบิดาและมารดาด้วยความคิดถึง เป็ครั้งแรกในชีวิตที่ต้องห่างจากครอบครัวมาใช้ชีวิตโดดเดี่ยวเช่นนี้
“พ่อจ๋า แม่จ๋า พวกท่านจักรู้ฤาไม่ ว่าข้าคิดถึงพวกท่านมากเพียงใด” น้ำตาเอ่อล้นขอบตาขึ้นมา แสดงถึงความทุกข์ระทมที่หญิงสาวได้รับ
“แลพี่หาญ พี่จักรู้ฤาไม่ว่าข้าอยู่ที่นี่ พี่จักยังรักข้าอยู่ฤาไม่” ฉับพลันหน้าของชายอันเป็ที่รักโผล่ขึ้นมาให้หญิงสาวคิดถึงจับจิต เธอก้มหน้าร้องไห้ เมื่อหวนคิดถึงอุ่นไออ้อมกอดความรักจากทุกคนที่จากมา เรือนหลังใหญ่นี้แม้จะดูสะอาดน่าอยู่ หากแต่หาได้มีความสุขดังเช่นเรือนไม้เก่าที่เคยอาศัยกับครอบครัว บ่าวไพร่ในเรือนหลังใหญ่นี้ก็ดูเหมือนจะแก่งแย่งชิงดี อีกทั้งเ้านายทั้งชายหญิงก็แสดงออกอย่างชัดเจนว่าไม่ใคร่ชอบหน้าเธอนัก
“ไม่ว่าอย่างไรข้าต้องอยู่ให้ได้ ข้าจักให้ใครมารับหน้าที่นี้แทนข้าไม่ได้ ทุกอย่างเกิดขึ้นเพราะข้า ดังนั้นข้าต้องรับผิดชอบ” หญิงสาวอ่อนแอได้เพียงครู่เดียว ก่อนทำใจยอมรับความจริง สองมือปาดน้ำตาสลัดความโศกเศร้าไว้ด้านหลัง แล้วลุกขึ้นยืน ก้าวตรงเข้าไปในเรือนนอนของตัวเอง
“พี่นวลเป็อันใดฤา” หญิงสาวดวงตาเบิกโพลง พลางปรี่เข้าไปหาอีนวลด้วยความเป็ห่วง หลังจากเห็นอีนวลร้องโอดโอยอย่างเ็ป
“เห็นทีโรคปวดเมื่อยกำเริบกระมัง เวลาปวดก็ปวดไม่หายไม่รู้เป็อันใดหนักหนา” คนผิวคล้ำครวญครางอย่างทุกข์ทรมาน พลางขยับร่างกายไปมาด้วยไม่รู้ว่าควรวางท่าอย่างไรจึงจะหายเ็ป
“ข้าช่วยนวดให้” หญิงสาวเข้ามานั่งในท่าถนัด แล้ววางมือลงไปนวดให้อีนวลอย่างช่ำชอง เพียงแค่วางมือลงนวดเท่านั้น น้ำหนักมือของหญิงสาวทำให้อีนวลรู้สึกผ่อนคลายขึ้นมาทันตาเห็น กลิ่นจันทร์ใช้เวลานวดให้อีนวลอยู่พักใหญ่ก่อนความเ็ปของอีนวลจะค่อยๆ ทุเลาลง
“เหตุใดเอ็งจึงนวดดีเช่นนี้” อีนวลถามในขณะอาการดีขึ้น ความเ็ปทรมานไม่ปรากฏเฉกเช่นก่อนหน้านี้
“ข้านวดให้พ่อกับแม่ข้าบ่อย พี่นวลรู้สึกดีขึ้นบ้างฤาไม่” ดวงหน้าหวานหันไปถามอีนวลด้วยความเป็ห่วง
“ข้ารู้สึกเหมือนรอดตายก็ครานี้” หญิงสาวหลุดยิ้มให้กับคำพูดของอีนวล
“พี่เชนทร์ พี่เชนทร์ฟื้นแล้วค่ะแม่” คะนิ้งส่งเสียงดีใจ เธอหันขวับไปบอกมารดาที่กำลังง่วนอยู่กับการจัดดอกไม้ในแจกัน เป็ดอกไม้ไทยๆ ที่กำลังส่งกลิ่นหอมอ่อนๆ ออกมา หญิงชราวางกรรไกรในมือลง ก่อนจะก้าวเท้าเข้ามาหาลูกชายที่นอนหราอยู่บนเตียง
“เชนทร์ เป็อย่างไรบ้างลูก” คุณรัศมีเข้ามาจับมือลูกชาย พลางเอ่ยถามด้วยความเป็ห่วง ชายหนุ่มไม่ตอบคำถาม พลางพยายามปรับสายตาแล้วมองรอบๆ ห้องช้าๆ ก่อนจะหยุดมองใบหน้าของมารดาครู่หนึ่ง แล้วเลื่อนผ่านมองตรงมายังคะนิ้ง หญิงสาวน่ารักที่ยืนส่งยิ้มให้เขา ฉับพลันสายตาคมเข้มกลับฉายแววเปลี่ยนไป ส่อประกายจับจ้องคะนิ้งอย่างแน่วแน่ไม่ไหวติง
“พี่เชนทร์ มองคะนิ้งแบบนั้นทำไมคะ” คะนิ้งถามตะกุกตะกัก สลับกับหันไปหามารดา เมื่อรู้สึกว่าพี่ชายมีบางอย่างผิดปกติไป
“แก้วจันตา” เสียงแ่เบาจากชายหนุ่ม ทำเอาคะนิ้งรีบะโหลบหลังคุณรัศมีทันที เธอกอดมารดาแน่น พลางเอาหน้าก้มมุดอยู่ด้านหลังไม่ยอมออกมา ชื่อแปลกประหลาดที่ได้ยินเมื่อครู่ทำให้หญิงสาวขนลุกวาบ
“พี่เชนทร์ผีเข้าแน่ๆ” หญิงสาวตัวสั่นระริก หากแต่มารดาพยายามเรียกชื่อลูกสาวซ้ำๆ เพื่อให้เธอมีสติมากขึ้น แล้วเอี้ยวตัวไปแกะมือตุ๊กแกของลูกสาวออกจากหลังตัวเอง
“คะนิ้งปล่อยแม่สิลูก ไม่มีอะไรหรอก พี่ชายเราอาจจะเพ้อเพราะฤทธิ์ยาที่หมอให้” คุณรัศมีพูดปลอบลูกสาวคนเล็ก หญิงสาวค่อยๆ ชะเง้อหน้าออกมาจากหลังของมารดาทีละนิดๆ ดวงตากลมจ้องมองตรงไปยังพี่ชายที่นอนซมอยู่ ก่อนที่รัศมีจะก้มหน้าลงไปหอมแก้มลูกชาย
“เชนทร์จำแม่กับน้องได้ไหมลูก” สิ้นเสียงคำของมารดา ชายหนุ่มจึงได้สติกลับมา เขาสูดลมหายใจเข้าเต็มปอด แล้วมองหน้าทั้งสองอย่างตั้งใจก่อนจะพยักหน้าช้าๆ แสดงอาการรับรู้
“ผมเป็อะไรไปหรือครับแม่” คเชนทร์ถามมารดา เมื่อเห็นว่าตัวเองนอนอยู่บนเตียงคนไข้ในโรงพยาบาล กลิ่นหอมจากดอกไม้อ่อนๆ ทำให้ชายหนุ่มอยากขยับร่างกาย เพราะรู้สึกเมื่อยหลังจากนอนมาเป็เวลานาน
“อย่าขยับลูก แผลยังไม่หายดี” คุณรัศมีกล่าวห้ามลูกชายหลังจากเขาพยายามลุกขึ้นนั่ง
“พี่เชนทร์ขับรถชนเสาไฟสิคะ ดีนะที่ไม่มีใครเป็อะไร” คำพูดของคะนิ้งทำให้ความจำทั้งหมดย้อนคืนมาเป็ฉากๆ เขาจำได้ว่ากำลังพาอินทิราไปทานอาหารเช้า แต่ว่ามีสิ่งแปลกปลอมสีดำทมินเข้ามาบังที่ใบหน้าจนทำให้มองไม่เห็นทาง รถที่มาด้วยความเร็วจึงเสียหลักพุ่งชนบางอย่าง ด้วยแรงมหาศาลทำให้เขาหมดสติไป
“อิงค์” ดวงตาเปิดกว้าง คเชนทร์เรียกชื่อหญิงสาวโดยอัตโนมัติ
“อิงค์เป็ไงบ้างครับคุณแม่” ตาคมเข้มฉายแววออกมาอย่างกังวล สองมือจับแขนมารดาแน่นหมาย้าคำตอบ
“ผมจะไปหาอิงค์” ชายหนุ่มหันไปพยายามแกะสายระโยงระยาง ที่พันธนาการตัวไว้
“พี่เชนทร์ๆ อย่าค่ะ” คะนิ้งและคุณรัศมีเข้าห้ามกันพัลวัล คะนิ้งตัดสินใจพุ่งตัวเข้าไปดึงมือพี่ชายออกได้ทันท่วงทีก่อนที่เขาจะทำสำเร็จ คนใจร้อนนั่งหอบอยู่บนเตียงเลื่อนสายตามองตรงไปยังมารดา
“เชนทร์ตั้งสติและฟังแม่นะลูก หนูอิงค์ปลอดภัยดี นอนอยู่ห้องข้างๆ นี่เอง เชนทร์อย่าทำแบบนี้อีกแม่ใจคอไม่ดีเลย ถ้าน้องห้ามลูกไม่ทัน เชนทร์ไม่ต้องเจาะแขนใหม่กันอีกรอบหรือ เท่าที่เชนทร์เป็แม่ก็ทรมานจะแย่อยู่แล้ว อย่าให้แม่ต้องเห็นเชนทร์เจ็บไปมากกว่านี้เลยได้ไหม” มารดาพูดเสียงดังเพื่อเตือนสติลูกชาย เมื่อได้เห็นน้ำตาของมารดา ชายหนุ่มอารมณ์ร้อนหยุดคิดครู่หนึ่ง จึงค่อยๆ สงบจิตใจลง แล้วยอมเอนตัวนอนตามที่คุณรัศมีประคอง
“ผมหิวน้ำครับแม่” เมื่อเอนตัวนอนลงครู่หนึ่ง ร่างกายรู้สึกกระหายน้ำชายหนุ่มจึงเอ่ยขอจากมารดา คะนิ้งรีบเข้ามารินน้ำให้ เธอประคองร่างของเขาให้กินน้ำในท่าสะดวก ระหว่างนั้นชายหนุ่มรู้สึกถึงความเกี่ยวพันกันระหว่างแก้วจันตากับคะนิ้งน้องสาวของเขาอย่างแปลกประหลาด ภาพความฝันที่ปะติดปะต่อเป็เื่ราวอัศจรรย์ มันเหมือนจริงเสียจนเขาเชื่อว่ามันไม่ใช่ความฝันธรรมดาเท่านั้น ต้องมีความหมายบางอย่างซ่อนอยู่ และต้องเกี่ยวพันกับิญญาสาวที่ชื่อ กลิ่นจันทร์ อย่างแน่นอน
“แม่ครับ ป้ากฤษณามาหาผมบ้างไหมครับ” คเชนทร์หันไปถามมารดา ก่อนที่เธอจะพยักหน้าตอบรับ
“มาสิลูก มาเยี่ยมลูกกับอิงค์เกือบทุกวัน นี่ก็ใกล้จะมาแล้ว” คุณรัศมีพูดในขณะที่ก้มดูนาฬิกาที่ข้อมือตัวเอง
“แม่ครับถ้าอย่างนั้น ผมขอไปหาอิงค์ได้ไหม” คุณรัศมีมีสีหน้ากังวลเล็กน้อย ก่อนจะคล้อยหน้าหันไปมองลูกสาว คะนิ้งพยักหน้าเป็ั์ให้มารดาทำตามคำขอของพี่ชาย บ่ายวันเดียวกันคุณรัศมีติดต่อขอนุญาตพยาบาลเพื่อพาคเชนทร์ออกจากห้องไปพบกับอินทิรา
เมื่อประตูห้องถูกเปิดออก ภาพของหญิงสาวที่นอนหราอยู่บนเตียงคนไข้ก็ปรากฏอย่างชัดเจน ชายหนุ่มไล่มองดูั้แ่ปลายเท้าจนสุดศีรษะ หญิง
สาวนอนแน่นิ่งยังคงไม่ได้สติ บนศีรษะถูกพันด้วยผ้าสีขาว ภาพดังกล่าวทำเอาคเชนทร์มือสั่นระริก หัวใจฉูบฉีดเืเป็จังหวะที่เร็วกว่าปกติ
อินทิรามีสภาพเดียวกันกับแฟนเก่าของเขาไม่มีผิด ชายหนุ่มเข้าใจในวินาทีเดียวที่เห็นสภาพของเธอว่ามันไม่ใช่เื่บังเอิญอย่างแน่นอน หากแต่เป็เพราะฝีมือของิญญาสาวที่ตามติดตัวเขา เสียงรถเข็นถูกพยาบาลเข็นไปจอดไว้ข้างเตียงคนไข้ ชายหนุ่มมองหน้าของคะนิ้งเขาพยายามกลั้นน้ำตาเอาไว้ จนดวงตาแดงก่ำ ก่อนจะหันไปยกมือไหว้เคารพคุณวารีที่ยืนอยู่ใกล้กัน
“อิงค์เป็อย่างไรบ้างครับคุณน้า” เขาถามทั้งที่สายตายังคงจับจ้องยังหญิงสาวที่นอนหลับไม่ได้สติ
“ปลอดภัยแล้ว แค่ยังไม่ฟื้น” วารีพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน เธอไม่คิดโทษชายหนุ่ม ด้วยเพราะรู้ในชะตาของลูกสาวอยู่ก่อนแล้ว
“ผมขอโทษที่ทำให้อิงค์เป็แบบนี้ ผมมันไม่ดี แค่นี้ก็ดูแลอิงค์ไม่ได้” น้ำตาที่กลั้นเอาไว้ไหลอาบสองแก้ม ก่อนจะรีบปาดออก แล้วเลื่อนสายตามองเธอช้าๆ อีกครั้ง คเชนทร์ทราบดีถึงต้นเหตุของเื่ราวทั้งหมด เขาเอื้อมไปกุมมือหญิงสาวเอาไว้อย่างแแ่
“พี่ขอโทษนะอิงค์ รีบกลับมานะ” พูดไม่เต็มปากนักว่าจะรอให้เธอกลับมาหาเขา ดวงหน้าซีดนอนซมอยู่บนเตียงนอนนิ่งไม่ไหวติง ไม่รับรู้ความรู้สึกใดๆ ทำเอาชายหนุ่มไม่กล้ามองภาพนั้นนานเกินไป เพราะรู้สึกเ็ปเกินกว่าจะรับได้ ไม่รู้สาเหตุว่าทำไมถึงได้เ็ปราวกับถูกเข็มนับร้อยนับพันทะลวงจิ้มไม่หยุดแบบนี้ เมื่อแน่ใจแล้วว่าอินทิราปลอดภัย เขาจึงกล่าวลาคุณวารี เพื่อขอตัวกลับไปพักฟื้นยังห้องของตัวเอง ภาพของหญิงสาวโบราณที่จากไปในอ้อมอกของชายชุดโบราณปรากฏเข้ามาทำให้คเชนทร์ต้องยกมือจับที่ศีรษะตัวเอง
“พี่เชนทร์ เป็อะไรคะ เจ็บตรงไหนหรือเปล่า” คะนิ้งจับมือของชายหนุ่มออกจาศีรษะช้าๆ ก่อนจะถามด้วยแววตาเป็ห่วง
“ไม่มีอะไร พี่แค่รู้สึกปวดหัว”
“ให้คุณหมอตรวจดีไหมคะ” ชายหนุ่มส่ายศีรษะพร้อมกับส่งยิ้มให้น้องสาว ก่อนจะเอนตัวลงนอนโดยไม่พูดอะไรต่อ