ระบบคัดลอกพรสวรรค์ (Your Talent Is Mine) 【จบ】

    เล่มที่ 3 บทที่ 80 พรสวรรค์ในการบ่มเพาะระดับหลุดพ้น!

            เย่เทียนไม่สนใจเสียงเอะอะโวยวายของหนูทองม่วงแต่พูดขึ้นมาว่า

            “หนูทองม่วง ฉันจะเรียกแกว่าเสี่ยวจื่อ แกคิดว่าอย่างไร?” เย่เทียนถาม

            “อื้ม!”

            หนูทองม่วงพยักหน้าเบาๆเป็นสัญญาณว่ามันพอใจกับชื่อนี้

            “เสี่ยวจื่อ พรสวรรค์ในการล่าสมบัติของแกสามารถตามหาสายแร่หินปราณได้ไหม?”

            เย่เทียนถามด้วยความคาดหวัง

            “หินปราณ? ข้ารู้ว่ามันอยู่ที่ไหน!”เสี่ยวจื่อรีบยกอุ้งเท้าเล็กๆ ขึ้นแล้วพูด

            “จริงเหรอ?”

            สีหน้าของเย่เทียนพลันเปลี่ยนไปดูตื่นเต้นเล็กน้อย

            เสี่ยวจื่อรู้ว่ามีหินปราณอยู่ที่ไหนนี่มันเกินความคาดหมายของเขามาก

            แต่พอคิดดูดีๆแล้ว มันก็เป็นเรื่องปกติเขาไม่รู้ว่าเสี่ยวจื่ออาศัยอยู่ในเขตแดนลับมานานเท่าใดแล้วบวกกับพรสวรรค์ในการล่าสมบัติ มันย่อมรู้ที่ตั้งของสมบัติมากมายหินปราณก็จัดเป็นสมบัติประเภทหนึ่งการที่เสี่ยวจื่อรู้ที่อยู่ของมันย่อมเป็นเรื่องปกติ

            “เสี่ยวจื่อ พาฉันไปหาหินปราณที!”

            เย่เทียนสั่ง

            “ตามข้ามา!”

            เสี่ยวจื่อวิ่งไปข้างหน้าและพาเย่เทียนมุ่งหน้าไปหาหินปราณ

            แต่ความเร็วของเสี่ยวจื่อนั้นช้าเกินไปสุดท้ายเย่เทียนก็อุ้มเสี่ยวจื่อไว้ ส่วนเสี่ยวจื่อก็มีหน้าที่ชี้นําทางเท่านั้นหลังจากวิ่งมาเกือบวันครึ่ง เย่เทียนก็มาถึงจุดหมายภายใต้การนําทางของเสี่ยวจื่อ

            แต่สถานการณ์กลับไม่เหมือนกับที่เขาคาดไว้

            “ศพ!”

            เย่เทียนเห็นศพของนักรบผู้เชี่ยวชาญคนหนึ่งดูจากสภาพศพแล้ว อีกฝ่ายน่าจะเพิ่งตายไปไม่นาน

            “การรับรู้มิติ!”

            คลื่นพลังมิติได้แผ่กระจายออกไปสํารวจกวาดพื้นที่ไปบริเวณข้างหน้า

            ไม่นานศพของนักรบผู้เชี่ยวชาญมากมายก็ปรากฏขึ้นในสายตาของเย่เทียน

            “มีศพของนักรบผู้เชี่ยวชาญมากกว่าสิบศพ!”

            เย่เทียนขมวดคิ้ว

            จากสถานการณ์ปัจจุบันสายแร่หินปราณที่อยู่ไม่ไกลนี้น่าจะถูกค้นพบแล้ว มิเช่นนั้นคงไม่มีคนตายจำนวนมากขนาดนี้

            ต้องรู้ก่อนว่าเขตแดนลับนั้นใหญ่มากโอกาสที่นักรบจะพบกันนั้นมีไม่มากนัก การที่มีผู้ฝึกยุทธ์จำนวนมากตายที่นี่สถานการณ์เช่นนี้หมายความได้ว่าเกิดการต่อสู้ของกลุ่มกำลังบางกลุ่มขึ้นแล้ว

            เมื่อคิดว่าหินปราณถูกค้นพบแล้วเย่เทียนก็ยิ่งร้อนใจ

            หากหินปราณถูกขุดจนหมดเขาก็จะมาที่นี่โดยเปล่าประโยชน์

            “ไปกันเถอะ!”

            เย่เทียนค่อยๆเดินหน้าต่อไป และใช้การรับรู้มิติตรวจสอบไปด้วย เขาไม่กลัวสถานการณ์ที่ไม่คาดคิดเพราะเขาต้องพบศัตรูก่อนอย่างแน่นอน ไม่มีทางที่คนอื่นนั้นจะพบตัวเขาก่อนได้เย่เทียนก้าวเดินอย่างช้าๆ ในที่สุดก็เห็นกลุ่มคนกลุ่มหนึ่งเบื้องหน้า

            กลุ่มคนกลุ่มนี้กําลังต่อสู้กันอย่างดุเดือด

            “เป็นเขา!”

            เย่เทียนเห็นคนที่คุ้นเคยคนหนึ่งในกลุ่มนั้นและที่เขาบอกว่าเขาคุ้นเคยนั่นก็เพราะคนคนนี้เป็นคนที่เป็นที่สนใจของผู้คนเป็นอย่างมาก

            คนผู้นี้คือหยุนเฟิง ผู้ได้รับการขนานนามว่าเป็นอัจฉริยะอันดับหนึ่งของฐานทัพทะเลมารและสถานการณ์ตอนนี้เห็นได้ชัดว่าเขากำลังถูกล้อมอยู่

            อีกฝ่ายมีคนทั้งหมดยี่สิบกว่าคนสวมเสื้อผ้ารูปแบบเดียวกัน ไม่ต้องสงสัยเลยว่าพวกเขาต้องเป็นขุมกําลังไหนสักแห่ง

            “หยุนเฟิง พลังการต่อสู้ของแก สมแล้วที่เป็นอัจฉริยะในการต่อสู้น่าเสียดายที่แกไม่ใช่คู่ต่อสู้ของพวกเรา!”ผู้ฝึกยุทธ์ที่อายุมากคนหนึ่งกล่าวอย่างเย็นชา

            “เฮ่อเหลียนปี้ แกเป็นผู้ฝึกยุทธ์ที่หายตัวไปครั้งก่อนฉันไม่คิดเลยว่าแกจะอยู่ในดินแดนลับมาถึงสิบปี ทั้งยังพบสายแร่หินปราณนี้อีกแต่ฉันกับแกไม่มีความแค้นต่อกัน ฉันสัญญาว่าจะไม่แย่งชิงหินปราณกับพวกแกแล้วทําไมพวกแกถึงต้องมาล้อมฉันไว้ด้วย? แม้ว่าพวกแกจะฆ่าฉันได้แต่พวกแกก็ต้องตายกันมากกว่าครึ่ง แกเชื่อหรือไม่?” หยุนเฟิงตะโกนอย่างเย็นชา

            “แน่นอนว่าฉันเชื่อ!” เฮ่อเหลียนปี้กล่าวต่อว่า“แต่หากฉันสามารถสังหารแกได้ การสูญเสียจำนวนคนเพียงแค่นี้นับว่าคุ้มค่ามาก!ทั่วทั้งฐานทะเลมารต่างคิดว่าในบรรดาคนรุ่นเยาว์ของตระกูลหยุนหยุนเทียนมีพรสวรรค์ในการบ่มเพาะสูงสุด และยังมีพรสวรรค์ในการบ่มเพาะระดับหลุดพ้นส่วนแกหยุนเฟิงมีพลังการต่อสู้ที่แข็งแกร่งผู้คนต่างคิดว่าพรสวรรค์ในการบ่มเพาะของแกนั้นอยู่ในระดับสูงสุดถ้าแกมีพรสวรรค์ในการบ่มเพาะระดับสูงสุดจริงๆ ฉันจะไม่พยายามฆ่าแกแบบนี้แน่แต่แกโกหกทุกคน!”

            “ฮึ่ม หากว่าฉันไม่ได้มีพรสวรรค์ในการบ่มเพาะระดับสูงสุดแล้วจะเป็นพรสวรรค์ระดับไหน หรือว่าแกคิดว่าฉันมีพรสวรรค์ในการบ่มเพาะระดับหลุดพ้น?”หยุนเฟิงหัวเราะอย่างเย็นชา

            “ใช่แล้ว แกต้องมีพรสวรรค์ในการบ่มเพาะระดับหลุดพ้นอย่างแน่นอน บางทีก่อนหน้านี้แกอาจจะมีพรสวรรค์ในการบ่มเพาะระดับสูงสุดจริงๆ แต่ตอนนี้มันไม่ใช่แล้วถ้าฉันเดาไม่ผิด แกคงได้พบกับสมบัติที่เพิ่มพรสวรรค์ในเขตแดนลับและสมบัติชิ้นนี้ก็ช่วยยกระดับพรสวรรค์ในการบ่มเพาะของแกให้อยู่ในระดับหลุดพ้นแล้วฉันล่ะอิจฉาแกจริงๆ ฉันต้องการสมบัตินั่นเดิมทีพรสวรรค์ในการบ่มเพาะของฉันอยู่ในระดับสูง เมื่อสิบปีก่อนฉันมาถึงเขตแดนลับและพยายามอย่างหนักที่จะยกระดับพรสวรรค์ในการบ่มเพาะให้สูงขึ้น สำหรับเรื่องนี้ฉันจึงตัดสินใจอยู่ในเขตแดนลับแห่งนี้เป็นเวลายาวนานเพื่อยกระดับพรสวรรค์ของฉันก่อนที่จะพลาดโอกาสไป”

            “ตอนแรกฉันคิดว่าฉันโชคดีมาก แต่แกโชคดีกว่าฉันมากแกกลับพบสมบัติที่สามารถยกระดับพรสวรรค์ในการบ่มเพาะได้ถึงระดับหลุดพ้นไม่แน่ว่าแกอาจจะยังมีมันอยู่ก็ได้!”

            เมื่อพูดจบเฮ่อเหลียนปี้ก็ใจเต้นแรงและสีหน้าของเขาก็แสดงถึงความโลภออกมา

            “แกแต่งเรื่องขึ้นมาเอง ใครจะบ้าเชื่อแก?”

            หยุนเฟิงหัวเราะอย่างเย็นชา

            “แต่งเรื่อง?” เฮ่อเหลียนปี้หัวเราะเสียงดัง“หยุนเฟิง แกสุขุมมากจริงๆ แต่สิ่งที่แกไม่รู้ก็คือฉันมีพรสวรรค์ที่พิเศษมากพรสวรรค์นี้เรียกว่า พรสวรรค์ในการสอดแนมมันสามารถมองทะลุถึงพรสวรรค์ในการบ่มเพาะของคนอื่นได้แต่มีเงื่อนไขว่าพรสวรรค์ในการบ่มเพาะของคนผู้นั้นจะต้องไม่สูงไปกว่าฉันถ้าแกมีพรสวรรค์ในการบ่มเพาะระดับสูงสุดฉันน่าจะเห็นระดับพรสวรรค์ในการบ่มเพาะของแก แต่ตอนนี้ฉันมองไม่เห็นมันแล้วนั่นมันหมายความว่าอย่างไรแกก็รู้ดี!”

            ในเวลานี้เองใบหน้าของหยุนเฟิงก็เปลี่ยนสี

            “ฉันไม่เคยคิดเลยว่าแกจะมีพรสวรรค์เช่นนี้ ใช่แล้วฉันมีพรสวรรค์ระดับหลุดพ้น แต่แล้วยังไง? เพราะฉันจะสู้สุดชีวิตแล้วฆ่าแกให้ได้!”

            กลิ่นอายแห่งการสังหารปรากฏขึ้นทันที

            “งั้นก็ลองสิ!”

            เฮ่อเหลียนปี้ไม่กลัวเลยแม้แต่น้อย

            วันนี้เขาต้องฆ่าหยุนเฟิงให้ได้

            อัจฉริยะอันดับหนึ่งด้านการต่อสู้ที่มีพรสวรรค์ระดับหลุดพ้นเมื่อเติบโตขึ้นมันจะน่ากลัวขนาดไหนกัน!

            วันหน้าหากหยุนเฟิงก้าวขึ้นสู่ระดับราชา เขาจะกลายเป็นราชาที่แข็งแกร่งที่สุดอย่างแน่นอน

            ความแข็งแกร่งของตระกูลหยุนนั้นแข็งแกร่งอย่างหาที่เปรียบมิได้หากยังเพิ่มราชาที่ไร้เทียมทานขึ้นมาอีกคนถึงเวลานั้นตระกูลหยุนก็จะไม่มีใครสามารถต้านทานได้อีก

            ตระกูลเฮ่อเหลียนมีฐานะเป็นอันดับสองรองจากตระกูลหยุนแน่นอนว่าเขาไม่ต้องการเห็นสถานการณ์เช่นนั้นเกิดขึ้น

            เฮ่อเหลียนปี้ไม่เพียงแต่ทำเพื่อตระกูลเฮ่อเหลียนเท่านั้นแต่เขายังต้องการสมบัติจากหยุนเฟิงด้วยหากหยุนเฟิงได้รับสมบัติที่เพิ่มพรสวรรค์มามากกว่าหนึ่งชิ้นล่ะ? ไม่ใช่ว่าเขาจะกลายเป็นผู้มีพรสวรรค์ระดับหลุดพ้นหรอกหรือ?

            แค่ความเป็นไปได้นี้ก็คุ้มค่าแล้วที่เขาล้อมสังหารหยุนเฟิง

            นอกจากนี้ใต้ดินนี้ยังมีสายแร่หินปราณขนาดเล็กอยู่อีก เมื่อเขาและสมาชิกคนอื่นๆของตระกูลเฮ่อเหลียนสังหารหยุนเฟิงได้แล้วพวกเขาก็จะร่วมมือกันเพื่อสังหารสัตว์อสูรที่น่ากลัวที่คอยปกป้องสายแร่หินปราณเมื่อถึงตอนนั้นหินปราณทั้งหมดจะเป็นของตระกูลเฮ่อเหลียน!

            ไกลออกไป

            เย่เทียนไม่เพียงแต่แอบดูสถานการณ์ของหยุนเฟิงเท่านั้นแต่ยังได้ยินบทสนทนาของพวกเขาด้วย เขาอดไม่ได้ที่จะตกใจเล็กน้อย

            “หยุนเฟิงกลายเป็นผู้มีพรสวรรค์ในการบ่มเพาะระดับหลุดพ้นแล้วตอนที่อยู่ในโลกภายนอกเขายังมีพรสวรรค์ระดับสูงสุดอยู่เลยโชคของเขาช่างท้าทายสวรรค์อย่างแท้จริง หรือเขาจะเป็นลูกรักของสวรรค์!”

            เย่เทียนพึมพำและค่อยๆก้าวเข้าใกล้!

            ฟิ้ว!

            เย่เทียนใช้การเคลื่อนย้ายพริบตาไปยังหลังก้อนหินใหญ่ห่างจากพวกเขา 500 เมตร

            เนื่องจากการเคลื่อนไหวของเย่เทียนนั้นรวดเร็วมากจนไม่หลงเหลือร่องรอยใดๆทำให้หยุนเฟิงและคนอื่นๆ ไม่รู้ตัวแม้แต่น้อย

            “ตรวจสอบ!”

            เย่เทียนกระตุ้นพรสวรรค์ในการคัดลอกตรวจสอบพรสวรรค์ของคนกลุ่มนี้ทันที

            เมื่อเย่เทียนเห็นพรสวรรค์ของหยุนเฟิงอย่างชัดเจนเขาก็อดไม่ได้ที่จะยิ้มออกมา “ตระกูลเฮ่อเหลียนจบเห่แล้ว!”

    คล้ายกับเรื่องระบบคัดลอกพรสวรรค์ (Your Talent Is Mine) 【จบ】 ที่คุณอ่าน