“!?”
“ฉันชนะได้แล้วนะเอลิเซ่” ผมยิ้มแล้วจ้องมองใบหน้าเธอด้วยความดีใจ
“งั้นหรอ..ยินดีด้วยนะ…แต่ว่าฉันไม่เคยรู้จักนายมาก่อนเลย..ทำไมท่าทีของนายถึงได้ดูสนิทกับฉันจัง”
เอลิเซ่มองหน้าผมโดยกล่าวด้วยใบหน้านิ่ง..แถมงงๆเล็กน้อย
“หะ?…อะไรนะ..ก็ฉันชื่อเรเวลเป็นเพื่อนสมัยเด็กของเธอไง”
"หมายความว่ายังไงน่ะ…ฉันไม่เคยมีเพื่อนสมัยเด็กหน้าตาแบบนายมาก่อนเลยนะ?”
“มะ…ไม่เอาน่าเอลิเซ่..ถึงเธอจะเกลียดหรือไม่ชอบฉันยังไง..แต่การแกล้งทำเป็นไม่รู้จักกันแบบนี้มันก็โหดร้ายเกินไปหน่อยนะ” ความรู้สึกปวดร้าวแล่นผ่าลงหัวใจผมทันที ราวกับสายฟ้าฟาด พร้อมกับความรู้สึกเริ่มหวั่นไหวในใจ
“ฉันก็พูดไปแล้วนะ..ว่าฉันไม่รู้จักนายมาก่อน”
“มะ..ไม่จริงใช่มั้ย” น้ำเสียงผมเริ่มสั่นเครือทันที..น้ำตาเริ่มคลอเบ้าเล็กน้อย
“นายต่างหากล่ะ..อย่ามาแต่งเรื่องซี้ซั้วเอาเองสิ..ตัวฉันเป็นถึงอัศวินศักดิ์สิทธิ์นะ”
“หืม?..เอลิเซ่…เธอไม่รู้จักเจ้าหนูนั่นจริงๆงั้นหรอ”
“ใช่แล้วล่ะ..อินกัล..ฉันจะโกหกให้เกียรติของอัศวินศักดิ์สิทธิ์ด่างพล้อยทำไมล่ะ”
“ถ้างั้น..ก็ชัดเจนแล้วนะเด็กน้อย…..ผู้หญิงคนนี้ไม่รู้จักนาย..เดิมทีการที่ขึ้นนายขึ้นมาอยู่บนแถวที่นั่งของพวกเราแบบนี้ก็ไม่เหมาะสมตั้งแต่แรกแล้ว…" อัศวินศักดิ์สิทธิ์ลำดับที่4 อินกัล กล่าวขึ้นแบบนั้น
“ตะ..แต่ว่า” ..มะ..ไม่จริงใช่มั้ย ผมกำมือตัวเองจนแน่น แล้วจ้องมองไปยังดวงตาสีทองของเอลิเซ่ทันที ความรู้สึกเจ็บปวดหัวใจอย่างสุดแสนเริ่มกลับมาอีกครั้ง น้ำตาเริ่มไหลออกมา.. นอกจากจะโดนเธอปฎิเสธการสารภาพรักในวัยเด็กแล้ว..มาจนถึงตอนนี้ก็ยังถูกเมินแกล้งทำเป็นไม่รู้จักอีกงั้นหรอ
“ฉะนั้นลงไปซะเถอะ..เห็นแก่ที่นายได้ที่1ในการสอบเข้าครั้งนี้พวกฉันจะไม่เอาเรื่องละกัน …..ไปกันเถอะ อินกัล ,เอลิเซ่” อัศวินศักดิ์สิทธิ์ลำดับที่2 ทาเลสกล่าวขึ้นเพื่อตัดบทสนทนาแล้วลุกขึ้นจากที่นั่งแล้วเดินไปทันที โดยมีเอลิเซ่ลุกขึ้นแล้วเดินตามไปเป็นคนสุดท้าย
“ดะ…เดี๋ยวก่อน..เอลิเซ่” ผมใช้มือทั้งสองข้างของผมจับมือน้อยๆของเอลิเซ่..ราวกับเด็กน้อยผู้อ้อนวอนต่อเด็กสาว..
“ปล่อยมือฉันนะ..” เอลิเซ่หันหน้ากลับมาทันที..พร้อมกับน้ำเสียงข่มขู่
“มะ..ไม่นะ..เธออย่าทิ้งฉันไปแบบนี้นะเอลิเซ่..ฉันไม่อยากถูกทิ้งอีกแล้ว…ไม่อยากถูกปฎิเสธอีกแล้ว..ฮึกฮือๆๆๆๆ” ตัวผมจับมือเธอพร้อมกับร้องไห้ออกมาอย่างหนัก..น้ำตาอุ่นๆไหลอาบแก้มราวกับล้นทะลัก..ความปวดร้าวในใจบังเกิดขึ้นมากอย่างสุดแสน ตัวผมที่กลั้นน้ำตาไม่อยู่ จ้องมองเธอในสภาพน้ำตานองราวกับกำลังขอความวิงวอนจากสายตาสีทองนั่น
“ฉันบอกให้ปล่อยมือฉันไง!!” เอลิเซ่ขึ้นเสียงหนักยิ่งกว่าเดิม…พร้อมกับเริ่มปลดปล่อยพลังเวทย์มหาศาลจากตัวเธอออกมา สายตาสีทองนั่นได้แฝงเเววเย็นชาดุจน้ำแข็งทันที
“มะ..ฉันไม่ปล่อย..ต่อให้ฉันต้องตายยังไงครั้งนี้ฉันก็จะไม่ปล่อยมือเธอเด็ดขาด” ตัวผมประกาศกร้าวด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่นและสั่นเครือราวกับเตรียมใจไว้แล้ว
“เห้อ..เจ้านี่พูดไม่รู้เรื่องจริงๆแหะ..” อยู่ดีๆทาเลสก็กล่าวขึ้นมาแบบนั้น และทันใดนั้นเองปรากฎแรงลึกลับบางอย่างผลักมือทั้งสองข้างผมออกจากมือของเอลิเซ่ทันที…พร้อมกับกระแทกตัวผม..จนลอยกระเด็นกลับไปยังพื้นสนาม
อึก..!..แรงกระแทกเมื่อกี้มันอะไรกัน..ทำไมถึงอ่านพลังเวทย์ไม่ได้เลยล่ะ ..ไม่นะเอลิเซ่... ตัวผมที่อยู่บนพื้นสนามกำลังจะใช้แอเรียลบินขึ้นไปอีกครั้ง
“คงต้องให้เจ้านี่สงบสติอารมณ์สักพักแหละนะ..” ทาเลสกล่าวแบบนั้นพร้อมมองไปที่เด็กหนุ่ม
‘เวทย์แรงโน้มถ่วง-อาณาเขตแรงโน้มถ่วง’
“ฟรึบ…วืดดดดๆๆ…." ปรากฎพื้นอาณาเขตวงเวทย์สีม่วงขึ้นที่ปลายเท้าของเรเวลทันที…พร้อมกับกดเขาลงติดกับพื้น
“อึก…ขยับไม่ได้..!!เกิดอะไรขึ้นกันแน่” ผมจ้องมองไปยังบริเวณเท้าตัวเองแล้วมองไปที่อัศวินศักดิ์สิทธิ์ชื่อทาเลสคนนั้น
เวทย์แรงโน้มถ่วงงั้นหรอ!? หนึ่งในเวทย์มนต์สายมิติที่ต้องครอบครองอาร์ติเฟกซ์สายมิติเท่านั้นถึงจะใช้มันได้…แถมสกิลนี้สามารถใช้ได้โดยไม่ต้องเรียกอาร์ติเฟกซ์ของตัวเองออกมาก่อน..คล้ายกับเวทย์ประตูมิติระยะสั้นของอาจารย์เลย
แต่ว่าถ้าไม่เรียกอาร์ติเฟกซ์ออกมามันก็ต้องมีข้อจำกัดเหมือนของอาจารย์บ้างแหละ…ตัวผมรีบกำด้ามหอกแน่นทันที ...เพื่อจะลั่นอนุภาคแสงสีขาวบริสุทธิ์นั่นอีกครั้ง
“โอ๊ะโอ..ยังคิดขัดขืนอีกงั้นหรอ!?”
หลังจากนั้นได้มีแรงลึกลับบางอย่างกระแทกมือผมจากด้านใน..จนอาร์ติเฟกซ์ของผมหลุดจากมือแล้วลอยกระเด็นไปในทันที ….พร้อมกับอาณาเขตแรงโน้มถ่วงที่กดผมติดพื้นแน่นหนักกว่าเดิม
“กร็อบบ…กร็อบ..แกร็ก..” เสียงร้าวปรากฎขึ้นมาทันที
“อึก..อ้ากกกกกกกก” ตัวผมนอนติดกับพื้นพร้อมกับกระดูกเริ่มแหลก และยุบไปพร้อมกับพื้นสนามบริเวณรอบๆ
“เดี๋ยวสิแก..หมอนั่นเป็นคู่แข่งของฉันนะ..คนที่จะฆ่าหมอนั่นได้ต้องเป็นฉันเท่านั้น” อยู่ดีเซเลน่าก็ขึ้นมาบนสนามพร้อมกับจ้องทาเลสในสภาพหน้าตาหาเรื่องแบบสุดๆ
“หืม!?…คุณราชวงศ์ที่แพ้ไปแล้ว..มีปัญหาอะไรกับกระผมมิทราบหรอครับ?” ทาเลสกล่าวพูดแทงใจดำทันที
“หนอยแน่แก..ต่อให้แกเป็นถึงอัศวินศักดิ์สิทธิ์..แต่ฉันก็จะเตะก้นแกให้ดู” เมื่อกล่าวจบเซเลน่ารีบใช้แอเรียลแล้วบินมุ่งไปหาทาเลสทันที…แต่ทว่า..
‘เวทย์แรงโน้มถ่วง-อาณาเขตแรงโน้มถ่วง’ ปรากฎรัศมีวงเวทย์สีม่วงรอบตัวเซเลน่าที่อยู่กลางอากาศพร้อมกดเซเลน่าลงจนร่วงติดกับพื้นด้วยความเร็วสูงทันที
“อึก..อ้ากก”
‘ตู้ม..’ เกิดเสียงระเบิดกระทบพื้น พร้อมกับแรงโน้มถ่วงอาณาเขตสีม่วงที่ยังกดเซเลน่าติดกับพื้นอยู่
“นะ..หนอยยยย..ของแค่นี้น่ะ..” เซเลน่าพยายามรีดเค้นกำลังเพื่อต้านแรงโน้มถ่วง..แล้วค่อยๆยืนขึ้นมาทันที แต่ทว่าได้ปรากฎแรงโน้มถ่วงมหาศาลที่หนักกว่าเดิมกดเธอลงไปติดพื้นอีกครั้ง
“อึก…”
ทั้งตัวเธอและเรเวลต่างนอนนิ่งในสภาพขยับตัวไม่ได้ท่ามกลางอาณาเขตแรงโน้มถ่วงสีม่วงนั่น
นี่นะหรอ!!!..ความแข็งแกร่งของอัศวินศักดิ์สิทธิ์..ความต่างชั้นนี้มันคนละระดับกับเราเลย ....อึก!!...ขยับไม่ได้
เซเลน่าถูกแรงโน้มถ่วงมหาศาลกดจนนอนติดกับพื้น..แต่ถึงอย่างนั้นก็พยายามรีดเค้นกำลังสุดชีวิตเพื่อพยามขยับคอแล้วเงยหน้าขึ้นไปมองอินกัล
“คนที่อยู่ต่อหน้ากระผม..แค่แม้แต่ยืนยังทำไม่ได้ ก็ไม่คู่ควรที่จะเป็นคู่ต่อสู้ให้หรอกนะ..”
ตอนนั้นเองมืออีกข้างของทาเลสได้เคลือบแสงพลังเวทย์สีม่วงเพื่อเตรียมจะใช้การโจมตีบางอย่างอีกครั้ง
“ก็เห็นว่าการต่อสู้ของพวกเธอสองคนเป็นการต่อสู้ที่ยอดเยี่ยมอยู่หรอก..แต่ท่าทางที่1และที่2ของโรงเรียนอัศวินเวทย์มนต์ปีนี้จะมีแต่พวกเด็กเหลือขอ..ก้าวร้าว..และไร้มารยาทงั้นสินะ…คงต้องสั่งสอนให้รู้จักหลากจำหน่อยละ"
‘เวทย์แรงโน้มถ่วง-…’
'ฟรีบ' ก่อนสิ้นเสียงร่ายได้ปรากฎมือข้างนึงลอยมาจับแขนของทาเลสอย่างรวดเร็ว
“พอได้แล้ว..ทาเลส..พวกเราไม่ได้มาหาเรื่องเด็กนะ ” อิกัลยื่นมือมาจับแขนของทาเลสทันที..จนทาเลสต้องหันกลับไปมอง
“นี่..พวกท่านจะทำอะไรน่ะ..คนพวกนี้เป็นเพื่อนของพวกเรานะ”
“เป็นถึงอัศวินศักดิ์สิทธิ์แต่ไม่ทำเกินไปหน่อยหรอ”
ปรากฎเด็กผู้ชายผมสีน้ำตาลตัวเล็ก กับ เด็กผู้หญิงผมสีเหลืองตาสีฟ้ามายืนบนสนาม ข้างๆเด็กหนุ่มกับเด็กสาวทั้งสองคนที่อยู่ในสภาพนอนแน่นิ่งทันที
ทาเลสจ้องมองไปยังเด็กทั้ง4คนนั้นบนพื้นสนาม..
“ครั้งนี้จะปล่อยไปก่อนก็ได้..” ตัวเขาคลายพลังเวทย์ลงแล้วสะบัดแขนออกจากมือของอินกัลทันที
หลังจากนั้นอัศวินศักดิ์สิทธิ์ทั้ง3คน รวมทั้งเอลิเซ่จึงเดินออกไปจากที่แห่งนั้นโดยไม่หันกลับมามอง..แม้แต่คนเดียว
“ปะ..เป็นอะไรมากมั้ยเรเวล..เดี๋ยวผมรีบใช้เวทย์รักษาให้นะ”
“อะ..เอลิเซ่..ยะ..อย่าไปนะ” ตัวผมที่นอนอยู่กับพื้นสนามมองเอลิเซ่ที่ค่อยๆเดินจากไป..พร้อมกับพยายามยื่นมือไปหาราวกับพยายามไขว่คว้าภาพนั้นไว้ …หลังจากนั้นตัวผมก็หมดสติลงอย่างสมบูรณ์ทันที