อันซูหยวน : เกมฟาร์มในวันสิ้นโลก

    บทที่ 146 แผนของหานฮ่าว

    บทที่ 146 แผนของหานฮ่าว




    “ชิ! ในเมื่อเด็กนั่นไม่สนใจ ถ้าอย่างนั้น....” รอยยิ้มเหี้ยมปรากฏที่มุมปากของหานฮ่าว เขามองไปยังซินซินด้วยสายตาเป็นประกายเจ้าเล่ห์ หญิงสาวอดไม่ได้ที่จะเลิกคิ้วขึ้นมอง


                


    พอท่าทางสุภาพของเขาแสดงออกแบบนั้น ก็ให้ความรู้สึกไม่เข้ากันอย่างแรง ซินซินเบนหน้าหนี เธอไม่สนใจหรอกว่าหานฮ่าวจะทำยังไง แต่เธอต้องการแค่เครดิตจำนวนมากเท่านั้น!


                


    สองคนสนทนากันสักครู่ ก่อนที่ซินซินจะวิ่งตามหาซูหยวนไปรอบๆ ซึ่งพวกเธอได้เจอกันอีกทีตอนที่ซูหยวนกำลังเลือกอาวุธ หญิงสาวกำลังสนใจมีดสั้นที่สามารถซ่อนไปตามเครื่องแต่งกายได้ เผื่อว่าเกิดฉุกเฉินขึ้นจริงๆ เธอจะได้เอาออกมาป้องกันตัว


                


    แม้ว่าในมิติจะมีอุปกรณ์มากมาย กระทั่งมีดยาวสำหรับถากถางเถาวัลย์และอื่นๆก็ยังมี แต่เพื่อความแนบเนียน...เธอจะเจียดเงินเล็กๆน้อยๆมาซื้ออุปกรณ์ติดเอาไว้บ้างก็ไม่ถือว่าเป็นเรื่องที่ผิด




    “หยวนหยวน น้องสาวเลือกอาวุธอยู่หรอ”




    “ใช่”




    “น้องสาวคงจะเป็นนักล่าที่เก่งมากๆเลยใช่ไหม”




    “ก็...ใช่”




    “ว้าว พี่สาวคนนี้อยากจะเห็นจริงๆว่าน้องสาวเก่งกาจขนาดไหน แต่ว่านะ...พี่ฮ่าวเองก็เก่งเหมือนกัน เขาน่ะเป็นคนที่มีความรู้มากมายเลยนะ น้องสาวเพิ่งมาที่เขตชั้นกลางอาจจะยังไม่ค่อยรู้อะไร ถ้าติดปัญหาตรงไหน...หยวนหยวนสามารถถามพี่ฮ่าวได้เลย”




    “คุณสนิทกับเขามากหรอ ถึงได้รู้เกี่ยวกับเขามากมายขนาดนี้น่ะ”




    “ห๊ะ ไม่สิ ไม่ใช่แบบนั้น แต่พี่ก็อยู่เขตชั้นกลางมานานแล้ว ต้องรู้จักบ้างว่าใครเก่งกาจอะไร แล้วพี่ฮ่าวก็มีชื่อเสียงโด่งดัง”




    “งั้นหรอ”




    “ใช่สิ แล้วน้องสาวเลือกอาวุธเสร็จแล้วจะไปที่ไหนต่อหรอ ทำไมพวกเราไม่ไปนั่งเล่นกันหน่อยล่ะ”




    “..............”




    “ทำไมล่ะ น้องสาวอุตส่าห์พักผ่อนจากเรื่องเรียนที่น่าปวดหัวนั่น กลับมาบ้านทั้งทีก็ต้องพักผ่อนให้สบายใจไม่ใช่หรอ? พี่มีที่ดีๆที่จะแนะนำให้รู้จักนะ น้องสาวอยากจะไปดูไหม” ซินซินแสดงออกเหมือนเป็นห่วงนักหนา ซูหยวนซ่อนรอยยิ้มที่มุมปากของตนเอง จ่ายเงินให้กับเจ้าของร้านอาวุธแล้วเดินตามซินซินออกไป




    “ถึงแม้ว่ามันจะเป็นภาพจำลอง แต่พี่สาวก็เคยได้ยินว่าสถานที่นี้น่ะ มันเคยมีอยู่จริงนะ” ซินซินนำเสนอ หลังจากที่พาซูหยวนมาจนถึงสถานที่พักผ่อนหย่อนใจที่คนจากเขตชั้นกลางภูมิใจหนักหนา


                


    ซูหยวนรับรู้ได้ถึงพลังงานที่มากกว่าจุดอื่นๆ ไม่น่าแปลกใจเลยที่คนผ่านมาที่นี่แล้วจะรู้สึกสบายตัวมากกว่าเดิม แน่นอนว่าจุดพักที่มีพลังงานหนาแน่นกว่าที่อื่นนี้ ก็ไม่ได้มากมายเท่ากับสถานที่ทั่วไปในเขตชั้นในเลย ถ้าเทียบกันแล้ว...พื้นที่ในเขตชั้นใน สถานที่พวกนี้ถือเป็นมลพิษที่พวกเขาไม่อยากเดินผ่านด้วยซ้ำ


                


    ความแตกต่างของระดับชั้นก็แบบนี้ น่าเสียดายที่การย้ายเข้าไปอยู่ในเขตชั้นในเป็นไปได้ยากมากๆ หลายคนทำประโยชน์เพื่อมนุษย์ชาติมาทั้งชีวิต ก็ยังไม่สามารถพาครอบครัวเข้าไปในเขตชั้นในได้เลย ดังนั้นพวกเขาจึงทำได้แค่ฝากความหวังเอาไว้รุ่นต่อไปเท่านั้น


                


    ในขณะที่ซูหยวนพาครอบครัวเลื่อนขั้นมาเขตชั้นกลางได้ก็ถือว่าเป็นปาฏิหาริย์แล้ว หลายคนไม่คิดฝันว่าเธอจะทำมันได้อีกครั้งกับเขตชั้นใน แม้แต่ครอบครัวอันเองก็ตาม...




    “น้องสาว...พี่มีอีกสถานที่ที่จะพาเราไปนะ ที่นั่นน่าตื่นเต้นกว่านี้อีก” ซินซินส่งสายตาลึกลับให้เธอ ท่าทางที่กำลังหลอกล่อเด็กสาวนั้นน่าสนใจมากจริงๆ ซูหยวนพยักหน้ารับแล้วเดินตามไปโดยไม่พูดบ่นอะไรสักคำ การแสดงออกที่เหมือนคนโง่งมเช่นนี้ทำให้ซินซินนึกหัวเราะเยาะ


                


    สำหรับเธอ...ซูหยวนก็แค่เด็กบ้านนอกที่มีฝีมือดีหน่อยก็เท่านั้น คนจากเขตชั้นนอกได้มาเห็นสิ่งสวยงามตระการตา สุดท้ายก็หลงกลเหมือนกันหมด


                


    ตอนแรกเห็นว่าเด็กคนนี้พยายามต่อต้านเธอ แต่สุดท้าย...ทั้งหมดเป็นเพราะความอิจฉาก็เท่านั้น


                


    ถ้าเธอไม่ได้เกาะแข้งเกาะขาพ่อแม่อันมากเกินไป ซูหยวนก็ลดการต่อต้านลง ยิ่งเมื่อเธอแสดงออกว่าอยากจะสนิทสนมกับอีกฝ่าย เด็กสาวก็กลายเป็นว่านอนสอนง่ายขึ้นมาทันที


                


    ถ้าไม่ใช่เพราะเธอบอกเรื่องนี้ให้กับหานฮ่าวรู้ และเขาก็เตรียมแผนการเอาไว้แล้ว บางทีซินซินอาจจะอยากเปลี่ยนแผน แทนที่จะเกาะพ่อแม่อัน สู้มาเกาะซูหยวนยังจะดีกว่า แต่ก็นั่นแหละ...ตอนนี้พี่ฮ่าวก็คงจะติดต่อ “คนพวกนั้น” เอาไว้แล้ว ดังนั้นเธอมีแต่ต้องเดินหน้า ไม่อาจถอยหลังได้อีก


                


    ซูหยวนเดินตามซินซินเข้าตรอกซอยเล็กใหญ่สลับกันไป เจตนาของซินซินก็เพื่อให้ซูหยวนไม่ตระหนกเมื่อต้องเข้าตรอกขนาดเล็กเป็นระยะทางไกล เธอทำให้ซูหยวนชินกับเส้นทางที่แปลกประหลาดนี้ ก่อนจะถึงเวลาเอาจริง


                


    ตรอกที่มืดดำข้างหน้าเป็นเป้าหมายของพวกเธอ ซินซินแตะหลังของซูหยวน ขอให้เธอนำเข้าไปก่อน นี่ก็เพื่อไม่ให้เด็กสาวคิดหนีออกไปได้




    “น้องสาว เดินเข้าไปก่อนเลย พี่สาวจะคอยดูข้างหลังให้”




    “ทำไมต้องดูข้างหลังให้ด้วยคะ”




    “หืม? ก็...ก็เผื่อว่าน้องสาวอยากจะได้อะไร หันมาก็จะเจอพี่สาวเลยไงล่ะ ถ้าพี่เดินเข้าไปก่อน แล้วไม่ทันเห็นว่าน้องสาวกำลังมองหาอะไรอยู่ เดี๋ยวจะพลัดหลงกันได้” ซินซินอธิบายเหตุผล ด้วยคำพูดนี้...สามารถทำให้คนวางใจไปได้จริงๆ




    “ก็ได้ค่ะ” ซูหยวนไม่ถามอะไรอีก เดินเข้าไปในตรอกนั้นก่อน


                


    ซินซินพ่นลมหายใจออกมา นึกว่าเด็กเรื่องมากอย่างซูหยวนจะไม่ยอมเชื่อฟังซะแล้ว คิดไม่ถึงว่าจะกล่อมได้ง่ายดายแบบนี้




    “น้องซูหยวน พ่อกับแม่อันบอกว่าน้องเป็นคนออกเงินค่าซื้อบ้าน จริงหรอ”




    “ใช่ค่ะ”




    “โอ้ ถ้าอย่างนั้น...น้องสาวก็มีเงินมากเลยใช่ไหม”




    “ใช่ค่ะ” ซูหยวนตอบกลับอย่างมั่นใจ เมื่อซินซินได้ยินก็ชะงักไป ความรู้สึกเสียดายปรากฏขึ้น




    “แล้ว...ถ้าพี่สาวอยากจะขอยืมเงิน...”




    “ไม่ค่ะ”




    “หือ?” 




    “คุณไม่จำเป็นต้องยืมเงินนะคะ ถ้าคุณดีต่อพ่อแม่อัน ฉันสามารถให้เงินได้ค่ะ แต่นั่นหมายถึงคุณหวังดีต่อพ่อแม่ของฉันจริงๆ” ซูหยวนกล่าวตามตรง ซินซินเป็นคนที่ดูแลคนเก่ง ไม่น่าแปลกใจที่จะทำให้คนรักได้ง่ายๆ ทว่า...น่าเสียดายที่ซินซินไม่ใช่คนดี




    “เธอ...ใจกว้างจริงๆ” ยิ่งคิด ซินซินก็ยิ่งเสียดาย ถ้าเธอไม่ได้พาเรื่องราวมาจนถึงตอนนี้ แล้วรู้จักเข้าหาซูหยวนตั้งแต่ตอนแรก ผลประโยชน์ที่ควรจะได้รับก็เป็นของเธอคนเดียวใช่ไหม?


                


    ซินซินกัดเล็บของตนเองไปมาอย่างใช้ความคิด เธอกำลังถูกความโลภเข้าครอบงำ แม้แต่ “คนพวกนั้น” ก็เริ่มที่จะไม่อยู่ในสายตาแล้ว


                


    น่าเสียดายที่ซินซินคิดได้ช้าเกินไป เรื่องมาถึงตรงนี้ก็ไม่สามารถแก้ไขได้อีก ใช้เวลาเพียงไม่นานพวกเธอก็มาถึงจุดที่นัดหมายเอาไว้ ด้านหน้ายังคงเป็นซอยแคบๆ กลิ่นเหม็นฉุนรุนแรงทำให้ซูหยวนต้องขมวดคิ้ว ที่นี่ไม่ได้มีกลิ่นของสัตว์กลายพันธุ์ แต่มันเป็นกลิ่นของร่างกายมนุษย์ที่ไม่ได้ทำความสะอาดมานานแล้ว และก็อาจจะมีกลิ่นคาวของคราบเลือดจำนวนมาก...




    “มาแล้วหรอ” 




    “นั่น คนนั้นครับ นังเด็กนั่นแหละที่ร่ำรวยมาก แต่ระวังด้วยนะครับ มันเป็นนักล่าเหมือนพ่อมัน”




    “เหอะ! ก็แค่เด็กคนหนึ่ง! ถ้าฉันไม่มั่นใจก็คงจะไม่รับงานนี้หรอก แต่แกมั่นใจแล้วใช่ไหมว่าไม่มีคนติดตามมาน่ะ”




    “ซินซิน...”




    “เอ่อ เรื่องคนที่ตามเข้ามาไม่มีแน่นอนค่ะ ฉันเดินระวังหลังมาตลอด...” ซินซินแอบเสียดาย แต่เรื่องมาถึงจุดนี้แล้วเธอก็ถอยไม่ได้อีก ไม่อย่างนั้น...แทนที่เหยื่อจะเป็นซูหยวน อาจจะเปลี่ยนมาเป็นเธอแทนก็ได้




    “ฮ่าๆ ถ้าอย่างนั้นก็สบายๆ มาสิ...ฉันจะให้โอกาสแกก่อน ถ้าแกอยากมาเป็นมือเป็นเท้าให้ฉันล่ะก็...ฉันจะเอาแค่เงินของแก แต่จะไว้ชีวิตแกดีไหม” ชายร่างใหญ่ถมน้ำลายลงพื้น มันเดินย่างสามขุมเข้ามาหา ซูหยวนหรี่ตาลงเล็กน้อย สภาพที่สกปรกโสโครกนี้คืออะไร? น่ารังเกียจยิ่งกว่าชุดผู้เก็บขยะก่อนหน้านี้เสียอีก




    “นี่หมายความว่ายังไง? คุณซินซิน และคุณหานฮ่าว...ทำไมทั้งสองคนจึงมาอยู่ที่นี่ แล้วทำไมคุณซินซินถึงได้พาฉันมา” ซูหยวนยังทำเป็นไม่เข้าใจ ท่าทางของเธอทำให้ชายร่างใหญ่หัวเราะลั่น




    “พวกมันสองคนจ้างวานฉันไง อยากจะให้จัดการนักล่าอ่อนหัดแบบเธอแล้วก็เอาเงินมาให้หมด ทีนี้เข้าใจหรือยัง”




    “ทำไม...” ซูหยวนมองทั้งสองคนที่รู้จัก เมื่อหานฮ่าวเห็นแบบนั้นก็หัวเราะขึ้นบ้าง




    “น้องหยวนหยวน ถ้าน้องยอมพูดคุยกันดีๆตั้งแต่แรก พี่ฮ่าวก็คงจะไม่ทำแบบนี้หรอก ที่จริงพี่ก็อยากเก็บน้องไว้เพื่อที่จะสร้างเครดิตให้พี่ไปเรื่อยๆ แต่ดูท่าทางพยศของน้องแล้ว วิธีนี้มันง่ายกว่าก็เท่านั้น ส่วนซินซินน่ะ...เธอเป็นคนวางแผนเรื่องนี้ตั้งแต่แรกแล้ว ครอบครัวอันไม่ใช่เพิ่งจะหมดเงินไปหรอกหรอ ก็เป็นซินซินนี่แหละที่เอามา ฮ่าๆ”


                


    เสียงหัวเราะของหานฮ่าวทำให้ซินซินต้องถอนหายใจออกมา ไอ้ตัวโง่งมคนนี้เปิดเผยเรื่องทั้งหมดทำไม ถ้าแบบนี้...มีแต่ต้องฆ่าเด็กสาวนักล่าคนนี้ก็เท่านั้น




    “ถ้าพูดทั้งหมดนี้ ก็แปลว่าต้องฆ่าเด็กนี่ทิ้งให้ได้นะ”




    “อะไร? เธอกำลังพูดเรื่องนี้กับใคร? หรือคิดว่าพวกเราไร้ปัญญาที่จะฆ่าแมลงตัวเดียวนี่หรอ? หรือว่าเธอก็อยากจะโดนไปด้วยล่ะ!!” ชายร่างใหญ่แสดงความไม่พอใจออกมาเมื่อได้ยินซินซินบอกแบบนั้น หญิงสาวรีบปฏิเสธ




    “ฉันแค่กลัวว่าพี่อยากจะเล่นสนุกกับมันแล้วเผลอชอบใจก็เท่านั้น”




    “เหอะ! ต่อให้เป็นแบบนั้นแล้วยังไง...เธอคิดว่ามีสิทธิมาสั่งฉันได้หรอ? ก็แค่จ้างด้วยเงินไม่กี่เครดิต ทำมาสั่งฉัน...อยากตายรึไง”




    “เอ่อ พี่ครับ...คนนี้เป็นคนของผมเองครับ เธอยังต้องใช้ตัวเองเพื่อหาเงินมาเลี้ยงผมอยู่ ถ้าอย่างนั้น...พี่ช่วยไม่ถือสาเธอก็แล้วกันนะครับ”




    “เหอะ!! อย่างนั้นก็ได้ พวกแกมาทางไหนก็ไสหัวไปทางนั้น ส่วนเรื่องเครดิต...รอพวกเราติดต่อไป”




    “ขะ เข้าใจแล้วครับ” หานฮ่าวรีบเดินเข้ามาเพื่อที่จะจับแขนซินซินเพื่อลากออกไป




    “พี่ฮ่าวคะ ถ้าพวกมันคิดจะเอาเงินไว้คนเดียว...”




    “แล้วยังไง เธอคิดว่าจะสู้กับพวกมันได้หรอ”




    “แต่ว่า....”




    “ไปก่อนเถอะ แล้วค่อยหาวิธีเอา!” หานฮ่าวฉลาดมาก เขาต้องการเอาตัวรอดก่อนที่จะแย่ไปกว่านี้ ทางซินซินยังคงเป็นห่วงเรื่องเงินจึงทำให้เดินช้า ทว่า...ซูหยวนจะปล่อยให้ทั้งสองคนออกไปได้งั้นหรอ?




    “ใครใช้ให้พวกแกไปได้...” เธอพูดออกมาเสียงเข้ม ก่อนที่จะหมุนมีดสั้นในมือที่เพิ่งซื้อมา


                


    ข้อดีของการเป็นนักธนูก็คือ ความแม่นยำที่สูงมาก ยิ่งซูหยวนเป็นผู้ใช้พลังงานด้วยแล้ว ความเร็วในการโจมตียิ่งสูงมากกว่าเดิมเข้าไปอีก


                


    ฟิ้ว!!


                


    ฉึก!!


                


    มีดสั้นทั้งสองถูกขว้างออกไป พวกมันเจาะทะลุข้อพับที่ขาของทั้งสองคนทันที แทนที่จะได้เดินออกไป พวกเขากลับล้มลงเพราะไม่ทันตั้งตัวเสียอย่างนั้น




    “อ้าก!! อะไรวะเนี่ย!”




    “ซูหยวน! นังเด็กนั่น!!” ซินซินเจ็บปวดมาก เธอไม่อยากจะเชื่อเลยว่านังเด็กซูหยวนจะใช้มีดที่เพิ่งซื้อมาโจมตีพวกเธอ 




    “ไหนบอกว่ามันไม่ได้เอาอาวุธมาไงล่ะ แล้วนี่อะไร!” ชายร่างใหญ่ตะคอกเสียงดัง ดีแค่ไหนแล้วที่มีดนั่นไม่ได้ปามาที่พวกเขา


                


    ไม่ใช่เพราะเขากลัว แต่เป็นเพราะการเคลื่อนไหวของเด็กสาวไม่ได้อยู่ในสายตาของเขาด้วยซ้ำ ไม่สิ! พูดให้กำกวมแบบนั้นไม่ได้ ต้องบอกว่า...การเคลื่อนไหวของเด็กสาว สายตาของเขาตามไม่ทันด้วยซ้ำ ต่างหาก!


                


    ถ้าเมื่อครู่เป้าหมายคือหัวของเขา อย่างนั้นหัวของเขาก็คงจะถูกเจาะทะลุออกไปนั่นแหละ นี่เป็นเพราะความประมาทล้วนๆ ยังดีที่เด็กนั่นโง่งม...ไม่ได้โจมตีพวกเขาก่อน แต่หันไปโจมตีคนไร้ปัญญาต่อสู้แทน




    “เร็วเข้า พวกเราเตรียมอาวุธ! นังนี่เป็นนักล่า อย่าประมาทเด็ดขาด!”




    ……………………………….

    คล้ายกับเรื่องอันซูหยวน : เกมฟาร์มในวันสิ้นโลก ที่คุณอ่าน